“พันทิป”คิดเพื่อโลก

9 views
Skip to first unread message

Narongsak Pitakwong

unread,
Apr 25, 2013, 8:55:53 PM4/25/13
to

ธุรกิจ : BizWeek

วันที่ 25 เมษายน 2556 01:00

“พันทิป”คิดเพื่อโลก

โดย : จีราวัฒน์ คงแก้ว

ผู้บริหาร พันทิปเน็ตเวิร์ค รณรงค์โครงการ Use Me Again ใส่ความคิดพิชิตขยะ

ภาพประกอบข่าว
 
พันทิปเน็ตเวิร์ค แหล่งรวมพลคนออนไลน์ วันนี้พวกเขาประกาศจุดยืนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ปูพรมหัวใจรักษ์โลกให้เหล่าสมาชิกบนโลกออนไลน์
สร้างปรากฎการณ์มากมายในการย่างก้าวสู่ปีที่ 17 ของเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (Pantip)
ทั้งทุ่มงบประมาณแบบ “จัดหนัก” ไปกับการลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ใหม่ การรวมเว็บไซต์ในเครือทั้ง 4 เว็บไซต์ อย่างPantip, Pantipmarket, Pantown และ Bloggang มาอยู่ใต้ร่มเดียวกัน “Pantip Network” เพื่อให้ผู้ใช้งานมีเครือข่ายครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์บนโลกดิจิทัล
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัด คือ เปิดห้องสนทนาใหม่ ในชื่อ กรีนโซน (Green Zone) พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม มี “น้องพาพัน” เจ้ากระบองเพชรน่ารัก รับหน้าที่เป็น Green Ambassador ชักชวนผู้คนสนใจรักษ์โลก
สีเขียวที่แต้มเจืออยู่ในหน้าเว็บไซต์สีม่วงคุ้นตา คือ การประกาศจุดยืนชัดเจนว่า จากนี้ไปพวกเขาจะอยู่ข้างเดียวกับโลกและสิ่งแวดล้อม
“ใน 1 ปี คนไทยสร้างขยะให้กับโลกมากถึง 15 ล้านตัน และกว่า 5 ล้านชิ้น เป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-waste ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอัตรา ร้อยละ 12 ต่อปี”
ปฐมบท พันทิปรักษ์โลก ที่ “วันฉัตร ผดุงรัตน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดประเด็นกับเรา ก่อนอธิบายเรื่องใกล้ตัว อย่างการใช้ชีวิตของคนเมือง ที่หลายต่อหลายครั้งมีส่วน “ใจร้าย” กับโลกโดยไม่รู้ตัว เช่น การเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือบ่อยๆ ..เครื่องใหม่มา ของเก่าก็ทิ้งไป โดยที่ไม่ทันได้คิดว่า เราได้ทิ้งปัญหาอะไรไว้กับโลกบ้าง
“เราอาจไม่รู้ว่าเพื่อให้ได้หน้าจอที่มีสีสันสดใสของสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่ง เขาต้องไปค้นหาแร่ธาตุที่หายากและไม่ได้มีอยู่เยอะในโลกขึ้นมาใช้ และไม่ใช่แค่หายาก แต่กว่าจะได้มาต้องขุดหลุมลงไปมหาศาลเพื่อกลั่นกรองให้ได้ธาตุเหล่านี้ ขณะที่บางคนอาจคิดว่า ถ้ามีกระบวนการรีไซเคิลที่ดีก็คงกลับมาใช้ใหม่ได้อีก แต่กับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ ซึ่งมีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมี การรีไซเคิล..ลำบากมาก”
นี่คือหนึ่งเรื่องจริงใกล้ตัว ที่ย้ำว่า หลากพฤติกรรม “ไม่รู้ตัว” ของผู้คน ล้วนมีส่วนเร่งทำลายทรัพยากรโลกให้มากขึ้น
และนั่นคือปรากฏการณ์ที่พวกเขาไม่อยากนิ่งนอนใจ ในฐานะเว็บไซต์ของมหาชน ที่มีผู้เยี่ยมชมกว่าล้านคนต่อวัน (ผู้ใช้พันทิปเน็ตเวิร์คอยู่ที่ 1.9 ล้านคนต่อวัน : Google Analytics) โดยเฉพาะเว็บไซต์พันทิป มีสมาชิก (สมัครโดยใช้บัตรประชาชน) อยู่ประมาณ 7 แสนราย การต้องเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก กระตุ้นเตือนให้พันทิปต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม โดยเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคม ให้หันมาใส่ใจโลกและสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น
เมื่อพันทิป คิดเปลี่ยนโลก โครงการน้ำดีอย่าง “Use Me Again ใส่ความคิดพิชิตขยะ” จึงถือกำเนิดขึ้น พร้อมไอเดียจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุไอทีเหลือใช้ ที่ใกล้ตัวคนพันทิปเอามากๆ โดยเปิดกว้างให้กับนักคิดทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ได้เข้ามาแสดงฝีมือ กับเกณฑ์การตัดสิน ที่ครอบคลุมในหลายๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็น ความสวยงาม ใช้งานได้จริง ปริมาณการลดการใช้ทรัพยากร ที่สำคัญต้องตอบโจทย์ในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย โดยเปิดรับไอเดียไปจนถึงวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ (pantip.com/usemeagain)
“สำหรับเราทุกโครงการที่ลงเงินไป ต้องได้ประโยชน์สูงสุด และไม่ใช่แค่สื่อสารออกไป มีผู้รับสารแล้วก็จบ แต่ต้องทำให้เกิดความยั่งยืนด้วย เพื่อหมุนเวียนเป็นโครงการต่อเนื่องทุกปี เช่นเดียวกับโครงการนี้ ที่ไม่ได้ต้องการแค่จัดประกวด แต่ต้องต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้ด้วย”
“ภาวิดา กฤตศรัณย์” Corporate Marketing Manager บริษัท อินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง จำกัด บอกกับเรา ถึงการคิดให้ต่าง เพื่อที่ผลงานรักษ์โลก จะมีโอกาสโลดแล่นในตลาดจริงได้ โดยทุกชิ้นมอบเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เข้าประกวด
แน่นอนว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการมากไปกว่า ผล “แพ้-ชนะ” ก็คือ สารพัดความคิดจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเข้าไปกระตุ้นจิตสำนึกและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน หันมาใส่ใจโลกกลมๆ ใบนี้มากขึ้น
การสนทนากับผู้บริหารทั้งสองของพันทิป ทำให้เราได้เห็นมุมมองสีเขียวที่อยู่ในวิถีชีวิตของพวกเขา ไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์ในห้องทำงาน ที่สะท้อนความ Green ได้แจ่มชัด อย่างโต๊ะรับแขก ซึ่งทำมาจากกล่องลังเก่าๆ ตอบคอนเซ็ปต์ Use Me Again ..ไม่ผิดเพี้ยน
“เคยโพสต์ภาพคุณแม่เอาอาหารเหลือจากร้านอาหารใส่ปิ่นโตกลับบ้าน ตอนแรกก็ยังอาย แต่ปรากฏมีเพื่อนมากดไลค์เยอะมาก บอกไอเดียดีมาก เดี๋ยวจะไปใช้ไปฝึกลูกบ้าง ทำให้เห็นเลยว่า สิ่งที่เราแบ่งปันไป ไม่ใช่แค่เพื่อนๆ เท่านั้นที่ได้ แต่รวมถึงคนใกล้ชิดของเขาด้วย ดังนั้นเรื่องพวกนี้ส่งต่อได้ ขาดก็แต่การสื่อสารออกไปเท่านั้น”
ภาวิดา แบ่งปันวิถีชีวิตประจำวัน ที่ส่งผ่านถึงคนหมู่มากได้ ด้วยพลังของสื่อออนไลน์
แต่อย่างไร พวกเขาก็ยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง คงไม่ใช่เรื่องง่าย ยังต้องใช้เวลา และไม่มีทางสำเร็จได้ด้วย “ตัวคนเดียว”
“ความคาดหวังก็แค่ อยากให้มีช่องทางในการสื่อสาร เพื่อให้ผู้คนรับรู้และพอจะเห็นทางที่จะลดการบริโภค ทรัพยากรโลก เพราะถ้าจะให้วัดผลได้จริง ก็ต้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับนโยบาย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องใหญ่มาก”
เขายอมรับโจทย์หิน ไม่ต่างกับเมื่อครั้งเปลี่ยนพฤติกรรมคนในสังคม ให้หันมาใช้หลอดผอมประหยัดพลังงาน ที่ต้องรณรงค์กันอยู่หลายปี แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืนเมื่อห้างยักษ์ใหญ่ประกาศเลิกขายหลอดอ้วน มาขายเฉพาะหลอดผอม หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศที่ไม่แจกถุงพลาสติก ใครอยากได้ต้องจ่ายเงินซื้อ เพื่อลดขยะให้กับโลก
เหล่านี้ล้วนเป็นวิธีการที่ได้ผล เมื่อคนตัวใหญ่ลุกมาเปลี่ยนแปลงระดับนโยบาย เพื่อเปลี่ยนโลกได้รวดเร็วขึ้น
“การทำเรื่องพวกนี้ยากนะ ก็เหมือนกับการเดินทางไกล ที่ทั้งเหนื่อย และใช้เวลา ซึ่งระหว่างทาง อาจไม่มีอาหาร ไม่มีเพื่อน ไม่มีอะไรเลย ทุกคนที่อยากเดินบนเส้นทางนี้ ก่อนก้าวแรก ต้องทำใจไว้เลย ถ้าคาดหวัง มุ่งหวังว่าจะได้อะไรสักอย่างกลับมา อาจจะต้องถอยไปก่อน เพราะมันไม่ง่าย”
เขาพูดถึงเรื่องยากของการลุกมาทำเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ระหว่างทางต้องเผชิญกับความท้าทายอีกมหาศาล ทั้งเหนื่อยและเหงา แต่ถ้ามุ่งมั่นตั้งใจ จุดเล็กๆ เสียงเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็จะค่อยๆ ก่อพลังไปสู่ภาพใหญ่ได้ในสักวัน..เขาเชื่ออย่างนั้น
เช่นเดียวกับบรรยากาศที่เกิดขึ้นในห้อง “กรีนโซน” หลากหลายวิถีชีวิตที่แชร์ไว้ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิต การดูแลโลกและสิ่งแวดล้อม ด้วยวิธีง่ายๆ ใกล้ๆ ตัว รวมถึงการเป็นกระทู้ที่ไม่มีวันหายไป จากระบบซึ่งพวกเขาพัฒนาไว้ ก็เป็นโอกาสอันดีที่ช่วยให้เรื่องเล่าสีเขียว มีเวลาเดินทางไปสะกิดหัวใจผู้คนได้นานขึ้น เพื่อเปลี่ยนแปลงใครสักคนได้ในวันหนึ่ง
ทำไมพันทิปต้องแสดงความรับผิดชอบต่อโลก วันฉัตรบอกเราว่า ทุกธุรกิจถ้าอยากหมุนวงล้อกิจการของตัวเองให้ไปต่อได้เรื่อยๆ ไม่สะดุด ก็ต้องไม่ละเลยต่อโลก สังคม และสิ่งแวดล้อม
“ธุรกิจต้องหมุนไปได้อย่างต่อเนื่อง อะไรก็ตามที่ทำแล้ว วงล้อต้องหยุดชะงัก ย่อมเป็นทิศทางที่ไม่ถูกต้อง สมมติผมเป็นเจ้าของสินค้าชิ้นหนึ่ง ผมผลิตต้นทุนถูก แล้วไปขายแพงมาก ทั้งที่คุณภาพไม่ดีเลย แน่นอนอาจได้เงินเยอะมากในช่วงแรก แต่สุดท้ายวงจรไปต่อไม่ได้เพราะคนซื้อ ซื้อไปครั้งหนึ่งแล้วรู้ว่าสินค้าไม่ดี ก็ไม่สนับสนุนอีก กิจการก็จะหยุดชะงัก”
จุดสะดุดของวงล้อ ที่อาจเริ่มจากแค่ การคิดถึงตัวเองมากไป ขณะที่คิดถึงผู้คนและโลก ไม่มากเท่า จนเป็นที่มาของทางตันธุรกิจ เป็นอันปิดวงล้อกิจการได้ในชั่วพริบตา
“เราอาจทำสิ่งไม่ถูกต้องเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เป็นการประหยัดที่ได้ผลดีในระยะสั้นเท่านั้น เพราะไม่ยืนยาว แต่ถ้าเราทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ตามที่มันควรจะเป็น วงจรก็จะยั่งยืนได้เอง และวงจรเหล่านี้ ก็เหมือนลูกหิมะที่หล่นจากภูเขานั่นแหล่ะ ถ้าสังเกตดีๆ ลูกหิมะที่วิ่งได้ดี มันจะโตขึ้นเรื่อยๆ โดยอัติโนมัติ และธุรกิจก็จะเช่นเดียวกัน”
เขาสรุปในตอนท้าย ในวันที่พันทิป ลุกมาคิดเพื่อโลก และประกาศจุดยืน อยู่ข้างโลกและสิ่งแวดล้อม
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages