วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา 14:43:05 น.
ใจหาย ใจคว่ำ เช้านี้ SET ตื่นม๊อบ ดัชนีร่วงก่อนดีดกลับ ประเด็นการเมืองมองเป็นเรื่องเล็ก แต่ทีต้องกลัวคือแรงขายจากต่างชาติ ทุนสะสมอยู่ในระดับสูงในขณะที่ ต้นทุนต่ำ เทขายเมื่อไหร่ตลาดจบเมื่อนั้น กลยุทธ์การลงทุนให้ถือเงินสด 60% และถือหุ้นส่วนน้อย 40% เลือกซื้อ/ถือหุ้นที่ผันผวนน้อยกว่าตลาด (Low BETA, PER ต่ำ และ High Div Yield: ROJNA (FV@B14.2) สัปดาห์นี้มีงาน HMPRO Expo เลือกเก็ง HMPRO (F...@15.60) และสัปดาห์หน้าจะมี Motor Expo เลือก STANLY (FV@B268)
* แรงเก็งกำไรมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดันหุ้นโซน Northeast Asia ขึ้นกระจาย
แม้หุ้นไทยจะยังตื่นตูมเรื่องการเมืองเดี๋ยวลบเดี๋ยวบวกชวนงง แต่ตลาดหุ้น โซน Northeast Asia เช่น เซี่ยงไฮ้ของจีน ฮั่งเสงของฮ่องกง และเวทเต็ดของไต้หวัน ล้วนปรับพุ่งได้ใจ โดยเวทเต็ดของไต้หวันบวกกว่า 3.1% รับข่าว ครม.ของรัฐบาลไต้หวันเตรียมประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ เช่นเดียวกับฝั่งจีนและฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และฮั่งเสงบวกกว่า 0.8% รับข่าวคณะผู้นำใหม่ของจีนจะปฎิรูประบบเศรษฐกิจใหม่และพร้อมอัดฉัดเม็ดเงิน เพื่อพัฒนาจีนให้ก้าวสู่ยุดใหม่ ส่วนนิเคอิ แม้วันนี้จะปิดทำการแต่ตลอด 7 วันที่ผ่านมาดัชนีนิเคอิปรับขึ้นแรงอย่างต่อเนื่องกว่า 8% รับข่าวรัฐบาลใหม่เร่งแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและเตรียมกดดัน BOJ อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้นพร้อมๆกับให้ปรับดอกเบี้ยลงต่ำกว่าหรือเท่ากับ 0%
*หุ้นประเทศอื่นสดใส ใช่ว่าหุ้นไทยจะสดชื่นตาม ควรระวังแรงขายจากฝรั่ง
แรงขายทำกำไรของนักลงทุนต่างประเทศ มีโอกาสสูงที่จะขายสุทธิต่อเนื่องในช่วง พ.ย.-ธ.ค.55 เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังมียอดสะสมในระดับสูงจากที่ไล่กว้านซื้อมา ตั้งแต่ 29 พ.ย.54 จนดันให้ดัชนีขึ้นแตะ PER15 ประเมินโดยเบื้องต้นเมื่อหักดีล Big Lot สำคัญๆระหว่างทางกว่า 7 ดีล ยอดสะสมของนักลงทุนต่างประเทศจะเป็นซื้อสุทธิถึง 7.5 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนยังค่อนข้างต่ำ ประเมินด้วยวิธี Weighted Average ต่างชาติมีทุนเฉลี่ยใน SET Index ที่1,150 จุด ส่วนความคาดหวังที่ตลาดอาจมีแรงผยุงจากคำสั่งซื้อ LTF/RMF ในช่วงปลายปี ตามสถิติแล้วสถาบันในประเทศมักจะเข้าซื้อสุทธิในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. และทำให้ SET Index ปรับเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยสูงถึง 5% แต่ปี 2555 นี้ เริ่มมีสัญญาณการเข้าซื้อหนักจากสถาบันแล้วในช่วง พ.ย. ซึ่งอาจตั้งสมมติฐานได้ว่าสถาบันมีการเข้าซื้อล่วงหน้า เพื่อดักทางนักลงทุนที่มองเห็นพฤติกรรมของสถาบันตามสถิติ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าหากมีการเร่งซื้อในเดือน พ.ย. อาจทำให้ในช่วง ธ.ค. สถาบันไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อตามสถิติเดิม โดยรวมแล้วจึงมองว่า SET Index มีความเสี่ยงที่จะเจอแรงขายมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แรงซื้อจะลดลงสวนทาง เชื่อว่าระยะสั้นดัชนีไปไหนไม่รอดน่าจะลงต่ำกว่า 1,270 และ 1,250 จุด เพื่อไปตั้งหลักกันใหม่ที่ 1,232 จุด (PER 14 เท่าของปี 2555 และเทียบเท่า PER 12 เท่าปี 2556)
* ช่วงเช้าไต่ขึ้นตามกรอบ แต่ Volume ที่ยังน้อยทำให้ตอนบ่ายไม่น่าไปได้ไกล
ดัชนีฟื้นตัวจากช่วง 15 นาทีแรกที่ลงตื่นตูม ภาพโดยรวมดัชนีไต่ขึ้นมาตามกรอบ Channel ในรูป แต่ Volume ที่เข้าเติมในภาคเช้ามีค่อนข้างน้อยแค่ 8 พันล้านบาท ช่วงบ่ายดัชนีจึงไม่น่าไปไหนได้ไกล มองว่าแนวต้านจะอยู่ที่ 1,284.5 จุด และควรระวังแรงขายฉุกเฉินที่อาจกดให้ดัชนีต้องลงมาที่ 1,278 จุดอีกครั้ง
* กลยุทธ์การลงทุนให้ถือเงินสด 60% และถือหุ้นส่วนน้อย 40% เลือกซื้อ/ถือหุ้นที่ผันผวนน้อยกว่าตลาด (Low BETA, PER ต่ำ และ High Div Yield)
กลยุทธ์การลงทุนให้ถือเงินสด 60% และถือหุ้นส่วนน้อย 40% เลือกซื้อ/ถือหุ้นที่ผันผวนน้อยกว่าตลาด (Low BETA, PER ต่ำ และ High Div Yield: ROJNA (FV@B14.2) สัปดาห์นี้มีงาน HMPRO Expo เลือกเก็ง HMPRO (F...@15.60) และสัปดาห์หน้าจะมี Motor Expo เลือก STANLY (FV@B268)