++ ทบทวน//สรุปหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง : การบังคับคดีขับไล่ (มาตรา 296 ทิว-296 สัตต) ++

3,609 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Dec 4, 2013, 9:09:15 AM12/4/13
to law...@googlegroups.com

               การบังคับคดีขับไล่ (มาตรา  296 ทิว-296 สัตต)

   หลักเกณฑ์     ในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกพิพากษาให้ขับไล่  หรือต้องออกไปหรือต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากอสังหาริมทรัพย์  ที่อยู่อาศัย หรืทรัพย์ที่ครอบครอง ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฎิบัติตามคำบังคับ  เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาล  ให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์ดังกล่าว  (มาตรา  296  ทวิ)

  - มาตรา  296  ทวิ    เป็นกรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการบังคับคดีทางเจ้าพนักงานบังคับคดี  ซึ่งได้แก่ กรณีที่พิพากษาให้ขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถูกพิพากษาให้ขับไล่ต้องออกไป หรือให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากสังหาริมทรัพย์   เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการให้   เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์ดังกล่าว  ดังนี้โจทก์ จะขอให้บุคคลภายนอก เป็นผู้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเองไม่ได้  ไม่ชอบด้วยมาตรา 296  ทวิ   (ฎ. 464/48, 3486/42, 3574/452)    และจะขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสงเจตนาของจำเลยก็ไม่เช่นกัน   (ฎ. 362/46)

              -  คำพิพากษาของศาลต้องชัดเจนว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกให้ขับไล่ หรือต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอกไปจากอสังหาริมทรัพย์  จึงจะบังคับคดีให้ขับไล่จำเลย ตามมาตรา  296 ทวิ ได้ (ฎ. 7018/44)

               

               การมอบทรัพย์ให้เจ้าหนี้ฯ   เข้าครอบครอง (มาตรา  296 ตรี)

               ถ้าทรัพย์ที่ต้องจัดการตามคำสั่งศาลไม่มีบุคคลใดอยู่อาศัยเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจมอบทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือบางส่วนให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองได้ทันที

            -  ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท  การที่จำเลยปลูกพืชผลไว้ แม้จำเลยจะไม่ได้อยู่ในที่ดินพิพาท  ยังถือว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีอำนาจจัดให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครอง (ฎ. 4432/45)

                 - เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์แล้ว  ต่อมาจำเลยรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์อีก  ถือว่าเป็นเหตุที่เกิดขึ้นใหม่  โจทก์จะขอให้บังคับคดีอีกไม่ได้  ต้องฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่  (ฎ. 1173/45)             

                การจับกุมกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวาร (มาตรา  296  จัตวา(1))

                ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารยังไม่ออกไปตามคำบังคับของศาล   ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลเพื่อมีคำสั่งจับกุมและกักขังได้ทันที 

 

                การบังคับบริวารขอลูกหนี้ตามคำพิพากษา (มาตรา 296 จัตวา (3)) 

                เจ้าพนักงานบังคับคดี ต้องปิดปราศกำหนดเวลาให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายใน  8 วัน นับแต่วันปิดประกาศ   ถ้าไม่ยื่นภายในกำหนดให้สันนิษฐานไว้ก่นว่าเป็นบริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษา

              -  แสดงว่าถ้าผู้ที่อ้างมิใช่บริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษามิได้ยื่นคำร้องแดสงอำนาจพิเศษต่อศาลในเวลากำหนดดังกล่าว กฎหมายเพียงสันนิษฐานว่าผู้นั้นเป็นบริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น   ดังนี้ จึงอาจยื่นคำร้องเกินกำหนดเวลา 8 วัน โดยไม่ต้องขอขยายระยะเวลาตามมาตรา  23   เพียงแต่ผู้นั้นอาจได้รับผลตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายโดยทำให้ผู้นั้นมีภาระพิสูจน์หนักขึ้นเท่านั้น  (ฎ.  5294/47)  และไม่ห้ามมิให้ผู้นั้นฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีใหม่  (ฎ. 694/40)

                - เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ปิดประกาศ ถือว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีปฎิบัติฝ่าฝืนต่อมาตรา  296 จัตวา อาจมีการเพิกถอนได้  แต่ในกรณีเช่นนี้จำเลยไม่ใช่ผู้ต้องเสียหาย จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนตามมาตรา  296 วรรคสอง  (ฎ. 4253/39)

                - ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษตามมาตรา  296 จัตวา (3)  ต้องไม่ใช่ตัวลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวาร แม้จะอ้างฐานะอื่นก็ไม่อาจอ้างได้  (ฎ. 678/46)

               - การแสดงอำนาจพิเศษของผู้ที่ไม่ใช่บริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษา กระทำได้ภายในกำหนดเวลา 8 วัน  โดยให้เริ่มนับแต่วันปิดประกาศ  ไม่ต้องรอให้พ้นกำหนดเวลา 15 วัน ไปก่น  เพราะไม่ใช่เอกสารที่ต้องส่งตามมาตรา  67 และ  70  (ฎ.  5393/42)

                - คำสั่งของศาลชั้นต้นในการชี้ขาดว่าผู้ร้องเป็นบริวาร หรือไม่   เป็นการชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดี จึงต้องมีผู้พิพากษาครบองค์คณะ  (ฎ. 3459/38)

                - ในชั้นไต่สวนคำร้องขอแสดงอำนาจพิเศษ   มีประเด็นเพียงว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่  ผู้ร้องจะอ้างว่าโจทก์ฟ้องคดีไม่สุจริตหรือไม่  ไม่ได้ (ฎ. 1578/48)

             -  ผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ( เป็นการโต้แย้งกรรมสิทธิ์)   เป็นการแสดงอำนาจพิเศษแล้วว่าผู้ร้องมิได้เป็นบริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษา  ศาลต้องดำเนินการไต่สวนให้  จะสั่งยกคำร้องอ้างว่าเป็นเรื่องที่ผู้ร้องต้องไปว่ากล่าวกับโจทก์เป็นคดีต่างหากไม่ได้(ฎ. 4198-99/39)

                - ร้องขอแสดงอำนาจพิเศษโดยอ้างว่า ได้สิทธิโดยครอบครองปรปักษ์  แต่ไม่ได้อ้างว่าโจทก์ซื้อที่ดินโดยไม่สุจริต  ศาลยกคำร้องได้ทันที (ฎ. 3299/49)

                - ผู้ร้องอ้างว่าได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทตามสัญญาจะซื้อขายกับจำเลย  เป็นการอาศัยสิทธิของจำเลย ถือว่าเป็นบริวารจำเลย  ไม่มีอำนาจพิเศษ (ฎ. 7160/45)

               

                อำนาจรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของเจ้าพนักงานบังคับคดี (มาตรา 296 เบญจ)

               ในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทรัพย์ด้วย เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจจัดการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างนั้น  และขนย้ายสิ่งของออกจากสิ่งปลูกสร้างที่มีการรื้อถอนด้วย โดยลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ในการรื้อถอน ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศกำหนดการรื้อถอนไว้ ณ.บริเวณนั้นไม่น้อยกว่า 7  วัน

                - กรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เจ้าพนักงานบังคับคดีจะส่งมอบบ้านพิพาทให้โจทก์ครอบครองโดยไม่ปิดประกาศก่อนนั้นไม่ชอบ  (ฎ. 3706/40)

                -  คำพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินออกไป จำเลยมีหน้าที่ต้องรื้อถอนด้วยโดยศาลไม่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำพิพากษา (คร. 882/48)

 

                การยึดอสังหาริมทรัพย์ และผลของการยึด ( มาตรา  304-305)

                1.  เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องนำหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สินนั้นมารักษาไว้ และ

                2.  ต้องแจ้งการยึดให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานที่ดินผู้มีหน้าที่ทราบ ให้เจ้าพนักงานที่ดินบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

                ถ้าหนังสือสำคัญยังไม่ออกนำมาแสดงไม่ได้หรือหาไม่พบ ให้ถือว่าการที่ได้แจ้งการยึดต่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานที่ดินนั้นเป็นการยึดตามกฎหมายแล้ว

                - กรณียึดที่ดินมีโฉนดซึ่งเป็นหนังสือสำคัญ หากโฉนดที่ดินอยู่กับผู้อื่น  ผู้นั้นต้องส่งโฉนดที่ดินให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี  จะอ้างว่าตนมีสิทธิยึดหน่วงไม่ได้ (ฎ. 6293/45)

                - กรณีที่ไม่ได้โฉนดที่ดินของจำเลยมา  ศาลก็มีอำนาจสั่งให้ออกโฉนดสำหรับที่ดินให้ผู้ซื้อใหม่ได้ (ฎ. 731/18)

                - การยึดอสังหาริมทรัพย์ไม่จำเป็นจะต้องมีตัวจำเลยอยู่ด้วย  และไม่จำต้องแจ้งการยึดให้จำเลยทราบหากไม่พบตัวจำเลย (ฎ. 2019/94, 5179/46)

         - การยึดอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้แจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ ไม่ทำให้การยึดทรัพย์และการขายทอดตลาดทรัพย์เสียไป (ฎ. 471/20)  แต่การไม่แจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบนั้นคงมีผลต่อการคุ้มครองสิทธิบุคคลภายนอก   กล่าวคือจะใช้ยันบุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ได้ (ฎ. 3364/27, 2348/28)

                - เมื่อมีการยึดโดยชอบแล้ว ลูกหนี้ตามคำพิพากษา จะก่อให้เกิด โอน เปลี่ยนแปลงสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดไม่ได้  หากมีการโอนไป แม้บุคคลภายนอกจะสุจริตก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง (ฎ. 1002/11)

                -การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทำสัญญาจะขายที่ดินพิพาทของตนไว้ก่อนถูกยึด แม้ลูกหนี้ฯ จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล ยอมจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทภายหลังที่ดินพิพาทถูกยึดแล้ว ก็ถือว่าเป็นการยอมรับสิทธิของผู้จะซื้อที่มีตามสัญญาที่ลูกหนี้ฯ ทำไว้ก่อนถูกยึด และถือไม่ได้ว่าลูกหนี้ฯ  ได้ก่อให้เกิดเปลี่ยนแปลงสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดภายหลังที่ทำการยึดไว้แล้ว  บุคคลภายนอกย่อมมีสิทธิดีกว่า (ฎ. 1703/39)

                - ในระหว่างที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินมือเปล่าไว้   บุคคลอื่นจะอ้างว่าตนได้ครอบครองที่ดินนั้นเกิน 1 ปี   ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1375 ไม่ได้ (ฎ. 1500/26)    

     --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     ...คุณเคยมีปัญหาเหล่านี้หรไม่ ? 

      - เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
      - 
สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซัที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที

      - สอบมาหลายครั้งแล้ว  เพื่อนๆในกลุ่มทยอยจบกันหมด..ะลงสมัครใหม่ก็เขินอายรุ่นน้อง
      - 
อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ 
      - 
สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
      - 
สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ 
กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ันสอบ
      - เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ด...กลับมาก็เหนื่อย
 
     - อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรีนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบัติวก็อยู่หน้ารามกันหมด

      - ไม่อยากคุยกันเรื่องเรียนเนติกับเพื่อนๆหรือคนที่เรียนเนติจบแล้ว..มันรู้สึกท้อ รู้สึกอาย..จะลงใหม่ก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร หรือเริ่มยังไงอีก 


    ถ้าเปรียบกับการสอบเนติบัณฑิต กับการทำศึกสงคราม มีกลยุทธ์ 3 อย่าง ดังนี้
        - ท่องตัวบท   คือ อาวุธ ที่เรา สะสมไว้ ต่อสู้ ยิ่งท่องตัวบทได้มาก ก็ มีอาวุธ เก็บไว้สำรองมาก หยิบใช้เมื่อไรก็ได้
        - จดฎีกา       คือการ ศึกษาแผนการรบว่าสถานการณ์แบบใดเราควรจะใช้อาวุธแบบใด ยิ่งจดจำฎีกาไว้มาก ก็มีแนวการตอบข้อสอบได้ตรงจุด ตรงประเด็น ได้มาก และไม่โดนข้อสอบหลอกล่อให้หลงทา
        -  ล่าข้อสอบ   คือ การหัดซ้อมรบก่อน เข้าสู้ศึกสงครามสนามสอบจริง ยิ่งหัดทำข้อสอบมากเท่าใด ก็เป็นการสั่งสมประสบการณ์การหัดทำข้อสอบมากขึ้นทำให้ จับประเด็นและเขียนตอบได้เร็วและทันเวลา
     -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------     
     ขอแนะนำ !!

     ชุดรวบรวมเอกสารคำบรรยายเนติฯ สำหรับเตรียมสอบ ภาค 1/66 และ 2/65
    ++  กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา ++  
      - ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวน 1/66 New !!
      -  ไฟล์เอกสารสรุปคำบรรยายเนติฯ 1/66 
      -  ไฟล์เอกสารประกอบคำบรรยาย 1/66 
      -  ไฟล์บทบรรณาธิการ 1/63-1/66 
      -  ไฟล์ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและ อาญา (สมัยที่ 56-65) 
      -  ไฟล์เอกสารทบทวนสรุปประเด็นน่สนใจ 1/66
      -  ไฟล์เอกสารรวมคำพิพากษาฎีกาใหม่ (พร้อมข้อสังเกตน่าสนใจ)1/66
      -   เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่งๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่ยฯ/อัยการ)
    ..................................................................................................................................................
    ++ กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา ++ 
      - ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์ 
      - ไฟล์เอกสารสรุปคำบรรยายเนติฯ 2/65 
      - ไฟล์เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 
      - ไฟล์บทบรรณาธิการ 2/63-2/65 
      - ไฟล์ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความ อาญา (สมัยที่ 56-65) 
      - เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่งๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่ยฯ/อัยการ)  
    ..................................................................................................................................................
     ค่ารวบรวม  :   ภาคละ 350.-บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์) 
     หมายเหตุ   :   สั่งซื้อทั้ง 2 ภาค ค่ารวมรวมพิเศษ 650.- บาท (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์ + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาล, แบบฟอร์มเ อกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี) 

   ** สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ 085-801-0725, E-mail : siripit...@gmail.com**

     

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages