[Rotary Club Of Magkang District3340 Thailand] สมัครไฟเขียวทุ่มงบ3.2หมื่นล. เ...

8 views
Skip to first unread message

??????

unread,
Jun 11, 2008, 6:40:10 AM6/11/08
to mag...@googlegroups.com
สมัครไฟเขียวทุ่มงบ3.2หมื่นล. เดินหน้าอุโมงค์ผันน้ำโขงเฟสแรก

พหลโยธิน : อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำเผย "สมัคร" เห็นชอบอนุมัติงบกว่า 32,000 ล้าน เดินหน้าโครงการผันน้ำโขงช
่วยเกษตรกร รัฐบาลเตรียมอัดงบอีก 1.6 หมื่นล้าน ขุดลอกคูคลองทั่วไทย "สมศักดิ์" ชี้เรื่องผันน้ำโขงเข้าไทยงบอาจบานปลายถึง 7 แสนล้าน หากดึงดันจะทำเรื่องขอคุยกับ "สมัคร" ก่อนเดินหน้า
นายศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยความคืบหน้าโครงการอุโมงค์ผันน้ำโขงว่า หลังจากกรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการชลประทาน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดนายสมัครได้เห็นชอบในหลักการแนวทางผันน้ำจากลุ่มน้ำโขงมาใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามที่กรมทรัพยากรน้ำได้นำเสนอแนวผันน้ำงึม-ห้วยหลวง-ลำปาว-ชีแล้ว โดยแผนระยะแรกดำเนินการได้ทันที เนื่องจากใช้ประตูระบายน้ำห้วยหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ซึ่งมีอยู่แล้ว จากนั้นจะข้ามมาที่หนองหานกุมภวาปี จ.อุดรธานี ในลุ่มน้ำชี ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำได้รับงบปรับปรุงหนองหาน 200 ล้านบาท และน้ำจะส่งมาเก็บที่อ่างเก็บน้ำลำปาว จ.กาฬสินธุ์ โดยจะผันน้ำในระยะนี้ได้จำนวน 600 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าจะเสนอรายละเอียดต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพร้อมกับวงเงินสำหรับเฟสแรกรวม 32,108 ล้านบาท
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำกล่าวอีกว่า สำหรับระยะที่ 2 ซึ่งจะผันน้ำงึมของลาวนั้น รัฐบาลจะเจรจากับลาวเพื่อผันน้ำจากฝายทดน้ำปากน้ำงึม โดยจะก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำโขงเข้ามาที่ห้วยหลวง และกระจายผันน้ำตามโครงการระยะที่ 1 โดยจะผันน้ำได้ประมาณ 1,978 ล้าน ลบ.ม. ใช้งบ 44,651.5 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี และคาดว่าจะทำควบคู่ไปกับแผนระยะที่ 1 ได้ทันที เนื่องจากมีการออกแบบอุโมงค์ผันน้ำและแนวทางไว้เรียบร้อย อีกทั้งการทำอุโมงค์ความยาว 1.2 กม. ก็ไม่ต้องทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เพราะไม่ได้อยู่ในข่ายที่ต้องทำตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม


สำหรับการขุดอุโมงค์นั้นจะใช้วิธีการขุดเจาะในเนื้อหินแข็งใต้ลำน้ำโขง ต่ำกว่าท้องน้ำมากกว่า 23 เมตร ดังนั้น จึงไม่ต้องห่วงว่าจะกระทบต่อตะกอน และขัดขวางทิศทางการไหลของน้ำโขง ที่สำคัญไม่ต้องกังวลว่าจะส่งผลต่อการเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคตามที่นักวิชาการเป็นห่วงว่าหากมีการสร้างอุโมงค์ตรง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย แล้วบั้งไฟจะไม่เกิดอีก แต่จากการศึกษากรณีของเขื่อนน้ำงึมตั้งแต่ปี 2515 และประตูห้วยหลวงที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2544 หลังจากนั้นก็ยังมีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคอยู่ตามปรกติ ขณะที่การผันน้ำในโครงการนี้จะไม่มีการสร้างเขื่อนหรือฝายกั้นแม่น้ำโขงสายหลัก ต่างกับการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้ากั้นแม่น้ำโขงที่บ้านกุ่ม จ.อุบลราชธานี และที่ปากชม จ.เลย ส่วนผลกระทบจากการกระจายของดินเค็มนั้น จากการพิจารณาแผนที่ดินเค็มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่าแนวทางการผันน้ำและระบบชลประทานไม่อยู่ในพื้นที่ที่มีดินเค็มจัด จึงเป็นการหลีกเลี่ยงการกระจายความเค็ม แต่ในทางกลับกันการมีน้ำเข้ามาเพิ่มเติมในลำน้ำช่วยกดความเค็มไม่ให้ขึ้นมาผิวดินได้ นอกจากนี้จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พบว่ามีการทำเหมืองเกลือในพื้นที่มากว่า 2,000 ปี ก็ยังไม่พบการกระจายของดินเค็ม แต่ความเค็มของดินในปริมาณที่พอเหมาะเป็นผลดีต่อการผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพและได้ราคาสูง อย่างไรก็ตาม ควรควบคุมการทำเกลือสินเธาว์ให้ถูกวิธี ขณะที่ประเด็นของป่าบุ่งป่าทาม ซึ่งเป็นป่าชายเลนของลุ่มน้ำแดนอีสานนั้น การลดลงของป่าบุ่งป่าทามเกิดจากฝีมือคนมากที่สุด เนื่องมาจากการพัฒนา แต่การผันน้ำเข้ามาจะทำให้เกิดการฟื้นฟูป่าบุ่งป่าทามมากกว่า ส่วนผลกระทบต่อการเกิดน้ำท่วมนั้น ในการผันน้ำจะมีการพิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมในการนำน้ำมาเพิ่มเติมให้กับห้วยหลวงหรือลำปาว โดยมีระบบควบคุมการนำน้ำเข้าออกให้เหมาะสมกับระดับของแหล่งน้ำในกรณีของเขื่อนลำปาวจะมีการปรับการบริหารจัดการเขื่อนลำปาว เพื่อรับการผันน้ำโดยการนำน้ำจากเขื่อนไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดก่อนฤดูฝน ทำให้เขื่อนมีความจุว่างพอที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ส่งผลให้มีน้ำใช้ในฤดูแล้งมากขึ้น และลดการเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำชีด้วย นอกจากนี้นายสมัครยังได้เห็นชอบแผนการขุดลอกคูคลองหนองบึงทั่วประเทศจำนวน 6,400 แห่งวงเงิน 16,000 ล้านบาทด้วย

ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นายธีระ วงศ์สมุทร อธิบดีกรมชลประทาน จะนำผลการศึกษาดังกล่าวมาให้ในวันที่ 9 มิ.ย. และจากนั้นจะเสนอนายกรัฐมนตรีในเร็วๆนี้ ซึ่งเท่าที่ทราบในเบื้องต้นผลการศึกษาระบุว่าแนวโน้มของโครงการมีความเป็นไปได้ แต่อาจต้องใช้งบมหาศาล ดังนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องหารือกันว่าจะเดินหน้าหรือไม่ อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวจากกรมชลประทานเปิดเผยว่า ขณะนี้กรมชลประทานได้ศึกษาโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล ตามนโยบายของนายสมัครเสร็จแล้ว โดยพบว่าโครงการดังกล่าวมีความเป็นไปได้ แต่จะต้องใช้งบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 700,000 ล้านบาท ทั้งนี้ จะมีการสร้างอุโมงค์ 10 กว่าแห่ง รวม 300,000 ล้านบาท รวมกับการขยายลำคลองจากสาขาถึงพื้นที่การเกษตร หากโครงการนี้สำเร็จจะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้กว่า 18 ล้านไร่ ซึ่งปรกติหากจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้ขนาดนี้จะต้องสร้างเขื่อนประมาณ 160 แห่ง ซึ่งทำได้ยากและข้อจำกัดเยอะ ปัจจุบันกรมชลฯมีพื้นที่ชลประทานเพียง 23 ล้านไร่เท่านั้น สำหรับระยะแรกของโครงการนั้นหาก ครม. อนุมัติจะต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและออกแบบโครงการอีกประมาณ 3 ปี และใช้เวลาดำเนินการเกือบ 5-15 ปี ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่งบประมาณที่รัฐจะจัดและให้ความสำคัญกับโครงการระดับใด

โลกวันนี้


--
เขียนโดย เงาไม้ ถึง Rotary Club Of Magkang District3340 Thailand เวลา 6/11/2008 05:37:00 หลังเที่ยง
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages