--- On Thu, 17/3/11, Chantichaya Rinmukda <chantichay...@seagate.com> wrote:
From: Chantichaya Rinmukda <chantichay...@seagate.com> Subject: Fwd: Fw: เรื่องเล่าดีๆ จากญี่ปุ่น To: bm4...@gsb.or.th, borwo...@yahoo.com, chan...@cementhai.com, "Chanika" <chan...@yahoo.com>, Chantichay...@seagate.com, "Chavarat Songsoontorn" <csongs...@hotmail.com>, chayada...@hotmail.com, "Chirasak Sunorakum" <chira...@ttc.toshiba.co.th>, "chutikan" <deep...@chaiyo.com>, dee...@yahoo.com, "Jiraporn Khonghintang" <jiraporn.k...@ktb.co.th>, "Joy" <Tipparat.Ch...@wdc.com>, ""K.จุ๋ม (มอร์ ครีเอชั่น)"" <jum_...@hotmail.com>, "K.ปี๊บ" <Ko...@sbcg.or.th>, "Kitpetch" <kitpetch_w...@yahoo.com>, kitsa...@hotmail.com, "Kittithan, Kanchana (GECAL)"
<kanchana....@gecal.co.th>, kongg...@yahoo.com, lexe...@hotmail.com, "mppm8 nida" <mppm...@yahoo.com>, "Natenaphit Sakulsantiluk" <natenaphit.s...@ktb.co.th>, N...@cgd.go.th, noi_lo...@hotmail.com, nongb...@yahoo.com, "Nongnuch Chanyawattanachai" <nongnuch.chan...@ktb.co.th>, "P'Guy_NIDA" <guy...@yahoo.com>, "P'Ton" <thanac...@compart-thailand.com>, "Paradorn Phangsuk" <paradorn...@gmail.com>, "Parlee Boonsaner" <par...@nstda.or.th>, "petch prapa" <petch...@yahoo.com>, PETCH...@thaimail.com, "Piyanuch Todsata" <piyanuch...@ktb.co.th>, "Piyawan Vannaprasaht" <PVanna...@lear.com>, "Pramote Ponpananavee" <ir...@yahoo.com>, "Prapat" <TOM_P...@hotmail.com>, "Ruangchaikij Oil And Truck" <ruangc...@hotmail.com>, "Saranya Visetklin" <sar...@mqk.co.th>, "Sasitorn Suwansri"
<sasitorn...@ktb.co.th>, "Somsak Maytathun" <somsak.m...@ktb.co.th>, ""Somsek Songprasom (สมเศก สองประสม)"" <som...@cementhai.co.th>, star_ni...@yahoo.co.th, "Sukanya Jitdee" <suk...@aerothai.co.th>, "Supahchief Gatemanee" <supahchief...@ktb.co.th>, "Supaporn Detsimongkolkul" <supaporn.det...@ktb.co.th>, surach...@hotmail.com, "THANARUEK SANSUKMUNKONG" <myboo...@hotmail.com>, "Thong" <tpong...@ishizaki.co.th> Received: Thursday, 17 March, 2011, 2:00 AM
FYI
ท่ามกลางความโหดร้ายน่ากลัว เรากลับพบความดีงามที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งและชื่นชม นั่นคือ ความสงบ นิ่งของชาวญี่ปุ่น ภายหลังเหตุการณ์รุนแรง ที่ทำลายชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีพ เราไม่พบข่าวการบุกทุบร้านสะดวกซื้อ เพื่อแย่งชิงอาหาร น้ำ ฯลฯ ทั้งที่ทุกแห่ง ต่างขาดแคลนอย่างสาหัส
แต่สิ่งที่เราพบเห็นตามข่าว ก็คือ “ วินัย ” ของชาวญี่ปุ่น ที่อดทน รอคอย และ ร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้รู้สึกว่าสิ่งนี้นั่นเองที่จะเป็น “ เคล็ดลับ ” สำคัญที่สุด ที่ชาวญี่ปุ่นใช้เพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติร้ายแรงในครั้งนี้ ลองจินตนาการดูนะคะว่า หากปราศจาก ความอดทน วินัย เช่นนี้ สถานการณ์ที่เลวร้ายในปัจจุบัน จะยิ่งเพิ่มความร้ายแรงมากขึ้นเพียงใด ??? วันนี้ ขอเผยแพร่เรื่องราวน่าประทับใจที่ได้ไปอ่านเจอ จากนักเรียนไทยในญี่ปุ่นที่เปิดเผยบรรยากาศหลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่และคลื่นยักษ์สึนามิถล่มใน
Twitter ของเขา และมีคนนำมาแปลเป็นภาษาไทยค่ะ เรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติการณ์ในประเทศญี่ปุ่น เรื่องที่หนึ่ง ข้าพเจ้าได้เห็นเด็กน้อยพูดกับพนักงานรถไฟ “ ขอบคุณค่ะ/ครับ
ที่เมื่อวานพยายามอย่างสุดชิวิตทำให้รถไฟเดินรถได้อีกครั้ง ” พนักงานรถไฟร้องไห้ ส่วนข้าพเจ้าร้องไห้ฟูมฟายไปแล้ว (คืนวันที่เกิดแผ่นดินไหว รถไฟซึ่งเป็นการคมนาคมหลักของชาวญี่ปุ่นหยุดวิ่ง กว่าจะวิ่งได้ก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว) เรื่องที่สอง ที่ดิสนีย์แลนด์ คนติดกลับบ้านไม่ได้จำนวนมาก
และทางร้านขายของก็ได้เอาขนมมาแจกนักท่องเที่ยว ก็ได้มีนร.ม.ปลายหญิงกลุ่มหนึ่งไปเอามาจำนวนมาก มากเกินพอ แว่บแรกที่ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีคือ อะไรวะ เอาไปซะเยอะ! แต่วินาทีต่อมากลายเป็นความรู้สึกตื้นตันใจ เพราะเด็กกลุ่มนั้นเอาขนมไปให้เด็กๆ ซึ่งพ่อแม่ไม่สามารถไปเอาเองได้เพราะต้องอยู่ดูแลลูกๆ เรื่องที่สาม ในซุปเปอร์มาร์ทแห่งหนึ่ง ของตกระเกะระกะเพราะแรงแผ่นดินไหว แต่คนซื้อก็เดินไปช่วยกันเก็บของ แล้วก็หยิบส่วนที่ตนอยากซื้อไปต่อคิวจ่ายเงิน ในรถไฟที่เพิ่งเปิดให้ใช้บริการ และคนที่ตกค้างจำนวนมากกำลังเดินทางกลับ ก็ได้เห็นคนแก่คนหนึ่งลุกให้สตรีมีครรภ์นั่ง คนญี่ปุ่นแม้ในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ ก็ยังมีน้ำใจ มีระเบียบ เรื่องที่สี่ ในคืนแรกที่เกิดแผ่นดินไหว รถไฟไม่วิ่ง ทำให้คนจำนวนมากต้องเดินกลับบ้านแทนการนั่งรถไฟ ขณะที่ข้าพเจ้าต้องเดินกลับจากมหาวิทยาลัยมายังที่พัก ร้านรวงก็ปิดหมดแล้ว ข้าพเจ้าได้ผ่านร้านขนมปังร้านหนึ่งซึ่งปิดไปแล้ว
แต่คุณป้าเจ้าของร้านก็ได้เอาขนมปังมาแจกฟรีแก่คนที่กำลังเดินกลับบ้าน ในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ น้ำใจที่มีให้กันทำให้หัวใจข้าพเจ้าอบอุ่น ตื้นตัน เรื่องที่ห้า ในขณะที่รอรถไฟให้กลับมาวิ่งได้ ข้าพเจ้าก็ได้รออยู่ในอาคารสถานีอย่างเหน็บหนาว โฮมเลสก็ได้แบ่งปันแผ่นกล่องกระดาษให้
โฮมเลสที่ข้าพเจ้ามองด้วยหางตาทุกวันที่มาใช้สถานี คืนนั้นทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เรื่องที่หก (เรื่องราวคืนรถไฟไม่วิ่งเยอะหน่อยนะครับ) ด้วยระยะเวลาสี่ชั่วโมงที่ต้องเดินเท้ากลับบ้าน ก็ได้ผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่ง ตาก็ไปสะดุดกับแผ่นกระดาษที่เขียนว่า “ เชิญใช้ห้องน้ำได้ค่ะ ” หญิงสาวท่านหนึ่งได้เปิดบ้านตัวเองให้แก่คนที่กำลังเดินกลับบ้านได้ใช้ วินาทีที่ได้เห็นแผ่นกระดาษนั้น น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง น้ำใจคนญี่ปุ่น เรื่องที่เจ็ด แม้ว่าไฟดับ ก็ยังมีคนที่สู้ทำงานให้ไฟกลับมาติด น้ำไม่ไหลก็ยังมีคนไม่ยอมแพ้ทำให้น้ำกลับมาไหล
เกิดปัญหากับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ก็มีคนที่พร้อมจะเข้าพื้นที่เพื่อซ่อมมัน ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้กลับมาสู่สภาพปกติด้วยตัวมันเอง ขณะที่พวกเราอยู่ในบ้านอันอบอุ่นแล้วก็พร่ำบ่นว่าเมื่อไรไฟมันจะติด น้ำจะไหลน้า ก็มีคนที่อยู่ข้างนอกท่ามกลางความหนาวเหน็บกำลังพยายามสู้อยู่ เรื่องที่แปด ในจังหวัดจิบะ คนลุงคนหนึ่งที่หลบภัยอยู่ก็ได้เปรยออกมาว่า ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรน้า เด็กหนุ่มม.ปลายก็ตอบกลับไปว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง ต่อจากนี้ไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่ พวกผมจะทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมแน่นอน (ไม่เป็นไร พวกเรายังมีอนาคต!!!) เรื่องที่เก้า ขณะที่กำลังได้รับความช่วยเหลือ
หลังจากที่ติดอยู่บนหลังคาบ้านมากว่า 42 ชั่วโมง คุณลุงก็ได้กล่าวว่า “ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรครับ เคยมีประสบการณ์สึนามิที่ชิลีมาแล้ว ต่อจากนี้ไปพวกเรามาช่วยฟื้นฟูบ้านเมืองกันนะ ” แกกล่าวด้วยรอยยิ้ม (สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือ ต่อจากนี้ไปเราจะทำอะไรต่างหาก) หวังว่าเรื่องราวต่างๆ
เหล่านี้ จะสะท้อนใจให้เราเห็นถึงสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สถานการณ์ที่เลวร้ายคลี่คลายและผ่านพ้นไป นั่นก็คือ น้ำใจ วินัย และสปิริต
|
C
|