วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2555 เวลา 14:30:18 น.
ตลาดอยู่ในช่วงย่อยข่าว QE ระยะกลางเชื่อว่าผลจากปริมาณเงินในระบบที่เพิ่มขึ้นสูงจะทำให้ปีหน้าตลาด ผันผวนสวิงขึ้นแรง กลยุทธ์หลักสะสม SEAFCO, ROJNA, ASK, MCS, HMPRO, THRE, TIP และเก็บหุ้นปันผลสูง KCAR, TVO, TOP, TK เสริมด้วยหุ้นพลังงาน PTT เซียมซีบ่าย IVL
* FED จัดหนัก QE4 อัดฉีดเงินรอบใหม่ ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม
เป็นไปตามที่คาดกันไว้ นอกจาก FED จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปตามเดิม ยังจัดจริงกับการประกาศใช้ QE4 โดยระบุว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรอบใหม่ไม่จำกัดจำนวนในวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อทดแทนการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในโครงการ Operation Twist ในวงเงินเดียวกันที่จะหมดอายุลงในสิ้นปีนี้ (Operation Twist เป็นมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวควบคู่ไปกับการขายพันธบัตรอายุสั้น เพื่อการกดดอกเบี้ยระยะยาวให้ต่ำลง และดึงดอกเบี้ยระยะสั้นให้ปรับเพิ่มขึ้น เป็นวิธีที่ FED ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจพร้อมๆกับแก้ปัญหางบดุลของ FED ที่ไม่สมดุลในช่วงที่ใช้ QE2 เพราะฉะนั้นการออก QE4 ในรอบนี้ก็เปรียบเสมือน FED กลับไปใช้ QE2 แบบเต็มตัวแถมเจ๋งยิ่งกว่าเดิม เพราะครั้งนี้เป็นการลุยเข้าซื้อแบบไม่จำกัดวงเงิน เช่นเดียวกับ QE3 ที่จะเข้าซื้อ หลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) แบบไม่จำกัดจำนวนวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งประกาศใช้ไปเมื่อ 13 ก.ย.55 กล่าวโดยสรุปก็คือFED จะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ จาก QE 3,4 ในการเข้าซื้อ Bond และ MBS ด้วยวงเงินรวมสูงถึง 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และไม่มีกำหนดว่าจะยุติโครงการเมื่อไหร่ โดยจะเข้าซื้อจนกว่าระดับตัวเลขการว่างงานลงมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจต่ำกว่า 6.5%
* ตลาดไม่ตอบรับ QE เพราะกำลังอยู่ในช่วงย่อยข่าว
ตลาดหุ้นไม่ตอบรับต่อข่าวดีเรื่อง QE เท่าไหร่นัก เนื่องจากมีการคาดการณ์กันไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว อีกทั้งการอัดฉีดเงินแบบไม่จำกัดจำนวนก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะก่อนหน้านี้ก็ประกาศใช้ QE3 ซึ่งตลาดรับรู้ไปนานแล้วพอสมควร การขยายวงเงินที่จะใช้ต่อเดือนผ่าน QE4 จึงไม่แรงมากพอที่จะกระตุ้น Sentiment ตลาดได้ในช่วงสั้น แต่เชื่อว่าในระยะกลาง ผลจากการเพิ่มเงินเข้ามาจะทำให้ปริมาณเงินในระบบ Money Supply (M2) ของโลกพุ่งสูงขึ้น ในเชิงปฏิบัติเม็ดเงินดังกล่าวจะต้องมีบางส่วนวนกลับมาลงยังสินทรัพย์เสี่ยง หรือสินทรัพย์ที่ไว้ใช้ป้องกันเงินเฟ้อ ซึ่งตลาดอาจต้องใช้เวลาซักระยะในการย่อยข่าวที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วคาดว่าปีหน้าปริมาณเงินในระบบที่กำลังจะปรับเพิ่มขึ้นสูงจะมีผล ต่อตลาดเงิน ตลาดทุน และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ให้เคลื่อนไหวผันผวนรุนแรงยิ่งไปกว่าเดิม หุ้นไทยอาจได้อานิสงค์ไปไกลเกินกว่าจะหยั่งถึง (สามารถโทรมาและเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องเป้าหมายของ SET ได้ ที่หมายเลข 0-2680-1334)
* บ่ายนี้ SET ซึมพักตัว แต่คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 1,350 จุด
ช่วงชัดค่อนข้างชัดเลยว่า 1,350 จุดคือแนวรับสำคัญ ดัชนีถูกรับได้ก่อนที่จะมาฟื้นตัวตั้งหลักกันใหม่ที่ 1,355 จุด อย่างไรก็ตามจากกราฟราย 5 นาที ดูแล้วไม่ค่อยจะโสภามากนัก ดัชนีฟื้นกลับก็จริงแต่ก็เน้นไปทางนิ่งที่บริเวณ 1,354-1,356 จุด บ่งบอกว่าดัชนีขาดแรงส่ง บ่ายนี้จึงอาจต้องซึมลงมาอีกครั้ง แต่คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 1,350 จุด
* กลยุทธ์จัดพอร์ตผสมหุ้น High Dividend
พอร์ตหลัก : SEAFCO, ROJNA, ASK, MCS, HMPRO, CPALL, THRE, TIP, GUNKUL หุ้นปันผล KCAR, TVO, TOP, TK และหาจังหวะรอเก็บหุ้น Commodity โดยเฉพาะสายพลังงาน PTT
เซียมซีบ่าย : IVL พ้นอิทธิพลขาลงระยะสั้น โอกาสฟื้นตัวยาวมีค่อนข้างสูง ลุ้นยกแรกทดสอบ 27 และถัดไปที่ 28 บ่าย
วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2555 เวลา 15:05:56 น.
สัปดาห์นี้คาด SET ถึงจุดสูงสุดไม่เกิน 1,379 จุด กลยุทธ์หลักสะสมหุ้น Growth Stock SEAFCO, ROJNA, ASK, MCS, HMPRO, CPALL, THRE, TIP และเก็บหุ้นปันผลสูง DTAC, INTUCH, KCAR, TVO, TOP, TK เทคนิคบ่ายก่ายหน้าผาก UV, BTS, บ้านนายก
* จับตา Fiscal Cliff เริ่มมีแววคุยกันรู้เรื่อง
Fiscal Cliff เริ่มมีแววคุยกันรู้เรื่อง หลัง นาย จอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ยอมรับที่จะปล่อยให้ นโยบายการลดภาษีชั่วคราวสำหรับคนรวย (รายได้สุทธิเกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี) ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีบุช หมดอายุลงตามที่กำหนดไว้ ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2555 โดยอัตราภาษีจะเด้งกลับไปอยู่ที่ 39.6% เช่นเดิม จากระดับ 35% และ นาย จอห์น โบห์เนอร์ ยังเสนอให้ต่ออายุมาตรการลดภาษีโดยเฉพาะภาษีสวัสดิการสังคมสำหรับประชาชนที่ มีรายได้น้อยกว่า 1 ล้านเหรียญ ท่าทีที่อ่อนลงของ โบห์เนอร์ ถือเป็นกุญแจสำคัญ ที่อาจทำให้ข้อตกลงในการจัดเก็บภาษีและเป้าหมายในการปรับลดงบรายจ่ายของ รัฐบาลเสร็จสิ้นได้ในช่วงปีใหม่นี้ การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงหน้าผาการคลังจะเป็นการเจรจาเพื่อให้รัฐบาลสหรัฐได้ ใช้จ่ายเกินตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกกับการปฎิบัติตามเงื่อนไขในแผนการรัดเข็มขัดการใช้จ่ายในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่าง รีพับลิกันกับเดโมแครต โดย ปธน.โอบามา อาจต้องยินยอมตามข้อเสนอของรีพับลิกันเพื่อแลกกับการขยายเพดานหนี้ โดยเฉพาะการลดรายจ่ายในโครงการประกันสุขภาพที่ประธานาธิบดีโอบามาผลักดันออก กฎหมายปฏิรูปโครงการประกันสุขภาพเมื่อ 3 ปีก่อนที่เรียกว่า Obama care ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการให้ความสำคัญเรื่องวินัยการคลังและปัญหา หนี้สาธารณะในระยะยาวของตนเอง ว่าได้เริ่มรัดเข็มขัดบ้างแล้ว และปีถัด ๆ ไป ก็ค่อยทยอยรัดเข็มขัดในส่วนที่เหลืออีกปีละ 2 แสนล้านดอลลาร์
* สัปดาห์นี้คาด SET ถึงจุดสุดยอด (ไม่เกิน 1,379 จุด)
เชื่อว่าสัปดาห์นี้ Momentum ของการเก็งกำไรน่าจะดันให้ SET Index ขึ้นทำ New High ในรอบ 16 ปีอีกครั้งดัชนีมีโอกาสทดสอบ 1,379 จุด (คาดว่าปีนี้ไม่น่าขึ้นเกินระดับนี้) แต่ถัดจากนั้นตลาดก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดสภาวะอิ่มตัวของ บัญชีซื้อขายเพื่อ บล. และนักลงทุนต่างประเทศ หลังนักลงทุนทั้งสองประเภทซื้อสะสมมาอย่างต่อเนื่อง โดยบัญชีซื้อขายเพื่อ บล . มีโอกาสขายทำกำไรก่อนสิ้นปีมากที่สุด ส่วนนักลงทุนต่างประเทศคาดว่าสัปดาห์นี้จะเริ่มชะลอการลงทุนลง จากสถิติพฤติกรรม 3 ปีย้อนหลังจะพบว่าปริมาณธุรกรรมของต่างชาติในตลาดหุ้นไทยจะลดลงอย่างเห็นได้ ชัดในช่วงก่อนคริสมาสต์ (17-24 ธ.ค.) ของทุกปี โดยจะเน้นไปทางขายสุทธิเฉลี่ยประมาณ 1.6 พันล้านบาท
* บ่ายนี้สงสัย SET ลงมาแตะ 1,258 จุด
SET เกิน 1,360 จุดแล้ว แต่ก็ดูเคลื่อนไหวกวนชวนหงุดหงิด กล่าวคือ ไปไม่ได้ไกลกว่า 1,366 จุด ดัชนีพยายามดันขึ้นทดสอบอยู่ 2-3 ครั้ง แต่ก็โดนกด Top ตลอด ที่น่าหวาดเสียวคือจังหวะปิดท้ายตลาด ดัชนีลงมาปิดใกล้ Low 1,361 จุด ส่งกลิ่นบ่ายนี้มีโอกาสหลุด Low สูง และถ้าหลุดลงมาอย่างที่กลัวก็มีแววว่าต้องปิด Gap ราย 5 นาทีลึกถึง 1,358 จุด
* ปรับพอร์ตขายหุ้นแพงและมาเลือกหุ้นคัดสรร
ยังมีความเชื่อมั่นว่า SET Index ที่ปรับตัวขึ้นมาสูงเกินกว่า 15 เท่าในปี 2555 มีโอกาสปรับฐานสูง ฝ่ายวิจัยประเมินว่าช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าจะเริ่มปรับพอร์ตมาก ที่สุด โดยแนะนำให้เลือกขายหุ้นแพงที่ขึ้นเกินมูลค่าพื้นฐาน (Upside ติดลบ) เปลี่ยนมาเลือกหุ้นมีปัจจัยเร่งเรื่องการเติบโตของกำไร PER ไม่แพง มี Upside และจ่ายปันผลสูง ตามหุ้นคัดสรรด้านล่าง
หุ้นคัดสรร : SEAFCO, ROJNA, ASK, MCS, HMPRO, CPALL, THRE, TIP, GUNKUL หุ้นปันผล KCAR, DTAC, INTUCH, TVO, TOP, TK
เซียมซีบ่าย : เล่นต่อเนื่องกับ BANPU (เป้า 440 บาท), BTS (เป้า 7.20 บาท) และเติมด้วย UV (เป้า 7.7 บาท)