กทม.เสี่ยงดินไหว! พบรอยเลื่อนผ่านตอนใต้

30 views
Skip to first unread message

Disaster Reporter

unread,
Mar 30, 2011, 12:36:31 AM3/30/11
to

กทม.เสี่ยงดินไหว!

พบรอยเลื่อนผ่านตอนใต้

เร่งสืบหวั่นมีพลัง - เตรียมซ้อมป้องกัน

นัก วิชาการชี้เร่งสืบรอยเลื่อนตอนใต้ กทม. ไหวหมื่นปีก่อนอาจมีพลัง ‘เจดีย์สามองค์’ เสี่ยงกระทบเมืองหลวง ด้าน ‘กรมทรัพยากรธรณี’ เตรียมสำรวจรอยเลื่อน 5 ปี ยันไม่ได้นิ่งเฉยรอให้เกิด ขณะที่ ‘สปภ.’ สนองนโยบาย กทม. จัดซ้อมภัยดินไหวตึกสูงตุลาคมนี้

ข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ "ดุสิตโพสต์" ฉบับล่าสุด

เสี่ยงกระทบกรุง : แผนที่ภาคกลาง ซึ่งนักวิชาการและนักธรณีวิทยาต่างระบุว่ามีรอยเลื่อนที่พาดผ่านทางตอนใต้ ของ กทม. โดยมีรอยเลื่อนมีพลังที่ลากมาทางภาคตะวันตกและโดยรอบ(เส้นประสีแดง)

กรณี เกิดภัยทางธรรมชาติ โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งในระยะหลัง ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินประเมินค่ามิได้ แม้จะมีข้อมูลมากพอ แต่ก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเมื่อไร ทั้งนี้ประเทศไทยมีรอยเลื่อนจำนวนมากถึง 12 รอยเลื่อนอยู่ทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนบน ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าจะมีรอยเลื่อนที่พาดผ่านกรุงเทพมหานคร (กทม.) จนกระทั่งมีนักวิชาการได้ค้นพบและเร่งให้สำรวจนั้น

กทม.เป็นดินอ่อนสั่นไหวได้ง่าย
ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ถึงผลกระทบในส่วนพื้นที่ กทม.จากแผ่นดินไหวที่เกิดในระยะหลัง ว่า ทางส่วนของกทม. ซึ่งมีสภาพเป็นดินอ่อน ย่อมส่งผลในเรื่องของการขยายคลื่น กทม.เกิดการสั่นไหว เนื่องจากคลื่นแรงสั่นสะเทือนมาถึงใต้ดินในกทม. ที่มีสภาพพื้นที่เป็นดินอุ้มน้ำทำให้สั่นไหวได้ง่าย ทั้งนี้ ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง เนื่องจากไม่ค่อยมีผลต่อเนื่องยาวนาน

พบรอยเลื่อนตอนใต้กทม-หวั่นมีพลัง
หัว หน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงรอยเลื่อนที่อาจกระทบต่อทางตอนใต้ กทม. ว่า การสำรวจข้อมูลจากฟิสิกส์ทางอากาศ พบว่ามีหลายจุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนใต้ของกทม. โดยเริ่มต้นมาจาก จ. กาญจนบุรี เข้ามาใกล้กับ จ.ราชบุรี จ.นครปฐม มายังตอนใต้ของกทม. พบว่ามันมีรอยเลื่อนชัดเจนอยู่ 1 รอย ซึ่งมันอาจเข้าไปใกล้ประเทศพม่ารอยเลื่อนนั้นจะเพิ่มความมีพลัง ซึ่งเรียกรอยเลื่อนนี้ว่า รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์

ดร.ปัญญา กล่าวต่อว่า ถ้าพิสูจน์ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่พิสูจน์ว่าเกิดแผ่นดินไหวประมาณหมื่นปีมา แล้ว เราก็สรุปได้ว่ารอยเลื่อนนั้นมีพลัง ส่วนรอยเลื่อนที่ผ่านทางตอนใต้กทม. นั้นเรายังไม่รู้ว่ามันมีพลัง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องศึกษาหาอายุให้ชัดเจนเสียก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครศึกษาเพราะใช้งบประมาณที่สูงเกินไป

วอนรัฐเร่งศึกษาอาจไหวหมื่นปีก่อน

“ผม จะบอกว่ามันมีรอยเลื่อนที่เราไม่ได้ศึกษาแล้วมันมีอยู่ทางตอนใต้ของกทม. แต่มันอยู่ลึกลงไปให้รัฐรีบทำการศึกษา มันมีอยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่าอายุหมื่นปีหรือเปล่า ถ้ามันมีการไหวตัวครั้งสุดท้ายเมื่อหมื่นปีมาแล้วเราจะถือว่ารอยเลื่อนนั้น มีพลัง มันเหมือนกับเราหักก้านไม้ขีดไฟ  เมื่อเราใส่แรงมากขึ้นจนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง ไม้ขีดไฟรับแรงไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือไม้ขีดไฟหัก ตอนช่วงที่หักตอนนั้นมันก็ปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของคลื่นความสั่น สะเทือน” หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ กล่าว

-  ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงรอยเลื่อนที่พาดผ่านตอนใต้ กทม. พร้อมกำชับทุกปีมีการไว้อาลัยผู้เสียชีวิตให้กำหนดเป็นวันซักซ้อมภัย


คาด 3 รอยเลื่อนกระทบ กทม.

เมื่อ ถามว่ารอยเลื่อนใดที่จะมีผลกระทบและเป็นอันตรายต่อ กทม. ดร.ปัญญา กล่าวว่า จากที่เราศึกษามาพบว่า ทั้งรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนแม่ปิง รอยเลื่อนแม่จัน เคยเกิดแผ่นดินไหวที่ประมาณ 7 ริคเตอร์ในอดีตเมื่อประมาณ 1,000 -2,000 ปีมาแล้ว ในความรุนแรงขนาดนี้ อาจจะไม่รุนแรงมาก แต่ก็ควรให้นักวิศวกรรมออกแบบอาคารที่รับแรงแผ่นดินไหวให้ได้เท่ากับ 7 ริคเตอร์หรือมากกว่า ส่วนอาคารเก่าอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำให้มันรับแรงได้ ในส่วนนี้ถ้าเราจะสร้างอาคารที่รับแรงได้ ต้องเพิ่มงบประมาณ การสร้างอย่างน้อยร้อยละ 10 ให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้


รัฐต้องเร่งสืบยันให้ได้ว่าไม่มีพลัง
หัว หน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ระบุว่า "จุดใต้กทม. รู้มั้ยว่ามีพลังแน่นอนไม่มีใครรู้เลย แต่รู้มั้ยว่ามีรอยเลื่อนรู้ และต้องทำการศึกษาอย่างน้อย 2 - 3 ปี งบประมาณที่ 20 ล้านน่าจะอยู่ เพราะมันอยู่ลึกเกินไปแล้วมันไม่รู้ว่าผ่านตรงจุดไหนบ้าง จากการสำรวจโดยฟิสิกส์ทางอากาศบ่งบอกว่ามันมีรอยเลื่อนอยู่ข้างใต้ยาวไปถึง โซนใหญ่"


“ภัยธรรมชาติที่เกิดใต้พิภพไม่ว่าอะไรไม่มีทางแก้ไขได้ และไม่มีประเทศไหนรับมือได้ รัฐบาลจะต้องเร่งสืบข้อเท็จจริง เพื่อกับประชาชนว่าจริงๆแล้วรอยเลื่อนที่อยู่ใต้กทม.ไม่มีพลัง” ดร.ปัญญา กล่าว


คนกรุงเข้าใจผิดไม่ใช่ดินไหวในกทม.
ดร.ปัญญา กล่าวในส่วนความรู้ของคนกทม.ที่มีต่อแผ่นดินไหว ว่า ส่วนใหญ่นั้นเข้าใจผิดที่ว่า แผ่นดินไหวใน กทม. นั้นที่จริงไม่ใช่ต้องบอกว่าแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ในกทม. หมายความว่าจุดเกิดแผ่นดินไหวนั้นไม่ใช่เกิดที่ กทม. แต่เป็นจุดที่อาจจะมาจาก จ.กาญจนบุรี หรืออาจมาจากบริเวณจังหวัดใกล้เคียง กทม.


