ธุรกิจวันที่ 26 เมษายน 2556 03:09 ข่าวดี!ค่าไฟปรับลด5.12สตางค์ต่อหน่วยโดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ![]() ภาพประกอบข่าว
ค่าเอฟทีปรับลด 5.12 สตางค์ต่อหน่วย งวดเดือนพ.ค.-ส.ค.56 หลังราคาก๊าซ-น้ำมันปรับตัวลดลง ค่าเงินบาทแข็งค่า กกพ.ชี้แนวโน้มอาจจะลดลงได้อีก
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือ เรกูเลเตอร์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ว่า ที่ประชุมมีมติปรับลดค่าเอฟทีประจำงวด พ.ค.-ส.ค. 2556 ลงจำนวน 5.12 สตางค์ต่อหน่วย มาอยู่ที่ 46.92 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งลดลงจากงวดก่อน (ม.ค.-เม.ย.2556) ที่ค่าเอฟทีอยู่ระดับ 52.04 สตางค์ต่อหน่วย และเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เมื่อนำค่าเอฟทีดังกล่าวมารวมกับค่าไฟฟ้าฐาน 3.27 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าตามบ้านเรือนที่ต้องจ่ายเฉลี่ยในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2556 อยู่ที่ 3.74 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าเอฟทีปรับลดลง เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากอัตราค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ 29.45 สตางค์ต่อหน่วย จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 30.82 สตางค์ต่อหน่วย รวมทั้งราคาค่าเชื้อเพลิงต่างๆปรับลดลงทั้งหมด โดยราคาก๊าซธรรมชาติลดลง 38 สตางค์ต่อหน่วย
มาอยู่ที่ 306.77 บาทต่อล้านบีทียู ส่วนราคาน้ำมันเตาปรับลดลง 1.25 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 20.63 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลปรับลดลง 5 สตางค์ต่อลิตร มาอยู่ที่ 26.50 บาทต่อลิตร
นอกจากนี้ ปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าเอฟทีลดลงยังมาจากกรณีที่ท่อก๊าซฯในแหล่งก๊าซฯยาดานาของพม่าซ่อมเสร็จเร็วกว่ากำหนด ทำให้ไทยใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลทดแทนก๊าซฯในการผลิตไฟฟ้าน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยใช้น้ำมันเตาอยู่ที่ 86.22 ล้านลิตรและน้ำมันดีเซล 38.67 ล้านลิตร ซึ่งกระทบค่าเอฟทีเพียง 2.17 สตางค์ต่อหน่วย จากเดิมคาดว่าจะกระทบค่าถึง 2.56 สตางค์ต่อหน่วย
โดยนอกจากจะช่วยลดค่าเอฟทีลง 5.12 สตางค์ต่อหน่วยแล้ว ยังทำให้เรกูเลเตอร์สามารถปลดหนี้ค่าเอฟทีได้ทั้งหมด จากที่ค้างชำระการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อยู่ทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท
สำหรับหนี้ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งเกิดปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศไทย โดยเรกูเลเตอร์กำหนดให้ตรึงค่าไฟฟ้าไว้เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนและให้กฟผ.แบกรับภาระแทน จนเป็นหนี้รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท และได้ทยอยปรับขึ้นค่าเอฟทีเพื่อลดภาระหนี้ดังกล่าวจะเหลือ
5,000 ล้านบาท และใช้คืนได้หมดในงวดนี้ (พ.ค.-ส.ค.2556)
"ปัจจัยเงินบาทแข็งค่าและค่าเชื้อเพลิงปรับลดลงทำให้ กฟผ.สามารถชำระหนี้คืน กฟผ.ได้หมด แต่หากไม่นำเงินไปใช้หนี้ กฟผ.จะสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้อีก 3.86 สตางค์ต่อหน่วย หรือรวมเป็น 8.86 สตางค์ต่อหน่วยเลยทีเดียว"นายดิเรก กล่าว
สำหรับแนวโน้มค่าเอฟทีงวดต่อไป (ก.ย.-ธ.ค.2556) จะเป็นค่าเอฟทีที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากใช้หนี้กฟผ.หมดแล้ว รวมทั้งเรกูเลเตอร์จะจัดทำค่าไฟฟ้าฐานใหม่เสร็จเดือน ก.ค.2556
ซึ่งช่วยให้เกิดความชัดเจนด้านต้นทุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ามากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม หากแนวโน้มเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังทรงตัวระดับต่ำต่อไป จะช่วยให้ค่าเอฟทีงวด ก.ย.-ธ.ค.2556 ปรับลดลงได้อีก |