เรียน สื่อมวลชนทุกๆท่าน
ผมมีเรื่องด่วนจะเรียนให้ทราบ และต้องการขอความร่วมมือจากพ่อแม่พี่น้อง สื่อ
แขนงต่างๆ และ เพื่อนๆชาวตะวันออกและภาคีต่างๆที่มีหรือรู้จักสื่อที่เกี่ยวข้อง
ครับ . ช่วยกระจายข่าวนี้ไปโดยเร่งด่วน .. เราอยากให้สื่อทั้งท้องถิ่น ภูมิภาค
และ ระดับประเทศ มาเป็นสักขีพยานและทำข่าวเยอะๆ ครับ
เรื่อง การขอยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ดำเนินการเร่งรัด
การบังคับใช้ผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว และชลบุรี
เนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่ม
ประชาชนภาคตะวันออกจากจังหวัดระยอง สระบุรี และปราจีนบุรี จำนวนประมาณ 900 คน
เดินทางมาร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งรัดการประกาศใช้ผังเมืองรวมใน
จังหวัดดังกล่าวข้างต้นโดยเร็ว เนื่องจากความล่าช้าได้ก่อให้เกิดช่องว่างของ
กฏหมายในการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนในพื้นที่
แต่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตยะ รองเลขาธิการนายก
รัฐมนตรี เป็นผู้มารับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวแทน และได้กล่าวกับกลุ่มผู้
ชุมนุมว่าจะเร่งรัด ให้มีการประกาศใช้โดยเร็ว โดยขอเวลา 45 วัน นับตั้งแต่วัน
ที่รับหนังสือ คือวันที่ 13 ธันวาคม 2554 และต่อมาได้มีหนังสือแจ้งไปยังเครือ
ข่ายปกป้องเขตอนุรักษ์พิทักษ์ปราจีนบุรี ได้รับทราบตรวจสอบแก้ไข ตามความเห็น
ของคณะกรรมการกฤษฏีกา และจัดทำร่างกฎกระทรวง ฯ ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบความ
ถูกต้องแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2555 แล้ว
เช่นเดียวกับปัญหาในปราจีนบุรี ผลกระทบจากการประกาศผังเมืองล่า
ช้าในเขตจังหวัดภาคตะวันออก โดยเฉพาะในจังหวัดสระแก้วและชลบุรี ก็ทำให้เกิดช่อง
ว่างของกฎหมายในการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนใน
พื้นที่ ภาคีเครือข่ายประชาชนของทั้งสามจังหวัดที่กล่าวมาข้างต้น (ปราจีนบุรี
สระแก้ว และชลบุรี) ได้พยายามติดตามการบังคับใช้ผังเมืองรวมของทั้งสามจังหวัด
คือปราจีนบุรี สระแก้ว และชลบุรี มาโดยตลอด เนื่องจากความล่าช้าของการประกาศใช้
ผังเมืองรวมได้ก่อให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนขึ้นในพื้นที่อย่างมากมาย อาทิเช่น
การกว้านซื้อที่ดินเพื่อการพัฒนาให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอุตสาหกรรมใน
พื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตเกษตรกรรมและเขตชุมชนตามแบบผังเมืองใหม่ที่ยังไม่
ได้มีการประกาศใช้อันเนื่องจากความล่าช้าดังที่กล่าวเอาไว้ข้างต้น
ภาคีเครือข่ายประชาชนฯได้ติดตามการประกาศใช้ จนทราบว่าการ
ดำเนินการของจังหวัดปราจีนบุรีอยู่ในขั้นตอนที่ 23 การดำเนินการของจังหวัด
สระแก้วและชลบุรีอยู่ในขั้นตอนที่ 20 จากทั้งหมด 24 ขั้นตอน โดยเฉพาะผังเมือง
รวมของจังหวัดปราจีนบุรีนั้นเหลือเพียงรอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนาม
ในประกาศกฎกระทรวงฯ เพื่อจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น ซึ่งความล่าช้าจาก
45 วัน ตามที่รับปากไว้ จนบัดนี้นั้น เป็นการล่าช้าเกินสมควร และได้ส่งผลเสีย
หายอย่างมากมาย ดังได้กล่าวแล้ว ดังนั้นจึงใคร่ขอให้เร่งรัดและประกาศบังคับใช้
ผังเมืองรวมของจังหวัดปราจีนบุรีให้เป็นตัวอย่างของความเอาจริงเอาจังที่จะปก
ป้องสิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดินที่สอดคล้องกับบริบทและเจตนารมณ์ของประชาชนใน
พื้นที่ รวมทั้งเร่งรัดให้ขั้นตอนการประกาศใช้ผังเมืองรวมของจังหวัดสระแก้วและ
จชลบุรีนั้นเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเพื่อปกป้องและคุ้มครองสิทธิของประชาชนใน
พื้นที่ตามเจตนารมณ์ของการพัฒนาอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11
ทางภาคีเครือข่ายประชาชนฯได้มีมติร่วมกันที่จะเดินทางเข้าไป
ยื่นหนังสือร้องเรียนโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ดำเนินการเร่งรัดการบังคับ
ใช้ผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว และชลบุรี ตามเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้น
ในวันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 10.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล
หลังจากยื่นหนังสือแล้ว หากภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน ศกนี้ ยังไม่มีการประกาศ
ใช้ผังเมืองรวมของจังหวัดปราจีนบุรี และการเร่งรัดที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนของ
ผังเมืองรวมจังหวัดสระแก้วและจังหวัดชลบุรี (โดยยึดถือเอกสารที่เป็นลายลักษณ์
อักษรจากทาง นายกรัฐมนตรี เป็นหลัก) ทางภาคีเครือข่ายประชาชนทั้งสามจังหวัดก็
จะมีมาตรการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นในลำดับต่อไป
สุดท้ายนี้ ทางภาคีเครือข่ายประชาชนของทั้งสามจังหวัดจึงอยากจะ
ขอเรียนเชิญผู้สื่อข่าวทุกๆสำนัก ทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อ
ออนไลน์ต่างๆ ได้เข้าร่วมในเหตุการณ์และเป็นประจักษ์พยานการยื่นหนังสือถึงนายก
รัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 10.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล
โดยพร้อมเพรียงกัน
ด้วยจิตคารวะ
อาจารย์เขียว
(ดร. สมนึก จงมีวศิน)
ผู้ประสานงาน ภาคีเครือข่ายประชาชนจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว และชลบุรี
โทร 0816486630
อีเมล somn...@hotmail.com