“เราต้องมีการซ้อมหนีไฟทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทุกปีเราก็มีการไว้อาลัยกับผู้ที่เสียชีวิตอยู่แล้ว ทำไมไม่เป็นวันซักซ้อมเสียเล่า การเกิดคลื่นแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียในระดับ9 ริคเตอร์ ที่เกาะสุมาตรา ทำให้เกิดสึนามินั้น เพราะว่า มันเกิดในทะเลเราไม่สามารถศึกษาหรือมองจากอากาศก็ไม่ได้ แต่นี่มันเกิดบนบกเราก็สามารถศึกษามันได้” หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ระบุ


กรมทรัพยากรธรณีเผยรอยเลื่อนใกล้กรุง
ด้าน ดร.สุวิทย์ โคสุวรรณ นักธรณีวิทยา ระดับ 8 กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์”เกี่ยวกับรอยเลื่อน ที่อยู่ใกล้ กทม. ว่า ขณะนี้ได้สำรวจแล้วพบว่ามีรอยเลื่อนที่อยู่ใกล้กทม. ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีพลัง ได้แก่รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี รอยเลื่อนท่าจีน และรอยเลื่อนนครนายก เป็นรอยเลื่อนกลุ่มเดียวกับรอยเลื่อนองครักษ์ ซึ่งยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจะส่งผลทำให้ กทม. เกิดแผ่นดินไหว ทั้งนี้ ถ้าเกิดแผนดินไหวขึ้นที่ประเทศพม่า ผลกระทบของแผ่นดินไหว ในรูปแบบของคลื่นแผ่นดินไหวนั้น อาจทำให้กทม.รู้สึก ถึงแรงสั่นสะเทือนตามไปด้วย แต่ด้วยระยะทางห่างจากจุดศูนย์กลางที่ประเทศพม่า เป็นระยะ 400 กิโลเมตรนั้น ผลกระทบก็จะลดลงตามลำดับ


ใช้เวลาสำรวจ 5 ปีรอยเลื่อนอันตรายต่อกรุง
ดร.สุ วิทย์ กล่าวอีกว่า ในตอนนี้ทางกรมทรัพยกรธรณี ได้มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแผ่นดินไหว โดยมีการดำเนินโครงการระยะยาว 5 ปี เพื่อทำการสำรวจและพิสูจน์ทราบถึงรอยเลื่อนที่จะเป็นอันตรายต่อ กทม. ซึ่งในขณะนี้เรามีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ทางด้านฝั่งตะวันตกของประเทศ จังหวัดกาญจนบุรี วัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวังการเกิดแผ่นดินไหวที่จะส่งผลต่อ กทม.


มั่นใจไม่กระทบต่อเขตพระราชฐาน
ต่อ ข้อถามว่าในเขตดุสิตที่เป็นเขตพระราชฐานจะมีผลกระทบหรือไม่จากการสั่นไหว ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเกิด เรื่องของคลื่นแผ่นดินไหวที่มาใน กทม. แล้วมีผลกระทบจะต้องเป็นตึกที่มีความสูง 20 ชั้น ถึง 30 ชั้น ดังนั้นตึกที่มีความสูงต่ำกว่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบ ตึกที่มีผลกระทบต่อภัยแผ่นดินไหวก็ต่อเมื่อคลื่นแผ่นดินไหวนั้นมาคู่กันพอดี ถ้าคลื่นมาไม่เท่าความถี่ของธรรมชาติ ตึกจะไม่ได้รับความเสียหาย



สำรวจ 5 ปี : ดร.สุ วิทย์ โคสุวรรณ นักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ย้ำไม่ได้นิ่งเฉยรอให้เกิดแผ่นดินไหว พร้อมระบุกรมทรัพยากรธรณีเตรียมสำรวจรอยเลื่อนใต้ กทม. 5 ปี


ย้ำไม่ได้นิ่งเฉยรอเกิดแผ่นดินไหว
“ตอน นี้ทางกรมกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้หยุดนิ่งหรือ รอให้เกิดแผ่นดินไหว เราได้ตั้งจุดสังเกตการณ์ ในประเทศไทยเราเจออย่างมากที่สุดก็ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยความสั่นสะเทือนวัดได้ 5.9 ริคเตอร์ ในส่วนของกรุงเทพฯ ถึงแม้ยังไม่เคยมีรายงานเรื่องแผ่นดินไหว แต่ในจุดนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่ากรุงเทพฯจะปลอดภัยจากการเกิดแผ่นดินไหวหรือ ไม่ เราจำเป็นที่จะต้องศึกษารอยเลื่อนมีพลังทั้ง 3 รอยเลื่อนนี้ต่อไป” ดร.สุวิทย์ กล่าว


ผังเมืองเก็บข้อมูลวางแผนฟื้นฟู กทม.
นอก จากนี้ แหล่งข่าวจาก สำนักงานผังเมือง กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ในส่วนของนโยบายผังเมืองหลังเกิดแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ใน กทม. ว่า ส่วนเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นระหว่างช่วง ก็จะเก็บข้อมูลมาศึกษา เพื่อจะรองรับเรื่องที่เกิด ทั้งนี้ จะมีแผนปรับปรุงฟื้นฟูเมือง ทั้งนี้ ในกรณีถ้าเกิดภัยพิบัติทาง กทม. ก็จะต้องมอบอำนาจให้เข้าไปปรับปรุงฟื้นฟูตรงเขตที่เกิดภัยพิบัติด้วย ส่วนใหญ่ภัยพิบัติถ้ามันเกิดแล้วเราจึงเข้าไปดำเนินการได้ โดยเราอาจจะวางผังว่าไม่ให้เขตที่เกิดภัยพิบัตินั้นเป็นเขตที่อยู่อาศัย


อาจารย์ภูมิศาสตร์เผยเคยรู้สึกไหวใน มสด.

ด้าน อาจารย์รายหนึ่ง ประจำกลุ่มวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ถึงรอยเลื่อนที่อาจกระทบในส่วนพื้นที่ กทม. ว่า ภาคกลางไม่ใช่หินแข็ง ทั้งนี้ กทม. อดีตเคยเป็นทะเลมาก่อน การที่มันเป็นพื้นดินเกิดจากแม่น้ำหลายสาย ได้แก่ท่าจีน ป่าสัก เจ้าพระยา ซึ่งไหลลงอ่าวไทยแล้วก็พาตะกอนมาทับถม ตะกอนที่ทับสูงขึ้นจะกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกินเมตรด้วยซ้ำในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น กทม. ถึงน้ำท่วม

เมื่อถามว่า มสด.เคยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในอดีตหรือไม่ อาจารย์รายเดิม กล่าวว่าทางมหาวิทยาลัยมีอยู่ครั้งนานมาแล้วเกือบ 30 ปี ตนเคยสอนอยู่ที่ห้อง 336 ซึ่งในปัจจุบันนั้นคือห้องคณะวิทยาการจัดการ นกบินขึ้นพร้อมกันเกือบร้อยตัว หลังจากนั้นก็เกิดแผ่นดินไหวแต่ก็เล็กน้อยมาก เพียงครั้งเดียวที่ มสด.รู้สึกถึงผลกระทบจากการสั่นไหว


สปภ.เตรียมซักซ้อมภัยดินไหวตุลานี้


นาย ธนิก ยูถะสุนทร์ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ในส่วนการเตรียมการรับมือและซักซ้อมภัยที่อาจเกิดภัยจากแผ่นดินไหวใน กทม. ว่า ขั้นแรกจะพิมพ์เอกสารแจกจ่ายให้กับภาคประชาชนทั่วกทม.1แสนฉบับและพยายาม ประสานกับกรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งทางหน่วยงานเหล่านี้จะรับแจ้งว่าเกิดแผ่นดินไหวที่ไหนบ้าง


รองผู้ อำนวยการ สปภ. กล่าวถึงเวลาซักซ้อมภัยแผ่นดินไหว ว่า เดือนตุลาคมนี้จะมีการซักซ้อมที่กทม. แต่เราต้องมีการประชุมโดยคณะกรรมการเพื่อให้คณะกรรมการตัดสินใจว่าจะกำหนด วันเวลาใดในการซักซ้อม โดยมี ดร.วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน ซึ่งจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เขต อาสาสมัคร หน่วยแพทย์ รวมทั้งหน่วยรักษาความมั่นคงทางทหาร


ซ้อมวันเดียวไม่เกินชั่วโมง
“ใน การซ้อมที่จะถึงเราก็ต้องบันทึกภาพนำไปให้กรรมการซ้อมใหญ่นำไปพิจารณาถึงข้อ บกพร่องว่ามันมีอะไรบ้างต้องเพิ่มเติมอะไรบ้าง เราก็เชิญสื่อมวลชนเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาด้วย และการซักซ้อมต้องมีความกระชับและเป็นขั้นเป็นตอน โดยใช้เวลาแค่วันเดียวระยะเวลาประมาณไม่เกิน1 ชั่วโมงเราต้องดูสถานการณ์ว่าเกิดความรุนแรงมาก” นายธนิก กล่าว

หวั่น ‘ศรีสวัสดิ์’แรง 8.5 ริคเตอร์ทำตึกถล่ม


รอง ผู้อำนวยการ สปภ. กล่าวอีกว่า รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์เป็นรอยเลื่อนที่เรากลัวมากที่สุด หากมีความรุนแรง 8.5 ริคเตอร์ อาจจะส่งผลมายังกทม.ทำให้ตึกมันถล่มได้ ทั้งนี้ แผ่นดินไหวไม่มีใครคาดการณ์ได้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ จะเข้าไปดำเนินการ นั่นคือความพร้อมของ สปภ.เป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งต้องการที่จะทำให้เกิดความเคยชิน

“เราจะกำหนดโซนทั้งหมดสามโซน hot zone คือเหตุที่เกิดรุนแรงคือโซนที่เกิดอันตรายเป็นโซนที่เราไม่สามารถเข้าไปได้ เลย ส่วนต่อมา cold zone เป็นพื้นที่ที่เป็นหน่วยสนับสนุนคือหน่วยแพทย์ หน่วยของอาสาสมัครซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ต่อไปคือส่วนwarm zoneจะอยู่ชั้นนอกสุด ประชาชนดูได้แต่ต้องอยู่ไกลจริงตัวนี้เป็นหลักสากลที่ต่างประเทศเขาทำกัน เราจะทำให้รู้ว่าพอเกิดเหตุจริงประชาชนจะไม่มีสิทธิเข้าไปได้เลยไม่นั้นมัน ก็จะวุ่นวาย เหตุการณ์ก็จะมีคนที่อาศัยเหตุการณ์ในช่วงนี้เข้าไปลักทรัพย์บ้าง” นายธนิก กล่าว


เตรียมซ้อมภัย : นายธนิก ยูถะสุนทร์ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับนโยบายจาก กทม. เพื่อเตรียมซ้อมภัยครั้งใหญ่ในส่วนของอาคารสูงในพื้นที่ กทม.ที่อาจเกิดผลกระทบจากภัยแผ่นดินไหวในเดือนตุลาคมนี้



หวั่นมีพลัง : ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ชี้จุดรอยเลื่อนลากยาวจากทิศตะวันตกของประเทศมายังตอนใต้ กทม. หากเคยเกิดแผ่นดินไหวเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนอาจมีพลังได้ (ภาพข่าวหน้า 1จาก "ดุสิตโพสต์")


-----------------------------------------------------

วราพงษ์ เพ็งรัศมี , phanasGook - รายงาน

ดุสิตโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 67 ประจำเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2550

-----------------------------------------------------

หมายเหตุ : ดุสิตโพสต์ เป็นหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติในรายวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพนิเทศศาสตร์ ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 แขนงวิชาวารสารศาสตร์ หลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

โดย phanasGook

 

อ้างอิง http://www.oknation.net/blog/print.php?id=138477

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages