ศึกษาวิเคราะห์คำพิพากษาฎีกาที่ 81/2554 : การบันดาลโทสะขาดตอน มีผลอย่างไรตาม ป.อ. มาตรา 72 ??

1,081 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Sep 22, 2013, 1:27:07 PM9/22/13
to law...@googlegroups.com

       ารบันดาลโทสะขาดตอน มีผลอย่างไรตาม ป.อ. มาตรา 72 ??

       ศึกษาวิเคราะห์จากคำพิพากษาฎีกาที่ 81/2554
       ข้อเท็จจริง
       1. ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยใช้มีดโต้ของกลางฟันทำร้ายผู้ตายถูกที่บริเวณศีรษะ ใบหน้า ลำคอ และตามร่างกายหลายแห่ง เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย

       2. อัยการจึงเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288, 289 และริบมีดโต้ของกลาง

       3. จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกันและกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ เมื่อสืบพยานทุกฝ่ายเสร็จแล้วศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 289(4) ให้ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 ตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 คงจำคุกจำเลยตลอดชีวิต

       4. จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยจึงยื่นฎีกา คดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาโดยมีประเด็นว่า จำเลยฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่หรือจำเลยกระทำผิดโดยบันดาลโทสะหรือไม่
          4.1 ศาลฎีกาได้พิจารณาคดีนี้แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยใช้มีดโต้ฟันผู้ตาย ภายหลังจากผู้ตายได้ใช้ขวดสุราตีศีรษะจำเลย หลังจากนั้นผู้ตายกับจำเลยยังได้รับประทานอาหารด้วยกัน และจำเลยกลับไปบ้านจำเลยแล้ว ต่อมานานถึง 2 ชั่วโมงเศษ จำเลยจึงมาที่บ้านเกิดเหตุและใช้มีดโต้ฟันผู้ตายขณะที่ผู้ตายและนายบุญทันนอนหลับกันแล้ว พฤติการณ์ชี้ชัดว่าเหตุการณ์ที่ผู้ตายใช้ขวดสุราตีศีรษะจำเลยได้ขาดตอนตั้งแต่นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน และจำเลยกลับบ้านนั่งคิดแค้นอยู่ที่บ้านตั้งสองชั่วโมง จึงไปทำร้ายผู้ตายในขณะนอนหลับในยามวิกาลและเวลาดึกสงัด โดยใช้มีดโต้ขนาดใหญ่เลือกฟันผู้ตายที่ศีรษะ ใบหน้า และลำคอหลายครั้ง ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญแม้ถูกฟันอย่างแรงเพียงครั้งเดียวก็ถึงแก่ความตายแล้ว พฤติการณ์ชี้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แม้จำเลยมิได้เตรียมมีดมาแต่จำเลยก็เตรียมไปฉายมาค้นหาอาวุธซึ่งจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าที่บ้านเกิดเหตุมีมีดโต้ใช้เป็นอาวุธทำร้ายผู้ตายได้และใช้ไฟฉายส่องหา ทำร้ายผู้ตายได้ไม่ผิดตัว ตามพฤติการณ์แห่งคดีจำเลยมิได้กระทำความผิดในขณะที่บันดาลโทสะอยู่แต่กระทำผิดในภายหลังเป็นเวลานาน ถือได้ว่าเหตุบันดาลโทสะขาดตอนแล้ว พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 
          หมายเหตุ
       1. การอ้างเหตุบันดาลโทสะในคดีอาญา ตามหลัก ป.อ. มาตรา 72 เป็นเหตุลดโทษอย่างหนึ่ง
       2. ป.อ. มาตรา 72 บัญญัติว่า ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้
       3. ตาม ป.อ. มาตรา 72 แยกองค์ประกอบได้ดังต่อไปนี
          3.1 ผู้กระผิดถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
          3.2 การถูกข่มเหงนั้นเป็นสาเหตุให้ผู้กระทำบันดาลโทสะ
          3.3 ผู้กระทำผิดได้กระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะบันดาลโทสะ
       4. ถ้อยคำที่ปรากฏในตัวบท ป.อ. มาตรา 72 ซึ่งเกิดจากคำพิพากษาศาลฎีกา
          4.1 เหตุอันไม่เป็นธรรม อาจเป็นเหตุอันเป็นการละเมิดต่อกฎหมายหรือไม่ถึงกับละเมิดต่อกฎหมายก็ได้
          4.2 หากบุคคลใดก่อเหตุขึ้นก่อนจะอ้างบันดาลโทสะตาม ป.อ. มาตรา 72 ไม่ได้ 
          4.3 หากมีการสมัครใจวิวาทกัน จะอ้างเหตุบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ไม่ได้ 
          4.4 เหตุอันไม่เป็นธรรมนั้นต้องร้ายแรง
          4.5 การบันดาลโทสะคือการเกิดอารมณ์โกรธขึ้นและได้กระทำผิดในขณะที่มีอารมณ์โกรธอยู่
          4.6 องค์ประกอบสำคัญของบันดาลโทสะ ตามมาตรา 72 คือผู้กระทำได้กระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะบันดาลโทสะ ให้พิจารณาศึกษาจากคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้
       คำพิพากษาฎีกาที่ 1260/2513 
       ป.อ. มาตรา 72, 288 
       ผู้ตายวิ่งไล่น้องสาวจำเลยเพื่อจะข่มขืนจนมาถึงเรือนจำเลยแล้วร้องด่าท้าทายขู่เข็ญข้างนอกเรือนจำเลยอยู่ตลอดเวลา จนจำเลยระงับโทสะไม่อยู่ คว้ามีดพร้าลงจากเรือนไล่ตามหลังผู้ตายไปทันในระยะทางประมาณ 8 เส้น และฟันผู้ตายตรงนั้นเช่นนี้ นับว่าเป็นพฤติการณ์ถึงขนาดอันถือได้ว่าเป็นการถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และเป็นการกระทำลงในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดในขณะที่โทสะยังรุนแรงอยู่ อันถือได้ว่าเป็นการกระทำต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72

       คำพิพากษาฎีกาที่ 1756/2539 
       ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง
       ป.อ. มาตรา 72 
       ขณะจำเลยกับพวกและผู้ตายกับพวกดูภาพยนตร์ในงานศพผู้ตายกับพวกใช้ขวดสุราขว้างปาจอภาพยนตร์และล้มจอระหว่างผู้ตายกับพวกเดินกลับบ้านได้ร่วมกันทำร้ายน้องชายจำเลยจนตกลงในคูน้ำเมื่อมาพบจำเลยกับเด็กเดินสวนทางมาก็ได้ร่วมกันทำร้ายจำเลยฝ่ายเดียวจนตกลงไปในคูน้ำจำเลยวิ่งกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ300เมตรเอามีดมาต่อสู้กับพวกผู้ตายแม้ไม่ได้กระทำลงทันทีหรือณที่ซึ่งถูกข่มเหงแต่อยู่ในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดกันถือว่าจำเลยกระทำผิดด้วยเหตุบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมและแม้จำเลยมิได้ยกเรื่องนี้ขึ้นต่อสู้ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

       คำพิพากษาฎีกาที่ 743/2541 
       ป.อ. มาตรา 72 
       การที่ผู้ตายเอาเบียร์จากโต๊ะของจำเลยที่ 1 ไปดื่มโดยพลการ จนผู้ตายและจำเลยที่ 1 ทะเลาะกัน เมื่อ ป.เข้าห้าม ผู้ตายก็เดินไปทางปากซอยส่วนจำเลยที่ 1กลับไปนั่งดื่มเบียร์ต่อที่โต๊ะ แต่ผู้ตายยังไม่ยอมเลิกแล้วต่อกันกลับไปท้าท้ายจำเลยที่ 1 ให้ชกต่อยกันอีกจึงถือได้ว่าจำเลยทั้งสองถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้มีดแทงผู้ตายในเวลาเกี่ยวเนื่องใกล้ชิดกันจึงเป็นการกระทำผิดโดยบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 การกระทำผิดโดยบันดาลโทสะต้องพิจารณาว่า ขณะนั้นโทสะของผู้กระทำผิดหมดสิ้นไปแล้วหรือหาไม่ โดยพิจารณาจากพฤติการณ์อื่นประกอบ การที่จำเลยทั้งสองบันดาลโทสะจึงวิ่งไล่แทงผู้ตาย และจำเลยที่ 2 แทงผู้ตายได้ในที่สุดเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกันย่อมแสดงว่าขณะผู้ตายหนีต่อไปไม่ได้และใช้โต๊ะขึ้นกันนั้นโทสะของจำเลยทั้งสองยังไม่หมดสิ้นไป

       คำพิพากษาฎีกาที่ 386/2546 
       ป.วิ.อ. มาตรา 227
       ป.อ. มาตรา 59, 72, 288, 289 (4) 

       ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้พูดจาดูถูกจำเลยก่อนในลักษณะที่จำเลยเหมือนของเล่นได้แล้วจะเลิกเมื่อไรก็ได้ และเป็นหญิงใจง่ายหลอกกินเงินได้ เมื่อจำเลยโกรธและใช้รองเท้าตบหน้าผู้ตาย ผู้ตายกลับตามไปทำร้ายจำเลยอีก จนจำเลยทนไม่ได้เดินไปที่ห้องพักนำมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 1 ฟุตครึ่ง กลับมาใช้ปาดคอผู้ตาย ซึ่งเหตุการณ์ตั้งแต่ผู้ตายพูดจาดูถูกจำเลยแล้วจำเลยกลับไปบ้านพักนำมีดมาปาดคอจนผู้ตายถึงแก่ความตายนั้น เป็นระยะเวลาที่สืบเนื่องเชื่อมโยงติดต่อกันมาโดยตลอดในขณะนั้นเองและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ขาดตอน เนื่องจากห้องพักของจำเลยกับที่เกิดเหตุห่างกันไม่มากนัก เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยมีพฤติการณ์ตระเตรียมการหรือวางแผนฆ่าผู้ตายมาก่อนการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะเท่านั้น

       คำพิพากษาฎีกาที่ 1601/2532 
       ป.อ. มาตรา 6, 72, 288 

       ผู้ตายถือ มีดดาบติดตัว เข้าไปในโรงเรียนซึ่ง อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของจำเลย เมื่อจำเลยห้ามปราม ผู้ตายไม่เชื่อฟังกลับใช้มีดดาบฟันศีรษะจำเลยจนได้รับบาดเจ็บมีโลหิตไหล จำเลยแย่งมีดดาบจากผู้ตายได้ แล้วเดิน ออกจากโรงเรียนเพื่อจะไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ผู้ตายมาดัก ขอโทษจำเลยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำเลยไม่ยอมยกโทษให้ผู้ตาย และได้ ใช้ มีดดาบที่ถือ อยู่ในมือฟันผู้ตายถึง แก่ความตายการกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันสิทธิตามกฎหมาย เพราะภยันตรายผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีก แต่ การที่จำเลยใช้ มีดฟันผู้ตายหลังจากเกิดเหตุในตอนแรกแล้วประมาณ 3-4 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดในขณะที่โทสะยังรุนแรงอยู่อันเนื่องมาจากถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วย เหตุอันไม่เป็นธรรม เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดย บันดาลโทสะ.

       หลักการวินิจฉัยว่า เป็นการกระทำผิดในขณะบันดาลโทสะหรือไม่ ให้พิจารณาเทียบเคียงกับความรู้สึกของบุคคลทั่วไปในฐานะอย่างเดียวกับผู้กระทำ ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้

       คำพิพากษาฎีกาที่ 708/2535 
       ป.อ. มาตรา 72, 289 
       ตอนแรกจำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตี ก. เพราะถูก ก. ดุ ด่า และทำร้ายร่างกาย แต่หลังจาก ก. ดุด่าและทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 1แล้ว ก. ได้เดินเข้าไปนั่งซ่อมโทรศัพท์อยู่ในห้อง จำเลยที่ 1เดินไปหาไม้ที่หลังบ้านมีช่วงเวลาที่จะคิดได้ว่าสมควรทำร้าย ก.หรือไม่ จำเลยที่ 1 หาไม่ได้แล้วเดินเข้าไปตี ก. ในขณะที่กำลังนั่งซ่อมโทรศัพท์อยู่ ก. ยังมีลมหายใจอยู่และส่งเสียงร้องจำเลยที่ 1 เกรงว่าเพื่อนบ้านจะได้ยินเสียงร้อง จึงใช้ผ้ารัดคอโดยแรงจนกระทั่งแน่นิ่งไปซึ่งเป็นการกระทำที่มีสาเหตุมาจากเกรงว่าเพื่อนบ้านจะได้ยินเสียงร้อง มิใช่เพราะสาเหตุถูกข่มเหงจึงมิใช่การกระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 หลังจากจำเลยที่ 1 ฆ่า ก. แล้ว ขณะกำลังหาที่ซุกซ่อนศพและกลบเกลื่อนหลักฐานอยู่นั้น ส. บุตร ก. ได้เข้ามาเห็นสภาพภายในห้องที่เกิดเหตุซึ่งมีพิรุธผิดสังเกต จำเลยที่ 1เห็นเช่นนั้นก็ใช้ไม้ตี ส. เพื่อปกปิดความผิดฐานฆ่า ก.การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการฆ่า ส. เพื่อปกปิดความผิดอื่นและเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ จำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตี ส.หลายทีเมื่อส. ยังไม่ตาย จึงใช้ผ้ารัดคออีกจนถึงแก่ความตาย เป็นวิธีธรรมดาในการฆ่าให้ถึงแก่ความตายไป มิใช่เป็นการฆ่าโดยทารุณโหดร้าย

        คำพิพากษาฎีกาที่ 1821/2543 
        ป.อ. มาตรา 72 
        ผู้ตายเมาสุรามากกลับมาบ้าน ผู้ตายเอะอะหาเรื่องจำเลยหลายเรื่อง และกล่าวหาว่าจำเลยเอามีดของผู้ตายไปซ่อน ผู้ตายบอกให้จำเลยออกจากบ้านมิเช่นนั้นจะสับให้เป็นชิ้น แล้วใช้มีดดังกล่าวไล่ฟันจำเลยก่อน จำเลยวิ่งไป บ้านน้องผู้ตายซึ่งอยู่ใกล้กัน มีผู้ตายถือมีดวิ่งติดตามไป จำเลยต้องหลบหนีออกไปซ่อนตัวข้างต้นมะขามในทุ่งนา ผู้ตายหาจำเลยไม่พบจึงกลับบ้าน ปิดบ้านล็อกกุญแจนอน ต่อมาจำเลยกลับบ้าน แอบมองทางรอยแตกเห็นผู้ตายหลบอยู่ จึงใช้ลูกกุญแจไขเปิดประตูหน้าบ้านเข้าไป แล้วจำเลยใช้มีดฟันผู้ตายด้วยความโมโหที่ถูกผู้ตายวิ่งไล่ทำร้ายอยู่เป็นประจำการที่ผู้ตายใช้มีดไล่ฟันจำเลย นับว่าเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม แม้จำเลยจะเป็นภริยาผู้ตาย ผู้ตายก็หามีสิทธิที่จะกระทำแก่จำเลยเช่นนั้นไม่ ดังนี้ เมื่อจำเลยเกิดความโกรธ คือบันดาลโทสะ และจำเลยกระทำแก่ผู้ตายในทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้านและพบผู้ตาย อันเป็นระยะเวลาห่างจากถูกข่มเหงเพียง 2 ชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมงเศษ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จำเลยต้องหลบหนีจากการที่ถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงจนถึงกับต้องไปแอบซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าการข่มเหงยังอยู่ในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันอยู่ จึงตกอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ว่าจำเลยกระทำผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้นการกระทำของจำเลยต้องด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72

       คำพิพากษาฎีกาที่ 629/2536 
       ป.อ. มาตรา 56, 72, 78 

       การที่จำเลยซึ่งเป็นหญิงถูกผู้เสียหายแย่งสามี แล้วต้องถูกสามีไล่ออกจากบ้านพร้อมบุตร เป็นเหตุให้ครอบครัวต้องแตกแยกจำเลยต้องไปเช่าบ้านอยู่และมีรายได้ไม่พอใช้จ่าย บุตรที่กำลังศึกษาอยู่ต้องออกจากโรงเรียน นับว่าผู้เสียหายทำให้จำเลยเกิดความคับแค้นใจอย่างมากอยู่ก่อนแล้ว เมื่อจำเลยไปขอเงินจากสามี แล้วพบผู้เสียหายและถูกผู้เสียหายด่าว่า และมองด้วยอาการเหยียดหยามตั้งแต่ศีรษะจดเท้า ถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรมจนทำให้จำเลยเกิดโทสะ การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายไปในขณะนั้นจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 เมื่อปรากฏว่าจำเลยมีเหตุอันควรเห็นใจ เนื่องจากถูกผู้เสียหายแย่งสามีแล้วถูกสามีขับไล่ออกจากบ้าน ครอบครัวประสบความเดือดร้อนจำเลยย่อมได้รับความคับแค้นใจอย่างมากประกอบกับหลังเกิดเหตุจำเลยได้ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งรู้จักให้พาเข้ามอบตัว อันเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงาน แสดงให้เห็นว่าที่จำเลยยิงผู้เสียหายไปถึง 4-5 นัด ก็เป็นเพราะขณะนั้นจำเลยไม่สามารถควบคุมสติได้ตามปกติ การกระทำของจำเลยจึงมีเหตุอันควรปรานีให้ลงโทษสถานเบาเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้วรอการลงโทษและคุมความประพฤติของจำเลย

       คำพิพากษาฎีกาที่ 3502/2548 

       ป.อ. มาตรา 81, 289 
       จำเลยโกรธผู้เสียหายเนื่องจากถูกทวงเงินค่าน้ำมันแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์เสียงดังใส่หน้าผู้เสียหาย ต่อมาประมาณ 30 นาที จึงกลับมาใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงผู้เสียหาย กรณีไม่ใช่เกิดโทสะแล้วยิงผู้เสียหายทันที หากแต่เกิดโทสะและออกจากที่เกิดเหตุแล้วประมาณ 30 นาที ซึ่งมีเวลาที่จะคิดไตร่ตรอง ถือว่ามีเจตนาผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่เมื่อจำเลยยิงผู้เสียหายในระยะห่าง 20 เมตร กระสุนปืนถูกบริเวณคอด้านหน้าขวาและบริเวณชายโครงขวาด้านหน้าทั้งสองแห่งมีบาดแผลขนาด 0.5 เซนติเมตร ไม่มีความลึก รักษาหายภายใน 7 วัน แสดงว่ากระสุนปืนไม่มีความรุนแรงพอที่จะทำให้ถึงแก่ความตายได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุอาวุธปืนซึ่งเป็นปัจจัยที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 81 วรรคหนึ่ง


                                                                                                                
                                                                                                                        Credit  : ทบทวนหลักกฎหมายกับอาจารย์ประยุทธ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

      ขอแนะนำ !!

รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภา 1/66 (New) และ 2/65

++  กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) 1/66 New !!

   พร้อมไฟล์เอกสาร 

  - เอกสารสรุปคำบรรยายเนติ 1/66 New !!

  -  เอกสารประกอบคำบรรยาย1/66 New !!

  -  บทบรรณาธิการ 1/64-1/66 New !!

  -  ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งแลอาญา (สมัยที่ 56-65) 

  -  ทบทวนสรุปประเด็นน่าสนใจ 1/66  New !!

  -  รวมคำพิพากษาฎีกาใหม่ (พร้อมข้อสังเกตน่าสนใจ)1/66 New !!

  -  เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่งๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่ยฯ/อัยการ)  

  -  ไฟล์เสียงตัวบทกฎหมายมาตราสำคั

++ กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) (2/65)

  พร้อมไฟล์เอกสาร 

 -  เอกสารสรุปคำบรรยายเนติ 2/65 

 -  เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 

 -  บทบรรณาธิการ 2/63-2/65 

 -  ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาควาอาญา (สมัยที่ 56-65) 

  - เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้งที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่งๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่ยฯ/อัยการ)  

  - ไฟล์เสียงตัวบทกฎหมายมาตราสำคัญ

  ค่ารวบรวม ภาคละ 350.-บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์) 

  หมายเหตุ  สั่งซื้อทั้ง  ค่ารวมรวมราคาพิเศษ 650.- บา  (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์ + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาลแบบฟอร์

อกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีะภาษี) 

 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ต่อ มือถือ 085-801-0725,E-mail : siripit...@gmail.com


                      ไม่เก่ง..แต่พยายาม  เจ๋ง ! กว่า  เก่ง....แต่ขี้เกียจ

                                               ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็ันทุกคะคับ... 

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages