ปรับหมากกลยุทธ์ ภาคบ่าย บล.เอเซีย พลัส

8 views
Skip to first unread message

phalakorn

unread,
Dec 18, 2012, 2:31:24 AM12/18/12
to maiak...@googlegroups.com

ปรับหมากกลยุทธ์ ภาคบ่าย : บล.เอเซีย พลัส

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2555 เวลา 14:20:54 น.

- 7.77 เจ็บ เจ็บ เจ็บ จุด ปรับพอร์ตขายหุ้นแพง และสะสมหุ้น Growth Stock SEAFCO, ROJNA, ASK, MCS, HMPRO, THRE, TIP และเก็บหุ้นปันผลสูง DTAC, INTUCH, KCAR, TVO, TOP, TK เทคนิคบ่ายไม่เคยรักใครเท่าเจี๊ยบ GFPT 

* เศรษฐกิจโลกเริ่มทำพิษ ขาใหญ่อย่างจีนเริ่มสะดุด เมื่อ FDI หดตัว 

ตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกแต่ก็เป็นการบวกเพียงเล็กน้อยไม่ถึง 0.5 % ไม่นับญี่ปุ่นที่บวกไปมากกว่าใครเพื่อนถึง 1.1% เนื่องจากยังคงอินกับการชนะการเลือกตั้งของพรรคเสรีประชาธิปไตย ( LDP) ซึ่งหลังการเลือกตั้งมีแนวโน้มสูงที่จะเห็นการ Sell on Fact เกิดขึ้นในส่วนของจีนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ออกมาเปิดเผยว่า ปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2555 มีจำนวนเพียง 1 แสนล้านดอลลาร์ ลดลง 3.6 % จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นับเป็นสถิติการลดลงที่ยาวนานที่สุดในรอบ 3 ปี สะท้อนว่าปัญหาเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของภาคเอกชน และยิ่งมองที่แรงซื้อจากต่างชาติจะพบว่าเริ่มเห็นการชะลอการเข้าซื้อหุ้นใน ภูมิภาคเอเชีย สลับขายทำกำไรออกมาเป็นครั้งแรกในรอบ 13 วัน เนื่องจากเข้าใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่อีกทั้งยังมีพอร์ตการลงทุนของโบรกเกอร์ ที่สามารถขายทำกำไรออกมาได้ทุกเมื่อ สองปัจจัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นปัจจัยกดดันดัชนีในช่วงที่เหลือของปี ในส่วนของปัญหา Fiscal Cliff ที่เริ่มเข้าใกล้เส้นตายขึ้นทุกที ๆ แม้จะเริ่มเห็นแววของความคืบหน้าในการแก้ปัญหา แต่ตราบใดที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนบรรยากาศการลงทุนก็จะยังอึมครึมกันต่อ ไป

* ช่วงเช้า แค่ -7 ช่วงบ่ายอาจถึง -10 จุด 

SET Index รักเธอหัวทิ่มบ่อ ช่วงเช้าไล่ขึ้นก่อนให้ดีใจ ก่อนหลอกดักขายกดทิ้งกระหน่ำ ดัชนีลงทดสอบ 1,350 จุด คาดว่าช่วงบ่ายมีโอกาสไหลต่อจนอาจถึง 1,345 จุด ถ้าจะหลุดเลยลงมาก็ไม่น่าเว่อร์เกิน 1,334 จุด และหากจะมีจังหวะฟื้นตัว แนวต้านที่น่าติดตามคือ 1,355 จุด 

* ปรับพอร์ตรองรับปี 2556 โดยขายหุ้นแพงออก และเข้าหุ้นที่ปลอดภัย 

แม้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะได้แรงหนุนจากปริมาณเงินในระบบที่เพิ่มมากขึ้น ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณจากทั้ง สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน แต่ ความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นไทยจะต้องเจอแรงขายทำกำไรหลังหุ้นไทยให้ผลตอบแทนดีที่ สุดในโลกตลอด 1 – 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อสลับไปลงทุนยังประเทศที่ยัง Underperform บวกกับในช่วงต้นปี 2556 SET Index อาจต้องเจอแรงขายทำกำไรจากการครบรอบของ LTF ที่เข้าซื้อเมื่อปี 2552 2.6 หมื่นล้านบาท โดยมีต้นทุนเฉลี่ย 674 จุด เท่ากับว่าปัจจุบันเม็ดเงินดังกล่าวได้กำไรเกิน 100% (สะท้อนว่ามีปริมาณเงินที่พร้อมขายกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท) ดัชนีในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 จึงอาจปรับเพิ่มขึ้นต่อลำบากและน่าจะต้องมีการปรับฐานลงบ้าง อย่างไรก็ตามในระยะกลางคาดว่า ดัชนีจะยังเดินหน้าขึ้นต่อไปได้ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ระดับ PER 14 เท่าของปี 2556 ที่ 1,414 จุด กลยุทธ์การลงทุนจึงแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

* ระยะสั้น ปรับพอร์ตขายหุ้นแพงที่ขึ้นเกิน Fair Value ไปแล้ว และเปลี่ยนมาลงยังหุ้นที่มี EPS Growth ในงวด 4Q55 โตโดดเด่น PER ไม่แพงและยังมี Upside เหลือในระดับสูง โดยแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆดั่งต่อไปนี้ กลุ่มอสังหาฯ PS (FV@ 28.08), MJD (FV@ 3.65), RML (FV@ 2.45) กลุ่มก่อสร้าง SEAFCO (FV@ 6.91) กลุ่มค้าปลีก HMPRO (FV@ 15.60) กลุ่มธนาคารฯ TCAP (FV@ 49.14) กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ/บุคคล TK (FV@ 20.23), ASK(FV@ 23), AEOCTS (FV@ 82.97)

* ระยะกลางเลือกหุ้นผสมระหว่างกลุ่มพลังงาน PTT (FV@ 420), TOP (FV@ 80.12), และหุ้น High Dividend ที่มี EPS Growth ปี 2556 สูง กลุ่ม สื่อสาร DTAC (FV@ 110), INTUCH (FV@ 87) 

หุ้นคัดสรร : SEAFCO, ROJNA, ASK, MCS, HMPRO, CPALL, THRE, TIP, GUNKUL หุ้นปันผล KCAR, DTAC, INTUCH, TVO, TOP, TK

เซียมซีบ่าย : ไม่เคยรักใครเท่าเจี๊ยบ เลือกหุ้นไก่เล็ก GFPT เป้าหมาย 8.60 บาท

 

 

From: phalakorn [mailto:phal...@ppi.co.th]
Sent: Monday, December 17, 2012 3:21 PM
To: 'maiak...@googlegroups.com'
Subject: ปรับหมากกลยุทธ์ ภาคบ่าย บล.เอเซีย พลัส

 

ปรับหมากกลยุทธ์ ภาคบ่าย : บล.เอเซีย พลัส

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2555 เวลา 15:05:56 น.

สัปดาห์นี้คาด SET ถึงจุดสูงสุดไม่เกิน 1,379 จุด กลยุทธ์หลักสะสมหุ้น Growth Stock SEAFCO, ROJNA, ASK, MCS, HMPRO, CPALL, THRE, TIP และเก็บหุ้นปันผลสูง DTAC, INTUCH, KCAR, TVO, TOP, TK เทคนิคบ่ายก่ายหน้าผาก UV, BTS, บ้านนายก

* จับตา Fiscal Cliff เริ่มมีแววคุยกันรู้เรื่อง 

Fiscal Cliff เริ่มมีแววคุยกันรู้เรื่อง หลัง นาย จอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ยอมรับที่จะปล่อยให้ นโยบายการลดภาษีชั่วคราวสำหรับคนรวย (รายได้สุทธิเกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี) ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีบุช หมดอายุลงตามที่กำหนดไว้ ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2555 โดยอัตราภาษีจะเด้งกลับไปอยู่ที่ 39.6% เช่นเดิม จากระดับ 35% และ นาย จอห์น โบห์เนอร์ ยังเสนอให้ต่ออายุมาตรการลดภาษีโดยเฉพาะภาษีสวัสดิการสังคมสำหรับประชาชนที่ มีรายได้น้อยกว่า 1 ล้านเหรียญ ท่าทีที่อ่อนลงของ โบห์เนอร์ ถือเป็นกุญแจสำคัญ ที่อาจทำให้ข้อตกลงในการจัดเก็บภาษีและเป้าหมายในการปรับลดงบรายจ่ายของ รัฐบาลเสร็จสิ้นได้ในช่วงปีใหม่นี้ การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงหน้าผาการคลังจะเป็นการเจรจาเพื่อให้รัฐบาลสหรัฐได้ ใช้จ่ายเกินตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกกับการปฎิบัติตามเงื่อนไขในแผนการรัดเข็มขัดการใช้จ่ายในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่าง รีพับลิกันกับเดโมแครต โดย ปธน.โอบามา อาจต้องยินยอมตามข้อเสนอของรีพับลิกันเพื่อแลกกับการขยายเพดานหนี้ โดยเฉพาะการลดรายจ่ายในโครงการประกันสุขภาพที่ประธานาธิบดีโอบามาผลักดันออก กฎหมายปฏิรูปโครงการประกันสุขภาพเมื่อ 3 ปีก่อนที่เรียกว่า Obama care ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการให้ความสำคัญเรื่องวินัยการคลังและปัญหา หนี้สาธารณะในระยะยาวของตนเอง ว่าได้เริ่มรัดเข็มขัดบ้างแล้ว และปีถัด ๆ ไป ก็ค่อยทยอยรัดเข็มขัดในส่วนที่เหลืออีกปีละ 2 แสนล้านดอลลาร์

* สัปดาห์นี้คาด SET ถึงจุดสุดยอด (ไม่เกิน 1,379 จุด)

เชื่อว่าสัปดาห์นี้ Momentum ของการเก็งกำไรน่าจะดันให้ SET Index ขึ้นทำ New High ในรอบ 16 ปีอีกครั้งดัชนีมีโอกาสทดสอบ 1,379 จุด (คาดว่าปีนี้ไม่น่าขึ้นเกินระดับนี้) แต่ถัดจากนั้นตลาดก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดสภาวะอิ่มตัวของ บัญชีซื้อขายเพื่อ บล. และนักลงทุนต่างประเทศ หลังนักลงทุนทั้งสองประเภทซื้อสะสมมาอย่างต่อเนื่อง โดยบัญชีซื้อขายเพื่อ บล . มีโอกาสขายทำกำไรก่อนสิ้นปีมากที่สุด ส่วนนักลงทุนต่างประเทศคาดว่าสัปดาห์นี้จะเริ่มชะลอการลงทุนลง จากสถิติพฤติกรรม 3 ปีย้อนหลังจะพบว่าปริมาณธุรกรรมของต่างชาติในตลาดหุ้นไทยจะลดลงอย่างเห็นได้ ชัดในช่วงก่อนคริสมาสต์ (17-24 ธ.ค.) ของทุกปี โดยจะเน้นไปทางขายสุทธิเฉลี่ยประมาณ 1.6 พันล้านบาท

* บ่ายนี้สงสัย SET ลงมาแตะ 1,258 จุด 

SET เกิน 1,360 จุดแล้ว แต่ก็ดูเคลื่อนไหวกวนชวนหงุดหงิด กล่าวคือ ไปไม่ได้ไกลกว่า 1,366 จุด ดัชนีพยายามดันขึ้นทดสอบอยู่ 2-3 ครั้ง แต่ก็โดนกด Top ตลอด ที่น่าหวาดเสียวคือจังหวะปิดท้ายตลาด ดัชนีลงมาปิดใกล้ Low 1,361 จุด ส่งกลิ่นบ่ายนี้มีโอกาสหลุด Low สูง และถ้าหลุดลงมาอย่างที่กลัวก็มีแววว่าต้องปิด Gap ราย 5 นาทีลึกถึง 1,358 จุด 

* ปรับพอร์ตขายหุ้นแพงและมาเลือกหุ้นคัดสรร 

ยังมีความเชื่อมั่นว่า SET Index ที่ปรับตัวขึ้นมาสูงเกินกว่า 15 เท่าในปี 2555 มีโอกาสปรับฐานสูง ฝ่ายวิจัยประเมินว่าช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าจะเริ่มปรับพอร์ตมาก ที่สุด โดยแนะนำให้เลือกขายหุ้นแพงที่ขึ้นเกินมูลค่าพื้นฐาน (Upside ติดลบ) เปลี่ยนมาเลือกหุ้นมีปัจจัยเร่งเรื่องการเติบโตของกำไร PER ไม่แพง มี Upside และจ่ายปันผลสูง ตามหุ้นคัดสรรด้านล่าง

หุ้นคัดสรร : SEAFCO, ROJNA, ASK, MCS, HMPRO, CPALL, THRE, TIP, GUNKUL หุ้นปันผล KCAR, DTAC, INTUCH, TVO, TOP, TK

เซียมซีบ่าย : เล่นต่อเนื่องกับ BANPU (เป้า 440 บาท), BTS (เป้า 7.20 บาท) และเติมด้วย UV (เป้า 7.7 บาท)

 

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages