From: กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง <klong...@gmail.com>
Date: 26 February 2016 at 11:23:56 am GMT+7
To: undisclosed-recipients:;
Subject: ข่าว สศค. - รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมกราคม 2559
รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมกราคม 2559
“เศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2559 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายรัฐบาลและภาคการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ยังขยายตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การใช้จ่ายภาคเอกชนที่มีสัญญาณชะลอลง และการส่งออกสินค้าของไทยที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง”
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมกราคม 2559 “เศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2559 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายรัฐบาลและภาคการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ยังขยายตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การใช้จ่ายภาคเอกชนที่มีสัญญาณชะลอลง และการส่งออกสินค้าของไทยที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง” โดยมีรายละเอียด สรุปได้ดังนี้
การบริโภคภาคเอกชนในเดือนมกราคม 2559 มีสัญญาณชะลอลง สะท้อนจากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ หดตัวร้อยละ -1.2 ต่อปี จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากฐานการใช้จ่ายภายในประเทศขยายตัวเล็กน้อย ทั้งนี้ ดัชนี ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย ปรับตัวลดลงในรอบ 4 เดือน โดยอยู่ที่ระดับ 64.4 เนื่องจากผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า และได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน กอปรกับราคาสินค้าเกษตรที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี ปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ที่ร้อยละ 12.9 ต่อปี โดยเป็นการขยายตัวทั้งในเขตกรุงเทพฯ และในเขตภูมิภาค ส่วนหนึ่งจากการกระตุ้นยอดขายในช่วงปีใหม่ของผู้ประกอบการ กอปรกับเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่แท้จริงเพิ่มขึ้นมากในเดือนก่อนหน้า ขณะที่เดือนมกราคม 2559 รายได้เกษตรกรที่แท้จริงหดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ -3.5 ต่อปี
การลงทุนภาคเอกชนในเดือนมกราคม 2559 มีสัญญาณชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะ การลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวร้อยละ -5.6 ต่อปี ส่วนหนึ่งเนื่องจากมีการเร่งโอนไปแล้วในช่วงเวลาก่อนหน้าก่อนที่ราคาประเมินที่ดินใหม่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2559 ขณะที่ปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์กลับมาหดตัวในรอบ 2 เดือน ที่ร้อยละ -0.3 ต่อปี ในขณะที่ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่หดตัวเช่นกันที่ร้อยละ -6.2 ต่อปี ตามการลดลงของราคาวัสดุก่อสร้างในหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กที่ปรับตัวลดลงตามราคาตลาดโลก อย่างไรก็ดี การลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณนำเข้าสินค้าทุนกลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 2.9 ต่อปี และเมื่อหักสินค้าพิเศษ (เครื่องบิน เรือ และรถไฟ) พบว่า ขยายตัวเช่นกันที่ร้อยละ 4.9 ต่อปี
สถานการณ์ด้านการคลังในเดือนมกราคม 2559 สะท้อนบทบาทนโยบายการคลังในการสนับสนุน การเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนของรัฐบาลที่ยังคงขยายตัวได้ในระดับสูง โดยการเบิกจ่ายงบประมาณรวมสามารถเบิกจ่ายได้จำนวน 259.9 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 20.5 ต่อปี โดยเป็น การเบิกจ่ายงบประมาณปีปัจจุบันจำนวน 241.0 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 21.8 ต่อปี แบ่งออกเป็น (1) รายจ่ายประจำขยายตัวร้อยละ 22.0 ต่อปี และ (2) รายจ่ายลงทุนขยายตัว 19.6 ต่อปี สำหรับการจัดเก็บรายได้รัฐบาล พบว่า รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ (หลังหักจัดสรรให้ อปท.) ได้จำนวน 156.4 พันล้านบาท หดตัวร้อยละ -2.6 ต่อปี ทั้งนี้ ดุลงบประมาณขาดดุลจำนวน -109.7 พันล้านบาท สะท้อนบทบาทนโยบายการคลังด้านรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
ด้านอุปสงค์จากต่างประเทศผ่านการส่งออกสินค้าในเดือนมกราคม 2559 หดตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่า การส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐหดตัวร้อยละ -8.9 ต่อปี ซึ่งเป็นการหดตัวในเกือบทุกกลุ่มสินค้าส่งออก โดยเฉพาะน้ำมันและเชื้อเพลง และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่ภาพรวมการส่งออกรายตลาดหดตัวเกือบทุกประเทศ โดยเฉพาะคู่ค้าหลัก ได้แก่ อาเซียน-5 ญี่ปุ่น และสหรัฐ เป็นสำคัญ แต่ตลาดส่งออกไปกลุ่มประเทศ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และ CLMV ยังขยายตัวเป็นบวก
สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปทานได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวในภาคการท่องเที่ยว สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือนมกราคม 2559 มีจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.0 ล้านคน ขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 15.0 ต่อปี โดยเป็นนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดีจากจีน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ขณะที่รัสเซียยังคงหดตัว นอกจากนี้ ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรในเดือนมกราคม 2559 ขยายตัวร้อยละ 2.8 ต่อปี จากข้าวเปลือกที่มีปริมาณผลผลิตออกมามากจากการเลื่อนการทำนาช่วงกลางปี 2558 และผลผลิตในกลุ่มไม้ผลที่ขยายตัวได้ดีในเกือบทุกหมวด รวมถึงดัชนีในหมวดปศุสัตว์ และประมง ที่ยังขยายตัวได้ดี ในขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (TISI) ปรับลดลงในรอบ 5 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 86.3 เนื่องจากความกังวลต่อ การชะลอตัวของกำลังซื้อภายในประเทศจากการเร่งใช้จ่ายในเดือนก่อนหน้า ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน
เสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศในเดือนมกราคม 2559 อยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ของกำลังแรงงานรวม หรือคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 3.46 แสนคน สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงหดตัวที่ร้อยละ -0.5 ต่อปี และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัวร้อยละ 0.6 ต่อปี ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2558 อยู่ที่ระดับร้อยละ 44.4 ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ตั้งไว้ไม่เกินร้อยละ 60.0 สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศยังอยู่ในระดับมั่นคงและสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2559 อยู่ที่ระดับ 160.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นประมาณ 3.0 เท่า
รายละเอียดเพิ่มเติมปรากฏตามเอกสารแนบ
รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมกราคม 2559
“เศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2559 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายรัฐบาลและภาคการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ยังขยายตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การใช้จ่ายภาคเอกชนที่มีสัญญาณชะลอลง และการส่งออกสินค้าของไทยที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง”
1. การบริโภคภาคเอกชนในเดือนมกราคม 2559 มีสัญญาณชะลอลง สะท้อนจากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ หดตัวร้อยละ -1.2 ต่อปี จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าที่ยังคงหดตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ -10.5 ต่อปี ในขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากฐานการใช้จ่ายภายในประเทศขยายตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ 4.1 ต่อปี สำหรับปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยขยายตัวร้อยละ 12.9 ต่อปี และเมื่อหักผลทางฤดูกาลออก (m-o-m SA) พบว่า ขยายตัวร้อยละ 4.0 ต่อเดือน โดยเป็นการขยายตัวทั้งในเขตกรุงเทพฯ และในเขตภูมิภาคที่ร้อยละ 27.3 และ 8.9 ตามลำดับ เนื่องจากการทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายในช่วงปีใหม่ของผู้ประกอบการ กอปรกับเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่แท้จริงเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยอยู่ที่ระดับ 64.4 เนื่องจากผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า และได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ส่งผลให้การส่งออกของไทยยังคงไม่ฟื้นตัวกอปรกับราคาสินค้าเกษตรที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรส่งออกหลัก อาทิ ยางพารา และข้าวที่ลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบและภาวะเศรษฐกิจโลก จึงทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับต่ำ สำหรับปริมาณนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคหดตัวร้อยละ -2.9 ต่อปี
เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชน
2557
2558
2558
2559
Q1
Q2
Q3
Q4
พ.ย.
ธ.ค.
ม.ค.
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ (%yoy)
0.4
1.0
1.0
1.7
-0.7
2.1
3.5
6.9
-1.2
%qoq_SA / %mom_SA
1.0
-0.5
-1.4
2.8
4.0
2.3
-4.8
ปริมาณนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค (%yoy)
1.5
2.2
10.8
2.0
1.5
-4.4
5.3
-11.0
-2.9
%qoq_SA / %mom_SA
-0.6
-4.0
0.1
-1.1
5.5
-5.0
-0.9
ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่ง (%yoy)
-41.4
-19.1
-12.5
-27.3
-24.9
-11.7
-12.0
-5.2
n.a.
%qoq_SA / %mom_SA
-4.4
-13.6
-5.5
12.2
4.2
7.1
n.a.
เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชน (ต่อ)
2557
2558
2558
2559
Q1
Q2
Q3
Q4
พ.ย.
ธ.ค.
ม.ค.
ปริมาณการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ (%yoy)
-14.3
-0.2
10.9
-2.9
-10.6
2.3
6.9
7.8
12.9
%qoq_SA / %mom_SA
8.5
-11.9
-2.6
8.8
7.1
4.9
4.0
รายได้เกษตรกรที่แท้จริง (สศค.)
-8.3
-10.3
-5.8
-15.0
-13.9
-8.7
-31.1
36.5
-3.5
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
65.0
64.7
68.4
64.9
61.8
63.6
63.4
65.1
64.4
2. การลงทุนภาคเอกชนในเดือนมกราคม 2559 ปรับตัวชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะ การลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์กลับมาหดตัวที่ร้อยละ -5.6 ต่อปี สำหรับปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์กลับมาหดตัวที่ร้อยละ -0.3 ต่อปี สำหรับดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างยังคงหดตัวต่อเนื่องแต่หดตัวชะลอลงที่ร้อยละ -6.2 ต่อปี ตามการลดลงของราคาวัสดุก่อสร้างในหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กที่ปรับตัวลงตามราคาตลาดโลก นอกจากนี้ การลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณนำเข้าสินค้าทุนกลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 2.9 ต่อปี และเมื่อหักสินค้าพิเศษ (เครื่องบิน เรือ และรถไฟ) พบว่า ขยายตัวเช่นกันที่ร้อยละ 4.9 ต่อปี
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน
2557
2558
2558
2559
Q1
Q2
Q3
Q4
พ.ย.
ธ.ค.
ม.ค.
เครื่องชี้การลงทุนก่อสร้าง
ภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ (%yoy)
-2.2
8.4
7.3
2.9
-0.5
21.2
25.7
37.9
-5.6
%qoq_SA / %mom_SA
-1.5
-4.5
4.8
21.7
21.3
30.7
-33.3
ปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ (%yoy)
-3.2
-0.4
-2.5
-0.2
-0.7
2.1
2.6
4.1
-0.3
%qoq_SA / %mom_SA
0.9
1.6
-1.5
1.1
0.9
1.4
-2.6
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง
0.7
-4.9
-3.7
-4.4
-5.7
-6.6
-6.7
-6.7
-6.2
เครื่องชี้การลงทุนในเครื่องจักร
ปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ (%yoy)
-26.8
-2.6
-11.3
-17.3
-0.3
17.2
15.7
26.3
n.a.
%qoq_SA / %mom_SA
-5.2
-6.4
15.6
13.3
5.6
8.4
n.a.
ปริมาณนำเข้าสินค้าทุน (%yoy)
-7.6
-2.2
-1.8
1.3
-4.8
-1.4
0.5
-5.5
2.9
%qoq_SA / %mom_SA
-1.1
-0.9
-13.9
-2.3
-6.6
1.1
5.2
ปริมาณนำเข้าสินค้าทุนหักครื่องบิน เรือ และรถไฟ (%yoy)
-4.8
-1.4
0.1
-3.6
-2.3
0.1
3.7
-0.6
4.9
%qoq_SA / %mom_SA
-0.7
-2.0
0.7
2.1
2.3
1.9
-1.4
3. สถานการณ์ด้านการคลังในเดือนมกราคม 2559 สะท้อนบทบาทนโยบายการคลังใน การสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้จ่ายของรัฐบาลจากการลงทุนของภาครัฐที่ขยายตัวได้ในระดับสูง สะท้อนจากการเบิกจ่ายงบประมาณรวมสามารถเบิกจ่ายได้จำนวน 259.9 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 20.5 ต่อปี โดยการเบิกจ่ายงบประมาณปีปัจจุบันเบิกจ่ายได้จำนวน 241.0 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 21.8 ต่อปี แบ่งออกเป็น (1) รายจ่ายประจำ 220.8 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 22.0 ต่อปี และ (2) รายจ่ายลงทุน 20.1 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 19.6 ต่อปี ทั้งนี้ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 ในช่วง 4 เดือนแรกปีงบประมาณ 2559 สามารถเบิกจ่ายได้ 1,048.6 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราเบิกจ่ายร้อยละ 38.6 ของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 (2,720.0 พันล้านบาท) สำหรับการจัดเก็บรายได้รัฐบาล พบว่า รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ (หลังหักจัดสรรให้ อปท.) ได้จำนวน 156.4 พันล้านบาท หดตัวร้อยละ -2.6 ต่อปี ทั้งนี้ ดุลงบประมาณขาดดุลจำนวน -109.7 พันล้านบาท สะท้อนบทบาทนโยบายการคลังด้านรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
เครื่องชี้ภาคการคลัง
(พันล้านบาท)
FY2558
FY2558
FY 2559
Q1/
FY58
Q2/
FY58
Q3/
FY58
Q4/
FY58
Q1/
FY59
พ.ย.
ธ.ค.
ม.ค.
FYTD
รายได้สุทธิของรัฐบาล
(หลังหักการจัดสรรให้ อปท.)
2,207.5
507.5
469.9
652.5
577.5
585.7
181.2
238.5
156.4
742.1
(%y-o-y)
6.4
0.8
7.5
7.2
9.9
15.4
12.1
38.6
-2.6
11.1
รายจ่ายรัฐบาลรวม
2,601.4
844.1
617.6
569.6
570.1
890.9
232.9
283.8
259.9
1,150.8
(%y-o-y)
5.7
1.6
11.7
10.7
1.6
5.5
13.2
4.8
20.5
8.6
รายจ่ายปีปัจจุบัน
2,378.1
766.4
557.7
529.4
524.6
807.7
209.0
239.1
241.0
1,048.6
(%y-o-y)
5.9
0.7
15.6
11.1
-0.3
5.4
15.7
-0.8
21.8
8.7
รายจ่ายประจำ
2,106.6
725.1
481.0
452.3
448.1
739.6
197.5
206.0
220.8
960.4
(%y-o-y)
7.4
12.5
7.3
8.1
-0.7
2.0
14.9
-7.7
22.0
6.0
รายจ่ายลงทุน
271.6
41.3
76.7
77.1
76.4
68.1
11.5
33.1
20.1
88.1
(%y-o-y)
-4.4
-64.6
123.2
32.4
2.1
65.0
31.0
87.0
19.6
51.8
ดุลเงินงบประมาณ
-402.3
-347.3
-138.9
89.4
-5.5
-307.2
-53.3
-36.8
-109.7
-416.8
4. การส่งออกสินค้าในเดือนมกราคม 2559 ยังคงหดตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าใน รูปดอลลาร์สหรัฐ มีมูลค่า 15.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวร้อยละ -8.9 ต่อปี และหากนำมูลค่าการส่งออกหักสินค้าที่มีความผันผวนสูง ได้แก่ ทองคำ และน้ำมัน พบว่า มูลค่าส่งออกในเดือนมกราคม 2559 หดตัวร้อยละ -6.0 ต่อปี โดย การส่งออกในเดือนมกราคม 2559 เป็นการหดตัวในเกือบทุกกลุ่มสินค้าส่งออก และหดตัวเกือบทุกประเทศ อย่างไรก็ดี การส่งออกในเดือนมกราคม 2559 ที่ยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ ตลาดส่งออกทวีปออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และ CLMV ขยายตัวร้อยละ 13.6 7.9 และ 1.2 ต่อปี ตามลำดับ โดยสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เหล็กเครื่องปรับอากาศ เครื่องดื่ม อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นสำคัญ สำหรับมูลค่าการนำเข้าสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐ มีมูลค่า 15.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวร้อยละ -12.4 ต่อปี ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐที่สูงกว่าการนำเข้าสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ดุลการค้าระหว่างประเทศในเดือนมกราคม 2559 เกินดุล 0.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ประเทศคู่ค้าหลัก 16 ประเทศ
2557
2558
2558
2559
(สัดส่วนการส่งออกปี 57 >> 58 )
Q1
Q2
Q3
Q4
ธ.ค.
ม.ค.
ส่งออกไปทั้งโลก (%yoy)
-0.4
-5.8
-4.7
-5.0
-5.3
-8.1
-8.7
-8.9
1.สหรัฐฯ (10.5% >> 11.2%)
4.1
0.7
5.6
2.6
0.2
-4.9
-7.2
-8.5
2.จีน (11.0% >> 11.1%)
-7.9
-5.4
-14.4
1.2
-1.0
-6.3
-9.5
-6.1
3.ญี่ปุ่น (9.6% >> 9.4%)
-1.9
-7.7
-9.2
-3.8
-7.9
-9.6
-9.8
-10.1
4.สหภาพยุโรป (9.2% >> 9.3%)
4.7
-5.7
-3.9
-8.4
-4.4
-5.9
2.3
-2.4
5.มาเลเซีย (5.6% >> 4.8%)
-1.9
-20.2
-14.6
-18.3
-18.7
-28.5
-28.3
-18.5
6.ฮ่องกง (5.6% >> 5.5%)
-4.4
-6.2
-11.5
-9.0
-2.0
-1.9
-1.0
-13.9
7.ตะวันออกกลาง (5.1% >> 4.8%)
0.0
-10.0
-6.4
-23.7
-6.4
-3.0
-9.3
-12.1
8.ออสเตรเลีย (4.8% >> 5.3%)
-8.8
5.3
10.2
7.6
8.4
-3.5
-2.6
13.6
9.สิงคโปร์ (4.6% >> 4.1%)
-7.0
-16.2
-5.4
0.3
-26.1
-31.0
-26.1
-35.4
10.อินโดนีเซีย (4.2% >> 3.7%)
-12.5
-17.6
-15.4
-20.6
-21.0
-12.7
3.8
-1.3
11.แอฟริกา (3.7% >> 3.2%)
4.7
-20.2
-14.5
-15.9
-22.1
-27.9
-32.3
-10.2
12.เวียดนาม (3.5% >> 4.2%)
9.8
13.0
18.1
16.7
8.3
10.9
5.2
-1.8
13.ฟิลิปปินส์ (2.6% >> 2.8%)
16.6
2.1
7.4
-3.4
-6.4
10.8
5.1
7.9
14.อินเดีย (2.5% >> 2.5%)
8.4
-5.7
6.1
-4.8
-11.5
-11.8
-13.4
-5.6
15.เกาหลีใต้ (2.0% >> 1.9%)
-1.5
-9.2
0.6
-16.4
-10.7
-8.6
-23.4
-9.2
16.ไต้หวัน (1.8% >> 1.6%)
19.0
-12.0
4.7
-11.5
-15.3
-23.1
-28.0
-31.4
PS.อาเซียน-9 (26.1% >> 25.7%)
0.2
-7.2
-2.4
-5.9
-10.6
-9.3
-6.3
-8.8
PS.อาเซียน-5 (17.0% >> 15.3%)
-3.9
-15.1
-9.4
-11.8
-19.5
-19.1
-15.2
-14.9
PS.อินโดจีน-4 (9.1% >> 10.4%)
9.0
7.7
10.6
5.5
7.2
7.9
7.4
1.2
5. เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปทานยังขยายตัวได้ดีจากภาคการท่องเที่ยว สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือนมกราคม 2559 มี 3.0 ล้านคน ขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 15.0 ต่อปี และเมื่อหักผลทางฤดูกาลออก (m-o-m SA) พบว่า ขยายตัวร้อยละ 10.6 ต่อเดือน โดยเป็นนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดีจาก จีน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย เป็นสำคัญ โดยขยายตัวร้อยละ 45.4 14.3 และ 6.1 ต่อปี ตามลำดับ ขณะที่รัสเซียยังคงหดตัวที่ร้อยละ -4.6 ต่อปี สำหรับดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรในเดือนมกราคม 2559 ขยายตัวร้อยละ 2.8 ต่อปี โดยสินค้าเกษตรที่มีผลผลิตออกมาก ได้แก่ ข้าวเปลือก จากการเลื่อนการทำนาช่วงกลางปี 2558 ทำให้เดือนเก็บเกี่ยวเลื่อนออกไป และผลผลิตในกลุ่มไม้ผลที่ขยายตัวได้ดีในเกือบทุกหมวด รวมถึงดัชนีในหมวดปศุสัตว์ และประมง ที่ยังขยายตัวได้ดี ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (TISI) ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 86.3 และเป็นการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เนื่องจากความกังวลต่อการชะลอตัวของกำลังซื้อภายในประเทศจากการเร่งใช้จ่ายในเดือนก่อนหน้า ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน
เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปทาน
2557
2558
2558
2559
Q1
Q2
Q3
Q4
พ.ย.
ธ.ค.
ม.ค.
ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรกรรม (%yoy)
0.4
-5.3
1.0
-10.8
-10.6
-3.2
-26.2
42.9
2.8
%qoq_SA / %mom_SA
1.0
-11.5
2.1
5.5
-26.1
62.9
-12.5
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เบื้องต้น)
-5.2
0.3
0.4
-0.3
-0.9
-0.2
0.3
1.3
n.a.
%qoq_SA / %mom_SA
-0.2
-1.9
-1.0
1.2
0.2
2.8
n.a.
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (ร้อยละ)
87.4
85.8
89.6
85.2
82.7
86.0
85.8
87.5
86.3
นักท่องเที่ยวต่างชาติ (%yoy)
-6.5
20.4
22.8
36.9
24.9
3.7
5.1
4.7
15.0
%qoq_SA / %mom_SA
4.2
7.7
-1.8
-6.3
-1.8
3.4
10.6
6. เสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี และเสถียรภาพต่างประเทศอยู่ในระดับที่มั่นคง โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมกราคม 2559 อยู่ที่ร้อยละ -0.5 โดยมีสาเหตุหลักจากการหดตัวของราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ รวมถึงราคาค่าไฟฟ้าที่มีการปรับลดลงตามราคาพลังงาน โดยมีการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ft) ในรอบเดือนมกราคม – เมษายน 2559 นอกจากนี้ ราคาสินค้าประเภทอาหารสดจำพวกข้าว เนื้อสัตว์ และผักผลไม้ ได้มีการปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า จึงส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 0.6 ต่อปี สำหรับอัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ของกำลังแรงงานรวม หรือคิดเป็นผู้ว่างงาน 3.46 แสนคน ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2558 อยู่ที่ระดับร้อยละ 44.4 และถือว่ายังอยู่ในระดับกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ตั้งไว้ไม่เกินร้อยละ 60.0 สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศยังอยู่ในระดับมั่นคงและสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2559 อยู่ที่ระดับ 160.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นประมาณ 3.0 เท่า
เครื่องชี้เสถียรภาพเศรษฐกิจ
2557
2558
2558
2559
Q1
Q2
Q3
Q4
พ.ย.
ธ.ค.
ม.ค.
ภายในประเทศ
เงินเฟ้อทั่วไป (%yoy)
1.9
-0.9
-0.5
-1.1
-1.1
-0.9
-1.0
-0.9
-0.5
เงินเฟ้อพื้นฐาน (%yoy)
1.6
1.1
1.5
1.0
0.9
0.8
0.9
0.7
0.6
อัตราการว่างงาน (yoy%)
0.8
0.9
1.0
0.9
0.9
0.8
0.9
0.7
0.9
หนี้สาธารณะ/GDP
42.8
44.4
43.3
42.8
43.3
44.4
44.3
44.4
n.a.
ภายนอกประเทศ
ดุลบัญชีเดินสะพัด (พันล้าน $)
15.4
34.8
8.4
6.1
7.2
13.1
3.0
4.9
n.a.
ทุนสำรองทางการ (พันล้าน $)
157.1
156.5
156.3
160.3
155.5
156.5
155.7
156.5
160.1
ฐานะสุทธิ Forward (พันล้าน $)
23.1
11.7
19.6
18.4
13.3
11.7
11.7
11.7
9.2
ทุนสำรองทางการ/หนี้ ตปท.ระยะสั้น (เท่า)
2.7
2.8
3.0
2.9
2.9
3.0
2.9
3.0
n.a.
-------------------------------------
สำหรับมาตรการการเงินการคลังที่กระทรวงการคลังได้ผลักดันตามนโยบายรัฐบาลโดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 เป็นต้นมานั้น ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาและปี 2559 ต่อไป โดยมีความคืบหน้าของมาตรการต่างๆ ถึง ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 สรุปได้ดังนี้
1. มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และมาตรการกระตุ้นการลงทุน ขนาดเล็กของรัฐบาล มีเป้าหมายเพื่อกระจายการลงทุน การจ้างงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปในพื้นที่ต่างๆ ในต่างจังหวัด และผลักดันให้เกิดการพัฒนาในท้องถิ่นและภูมิภาคอย่างทั่วถึง เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและบรรเทาผลกระทบในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและเร่งรัดการลงทุนภาครัฐ ประกอบด้วย
1.1 มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับหมู่บ้าน (สินเชื่อผ่านกองทุนหมู่บ้าน ดอกเบี้ยร้อยละ 0 ระยะเวลา 2 ปี วงเงินสินเชื่อ 60,000 ล้านบาท) โดยข้อมูลล่าสุดได้มีการการอนุมัติสินเชื่อรวมทั้งสิ้น 47,721 ล้านบาท ให้กับผู้มีรายได้น้อยแล้วจำนวน 3,015,586 ราย แบ่งเป็นธนาคารออมสิน อนุมัติสินเชื่อแล้ว 25,570 ล้านบาท ให้กับกองทุนหมู่บ้าน 25,728 แห่ง และกองทุนหมู่บ้านให้สินเชื่อกับผู้มีรายได้น้อยแล้ว 1,631,186 ราย เป็นเงิน 21,280 ล้านบาท และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) อนุมัติสินเชื่อแล้ว 22,151 ล้านบาท ให้กับกองทุนหมู่บ้าน 22,519 แห่ง และกองทุนหมู่บ้านให้สินเชื่อกับผู้มีรายได้น้อยแล้ว 1,384,400 ราย เป็นเงิน 22,151 ล้านบาท
1.2 มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับตำบล (ลงทุนตำบลละไม่เกิน 5 ล้านบาท วงเงิน 36,275 ล้านบาท) โดยข้อมูลการเบิกจ่าย ณ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 มีงบประมาณได้รับการอนุมัติแล้วทั้งสิ้น 35,460 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 97.8 ของกรอบวงเงิน โดยเป็นวงเงินโครงการที่ทำสัญญาแล้วจำนวน 25,092 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายจำนวน 6,888 ล้านบาท
1.3 มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล ลงทุนรายการละไม่เกิน 1 ล้านบาท กรอบวงเงิน 40,000 ล้านบาท พบว่า มีโครงการที่ทำสัญญาแล้ว จำนวน 32,741 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายแล้ว จำนวน 29,375 ล้านบาท แบ่งออกเป็น งบกลางปี 2558 เบิกจ่ายทั้งสิ้น 20,673 ล้านบาท และงบประมาณปี 2559 เบิกจ่ายทั้งสิ้น 8,702 ล้านบาท (ข้อมูลเบิกจ่าย ณ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559)
2. มาตรการการเงินการคลังเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในระยะเร่งด่วน เพื่อสนับสนุนธุรกิจ SMEs ให้สามารถแข่งขันได้ โดยมีความคืบหน้า ดังนี้
2.1 โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs (Soft Loan SMEs ดอกเบี้ยร้อยละ 4 ระยะเวลา 7 ปี วงเงินสินเชื่อ 150,000 ล้านบาท) โดยแบ่งออกเป็น (1) วงเงิน 100,000 ล้านบาท (สิ้นสุดโครงการแล้ว) มีการอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกค้า SMEs แล้วจำนวน 11,809 ราย ยอดสินเชื่อคงค้างจำนวน 98,672 ล้านบาท และ (2) วงเงิน 50,000 ล้านบาท (สิ้นสุดวันรับคำขอวันที่ 30 มิถุนายน 2559 หรือวงเงินหมดก่อน) มีการอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกค้า SMEs แล้วจำนวน 9,695 ราย วงเงินสินเชื่อจำนวน 49,842 ล้านบาท (ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559)
2.2 โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 (ปรับปรุงใหม่) (ค้ำประกันไม่เกินร้อยละ 30 ต่อพอร์ต วงเงินค้ำประกัน 100,000 ล้านบาท) โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มีการค้ำประกันสินเชื่อแล้วจำนวน 56,265 ล้านบาท ให้กับ SMEs จำนวน 13,046 ราย
3. มาตรการการเงินการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งในส่วนของมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง นั้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2558 โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 มีผู้ยื่นขอสินเชื่อแล้ว 17,907 ราย วงเงินสินเชื่อประมาณ 26,176 ล้านบาท โดย ธอส. ได้อนุมัติสินเชื่อแล้ว 14,155 ราย วงเงินอนุมัติ 19,577 ล้านบาท
---------------------------------------------------------
ตารางเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจ (Economic Indicators) รายเดือน
)*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*(-)*-*-*-*-*-*-
*-*-*-*-*-*-(
Finance General Information Group, Office of the
Permanent Secretary,
Ministry of Finance
Rama VI Rd., Samsennai, Phayathai, Bangkok 10400
Telephone : (66-2) 126-5800 ext. 2003, 2130-3, 2127, 2221, 2255, 2256, 2257
Fax : (66-2) 273-9763
--- the forwarded message follows ---
---------- จดหมายที่ถูกส่งต่อ ----------
From: NuNub <nu_...@yahoo.com>
To: "กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง" <in...@mof.go.th>, "กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง" <mof.p...@gmail.com>, Pimolrat Sirisettaapa <pimolr...@gmail.com>, Lollipop L3ik <bic...@hotmail.com>, "Arty Y." <art_...@hotmail.com>, Maninpan Tiemmek <manin...@hotmail.com>, Pisit Puapan <ppu...@yahoo.com>, Kulaya Tantitemit <cool...@gmail.com>, Sitthirat Darongkamas <sitth...@mof.go.th>, Tone Pongnakorn Pochakorn <p_poc...@hotmail.com>, Soraphol Tulayasathien <dr.so...@gmail.com>, Ekniti Nitithanprapas <ekn...@yahoo.com>, Wiparat Phanichyakarn <pwip...@hotmail.com>, Worapol Kahatta <wkah...@googlemail.com>, Kusuma Kongrith <kusumak...@yahoo.com>, "Norabajra A." <nora...@hotmail.com>, "พี่สมคิด บุญล้นเหลือ" <dage...@hotmail.com>, Nipat Chombanprol <nip...@hotmail.com>
Cc:
Date: Fri, 26 Feb 2016 03:52:52 +0000 (UTC)
Subject: รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมกราคม 2559ขอจัดส่งรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมกราคม 2559 เพื่อเผยแพร่คะ
รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมกราคม 2559 เปิดเผยว่า “เศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2559 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายรัฐบาลและภาคการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ยังขยายตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การใช้จ่ายภาคเอกชนที่มีสัญญาณชะลอลง และการส่งออกสินค้าของไทยที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง"โดยผู้ที่จะขึ้นแถลงข่าววันนี้คือ1. นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง2. ดร.พิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลังBest Regards,
********************************
Kongkwan Sila
Senior Economist
Bureau of Macroeconomic Policy
Fiscal Policy Office, Ministry of Finance
Rama VI rd., Bangkok 10400 Thailand
Tel: +66 (0)2273 9020 ext 3236
Fax: +66 (0)2298 5602
E-mail: kong...@fpo.go.th, nu_...@yahoo.com