สรุปคำบรรยาย เนติภาคค่ำ นิติกรรม-สัญญา สัปดาห์ที่ 6 เสาร์04/07/52

51 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Jul 5, 2009, 11:53:47 PM7/5/09
to LAWSIAM

หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์อธิราช มณีภาค ผู้บรรยาย   ,  ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า

ครั้งที่ 6 . (04/07/09 )

          ก็เป็นอย่างไรบ้างครับได้ติดตามข่าวหรือไม่ไม่ครับ เรื่องประชาธิปไตย ของ เรากับต่างประเทศก็ต่างกันนะครับ

            วันนี้เรามาดูข่าวสารจากสื่อสารมวลชนก่อนนะครับ ครั้งที่แล้วได้มีข่าวเกี่ยวกับ เศรษฐี ชาวอเมริกัน เรื่องแชร์ลูกโซ่ ศาลพิพากษา จำคุก ร้อยห้าสิบปี ฐานฉ้อโกง มีทรัพย์ที่ถูกยึดมูลค่า ห้าล้านๆ บาท

            นี่ก็เป็นผลจากนิติกรรมโดยกลฉ้อฉล ส่วนบ้านเราบางครั้งก็เงียบหายไปไม่เอาจริงเอาจังเท่าใด

            การเคหะ ที่มีนโยบายสร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อย ปรากฏว่าขาดทุนสะสม แปดหมื่นล้านบาท ทำไมเป็นเช่นนั้นก็หลักการบริหารจัดการ นั่นเอง  เพราะฉะนั้นทั้งหลักรัฐศาสตร์และหลักนิติศาสตร์ทำให้เป็นเช่นนั้น การจัดการเรื่องนั้นคงไม่รอบคอบเท่าที่ควรนั้นเอง

            การทำนิติกรรมที่ต้องทำตามแบบ ข่าวว่าปี 2550 มีการจดทะเบียนสมรสกันแล้วก็มีการจดทะเบียนหย่า หนึ่งแสนกว่าราย ฟังแล้วก็น่าสนใจเหมือนกัน ปี 51 52 ก็คงเพิ่มขึ้น

            อีกข่าวหนึ่งก็คือการตั้งท้องแทน  ของไทยเรา กฎหมายไม่เปิดช่องให้ไม่มีกฎหมายรับรองเรื่องนี้ ปรากฏว่าข่าวเกี่ยวกับ คุณธัญญาเรศ ต่อมาแท้งลูก ต่อมาก็ มีการ ตกลงให้ หญิงซึ่งเป็นญาติของฝ่ายหญิงแล้วอุ้มท้องให้  แล้วก็คลอดออกมา ถ้าเป็นเรื่องระหว่างญาติด้วยกัน ไม่มีค่าจ้างก็ไม่มีประเด็นอะไรทางกฎหมายนิติกรรมสัญญามาก

            มีก็เพียงสัญญาจ้างอุ้มท้อง ถ้ามีสินจ้าง ข้อตกลงดังกล่าวตกเป็นโมฆะตามมาตรา 151 เพราะมันขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนนะครับ

             ก็มีการเสนอกฎหมายการรับตั้งครรภ์แทน ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นกฤษฎีกา ว่ากระทำได้ถ้าเป็นระหว่างญาติมิตร ในพรบ ดังกล่าว ก็มีการห้ามให้สินจ้าง และผิดกฎหมายด้วย ปรากฏว่ากฎหมายดังกล่าวก็ยังไม่ออกมา ก็ต้องใช้มาตรา 151 มาปรับก่อน

……………………………………………………………………………………………………………………………………

                ครั้งที่แล้วเราได้ศึกษาในเรื่องการทำหลักฐานเป็นหนังสือ โดยเฉพาะมาตรา 456 วรรคแรก

หรือเรื่องการกู้เงิน

            และเราก็ได้กล่าวถึงเรื่องการส่งมอบทรัพย์สิน รวมทั้งทรัพย์ที่จำนำแก่กัน

                2339/2551

          ป.พ.พ. มาตรา 350 มิได้บัญญัติว่าต้องทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่เป็นหนังสือระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ การแสดงเจตนาด้วยวาจาโดยมีคำเสนอและคำสนองตรงกันก็ถือว่าเป็นการแสดงเจตนาทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่ต่อกันได้แล้ว

ป.พ.พ. มาตรา 366 วรรคสอง ต้องมีกรณีเป็นที่สงสัย จึงนับว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกันจนกว่าจะได้ทำขึ้นเป็นหนังสือ แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่มีกรณีใดๆ ที่จะต้องสงสัยอีกต่อไป เพราะโจทก์ยินยอมรับโอนที่ดินจากบริษัท ธ. แล้ว ซึ่งตามมาตรา 361 สัญญาระหว่างบุคคลซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทาง ย่อมเกิดเป็นสัญญาขึ้นแต่เวลาเมื่อคำบอกกล่าวสนองไปถึงผู้เสนอ การที่โจทก์รับโอนที่ดินจึงเป็นการสนองเจตนาไปถึงบริษัท ธ. ผู้เสนอแล้วย่อมเกิดเป็นสัญญาขึ้น โดยมิจำต้องทำเป็นหนังสือ

 

            วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องความสามารถ ก็เป็นเรื่องผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ

โดยหลักแล้วมาตรา 21 ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใดๆจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนเสียก่อน เป็นการยินยอมนะครับไม่ใช่อนุญาตนะครับใช้คำให้ถูกต้องด้วย มิฉะนั้นเป็นโมฆียะ

            แต่บางครั้งก็ให้ความยินยอมไม่ได้ มาตรา 1574 ซึ่งให้ความยินยอมไม่ได้ต้องได้รับอนุญาตจากศาลเสียก่อน

            เหตุที่ต้องระมัดระวังเพราะผู้เยาว์นั้น ความรู้ความสามารถ ดุลพินิจ นั้นต่างจาก ผู้ใหญ่

            1319/2512

          ผู้เยาว์อายุ 18 ปีมีภริยา แต่มิได้จดทะเบียนสมรสย่อมยังไม่บรรลุนิติภาวะ

ผู้เยาว์ลงนามทำสัญญาโดยมีผู้แทนโดยชอบธรรมลงลายพิมพ์นิ้วมือเป็นพยานในเอกสารสัญญานั้นถือได้ว่าผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอมแล้ว

ทายาททุกคนทำสัญญาแบ่งปันมรดกซึ่งไม่มีพินัยกรรม เป็นการระงับข้อพิพาทแห่งกองมรดกที่จะมีขึ้น จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546(4)ผู้ใช้อำนาจปกครองจะทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวแก่ทรัพย์สินของผู้เยาว์มิได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต ดังนั้น เมื่อยังมิได้รับอนุญาตจากศาล ผู้ใช้อำนาจปกครองในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมจึงไม่อาจให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งปันมรดก

สัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งปันมรดกซึ่งผู้เยาว์ทำและผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอมโดยมิได้รับอนุญาตจากศาลย่อมตกเป็นโมฆะ แม้สัญญาประนีประนอมยอมความนั้นทำขึ้นระหว่างผู้เยาว์กับทายาทอื่นอีกหลายคน แต่จำนวนทายาทหรือจำนวนทรัพย์มรดกที่จะได้รับส่วนแบ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวพัน ไม่อาจแบ่งแยกออกจากกันได้ ย่อมตกเป็นโมฆะด้วยกันทั้งสิ้น

การแบ่งปันทรัพย์มรดกนั้น อาจทำได้โดยทายาทต่างครอบครองทรัพย์สินเป็นส่วนสัด เมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย ทายาทผู้ใดครอบครองมรดกส่วนไหนก็ย่อมมีสิทธิเฉพาะส่วนนั้น ส่วนอื่นที่ตนมิได้เกี่ยวข้อง ย่อมขาดอายุความมรดก

 

            กรณีนี้ ถ้าไปลงชื่อเป็นพยานด้วย ก็ถือว่าได้รับความยินยอมแล้ว

            จากแนวฏีกานี้เองปรากฏว่าในการสอบผู้ช่วย ก็มีออกข้อสอบออก เป็น การถามถึง ความสามารถของผู้เยาว์และผู้ใช้อำนาจปกครองของผู้เยาว์ ปรากฏว่าตอบกันไม่ค่อยได้

            ข้อสำคัญคือ การตอบต้องวางหลักกฎหมายชัดเจนว่าผู้เยาว์มีความสามารถเพียงใด การให้ความยินยอมได้เพียงใด

            3184/2550

          โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยฐานกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยมี ท. บิดาโจทก์เป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีแทนในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์เป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้วในขณะฟ้อง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เยาว์ที่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 วรรคหนึ่ง โจทก์ย่อมสามารถทำการใด ๆ ได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 21 แต่ขณะฟ้องโจทก์เป็นคนพิการทุพพลภาพพูดและเดินไม่ได้ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เลย ท. บิดาโจทก์ ชอบที่จะไปดำเนินการร้องขอต่อศาลขอให้โจทก์เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถและตั้งผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์แล้วแต่กรณีก่อน ตราบใดที่ยังไม่มีคำสั่งศาลให้โจทก์เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถก็ต้องถือว่าโจทก์เป็นบุคคลที่มีความสามารถทำการใด ๆ ได้ด้วยตนเองตามกฎหมาย ซึ่งรวมทั้งการฟ้องและดำเนินคดีต่อศาล การที่ ท. บิดาโจทก์ลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความให้ฟ้องคดีแทนโจทก์ โดยยังไม่มีคำสั่งศาลให้ ท. เป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ของโจทก์ จึงเป็นความบกพร่องในเรื่องความสามารถตามนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 56 กรณีจึงต้องทำการแก้ไขข้อบกพร่องเสียก่อน

            หลักสำคัญเรื่องผู้หย่อนความสามารถก็เสนอแค่นี้ก่อนนะครับชั่วโมงหน้าก็จะเสนอในเรื่องโมฆะกรรม

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages