ทบทวน/สรุปหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ....หลักเกณฑ์เขตอำนาจศาล ( มาตรา 2-7)

5,886 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Oct 26, 2013, 2:28:38 PM10/26/13
to law...@googlegroups.com
     ++ ทบทวน/สรุปหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ++

          หลักเกณฑ์เขตอำนาจศาล ( มาตรา  2-7)

            แยกออกเป็น 2 กรณี  คือ  การเสนอคดีต่อศาลเป็นคำฟ้องกับกรณีเสนอคดีเป็นคำร้องขอ

            กรณีเสนอคดีเป็นคำฟ้อง  ซึ่งเป็นการฟ้องคดีมีข้อพิพาท  ให้ฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่  หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น  ศาลใดศาลหนึ่งก็ได้ แล้วแต่จะเลือก (มาตรา 4(1)) 

กรณีโจทก์เลือกฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิด แม้จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรก็ฟ้องต่อศาลดังกล่าวได้ กรณีกลับกันถ้าโจทก์เลือกฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขต แม้มูลคดีจะเกิดนอกราชอาณาจักร โจทก์ก็ฟ้องต่อศาลดังกล่าวได้ (ฎ. 447/40)

ศาลที่มูลคดีเกิด  คำว่า มูลคดี  หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิ อันจะทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง (ฎ.  2437/40) 

ถ้าเป็นการฟ้องให้รับผิดในมูลละเมิด เหตุละเมิดเกิดขึ้นในเขตศาลใด  ถือว่ามูลคดีเกิดในเขตศาลนั้น ถ้าเป็นการฟ้องให้รับผิดตามสัญญา  ศาลที่มูลคดีเกิดได้แก่ที่ทำสัญญาและที่ประพฤติผิดสัญญา   ดังนั้น ในคดีเรื่องหนึ่งอาจมีท้องที่ที่มูลคดีเกิดขึ้นหลายแห่งก็ได้

ฟ้องว่าคู่สมรสอีกฝ่ายทำละเมิด โดยนำสินสมรสไปขายให้บุคคลอื่น  ดังนั้นสถานที่ที่คู่สมรสทำสัญญาขายสินสมรสให้บุคคลอื่นนั้น เป็นที่มาแห่งมูลละเมิด  จึงเป็นสานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น (ฎ. 2768/40)

การฟ้องให้รับผิดตามสัญญา สถานที่ที่ทำสัญญาและสถานที่ประพฤติผิดสัญญาเป็นที่ที่มูลคดีเกิด  เช่น ฟ้องว่าผิดสัญญาหย่า (ฎ 2464/42, 6155/40)  เรื่องนี้เป็นกรณีที่การจดทะเบียนหย่ากันแล้ว  ต่อมามีการผิดสัญญาหย่า ถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นที่สถานที่จดทะเบียนหย่า 

ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาซื้อขายเครื่องจักร  เนื่องจากการส่งมอบและติดตั้งไม่เป็นไปตามสัญญา  ดังนี้สถานที่ที่มูลคดีเกิดได้แก่ สถานที่ที่ทำสัญญาและสถานที่ที่ส่งมอบและติดตั้งเครื่องจักร (ฎ. 2916/48)

ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้ขายที่ดินให้คืนเงินตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน  ถือว่าสถานที่ทำสัญญาเป็นสถานที่มูลคดเกิด  ส่วนสถานที่ที่ตั้งของที่ดินที่ตกลงจะซื้อจะขายไม่ใช่สถานที่มูลคดีเกิดด้วย  (ฎ. 8947/47)  เรื่องนี้แม้จะเป็นการฟ้องคดีที่สืบเนื่องมาจากจำเลยผิสัญญาจะซื้อจะขาย ที่ดินก็ตาม แต่เป็นการฟ้องให้จำเลยคืนเงิน  ไม่ได้ฟ้องให้จำเลยโอนที่ดินที่ซื้อขายมิใช่เป็นการฟ้องบังคับเอาแก่ที่ดินโดยตรงมิใช่คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ อันจะฟ้องต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ในเขตศาลได้ตามมาตรา  4 ทวิ

แม้สัญญาเช่าซื้อทำที่กรุงเทพมหานคร แต่สัญญาค้ำประกันทำที่จังหวัดลำปาง ถือว่ามูลคดีตามสัญญาค้ำประกันเกิดขึ้นที่จังหวัดลำปาง  โจทก์จึงต้องฟ้องผู้ค้ำประกันที่ศาลจังหวัดลำปาง (ฎ.  6936/39) เรื่องนี้ มูลคดีตามสัญญาค้ำประกันเกิดที่จังหวัดลำปาง  ส่วนมูลคดีคดีตามสัญญาเช่าซื้อเกิดที่กรุงเทพมหานคร โจทก์จึงฟ้องเฉพาะผู้ค้ำประกันต่อศาลแพ่งไม่ได้  แต่ถ้าฟ้องทั้งผู้เช่าซื้อและค้ำประกันให้รับผิดร่วมกันก็ฟ้องต่อศาลแพ่งได้ตามหลักมาตรา  5

สัญญาประกันชีวิต  สถานที่ที่ผู้ขอเอาประกันทำคำขอเพื่อเอาประกันชีวิตกับตัวแทนของบริษัทรับประกันภัย เป็นสถานที่เริ่มต้นทำสัญญาประกันชีวิต  ถือเป็นที่มูลคดีเกิดแห่งหนึ่งด้วย (ฎ. 6518/45, 572/29, 922/42)  ในกรณีเช่นนี้ หากพิจารณาในเรื่องหลักการเกิดสัญญา  กล่าวคือ คำขอเอาประกันชีวิตมีลักษณะเป็นคำเสนอ การที่บริษัทรับประกันภัยสำนักงานใหญ่พิจารณาออกกรมธรรม์ เป็นคำสนอง  แต่ตามหลักเรื่องสัญญาระหว่างบุคคลซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางตามมาตรา 361 จะเกิดเป็นสัญญาประกันชีวิตเมื่อมีการบอกกล่าวคำสนองไปยังผู้เอาประกันชีวิตแล้ว  อย่างไรก็ตามอาจถือได้ว่าการที่บริษัทผู้รับประกันภัยออกกรมธรรม์ และให้ความคุ้มครองทันทีถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์ที่สัญญาเกิดขึ้นแล้ว ตามมาตรา  361 วรรคสอง  จึงถือได้ว่ามูลคดีเกิดที่สำนักงานใหญ่ (ฎ. 620/48)

ข้อสังเกต  

สถานที่เกิดสัญญาถือเป็นสถานที่มูลคดีเกิดอยู่ในตัว  แต่สถานที่มูลคดีเกิดไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่เกิดสัญญาเสมอไป  กล่าวคือ สัญญาเกิดเมื่อมีการสนองรับคำเสนอ ส่วนมูลคดีเกิด  หมายถึง ต้นเหตุอันเป็นที่มาของการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องร้องตามสิทธินั้น 

สัญญาบัตรเครดิต    กรณีที่สำนักงานสาขาของธนาคารเป็นผู้รับเรื่องคำขอใช้บัตรเครดิตจากลูกค้า  แล้วส่งเรื่องไปให้สำนักงานใหญ่ (ซึ่งอยู่ต่างเขตอำนาจกัน) พิจารณาอนุมัติให้สินเชื่อและออกบัตรเครดิตส่งกลับไปให้สำนักงานสาขาเพื่อมอบให้แก่ลูกค้าอีกต่อหนึ่งนั้น  มีคำพิพากษาฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ ที่  7788/46  วินิจฉัยว่า  มูลคดีเกิดที่สาขาธนาคารที่ลูกค้ามาขอให้บัตรเครดิตและรับบัตรเครดิต  เพราะการรับบัตรเครดิตเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ลูกค้าจะนำไปใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการได้ ซึ่งเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิ ส่วนการอนุมัติและการออบัตรเครติดโดยสำนักงานใหญ่ เป็นขั้นตอนปