การบันดาลโทสะขาดตอน
มีผลอย่างไรตาม ป.อ. มาตรา 72 ??
ศึกษาวิเคราะห์จากคำพิพากษาฎีกาที่ 81/2554
ข้อเท็จจริง
1. ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ
จำเลยใช้มีดโต้ของกลางฟันทำร้ายผู้ตายถูกที่บริเวณศีรษะ ใบหน้า ลำคอ
และตามร่างกายหลายแห่ง เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย
2. อัยการจึงเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม
ป.อ. มาตรา 288, 289 และริบมีดโต้ของกลาง
3. จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกันและกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ
เมื่อสืบพยานทุกฝ่ายเสร็จแล้วศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 289(4) ให้ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้
1 ใน 3 ตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 คงจำคุกจำเลยตลอดชีวิต
4. จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยจึงยื่นฎีกา
คดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาโดยมีประเด็นว่า จำเลยฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่หรือจำเลยกระทำผิดโดยบันดาลโทสะหรือไม่
4.1 ศาลฎีกาได้พิจารณาคดีนี้แล้วเห็นว่า
พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยใช้มีดโต้ฟันผู้ตาย
ภายหลังจากผู้ตายได้ใช้ขวดสุราตีศีรษะจำเลย
หลังจากนั้นผู้ตายกับจำเลยยังได้รับประทานอาหารด้วยกัน และจำเลยกลับไปบ้านจำเลยแล้ว
ต่อมานานถึง 2 ชั่วโมงเศษ
จำเลยจึงมาที่บ้านเกิดเหตุและใช้มีดโต้ฟันผู้ตายขณะที่ผู้ตายและนายบุญทันนอนหลับกันแล้ว
พฤติการณ์ชี้ชัดว่าเหตุการณ์ที่ผู้ตายใช้ขวดสุราตีศีรษะจำเลยได้ขาดตอนตั้งแต่นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน
และจำเลยกลับบ้านนั่งคิดแค้นอยู่ที่บ้านตั้งสองชั่วโมง
จึงไปทำร้ายผู้ตายในขณะนอนหลับในยามวิกาลและเวลาดึกสงัด
โดยใช้มีดโต้ขนาดใหญ่เลือกฟันผู้ตายที่ศีรษะ ใบหน้า และลำคอหลายครั้ง
ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญแม้ถูกฟันอย่างแรงเพียงครั้งเดียวก็ถึงแก่ความตายแล้ว
พฤติการณ์ชี้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
แม้จำเลยมิได้เตรียมมีดมาแต่จำเลยก็เตรียมไปฉายมาค้นหาอาวุธซึ่งจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าที่บ้านเกิดเหตุมีมีดโต้ใช้เป็นอาวุธทำร้ายผู้ตายได้และใช้ไฟฉายส่องหา ทำร้ายผู้ตายได้ไม่ผิดตัว
ตามพฤติการณ์แห่งคดีจำเลยมิได้กระทำความผิดในขณะที่บันดาลโทสะอยู่แต่กระทำผิดในภายหลังเป็นเวลานาน
ถือได้ว่าเหตุบันดาลโทสะขาดตอนแล้ว พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า
จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
หมายเหตุ
1. การอ้างเหตุบันดาลโทสะในคดีอาญา ตามหลัก ป.อ. มาตรา 72 เป็นเหตุลดโทษอย่างหนึ่ง
2. ป.อ. มาตรา 72 บัญญัติว่า
ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น
ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้
3. ตาม ป.อ. มาตรา 72 แยกองค์ประกอบได้ดังต่อไปนี
3.1 ผู้กระผิดถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
3.2 การถูกข่มเหงนั้นเป็นสาเหตุให้ผู้กระทำบันดาลโทสะ
3.3 ผู้กระทำผิดได้กระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะบันดาลโทสะ
4. ถ้อยคำที่ปรากฏในตัวบท ป.อ. มาตรา 72
ซึ่งเกิดจากคำพิพากษาศาลฎีกา
4.1 เหตุอันไม่เป็นธรรม
อาจเป็นเหตุอันเป็นการละเมิดต่อกฎหมายหรือไม่ถึงกับละเมิดต่อกฎหมายก็ได้
4.2 หากบุคคลใดก่อเหตุขึ้นก่อนจะอ้างบันดาลโทสะตาม
ป.อ. มาตรา 72 ไม่ได้
4.3 หากมีการสมัครใจวิวาทกัน
จะอ้างเหตุบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ไม่ได้
4.4 เหตุอันไม่เป็นธรรมนั้นต้องร้ายแรง
4.5 การบันดาลโทสะคือการเกิดอารมณ์โกรธขึ้นและได้กระทำผิดในขณะที่มีอารมณ์โกรธอยู่
4.6 องค์ประกอบสำคัญของบันดาลโทสะ
ตามมาตรา 72 คือผู้กระทำได้กระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะบันดาลโทสะ
ให้พิจารณาศึกษาจากคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 1260/2513
ป.อ. มาตรา 72, 288
ผู้ตายวิ่งไล่น้องสาวจำเลยเพื่อจะข่มขืนจนมาถึงเรือนจำเลยแล้วร้องด่าท้าทายขู่เข็ญข้างนอกเรือนจำเลยอยู่ตลอดเวลา
จนจำเลยระงับโทสะไม่อยู่
คว้ามีดพร้าลงจากเรือนไล่ตามหลังผู้ตายไปทันในระยะทางประมาณ 8 เส้น และฟันผู้ตายตรงนั้นเช่นนี้ นับว่าเป็นพฤติการณ์ถึงขนาดอันถือได้ว่าเป็นการถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
และเป็นการกระทำลงในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดในขณะที่โทสะยังรุนแรงอยู่
อันถือได้ว่าเป็นการกระทำต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72
คำพิพากษาฎีกาที่ 1756/2539
ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง
ป.อ. มาตรา 72
ขณะจำเลยกับพวกและผู้ตายกับพวกดูภาพยนตร์ในงานศพผู้ตายกับพวกใช้ขวดสุราขว้างปาจอภาพยนตร์และล้มจอระหว่างผู้ตายกับพวกเดินกลับบ้านได้ร่วมกันทำร้ายน้องชายจำเลยจนตกลงในคูน้ำเมื่อมาพบจำเลยกับเด็กเดินสวนทางมาก็ได้ร่วมกันทำร้ายจำเลยฝ่ายเดียวจนตกลงไปในคูน้ำจำเลยวิ่งกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ300เมตรเอามีดมาต่อสู้กับพวกผู้ตายแม้ไม่ได้กระทำลงทันทีหรือณที่ซึ่งถูกข่มเหงแต่อยู่ในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดกันถือว่าจำเลยกระทำผิดด้วยเหตุบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมและแม้จำเลยมิได้ยกเรื่องนี้ขึ้นต่อสู้ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
คำพิพากษาฎีกาที่ 743/2541
ป.อ. มาตรา 72
การที่ผู้ตายเอาเบียร์จากโต๊ะของจำเลยที่
1 ไปดื่มโดยพลการ จนผู้ตายและจำเลยที่ 1 ทะเลาะกัน เมื่อ ป.เข้าห้าม ผู้ตายก็เดินไปทางปากซอยส่วนจำเลยที่ 1กลับไปนั่งดื่มเบียร์ต่อที่โต๊ะ
แต่ผู้ตายยังไม่ยอมเลิกแล้วต่อกันกลับไปท้าท้ายจำเลยที่ 1 ให้ชกต่อยกันอีกจึงถือได้ว่าจำเลยทั้งสองถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้มีดแทงผู้ตายในเวลาเกี่ยวเนื่องใกล้ชิดกันจึงเป็นการกระทำผิดโดยบันดาลโทสะ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 การกระทำผิดโดยบันดาลโทสะต้องพิจารณาว่า
ขณะนั้นโทสะของผู้กระทำผิดหมดสิ้นไปแล้วหรือหาไม่
โดยพิจารณาจากพฤติการณ์อื่นประกอบ การที่จำเลยทั้งสองบันดาลโทสะจึงวิ่งไล่แทงผู้ตาย
และจำเลยที่ 2 แทงผู้ตายได้ในที่สุดเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกันย่อมแสดงว่าขณะผู้ตายหนีต่อไปไม่ได้และใช้โต๊ะขึ้นกันนั้นโทสะของจำเลยทั้งสองยังไม่หมดสิ้นไป
คำพิพากษาฎีกาที่ 386/2546
ป.วิ.อ. มาตรา 227
ป.อ. มาตรา 59, 72, 288, 289
(4)
ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้พูดจาดูถูกจำเลยก่อนในลักษณะที่จำเลยเหมือนของเล่นได้แล้วจะเลิกเมื่อไรก็ได้
และเป็นหญิงใจง่ายหลอกกินเงินได้ เมื่อจำเลยโกรธและใช้รองเท้าตบหน้าผู้ตาย
ผู้ตายกลับตามไปทำร้ายจำเลยอีก
จนจำเลยทนไม่ได้เดินไปที่ห้องพักนำมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 1 ฟุตครึ่ง
กลับมาใช้ปาดคอผู้ตาย
ซึ่งเหตุการณ์ตั้งแต่ผู้ตายพูดจาดูถูกจำเลยแล้วจำเลยกลับไปบ้านพักนำมีดมาปาดคอจนผู้ตายถึงแก่ความตายนั้น
เป็นระยะเวลาที่สืบเนื่องเชื่อมโยงติดต่อกันมาโดยตลอดในขณะนั้นเองและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ขาดตอน
เนื่องจากห้องพักของจำเลยกับที่เกิดเหตุห่างกันไม่มากนัก
เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยมีพฤติการณ์ตระเตรียมการหรือวางแผนฆ่าผู้ตายมาก่อนการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
คงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะเท่านั้น
คำพิพากษาฎีกาที่ 1601/2532
ป.อ. มาตรา 6, 72, 288
ผู้ตายถือ มีดดาบติดตัว
เข้าไปในโรงเรียนซึ่ง อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของจำเลย เมื่อจำเลยห้ามปราม
ผู้ตายไม่เชื่อฟังกลับใช้มีดดาบฟันศีรษะจำเลยจนได้รับบาดเจ็บมีโลหิตไหล
จำเลยแย่งมีดดาบจากผู้ตายได้ แล้วเดิน
ออกจากโรงเรียนเพื่อจะไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ผู้ตายมาดัก ขอโทษจำเลยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำเลยไม่ยอมยกโทษให้ผู้ตาย
และได้ ใช้ มีดดาบที่ถือ อยู่ในมือฟันผู้ตายถึง
แก่ความตายการกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันสิทธิตามกฎหมาย
เพราะภยันตรายผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีก แต่ การที่จำเลยใช้
มีดฟันผู้ตายหลังจากเกิดเหตุในตอนแรกแล้วประมาณ 3-4 นาที
ซึ่งเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดในขณะที่โทสะยังรุนแรงอยู่อันเนื่องมาจากถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วย
เหตุอันไม่เป็นธรรม เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดย บันดาลโทสะ.
หลักการวินิจฉัยว่า
เป็นการกระทำผิดในขณะบันดาลโทสะหรือไม่
ให้พิจารณาเทียบเคียงกับความรู้สึกของบุคคลทั่วไปในฐานะอย่างเดียวกับผู้กระทำ
ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 708/2535
ป.อ. มาตรา 72, 289
ตอนแรกจำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตี ก. เพราะถูก ก. ดุ ด่า และทำร้ายร่างกาย แต่หลังจาก ก. ดุด่าและทำร้ายร่างกายจำเลยที่
1แล้ว ก. ได้เดินเข้าไปนั่งซ่อมโทรศัพท์อยู่ในห้อง จำเลยที่ 1เดินไปหาไม้ที่หลังบ้านมีช่วงเวลาที่จะคิดได้ว่าสมควรทำร้าย ก.หรือไม่
จำเลยที่ 1 หาไม่ได้แล้วเดินเข้าไปตี ก.
ในขณะที่กำลังนั่งซ่อมโทรศัพท์อยู่ ก. ยังมีลมหายใจอยู่และส่งเสียงร้องจำเลยที่ 1
เกรงว่าเพื่อนบ้านจะได้ยินเสียงร้อง
จึงใช้ผ้ารัดคอโดยแรงจนกระทั่งแน่นิ่งไปซึ่งเป็นการกระทำที่มีสาเหตุมาจากเกรงว่าเพื่อนบ้านจะได้ยินเสียงร้อง
มิใช่เพราะสาเหตุถูกข่มเหงจึงมิใช่การกระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
72 หลังจากจำเลยที่ 1 ฆ่า ก. แล้ว
ขณะกำลังหาที่ซุกซ่อนศพและกลบเกลื่อนหลักฐานอยู่นั้น ส. บุตร ก.
ได้เข้ามาเห็นสภาพภายในห้องที่เกิดเหตุซึ่งมีพิรุธผิดสังเกต จำเลยที่ 1เห็นเช่นนั้นก็ใช้ไม้ตี ส. เพื่อปกปิดความผิดฐานฆ่า ก.การกระทำของจำเลยที่
1 จึงเป็นการฆ่า ส. เพื่อปกปิดความผิดอื่นและเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้
จำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตี ส.หลายทีเมื่อส. ยังไม่ตาย
จึงใช้ผ้ารัดคออีกจนถึงแก่ความตาย เป็นวิธีธรรมดาในการฆ่าให้ถึงแก่ความตายไป
มิใช่เป็นการฆ่าโดยทารุณโหดร้าย
คำพิพากษาฎีกาที่ 1821/2543
ป.อ. มาตรา 72
ผู้ตายเมาสุรามากกลับมาบ้าน
ผู้ตายเอะอะหาเรื่องจำเลยหลายเรื่อง และกล่าวหาว่าจำเลยเอามีดของผู้ตายไปซ่อน
ผู้ตายบอกให้จำเลยออกจากบ้านมิเช่นนั้นจะสับให้เป็นชิ้น
แล้วใช้มีดดังกล่าวไล่ฟันจำเลยก่อน จำเลยวิ่งไป บ้านน้องผู้ตายซึ่งอยู่ใกล้กัน
มีผู้ตายถือมีดวิ่งติดตามไป จำเลยต้องหลบหนีออกไปซ่อนตัวข้างต้นมะขามในทุ่งนา
ผู้ตายหาจำเลยไม่พบจึงกลับบ้าน ปิดบ้านล็อกกุญแจนอน ต่อมาจำเลยกลับบ้าน
แอบมองทางรอยแตกเห็นผู้ตายหลบอยู่ จึงใช้ลูกกุญแจไขเปิดประตูหน้าบ้านเข้าไป
แล้วจำเลยใช้มีดฟันผู้ตายด้วยความโมโหที่ถูกผู้ตายวิ่งไล่ทำร้ายอยู่เป็นประจำการที่ผู้ตายใช้มีดไล่ฟันจำเลย
นับว่าเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม แม้จำเลยจะเป็นภริยาผู้ตาย
ผู้ตายก็หามีสิทธิที่จะกระทำแก่จำเลยเช่นนั้นไม่ ดังนี้ เมื่อจำเลยเกิดความโกรธ
คือบันดาลโทสะ และจำเลยกระทำแก่ผู้ตายในทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้านและพบผู้ตาย
อันเป็นระยะเวลาห่างจากถูกข่มเหงเพียง 2 ชั่วโมงหรือ 2
ชั่วโมงเศษ
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จำเลยต้องหลบหนีจากการที่ถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงจนถึงกับต้องไปแอบซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะ
พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าการข่มเหงยังอยู่ในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันอยู่
จึงตกอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ว่าจำเลยกระทำผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้นการกระทำของจำเลยต้องด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 72
คำพิพากษาฎีกาที่ 629/2536
ป.อ. มาตรา 56, 72, 78
การที่จำเลยซึ่งเป็นหญิงถูกผู้เสียหายแย่งสามี
แล้วต้องถูกสามีไล่ออกจากบ้านพร้อมบุตร
เป็นเหตุให้ครอบครัวต้องแตกแยกจำเลยต้องไปเช่าบ้านอยู่และมีรายได้ไม่พอใช้จ่าย
บุตรที่กำลังศึกษาอยู่ต้องออกจากโรงเรียน
นับว่าผู้เสียหายทำให้จำเลยเกิดความคับแค้นใจอย่างมากอยู่ก่อนแล้ว
เมื่อจำเลยไปขอเงินจากสามี แล้วพบผู้เสียหายและถูกผู้เสียหายด่าว่า และมองด้วยอาการเหยียดหยามตั้งแต่ศีรษะจดเท้า
ถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรมจนทำให้จำเลยเกิดโทสะ
การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายไปในขณะนั้นจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตาม
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 เมื่อปรากฏว่าจำเลยมีเหตุอันควรเห็นใจ
เนื่องจากถูกผู้เสียหายแย่งสามีแล้วถูกสามีขับไล่ออกจากบ้าน
ครอบครัวประสบความเดือดร้อนจำเลยย่อมได้รับความคับแค้นใจอย่างมากประกอบกับหลังเกิดเหตุจำเลยได้ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งรู้จักให้พาเข้ามอบตัว
อันเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงาน แสดงให้เห็นว่าที่จำเลยยิงผู้เสียหายไปถึง 4-5
นัด ก็เป็นเพราะขณะนั้นจำเลยไม่สามารถควบคุมสติได้ตามปกติ
การกระทำของจำเลยจึงมีเหตุอันควรปรานีให้ลงโทษสถานเบาเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน
ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้วรอการลงโทษและคุมความประพฤติของจำเลย
คำพิพากษาฎีกาที่ 3502/2548
ป.อ. มาตรา 81, 289
จำเลยโกรธผู้เสียหายเนื่องจากถูกทวงเงินค่าน้ำมันแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์เสียงดังใส่หน้าผู้เสียหาย
ต่อมาประมาณ 30 นาที จึงกลับมาใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงผู้เสียหาย
กรณีไม่ใช่เกิดโทสะแล้วยิงผู้เสียหายทันที หากแต่เกิดโทสะและออกจากที่เกิดเหตุแล้วประมาณ
30 นาที ซึ่งมีเวลาที่จะคิดไตร่ตรอง
ถือว่ามีเจตนาผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่เมื่อจำเลยยิงผู้เสียหายในระยะห่าง 20
เมตร
กระสุนปืนถูกบริเวณคอด้านหน้าขวาและบริเวณชายโครงขวาด้านหน้าทั้งสองแห่งมีบาดแผลขนาด
0.5 เซนติเมตร ไม่มีความลึก รักษาหายภายใน 7 วัน
แสดงว่ากระสุนปืนไม่มีความรุนแรงพอที่จะทำให้ถึงแก่ความตายได้อย่างแน่แท้
เพราะเหตุอาวุธปืนซึ่งเป็นปัจจัยที่ใช้ในการกระทำความผิด
จึงเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา
81 วรรคหนึ่ง
ขอแนะนำ !!
รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภาค 1/66 (New) และ 2/65
++ กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) 1/66 New !!
พร้อมไฟล์เอกสาร
- เอกสารสรุปคำบรรยายเนติฯ 1/66 New !!
- เอกสารประกอบคำบรรยาย1/66 New !!
- บทบรรณาธิการ 1/64-1/66 New !!
- ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-65)
- ทบทวนสรุปประเด็นน่าสนใจ 1/66 New !!
- รวมคำพิพากษาฎีกาใหม่ (พร้อมข้อสังเกตน่าสนใจ)1/66 New !!
- เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่างๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ)
- ไฟล์เสียงตัวบทกฎหมายมาตราสำคัญ
++ กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) (2/65)
พร้อมไฟล์เอกสาร
- เอกสารสรุปคำบรรยายเนติฯ 2/65
- เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65
- บทบรรณาธิการ 2/63-2/65
- ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-65)
- เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่างๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ)
- ไฟล์เสียงตัวบทกฎหมายมาตราสำคัญ
ค่ารวบรวม ภาคละ 350.-บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์)
หมายเหตุ : สั่งซื้อทั้ง 2 ภาค ค่ารวมรวมราคาพิเศษ 650.- บาท (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์ + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาล, แบบฟอร์ม
เอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ มือถือ 085-801-0725,E-mail : siripit...@gmail.com
ไม่เก่ง..แต่พยายาม เจ๋ง ! กว่า เก่ง....แต่ขี้เกียจ
ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จกันทุกคนนะคับ...