**เทคนิคเต๋ามหัศจรรย์!!!รักษาปรับสมดุลร่างกายได้เริ่มด้วย10คำสำคัญ]

108 views
Skip to first unread message

Supatra Ja

unread,
Jul 19, 2012, 4:36:09 AM7/19/12
to Kanittha Leepaiboon, jaru...@yahoo.com, yee yahoo.co.th, Ruedeewan Nantaratanapong/HCDS/CRG, nec...@googlegroups.com, P'LEK (MASCOT) sumana, คนหล่อ ป๋อง มาแย้ว, เฉลิมพล สายสุนทร

>
> ศึกษาเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีในภาพรวมได้ที่
>
> <http://www.daodexinxi.org/>
> http://www.daodexinxi.org/
>
> เทคนิคนี้เรียกว่าเต้าเต๋อซิ่นซีนะครับ
> สามารถช่วยปรับรักษาโรคได้อย่างไม่ยากขอแค่ตั้งใจ
> สามารถรักษาได้ทั้งตนเองและผู้อื่น
> การช่วยผู้อื่นสามารถทำได้ทั้งต่อหน้าและผ่านสื่อโทรศัพท์
> การช่วยกันสื่อถ่ายพลังงานยิ่งถ้าหลายๆคนในครอบครัวช่วยกันสื่อพร้อมกันยิ่งได้ผลการรักษาโรคเร็วมากๆเลยครับเลยอยากแนะนำให้ทุกคนลองฝึกกันครับ
>
> ฟังๆอาจดูเหมือนเกินจริงไปแต่อยากให้ได้ทดลองดูถึงจะรู้ด้วยตนเองครับ
>
> จริงๆหลักๆแล้ววิธีฝึกของเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีนั้นมี 8
> สาขาด้วยกันแต่สรุปลักษณะการฝึกได้ประมาณ6อย่างครับ
>
> 1.ขั้นตอนการใช้ซอฟต์แวร์ของการพัฒนาศักยภาพบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยตนเอง
>
> (โดยการใช้คำ10 คำ ว่า " ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี "
> และสั่งให้อาการของโรคหายพร้อมลงท้ายย้ำ กระตุ้น การรักษาว่า "ดี")
> อันนี้ง่ายมากๆครับทำได้จริงและทำให้ผู้อื่นได้ด้วย ถ้าทำให้ผู้อื่น
> ต้องเปลี่ยนประโยคเป็น
> " ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหนี่เต้าเต๋อซิ่นซี "
> และต้องรู้ชื่อ ที่อยู่ นามสกุล อายุ
> อาชีพเพื่อพูดนำก่อนส่งสื่อการรักษาให้เขาด้วยนะครับ
>
> ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อศึกษาสำหรับขั้นตอนการใช้
> ซอฟต์แวร์ของการพัฒนาศักยภาพบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บ(การใช้คำ10 คำ ว่า "
> ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี " ) ทุกท่านสามารถดูได้ตามLink
> ด้านล่างครับและควรศึกษานะครับเพื่อที่จะได้ทำได้ถูก ได้ผลเร็ว
>
> http://www.daodexinxi.org/view_content.php?conW_id=35&catW_id=10
>
> (เทคนิคนี้จุดเด่นคือเห็นผลเร็วและเวลาเราช่วยผู้อื่นเราแทบไม่เสียอะไรเลยนอกจากความเหนื่อยบ้างพอสมควรแต่ไม่ต้องไปรับส่วนโรคของเขามาครับเพราะเป็นการดึงพลังงานเต๋าในธรรมชาติมาใช้)
>
> 2.การออกกายบริหาร3ท่า
> 3.การรำมวย9ท่า
> 4.การออกกายบริหาร11ท่า
> 5.การฟังดนตรีบำบัด(การฟังคำบรรยาย+การส่งสื่อรักษาจากCDอาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ)
> 6. การนั่งสมาธิบำบัด(โดยฟังเพลงไปด้วย)
> 7.การช่วยเหลือสังคมและขัดเกลาตนเอง
>
> สำหรับคนที่อยากลองฟังดนตรีบำบัดลองกดตามไปที่
> Linkด้านล่างนะครับมีคุณหมอท่านนึงใจดีลงไว้ให้ คลิกตรงคลิปที่ว่า
> "สมาธิและการรับสื่อเต้าเต๋อซิ่นซี"ครับ
>
> http://pmr.raja.thaikm4u.com/blog/qi-kong/78
>
> ส่วนเรื่องการออกกายบริหาร3ท่าก็แนะนำให้ลองทำดูนะครับไม่น่ายากเกินไป(คลิกตรงคลิป
> กายบริหารเต้าเต๋อซิ่นซีครับ)
>
> หลายๆท่านอาจจะยังรู้สึกว่าoverไปรึเปล่ากับคำแค่10คำ+การออกคำสั่งอย่างถูกต้องช่วยบำบัดร่างกายได้
> แต่ผมอยากให้ท่านได้ลองอ่านประสบการณ์ผู้ฝึกเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี
> และหายจากโรคร้ายดูครับ(บางครั้งการตัดสินใจที่ถูกต้องจะพลิกชีวิตเราได้เลยนะครับ)
>
> ประสบการณ์มหัศจรรย์จากเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี
>
> http://www.daodexinxi.org/m_topic.php?catW_id=1
> http://www.gotoknow.org/blog/taotexinxi/158494
> http://www.balavi.com/webboard/QAview.asp?id=9248 (ความคิดเห็นที่4)
>
>
>
> ==============================================================================
>
> สรุป
> สำหรับเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีนั้นอยากให้ทุกคนลองฝึกและยึดกุมเทคนิคง่ายๆ2อย่างซึ่งก็คือ
>
> 1.ขั้นตอนการใช้ซอฟต์แวร์ของการพัฒนาศักยภาพบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยตนเอง(การใช้คำ10
> คำ ว่า " ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี "
> และสั่งให้อาการของโรคหายพร้อมลงท้ายย้ำ กระตุ้น การรักษาว่า "ดี")
>
> 2.การออกกายบริหาร3ท่า (http://pmr.raja.thaikm4u.com/blog/qi-kong/78)
>
>
> ลองดูนะครับรับรองว่าเทคนิกนี้ดีมากๆและใช้ได้ผลเร็วจริงๆครับ!!!
>
> คลิปที่ควรดูในการฝึกเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี
> <http://www.youtube.com/watch?v=ECTokxLWYtc>เต้าเต๋อซิ่นซีกายบริหาร3ท่า.mp4<http://www.youtube.com/watch?v=ECTokxLWYtc>;
> http://www.youtube.com/watch?v=ECTokxLWYtc
> เต้าเต๋อซิ่นซี เพลง7วัน.mp4 <http://www.youtube.com/watch?v=hAgIiQeu7SY>;
> http://www.youtube.com/watch?v=hAgIiQeu7SY
> เต้าเต๋อซิ่นซีเต้นรำ6ท่า.mp4 <http://www.youtube.com/watch?v=HKmyq3FaUUY>;
> http://www.youtube.com/watch?v=HKmyq3FaUUY
> เต้าเต๋อซิ่นซีรำมวย9ท่า.mp4 <http://www.youtube.com/watch?v=5WKB1sw_mvw>;
> http://www.youtube.com/watch?v=5WKB1sw_mvw
> เต้าเต๋อซิ่นซีอธิบายการนั่งสมาธิ.mp4;<http://www.youtube.com/watch?v=lqyRMVsmE8U>
> http://www.youtube.com/watch?v=lqyRMVsmE8U
>
>
> =======================================================
>
> ถ้าท่านใดลองใช้เทคนิกเต้าเต๋อซิ่นซีพัฒนาศักยภาพบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยตนเองด้วยการใช้คำ10
> คำ ว่า " ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี "
> แล้วประทับใจอยากศึกษาเต้าเต๋อซิ่นซีให้ละเอียดจนครบ8
> สาขาเพื่อสลายโรคร้ายให้หายไปท่านสามารถติดต่อได้ที่
>
>
> มูลนิธิเต้าเต๋อซิ่นซี [ แผนที่ <http://www.daodexinxi.org/map/Map26.jpg> ]
> 75/60 อาคารริชมอนด์ ชั้น 17 สุขุมวิท ซอย 26 แขวงคลองตัน
> เขตคลองเตย กทม. 10110
> โทร. 02 204 1531 -5 แฟกซ์ 02 204 1530
> http://www.daodexinxi.org/
>
> หรือถ้าท่านสนใจร่วมฝึกท่านสามารถติดต่อจุดรำมวยใกล้บ้านท่านตาม link
> ด้านล่างได้นะครับ(มีเบอร์โทรศัพท์สำหรับท่านที่ต้องการพูดคุยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้วยครับ)
> ในการไปขอฝึกรำมวยตามจุดต่างๆนั้นฟรี !!! ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดครับ
> ;ส่วนพวกอุปกรณ์พวกหนังสือหรือซีดีนั้นจะซื้อหรือไม่แล้วแต่ท่านครับไม่ได้มีการบังคับ^^
>
> จุดรำมวยใกล้บ้านท่าน <http://www.daodexinxi.org/exP.php?Page=1&txtsearch=>
> http://www.daodexinxi.org/exP.php?Page=1&txtsearch=
>
>
>
>
>
>
>
> ------------------------------
>
> ลงขั้นตอนการพัฒนาศักยภาพบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยตน
> เองไว้ให้สำหรับคนที่อยากอ่านเลยครับ
>
>
> ขั้นตอนซอฟต์แวร์ของการพัฒนาศักยภาพบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยตน
> เองนั้น มีประโยคคำสั่ง ชี้นำ 3 ข้อ การดำเนินตามคำสั่งชี้นำทั้ง 3 ข้อนี้
> ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่อเนื่องกันเป็นลำดับ
> ข้อที่ 1 คือ " การเชื่อมต่อ "
> ข้อที่ 2 คือ " การเลือกสรร "
> ข้อที่ 3 คือ " การร่วมกระตุ้น "
> *1. **การเชื่อมต่อ *สิ่งที่เรียก ว่าเชื่อมต่อคือ รหัส 10 คำ
> ทางด้านมหภาคเป็นการเชื่อมโยงระหว่างจุลจักรวาลร่างกายกับมหาจักรวาล
> ธรรมชาติเข้าด้วยกัน รหัส 10 คำนี้คือ "
> ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี " คำว่า " จ้าวเหล่าซือ "
> ในที่นี้หมายถึง การสร้างสรรค์ของธรรมชาติ
> ฟ้าดินและสรรพสิ่งล้วนแต่เป็นอาจารย์ของเรา
> มนุษย์เราต่างเป็นผลผลึกการสร้างสรรค์ของธรรมชาติฟ้าดิน
> การสร้างสรรค์ของธรรมชาติก็คือ เต๋าธรรมชาตินั่นเอง
> เต๋าธรรมชาติคือหลักการทั่วไปที่สุดและมรรควิธีการรับรู้โลกของเรา
> ประเทศใดบริหารตามกฎธรรมชาติ
> ประเทศนั้นก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองและเข้มแข็งเกรียงไกร
> ธุรกิจใดบริหารตามกฎธรรมชาติ
> ธุรกิจนั้นก็จะประสบความเจริญก้าวหน้าทั้งบุคลากรและทรัพย์สินเงินทอง
> และบุคคลใดที่ปฏิบัติตามกฎธรรมชาติ
> บุคคลนั้นก็จะมีชีวิตที่สุขสบายและมีบุคลิกที่ภูมิฐานสง่า
> รวมทั้งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบสุขเป็นอิสระชั่วชีวิต ดังนั้น
> เต๋าธรรมชาติก็คือปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาตินั่นเอง
> เต้าเต๋อซิ่นซีอยู่ที่ไหน
> เต้าเต๋อซิ่นซีนั้นมีอยู่ท่วมท้นทั้งภายในและภายนอกร่างกายของท่าน
> เต้าเต๋อซิ่นซี คล้ายอากาศธาตุ ท่านมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น
> แต่ดำรงอยู่ทางภววิสัย เป็นวัตถุมีลักษณะเคลื่อนไหวตามความบันดาลใจชนิดหนึ่ง
> ยามที่ท่านต้องการและเรียกหา เขาก็จะมาช่วยเหลือท่าน ท่านชอบเต๋อ (คุณธรรม)
> เต๋อ (คุณธรรม) ก็ชอบท่าน ซึ่งตรงกับคัมภีร์ << เต้าเต๋อจิง >>
> ของท่านเหลาจื่อที่กล่าวไว้ว่า " ผู้มีคำพูดและการกระทำสอดคล้องกับ ' เต๋า ' '
> เต๋า ' ยินดีช่วยเหลือเขา ผู้มีคำพูดและการกระทำพร้อม ' เต๋อ (คุณธรรม) ' '
> เต๋อ (คุณธรรม) ' ก็ยินดีสรรเสริญเชิดชูเขาเช่นกัน "
> เต้าเต๋อซิ่นซีเป็นต้นกำเนิดการเจริญเติบโตของสรรพสิ่งในจักรวาล
> อันรูปลักษณ์นั้นใหญ่สุดใหญ่ เล็กสุดเล็ก
> คัมภีร์ << เต้าเต๋อจิง >> ของท่านเหลาจื่อ พระไตรปิฎกของพระพุทธเจ้า
> ตลอดจนทฤษฎีของพระเยซูและมะหะหมัด
> ต่างได้ให้มรรควิธีแก่เราในการรับรู้โลกและเสาะหาจักรวาล
> ท่านเหล่านั้นหวังให้เราซึ่งเป็นบุตรหลานชนรุ่นหลังควรเสาะหาและศึกษาค้น
> คว้าความลี้ลับของจักรวาลติดต่อกันไป เพื่อให้พฤติกรรมในตัว
> มนุษย์มีจังหวะก้าวเดียวกับกฎธรรมชาติของจักรวาล
> และด้วยมีความจริงมากมายที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผู้ใดฝ่าฝืน กฎธรรมชาติ
> ผู้นั้นย่อมจักต้องได้รับการลงโทษจากกฎธรรมชาติ ดังที่ท่านเหลาจื่อได้
> กล่าวไว้ว่า " พฤติกรรมของมนุษย์ต้องปฏิบัติตามกฎแห่งดิน
> พฤติกรรมของดินต้องปฏิบัติตามกฎแห่งฟ้า
> พฤติกรรมของฟ้าต้องปฏิบัติตามกฎแห่งเต๋า พฤติกรรมของ ' เต๋า '
> ย่อมต้องปฏิบัติตามกฎแห่งธรรมชาติ "
> นี่เป็นหลักเกณฑ์ใหญ่หลักหนึ่งของจักรวาลที่เชื่อมโยงฟ้าดินและมนุษย์ ดังนั้น
> ประสิทธิภาพของเต้าเต๋อซิ่นซีนั้นอเนกอนันต์ไร้ที่สิ้นสุด
> การศึกษาปฏิบัติเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีจะต้องใช้คำว่า " ฉิ่ง " (ขอ) คำว่า "
> ฉิ่ง " นี้เป็นภาวะที่อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำ แต่มีบางคนไม่ยอมลดตัวให้ต่ำ
> ความจริงตำแหน่งที่ต่ำนั้นเป็นลักษณะเฉพาะของเต๋า มหาสมุทรมี
> ตำแหน่งอยู่ในที่ต่ำที่สุด ไม่มีความสูงชันเช่นภูเขา
> ไม่มีการล่องลอยดูสง่างามเช่นก้อนเมฆ
> แต่มหาสมุทรสามารถรองรับน้ำทั่วทั้งโลกได้ ควบคุมการเจริญเติบโตของสรรพสิ่ง
> มหาสมุทรมีความกว้างใหญ่ไพศาลและลุ่มลึกมาก
> แม้รองรับน้ำจนเต็มเปี่ยมก็ไม่เคยพึงพอใจตัวเอง
> มีความเรียบง่ายเช่นเดียวกับลักษณะประจำตัวของท้องฟ้าสีคราม
> ไอน้ำที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ากลั่นตัวเป็นน้ำทิพย์พรั่งพรมลงสู่พื้นปฐพี
> ทำให้สรรพสิ่งเปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวา มหาสมุทรนั้นแม้จะอยู่ในที่ต่ำ
> แต่ความจริงแล้วมีความสง่างามที่สุด
> ตำแหน่งที่ต่ำของมหาสมุทรซึ่งท่านเหลาจื่อกล่าวถึงนั้น
> มีคุณค่าแก่การชี้แนะไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารประเทศหรือบำเพ็ญตน
> เราศึกษาปฏิบัติเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีจะต้องเตรียมพร้อมให้มีท่วงทำนองเหมือน
> ดั่งทะเลมหาสมุทรเสียก่อน เช่นนี้ แล้วเมื่อไรที่เรา " เชิญ "
> เต้าเต๋อซิ่นซีจะมาทันที คำว่า " ฉิ่ง (เชิญ) " มีภาวะที่เคารพนบนอบ
> ไม่ว่าท่านจะอยู่แห่งหนตำบลใด ไม่ว่าท่านจะอยู่สุดหล้าฟ้าเขียว
> หากท่านท่องคำว่า " ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี " เท่านั้น
> เต้าเต๋อซิ่นซีก็จะอยู่ข้างกายท่าน
> เพราะลำแสงของเต้าเต๋อซิ่นซีส่องไปทั่วทุกซอกทุกมุมของพื้นที่จักรวาล
> มีอยู่ตลอดเวลาและทุกสถานที่ กระบวนการเชื่อมต่อก็คือ
> กระบวนการรับและขยายให้ใหญ่ขึ้น รหัสคำเชื่อมต่อ 10
> คำนี้คือกุญแจทองชุดหนึ่งที่ไขสู่ศักยภาพบำบัดรักษาโรคซึ่งมีอยู่ในร่างกาย
> แล้ว รหัส 10 คำนี้เป็นสะพานเชื่อมสู่นภากาศ
> ซึ่งสามารถนำพาพลังงานจากบรรดาดวงดาวในจักรวาลเข้ามา
> ก้าวสู่วิถีที่ยิ่งใหญ่แห่งแสงสีทองของ " ฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง "
> หากเราไม่ชักนำเต้าเต๋อซิ่นซีในจักรวาลเข้ามา
> เปรียบเสมือนเราต้องรวบรวมเงินทุนมาทำธุรกิจเอง กำลังจึงไม่แข็งแกร่ง
> แต่เมื่อชักนำแหล่งพลังงานจากจักรวาลเข้ามาแล้ว
> ย่อมเปรียบได้กับการทำธุรกิจร่วมทุนระหว่างประเทศ
> อาศัยกำลังเงินทุนต่างชาติมาเร่งพัฒนาตนเอง ฉะนั้น
> เทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีเหลาจื่อเป็นการขุดหาศักยภาพการบำบัดรักษาโรคภัยไข้
> เจ็บด้วยถ้อยคำภาษาที่มีอยู่แล้วในร่างกาย
> *2. การเลือกสรร *สิ่งที่เรียกว่า การเลือกสรรนั้นคือ
> เลือกสรรซิ่นซีที่สามารถช่วยเหลือท่านขจัดความทุกข์ทรมานทางด้านจุลภาค
> การเลือกสรรซิ่นซีคือการยึดถือมรรควิธีที่ว่า "
> การคิดทวนวิถีสามารถเปลี่ยนแปลงการดำรงอยู่ได้ " เป็นสิ่งชี้นำ
> *ตัวอย่าง *คนคนหนึ่งมีอาการปวดที่ตับเนื่องจากมี เนื้องอกที่ตับ ดังนั้น
> การเลือกสรรถ้อยคำภาษาการคิดทวนวิถีก็คือ "
> ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี " (นี่คือการเชื่อมต่อ) "
> ขอให้เนื้องอกบริเวณตับของฉันจงสลายไป ตับจงไม่ปวดและทำหน้าที่เป็นปกติ "
> (นี่คือการเลือกสรร)
> หากคนคนหนึ่งมีอาการมึนศีรษะ เวียนศีรษะและปวดศีรษะ
> เนื่องจากโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้น การเลือกสรรถ้อยคำภาษาการคิดทวนวิถีก็คือ
> " ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี " (นี่คือการเชื่อมต่อ) " ขอให้
> ความดันโลหิตของฉันจงเป็นปกติ ศีรษะจงไม่มึนไม่เวียนและไม่ปวด "
> (นี่คือการเลือกสรร)
> หากคนคนหนึ่งปวดฟันที่ขากรรไกรซ้ายบนเนื่องจากเหงือกอักเสบ ดังนั้น
> การเลือกสรรถ้อยคำภาษาการคิดทวนวิถีก็คือ "
> ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี " (นี่คือการเชื่อมต่อ) "
> ขอให้โรคเหงือกอักเสบของฉันจงสลายหายไป ฟันขากรรไกรซ้ายบนจงไม่ปวด "
> (นี่คือการเลือกสรร)
>
> * *หลักการของการเลือกสรรสื่อ *
> หลักการของการเลือกสรรสื่อมี 3 ข้อ คือ
> ข้อที่ 1 คือ หลักการบำบัดตามอาการ ข้อที่ 2 คือหลักการบำบัดที่ต้นเหตุ ข้อที่
> 3 คือ หลักการปรับความสมดุลทั่วร่างกาย
> *ตัวอย่าง *คนคนหนึ่งมีกระดูกงอกที่หัวเข่าขวา เป็นเหตุให้ปวดข้อเข่า
> กระทบกระเทือนต่อการเดินเหินตามปกติ ดังนั้น สื่อที่เลือกสรรคือ "
> ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี " (นี่คือการเชื่อมต่อ) "
> ข้อเข่าขวาจงไม่ปวด " (นี่คือสื่อการคิดทวนวิถีบำบัดรักษาตามอาการ) "
> ขอให้กระดูกงอกที่หัวเข่าขวาของฉันจงสลายหายไป "
> (นี่คือสื่อการคิดทวนวิถีบำบัดรักษาที่ต้นเหตุ) " จงเดินเหินได้ดี
> เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วเป็นปกติ "
> (นี่คือสื่อการคิดทวนวิถีปรับความสมดุลทั่วร่างกาย)
> *อีกตัวอย่างหนึ่ง *ผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ
> คนหนึ่งมีอาการปวดที่บริเวณหัวใจ แน่นหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
> และแขนขาไม่มีแรง เป็นต้น ดังนั้น สื่อที่เลือกสรรคือ "
> ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี " (นี่คือการเชื่อมต่อ) "
> ขอให้บริเวณหัวใจของฉันจงไม่ปวด จงไม่แน่นหน้าอก ใจจงไม่สั่น
> หัวใจจงเต้นเป็นปกติ " (นี่คือสื่อการคิดทวนวิถีบำบัดรักษาตามอาการ) "
> โรคหลอดเลือดหัวใจจงสลายหายไป "
> (นี่คือสื่อการคิดทวนวิถีบำบัดรักษาที่ต้นเหตุ) " แขนขาจงมีแรง
> ร่างกายจงแข็งแรง " (นี่คือสื่อการคิดทวนวิถีปรับความสมดุลทั่วร่างกาย)
> *อีกตัวอย่างหนึ่ง *คนคนหนึ่งป่วยด้วยโรคเบาหวาน
> เป็นเหตุให้น้ำตาลในเลือดและปัสสาวะสูง นัยน์ตาพร่ามัวและเดินเหินไม่มีแรง
> ดังนั้น สื่อที่เลือกสรรคือ " ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี "
> (นี่คือการเชื่อมต่อ) " ขอให้ดวงตาของฉันจงแจ่มใส "
> (นี่คือสื่อบำบัดรักษาตามอาการ) " น้ำตาลในเลือดและปัสสาวะจงเป็นปกติ
> โรคเบาหวานจงสลายหายไป " (นี่คือสื่อบำบัดรักษาที่ต้นเหตุ) " เดินเหินจงมีแรง
> ร่างกายจงแข็งแรง " (นี่คือสื่อปรับความสมดุลทั่วร่างกาย)
> สิ่งเหล่านี้คือการยึดหลักของ " การคิดทวนวิถีสามารถเปลี่ยนแปลงการดำรงอยู่ได้
> " มาเลือกสรรถ้อยคำ ภาษาที่ทวนวิถีการคิด
> มรรควิธีที่ปฏิรูปการคิดในส่วนลึกของวิญญาณเราชนิดนี้ ก็คือ
> วัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาของจีนซึ่งได้กล่าวไว้ว่า "
> คล้อยตามกระแสเป็นเรื่องธรรมดา ทวนวิถีสิไม่ธรรมดา "
> ซึ่งเป็นการพรรณนาภาพการประยุกต์ใช้ที่เป็นจริงในชีวิตจริงๆ ของเราทุกวันนี้
>
> *2.2 ข้อมูลพื้นฐานของเต้าเต๋อซิ่นซี *
> ข้อมูลพื้นฐานของเต้าเต๋อซิ่นซีคือ ถ้อยคำภาษา
> อันถ้อยคำภาษามีลักษณะพิเศษจำเพาะคือ โครงสร้าง การแบ่งงานและพลังงาน
> ถ้อยคำภาษาที่ดีงามย่อมนำพาโชคแด่ท่าน ด้วยเหตุนี้
> การพูดจาดีและทำแต่เรื่องดีงามเป็นประจำ
> ผู้ที่ได้รับคุณประโยชน์มากที่สุดก็คือ *ตัวเอง *การเสริม
> ฝึกอบรมคุณภาพทางถ้อยคำภาษาสามารถยกระดับวิญญาณของตนได้
> ท่ามกลางการศึกษาปฏิบัติเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี
> พัฒนาศักยภาพบำบัดรักษาโรคในร่างกาย เรามักจะพบว่า
> ผู้ที่ไม่ใส่ใจเรื่องตรรกะของถ้อยคำภาษาย่อมได้ผลไม่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น
> เมื่อป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ จะปวดกระเพาะอาหารและอาเจียนบ่อยๆ
> มีคนจำนวนไม่น้อย เลือกสรรสื่อว่า " ฉิ่ง จ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อซิ่นซี (
> ผิดแล้ว เพราะท่องรหัสเพียง 8 คำ
> นี่เหมือนกับกดหมายเลขโทรศัพท์ผิดย่อมโทรไม่ติดเป็นเรื่องธรรมดา ) บ้างพูดว่า
> ขอให้กระเพาะอาหารของฉันอักเสบดี ปวดกระเพาะอาหารดี อาเจียนดี ( ผิดแล้ว
> เป็นความผิดด้านตรรกะทางภาษา กระเพาะอาหารอักเสบจะดีได้อย่างไร
> กระเพาะอาหารอักเสบเป็นปรากฏการณ์ไม่ดีที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวด
> การเลือกสรรสื่อที่ถูกต้องควรต้องเป็น "
> ฉิ่งจ้าวเหล่าซือเก๋ยหว่อเต้าเต๋อซิ่นซี (รหัส 10 คำ เป็นการเชื่อมต่อ) "
> ขอให้กระเพาะอาหารของฉันจงไม่ปวด และไม่อาเจียน "
> (นี่เป็นสื่อการคิดทวนวิถีบำบัดตามอาการ) " จงหายจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ "
> (นี่เป็นสื่อการคิดทวนวิถีบำบัดที่ต้นเหตุ) "
> ขอให้กระเพาะอาหารจงทำหน้าที่ปกติ " (สื่อปรับความสมดุลทั่วร่างกาย)
> ยังมีบางท่านพูดว่า ขอให้ฉันจงมีความดันโลหิตสูงดี ปวดหัวดี
> มีมะเร็งในกระเพาะอาหารดี... ล้วนเป็นการสรรเสริญชมเชยโรคภัยไข้เจ็บ
> ถ้อยคำภาษาที่เลือกสรรนั้นมีความผิดทางด้านตรรกะล้วน ๆ
> จำต้องปรับปรุงให้ถูกต้อง
> ด้วยเหตุนี้ เราเห็นว่า โรคภัยไข้เจ็บของมนุษย์มากมายที่มีสาเหตุจากจิต
> และโรคเรื้อรังรักษายากมากมายของมนุษย์ล้วนแต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความ
> วุ่นวายสับสนทางความคิด และทางภาษาของตัวมนุษย์เองทั้งสิ้น
> เช่นเดียวกับเหตุผลที่ว่า ปลูกถั่วได้ถั่ว ปลูกงาได้งา
> และภาษาที่แตกต่างกันจะนำมาซึ่งผลที่ไม่เหมือนกัน
> เมื่อเข้าใจเหตุผลที่โรคภัยไข้เจ็บมีส่วนเกี่ยวข้องกับถ้อยคำภาษา
> และการคิดของมนุษยชาติแล้ว เราหันกลับมาดูอีกครั้งว่า
> การเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องเลวร้าย มนุษย์กินอาหารธัญเบญจก
> จึงเป็นเรื่องยากที่จะไม่เจ็บไข้ได้ป่วยตลอดไป
> แต่เราสามารถอาศัยจังหวะช่วงเวลาพักรักษาตัวมาปรับการคิดของตัวเองใหม่สัก
> ครั้ง เสริมการฝึกฝนเต้าเต๋อของตนเอง เปลี่ยนเรื่องที่เลวร้ายให้เป็นเรื่องดี
> อันที่จริงชีวิตก็คือมีด้านที่เป็นปฏิปักษ์และด้านที่อาศัยและส่งเสริมซึ่ง
> กันและกัน เช่น มีชายก็ต้องมีหญิง มีเจริญก็มีเสื่อม
> มีความถูกต้องก็ต้องมีความผิดพลาด มีด้านตรงก็มีด้านกลับ
> และมีการเกิดก็ต้องมีการดับ...
> สะท้อนอยู่ในการคิดของสมองใหญ่ซึ่งมีทั้งการคิดแบบ " เต๋า " และการคิดแบบ "
> มาร " การคิดแบบ " เต๋า " เป็นด้านที่สว่าง ส่วนการคิดแบบ " มาร "
> เป็นด้านที่มืด การคิดแบบ " เต๋า " มีจิตใจที่สูงส่งดีงาม ส่วนการคิดแบบ " มาร
> " นั้นย่อมมีจิตสำนึกที่ท้อแท้ หมดกำลังใจ การคิดของคนปกติมีภาวะที่แข็งแรง
> หยินและหยางจะมีความสมดุล หากการคิดของเรามีหยินอยู่ในฐานะชี้นำหลัก
> ร่างกายจะสูญเสียความสมดุล จะมีอาการไม่สบาย
> ระบบควบคุมในร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนภัยโดยอัตโนมัติ
> ภาวะที่มีระบบระเบียบในร่างกายเราจะแปรเปลี่ยนเป็นภาวะที่ไร้ระบบระเบียบ
> เมื่อเกิดภาวะไร้ความเป็นระเบียบจะเป็นวันที่เกิดโรคภัยไข้เจ็บ
> วันที่เกิดโรคภัยไข้เจ็บก็เป็นวันเวลาที่เราต้องแก้ไขการคิดที่สับสนให้ถูก
> ต้อง เป็นเวลาที่ต้องทำการปรับเปลี่ยนการคิด ถ้อยคำภาษา
> ทฤษฎีการรับรู้และมรรควิธีของตนให้ถูกต้อง
> ถ้าดูการคิดแบบ " มาร " จากวิภาษวิธี ซึ่งมีวิธีดูง่ายๆ คือ
> เพียงแค่สร้างการคิดแบบ " เต๋า " ขึ้นในทางความคิดเท่านั้น ให้การคิดแบบ "
> เต๋า " อยู่ในฐานะชี้นำ การคิดแบบ " มาร " จะถอยลงโดยอัตโนมัติ
> มีแต่สร้างภาพลักษณ์ของตนให้มีความรุ่งโรจน์และสูงสง่าเท่านั้น
> เต้าเต๋อซิ่นซีจึงจะมีความสว่างไสวเจิดจ้า ปรับตัวเข้ากับทุกคน
> และส่องสว่างถึงร่างกายทุกท่านได้ ไปถึงดินแดนแห่งเสรีภาพของ "
> ฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง " เพราะในคัมภีร์ << เต้าเต๋อจิง >> ท่านเหลาจื่อกล่าวไว้ว่า
> " ใช้เต๋ากล่อมเกลาคนทั่วแผ่นดิน แม้ภูตผีปีศาจก็ไม่อาจสำแดงฤทธิ์เดช "
> ด้วยเหตุนี้ ความขัดแย้งนั้นก็แปรเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ
> รูปแบบการแปรเปลี่ยนก็คือ " ทวนวิถีคือการเคลื่อนไหวของเต๋า "
> ก็คือการคิดทวนวิถีนั่นเอง ทรรศนะ "
> การคิดทวนวิถีสามารถเปลี่ยนแปลงการดำรงอยู่ได้ "
> นี้ต้องเชื่อมโยงกับการศึกษาปฏิบัติเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี
> พัฒนาศักยภาพซอฟต์แวร์ในร่างกาย อันเป็นเส้นทางหลักตั้งแต่ต้นจนจบเส้นหนึ่ง
> ซึ่งเราจักต้องให้ความสนใจ
> *3. การร่วมกระตุ้น *สิ่งที่เรียกว่าร่วมกระตุ้น นั้นคือ
> นำขั้นตอนถ้อยคำภาษาที่เรียบเรียงไว้เรียบร้อยแล้ว ท่องเป็นเวลา 8 นาทีแล้ว
> ให้พูดคำว่า " ดี " ด้วยความแน่วแน่หนักแน่น มีกำลังวังชาและรวดเร็ว
> คำว่า " ดี " เป็นเครื่องหมายจุดจบประโยคซึ่งแสดงว่า
> ขั้นตอนการดำเนินเชิงคำสั่งชี้นำของเทคนิคซอฟต์แวร์ที่เราพัฒนาศักยภาพบำบัด
> รักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยตัวเองนั้นได้เสร็จสิ้นแล้ว
> ตัวอักษร " ดี " นี้ สามารถอธิบายตามความหมายของตัวอักษรว่า
> เป็นเต๋าซึ่งประกอบกันขึ้นใหม่โดย
> หยินและหยางพ้องประสานกันก็ก่อเกิดความกลมกลืนใหม่
> ซึ่งก่อให้เกิดหนึ่งหญิงหนึ่งชาย หนึ่งหยินหนึ่งหยาง หนึ่งปะทะหนึ่งปรองดอง
> คำว่า " ดี "
> สามารถให้เราสัมผัสความรู้สึกว่าสื่อที่ตนเลือกสรรนั้นไปถึงตำแหน่งเป้าหมาย
> หรือไม่
> การวินิจฉัยและชี้ขาดสื่อที่เลือกสรรด้วยตนเองว่าสามารถไปถึงเป้า
> หมายหรือไม่นั้น มีคำตอบอันเป็นมาตรฐานอยู่ 3 คำตอบ
> ซึ่งสามารถอาศัยสภาพที่แตกต่างกันมาทำการเลือกสรรแยกแยะประเภทดังนี้
> * หายเป็นปกติแล้วหรือไม่ปวดแล้ว
> แสดงว่าการเลือกสรรถูกต้องแม่นยำจะปรากฏสภาพที่ปรับตัว เข้ากับสถานการณ์ได้
> * ไม่หายหรือว่ายังปวดอยู่ แสดงว่าสื่อยังไปไม่ถึงเป้าหมาย
> จะปรากฏสภาพที่ยังไม่ได้พัฒนา
> * ดีกว่าเก่าหรือว่าดีขึ้น แสดงว่าจะต้องใช้ความพยายามในเรื่องปริมาณ
> จะปรากฏสภาพที่กำลังเคลื่อนไหว
> เราไม่พูดคำว่า " ดีขึ้นเล็กน้อย " " ดีขึ้นบ้าง " เด็ดขาด
> เพราะเป็นคำที่มีลักษณะจำกัดและกำหนดปริมาณ
> จนผลสุดท้ายก็เพียงแต่ดีขึ้นเล็กน้อยและดีขึ้นบ้างเท่านั้น
> จงอย่าลืมว่าภาษาและวรรณคดีจีนนั้นมีข้อดีเด่นที่มีโครงสร้างอันละเอียดและ
> เข้มงวด มีการแบ่งงานอย่างสมเหตุสมผลและมีพลังงานอันมหาศาล
> ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นการแนะนำธรรมวิถีที่สะดวกเรียบง่าย
> และใช้ได้ผลชนิดหนึ่ง ก็คือ เทคนิคซอฟต์แวร์
> พัฒนาศักยภาพบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ตนเอง
> เราสามารถบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บในร่างกายของเราเองได้หรือ
> แล้วเราก็สามารถช่วยตัวเองได้หรือ ไม่ว่าจะเป็นสัจธรรมหรือคำวิจารณ์ที่ไร้สาระ
> ล้วนแต่ต้องผ่านการยอมรับจากการทดสอบของภาคปฏิบัติทั้งสิ้น
> เพราะภาคปฏิบัติเป็นมาตรฐานหนึ่งเดียวของการพิสูจน์สัจธรรมเท่านั้น
> ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านมาทำภาคปฏิบัติ
> ผู้ที่มีความกล้าหาญมาทำภาคปฏิบัตินั้นโดยทั่วไปมักจะเป็นนักจินตนาการ
> นักเสาะหาและผู้ที่ทำงานจริงจังทั้งสิ้น เชื่อมั่นว่า
> ความสำเร็จย่อมจะตกแก่ผู้กล้าหาญที่มีจิตใจเป็นผู้บุกเบิกแน่นอน
>
>
> วิธีปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมของเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี
> โดยการอาศัยถ้อยคำภาษาปรับดุลยภาพด้วยตนเองมาบรรลุถึงการเปลี่ยนแปลงร่างกาย
> ให้เกิดความสมดุลเข้ากับธรรมชาติ
> หากเราทุกท่านต่างพัฒนาศักยภาพบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยตนเองได้
> จะสามารถช่วยชาติ ส่วนรวมและตัวเองประหยัดค่ารักษาพยาบาลได้
> สามารถหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงของยา เสริมสุขภาพให้แข็งแรง มีอายุยั่งยืน
> จิตใจอิ่มเอิบ โถมตัวสู่การงานเต็มที่ทั้งกายและใจ
> สร้างคุณประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ
> มีความสุขสันต์เช่นนี้แล้วเหตุไฉนเราไม่ทำกันเล่า
> ทุกวันนี้เรานำเต๋าธรรมชาติซึ่งต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในการ
> ศึกษาปฏิบัติเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีเหลาจื่อ
> มาขยายถึงภาคปฏิบัติด้วยการพัฒนาศักยภาพซอฟต์แวร์ในร่างกาย
> ซึ่งเป็นการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างปรัชญาเหลาจื่อกับมวลประชามหาชนให้ถึง
> กันและกัน
> เหตุใดการคิดทวนวิถีจึงสามารถเปลี่ยนแปลงการดำรงอยู่ของโรคภัยไข้เจ็บได้ เล่า
> เพราะว่าการคิดก็เป็นวัตถุชนิดหนึ่ง
> การคิดเป็นผลผลิตที่จำต้องมีท่ามกลางการพัฒนาชีวิต
> การคิดเป็นรูปแบบหนึ่งของการแลกเปลี่ยนสื่อข้อมูลระหว่างชีวิตกับสังคมภาย นอก
> การคิดกับชีวิตมีความ สัมพันธ์ต่อกัน ส่วนปรากฏการณ์อันลี้ลับนั้น
> เราควรต้องเป็นฝ่ายไปค้นคว้าศึกษาสืบเสาะด้วยตนเอง
> พยายามค้นหากฎเกณฑ์ที่มีลักษณะจำต้องเป็นท่ามกลางเรื่องบังเอิญทั้งหลาย
> เมื่อค้นพบโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวแล้วดำเนินการปฏิบัติด้วยจิตสำนึก
> เพราะว่าเรื่องลี้ลับมิได้เท่ากับว่าเป็นเรื่องเหลวไหล
> เทคนิคของโทรทัศน์และการสื่อสารของทุกวันนี้
> ก็คือตาทิพย์และหูทิพย์ซึ่งได้พรรณนาไว้ในวัฒนธรรมโบราณ
> จินตนาการในวันนี้อาจจะเป็นเรื่องจริงในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้
> การศึกษาปฏิบัติเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีนั้น จะต้องได้รับความร่วมมือทั้งสองฝ่าย
> การเรียนรู้ที่มีภาวะจิตแตกต่างกันจะก่อเกิดผลที่ไม่เหมือนกัน
> เช่นเดียวกับเหตุผลที่ว่า มีอาจารย์ท่านหนึ่งสอนนักเรียนอยู่หลายสิบ คน
> มีนักเรียนบางคนสอบได้ 100 คะแนน บางคนก็สอบตก
> เช่นเดียวกับการไปรายงานตัวและลงทะเบียนที่มหาวิทยาลัยนั้น เพียงแต่แสดงว่า
> ท่านได้เป็นนักศึกษาเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า
> ท่านสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแล้ว หากต้องการรับปริญญาบัตรสำเร็จการศึกษา
> หรือปริญญาบัตรสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต
> ท่านจะต้องพยายามทุ่มเทและขยันหมั่นเพียร
> ข้าพเจ้าเชื่อมั่นในคำพูดที่เขากล่าวไว้ว่า " ผู้ที่มีความตั้งใจ
> ย่อมประสบความสำเร็จ " และยิ่งเชื่อมั่นในคำพูดที่ว่า "
> ผู้มีความมุ่งมั่นและแน่วแน่สามารถเอาชนะความยากลำยากทั้งปวงได้ "
> การศึกษาและการปฏิบัติเปรียบเสมือนหนึ่งหยินหนึ่งหยาง
> และการศึกษาและการปฏิบัติก็คือเต๋านั่นเอง


untitled-[2]
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages