วิจัยพบ"ตำลึงทอง"รักษากระดูกพรุน และ ...

1 view
Skip to first unread message

Supatra Ja

unread,
Sep 6, 2012, 9:52:47 PM9/6/12
to Peerayuth, Kanittha Leepaiboon, jaru...@yahoo.com, patch...@yahoo.com, P'LEK (MASCOT) sumana, Punnee Sae- Pueng, คนหล่อ ป๋อง มาแย้ว, เฉลิมพล สายสุนทร, varee kongleam(nue dktoday), Ruedeewan Nantaratanapong/HCDS/CRG, nec...@googlegroups.com, jindarat central chidlom
ขอขอบคุณ แหล่งข้อมูล :

วิจัยพบ"ตำลึงทอง"รักษากระดูกพรุน

วันที่ 05 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 21:00:04 น.



 
 

ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้าโครงการสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โรงพยาบาล (รพ.) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า สมุนไพรตำลึงทอง จัดเป็นสมุนไพรที่คนไทยรู้จักดี แต่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น เพชรสังฆาต ร้อยข้อ ต่อกระดูก ฯลฯ มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย บำรุงกระดูก รักษากระดูกหัก ข้อเสื่อม ปวดข้อ ปวดเข่า ริดสีดวงทวาร ฯลฯ จากการเก็บข้อมูลกับหมอยาพื้นบ้านและประชาชนทั่วไป พบว่าในอดีตเคยมีน้ำเพชรสังฆาตขายในลักษณะเดียวกับน้ำเก๊กฮวย เพื่อใช้ในการบำรุงสุขภาพ แก้หวัด แก้ไอ และแก้ร้อนใน ปัจจุบันโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หลายแห่งใช้เพชรสังฆาตสำหรับบรรเทาอาการริดสีดวงทวารทดแทนยาแผนปัจจุบัน ขณะที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ใช้เพชรสังฆาตแทนยาแผนปัจจุบันสำหรับริดสีดวงทวารมานานถึง 11 ปี เนื่องจากมีราคาถูกกว่า 3-5 เท่า 

ภญ.สุภาภรณ์กล่าวอีกว่า สำหรับตลาดโลกนั้น เพชรสังฆาตได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีงานวิจัยรองรับมากมาย อาทิ การต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และเพิ่มมวลกระดูก โดยเฉพาะการเพิ่มมวลกระดูกนั้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากเพราะปัจจุบันพบว่า หญิงไทยอายุ 40 ปี มากกว่าร้อยละ 20 มีกระดูกพรุนสันหลังส่วนเอว ขณะที่ผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 30 เตี้ยลงเพราะกระดูกสันหลังทรุดตัวอันเนื่องมาจากกระดูกพรุน ทั้งนี้ ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่าในอีก 40 ปี มีแนวโน้มว่าจะมีผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุนเพิ่มขึ้นเป็น 6.3 ล้านคน ในส่วนของการรักษาพยาบาลพบว่า ในสถานพยาบาลของรัฐมีการจ่ายยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนสูงมากเป็นอันดับ 2 และส่วนมากเป็นยานำเข้า หากมีการศึกษาวิจัยต่อยอดความรู้จากภูมิปัญญาไทย โดยการใช้เพชรสังฆาตเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูกจะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศได้
 
 
(ที่มา : มติชนรายวัน 5 กันยายน 2555)


Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages