ตัวตนเด็กวชิราวุธฯ

428 views
Skip to first unread message

naratch asanachinta

unread,
Nov 30, 2009, 10:39:33 AM11/30/09
to OV
 
ผมได้เห็นประเด็นในเวบบอร์ดOV4360ของเราที่เพื่อนเราจะให้ดร.ม้ารวบรวบเป็นหัวข้อวิจัยต่อไป คือ

- ผลสัมฤทธิ์การศึกษาของนักเรียนวชิราวุธฯ 100ปี ต่อบริบททางสังคมและราชการไทย
- นักเรียนวชิราวุธฯอ่อนด้านการศึกษา
- นักเรียนที่ได้รับอบรมจากสถาบันนี้ ทำหน้าที่ในบ้านเมืองสนองพระคุณของพระเจ้าแผ่นดินมาตลอดทุกรัชกาล อย่างไร
 
ผมเห็นว่าทุกหัวข้อที่เพื่อนส่งมานั้นเป็นประเด็นที่ตรงกับข้อเด่นข้อด้อยของนักเรียนวชิราวุธฯหรือนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ ที่โดยสภาพในปัจจุบันน่าจะทำให้ทั้งเพื่อนๆและผมกังวลห่วงใยอยู่ จึงอยากแสดงความเห็นส่วนตัวบ้าง....
 
ผมได้ยินว่าเพื่อนOV44ก็ได้เคยนำบางประเด็นข้างต้นนั้นไปสัมมนาถกกัน และมีข้อสรุปที่ผมได้เคยฟังมาว่ามีหลายปัจจัย ที่สำคัญก็คือเรื่อง เงินทุน...."....จึงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างสำนักนี้ลงจำนงค์ให้ เป็นสถานศึกษาประชาไทย...."....เป็นส่วนหนึ่งของเพลงโรงเรียนของเรา ที่มีเนื้อร้องที่สามารถร้องกันในที่สาธารณะได้เพราะเป็นพระราชประสงค์ของล้นเกล้ารัชกาลที่6....แต่ในการปฏิบัติจริงๆนั้น ได้มีการดำเนินงานสนองพระราชดำรินั้นอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่....โรงเรียนได้เม็ดเงินจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่....หรือได้มาแล้ว ได้นำมาทำนุบำรุงโรงเรียนเสริมสร้างระบบการศึกษาของโรงเรียนอย่างถูกต้องตรงตามพระราชดำริของพระองค์ท่่านหรือไม่อย่างไร?....เหล่านี้เป็นปัจจัยพื้นฐานของวชิราวุธวิทยาลัย....ที่ผมฟังเค้าแล้วเอามาเล่าสู่กัน!
 
เมื่อวรรคข้างต้นอาจเป็นข้อถกกัน! ก็ย่อมเป็นที่มาของเรื่องอื่นๆไปด้วย....ยกตัวอย่างที่ตัวผม....ผมเป็นผู้ที่สอบเข้าวชิราวุธวิทยาลัยไม่ได้....แต่!ได้มีโทร.เรียกตัวผมไปยังผู้ปกครอง ให้ผมไปรายงานตัวเข้าโรงเรียนได้ตอนป5.เทอม2!(ตอนกลางเทอม เมื่อก่อนเรียน3เทอม) ทราบตอนหลังว่ามีเด็กคนนึงลาออกตอนนั้น(เพราะทนระบบไม่ได้?) ผมเลยได้เข้าไปแทน....มันไม่ใช่ว่าพ่อผมเป็นพ่อค้านักธุรกิจใหญ๋อะไรเลย....จึงแน่นอนว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงิน....แล้วโรงเรียนเค้าใช้เกณฑ์อะไรพิจารณาคัดเด็กเข้า?....ผมสอบเข้าไม่ได้(สอบไม่ผ่าน)แต่เข้าเรียนได้? แสดงว่าไม่ได้ดูเด็กที่การเรียนการสอบหรอก เพราะเด็กเรียนไม่เก่ง(จัดว่าโง่ๆ)อย่างผม แล้วสุดท้ายก็เรียนห้องค.จบ8แค่52%!....โรงเรียนก็ยังเอา ไปตามตัวมา!....อย่างงี้จะเรียกว่าเป็นคำอธิบายหัวข้อวิจัยข้างต้นได้รึเปล่าครับว่า นักเรียนวชิราวุธฯอ่อนการศึกษา?(แต่ทั้งนี้ไม่ควรกล่าวรวมถึงนักเรียนหรือเพื่อนเราที่ติดบอร์ด หรือไม่นับรวมนักเรียนอย่างดร.ม้านะครับ!)....
หรืออย่างตอนเด็ก เวลาที่ท่านผู้บังคับการ(แป๊ะ)ตบเด็กคนไหน เมื่อได้ถามชื่อสกุลเด็กคนนั้นแล้ว ก็มักจะได้ยินท่านด่าพ่อด่าลุง(ด่าโคตร)เด็กคนนั้น(ชี้...พ่อมันดี...ทำไมลูกมัน...)แถมประกอบการตบไปด้วยแทบจะทุกครั้งไป เป็นประจำ!?....อย่างนี้ใช่หรือไม่ ที่วชิราวุธฯถือเอาเป็นเกณฑ์ในการคัดสรรเด็กเข้าเรียน?....แล้วปัจจุบันนี้เป็นอย่างนั้นหรือไม่ เพื่อนๆคงพอจะมีคำตอบมากกว่าผม.... 

ตอนม.7รึม.8(ม5-6ปัจจุบัน) มีการโต้วาทีของชมรมโต้วาทีหัวข้อประมาณเรื่องเรียนโต้กับเรื่องกีฬาอะไรนี่แหละ....ผมจำไม่ได้อีก(ต้องขอประทานโทษ)ว่าใครชนะ....แต่มันก็คือเป็นประเด็นที่ต้องขบคิดกันตั้งแต่ยุคนั้น(แม้เรายังเป็นเด็กอยู่ด้วยซ้ำ)มาจนเดี๋ยวนี้นะครับ!....และแม้ยุคนั้นเพื่อนๆเราได้ทำชื่อเสียงเรื่องรักบี้จนโรงเรียนเราโด่งดังมากเรื่องแชมป์ตลอดกาลก็ตาม....แต่ เหตุุใดเราต้องมาถกมาโต้วาทีกันด้วยหัวข้อเช่นนี้ครับ? เพราะโดยปกติโรงเรียนมันก็ต้องเรียนมันยัน....แต่โรงเรียนเรา(ตอนนั้น)ปลูกฝังจิตใจเราให้คิดในเรื่องเรียนหรือเรื่องไหนกันแน่?....หรือว่าเราอาจจะตอบโจทย์เรื่องอ่อนการศึกษาได้บ้าง....
แต่ตอนนี้มันน่าจะอ่อนไปหมดละมั้งรอง.เผ่า ไม่ทราบว่าทีมรักบี้โรงเรียนเราเป็นอะไรไปนะ?....คำว่าแชมป์ตลอดกาลมันไปอยู่ที่ไหนครับ?เมื่อไหร่เราจะได้เชียร์รักบี้อย่างสนุกลุ้นแชมป์ตลอดกาลทุกๆนัดเหมือนเมื่อก่อนอีกครับ?

โรงเรียนสอนให้เป็นนักกีฬาให้รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย บางโอกาสก็ต้องให้เป็นอย่างที่แป๊ะท่าน(สั่งไว้ก่อนแข่ง)ว่ากีฬามีแพ้มีชนะแต่วันนี้แพ้ไม่ได้? เราจึงดูยึดถือเอาหลักของกีฬาเป็นเกณฑ์ เค้าสอนตั้งแต่เด็กพอโตขึ้นสิ่งเหล่านั้นก็มาแสดงตัวตนให้เห็น เฉกเช่นเมื่อผู้การหินได้แสดงน้ำใจให้เพื่อนได้เห็นได้ทึ่ง(ที่น้อยคนจะทำได้)เมื่อผู้การประกาศสละการแข่งขันกับเพื่อนกลางงานสังสรรค์....เป็นเรื่องที่ตอบบริบททางสังคมของเรา ที่ผู้ไม่ใช่วชิราวุธฯ จะเข้าใจหรือไม่?....และการที่ถูกบ่มฝักด้วยระบบSENIORITYอย่างถึงแก่น....มีหัวหน้าคณะปกครองดูแล พี่ดูแลน้อง นักเรียนผู้ใหญ่ดูแลเด็ก ซ่อมเด็กได้(ถ้ามันไม่ดี แต่เกณฑ์เดิมคือห้ามแตะต้องตัว)และเอื้ออาทรต่อกัน....สังคมวชิราวุธฯในรั้วกำแพงร้อยไร่นั้น ดำรงกฎเหล็กนี้มานาน....เมื่อโลกเปลี่ยนไป ในยุคปัจจุบันที่เป็นประชาธิปไตย(จ๋า)ที่คำนึงแต่ตัวเลขเสียงส่วนใหญ๋เท่านั้นเป็นเกณฑ์(ไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้อง)เด็กๆก็สามารถใหญ่กว่าได้ด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่!....เด็กวชิราวุธฯจะเข้าใจรู้แยกแยะความขัดแย้งนี้ในตัวตนต่อการดำรงชีวิตในสังคมในระบบราชการแค่ไหน?....ลูกวชิราวุธฯที่เติบโตในทางสังคมและราชการไทยคือ ผู้ที่อยู่ในบันปลายอาวุโสของอายุงานแล้วแทบทั้งสิ้น หรือไม่?(ไม่นับรวมเพื่อนๆพี่น้องที่คาบช้อนเงินตะหลิวทองมาแต่กำเนิดก็ต้องสานต่อส่วนนั้นไป)....พวกเค้าต้องปรับเปลี่ยนทัศนะคติ ต้องเรียนรู้เองเพื่อความอยู่รอดเพื่อเติบใหญ่ใช่หรือไม่?...ถ้าเช่นนั้นการด่วนสรุปเลยว่า ระบบPUBLIC SCHOOLที่ดีเด่นและระบบการดำเนินชีวิตในโรงเรียน ทำให้เกิดการขัดแย้งต่อการดำเนินชีวิตราชการหรือสังคมไทยในแบบประชาธิปไตย จะใช่หรือไม่?....จำเป็นต้องสอนเด็กวชิราวุธฯให้รู้ซึ้งถึงแก่นระบอบประชาธิปไตยควบคู่กันไปด้วยหรือไม่ ทำอย่างไร!? และเรียนรู้สังคมภายนอกรั้วด้วยการวิเคราะห์วิจัยอย่างมีเหตุผล? หรือเปิดรับสิ่งใหม่ให้ทันโลก!....แม้แต่องค์ผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียน ท่านยังทรงทำการทดลองสิ่งใหม่ในยุคสมัยท่านนั้นก่อนคือระบอบประชาธิปไตย แล้วเราเป็นลูกสมควรดำเนินตามรอยท่านอย่างไรดีครับ? โรงเรียนเราผลิตเด็กก็แค่ปีละร้อยคนเท่านั้นเองครับ(ไม่ใช่เป็นพันคนอย่างโรงเรียนอื่น)

คงมีหลายคนคิดเห็นต่าง....อาจคิดว่าเรื่องแค่นี้เราต้องปรับได้ต้องสู้ได้ซิเหมือนเล่นกีฬา...หรืออะไรต่างๆก็ว่ากันไป....แต่ผมขอยกข้อวิพากย์ว่า บางกรณีก็ปรับไม่ได้จริงๆ เช่น....เกลียดข้าวต้มปลา...(พาล)ไม่ชอบข้าวต้ม(ลูกชิ้น)หมู...(พาล)ไม่กินซ้อสMAGGI(ที่ใช้ดับกลิ่นข้าวต้มปลา)..ไปกันถ้วนหน้าแทบทุกคน คนละหลายๆปี!....ได้ยินรุ่นพี่ท่านนึงพูดว่า ผมไม่กินข้าวต้มปลานับสิบๆปีตั้งแต่ออกจากโรงเรียน เพิ่งมาเริ่มพยายามปรับตัวกินมันตอนจะเริ่มแก่นี่แหละ..!!..??
หนึ่งในตัวตนแก่นแท้เด็กวชิราวุธฯ คือพ่ายแพ้ข้าวต้มปลาอย่างราบคาบ...! 

ประเทศอังกฤษ ต้นกำเนิดของทั้งสองระบบ คือที่โรงเรียนเราใช้อยู่(ระบบอาวุโส) และที่รัฐบาลเอามาใช้ปกครองประเทศ(ระบบเสียงส่วนใหญ่)....เค้ายืนยงหลายร้อยปีมาได้ทั้งสองระบบในประเทศเค้าควบคู่กันไปได้ยังไง...มีการวิเคราะห์ว่าเด็กPUBLIC SCHOOLหรือเด็กอังกฤษในระบบSENIORITYได้เติบใหญ่ในสังคมในการทำงานเมืองประชาธิปไตยของเค้ามั๊ย?เป็นใคร? เค้ามีหลักการดำเนินชีวิตการทำงานอย่างไร?....ที่สำคัญผู้บริหารโรงเรียนเราปัจจุบันก็ได้ไปเยี่ยมชมสารพัดโรงเรียนเมืองอังกฤษมาแล้ว ท่านได้แนวคิดมาอย่างไรบ้างครับ?....เราเอาของเค้ามาใช้แล้วก็ควรต้องรู้ให้หมดด้วย
ดร.ม้าช่วยหน่อยครับ มันน่าจะตอบโจทย์ได้พอสมควรว่า เด็กวชิราวุธฯจะได้เติบโตในสังคมทั้งทางราชการและการเมือง โดยไม่ยากเย็น....

ผมว่าOVทุกคนคงไม่ต้องการเห็นปรัชญาตัวตนของวชิราวุธวิทยาลัยถูกเปลี่ยนแปลงไปจากที่เราเคยเป็น ไม่ว่าจะในปัจจุบันนี้หรือในอนาคต และเมื่อเรารู้อยู่ว่าสังคมนอกรั้วโรงเรียนเป็นอย่างไร เรามีสปิริตพอที่จะอยากให้รุ่นน้องๆได้เตรียมตัวเรียนรู้บ่มฝักไว้หรือไม่ ควรมีแนวทางปลูกฝังความเป็นตัวตนของลูกวชิราวุธฯในบทบาทที่แข็งแกร่งเข้มข้นกว่าให้แก่เค้าอย่างเหมาะสมผสมผสานอดีตปัจจุบันอย่างลงตัวได้หรือไม่อย่างไร เพื่อให้เค้าก้าวออกจากโรงเรียนอย่างคนมีคุณภาพพร้อมที่จะไปสร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียนวชิราวุธฯได้สืบต่อไป และให้เค้าได้ร่วมกันรับใช้สังคมประเทศชาติด้วยความเป็นสุภาพบุรุษได้อย่างเต็มภาคภูมิ....นั่นน่าจะเป็นคำตอบของข้อวิจัยข้างต้นได้ไม่มากก็น้อยนะครับ 
 
สป๊อก






Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages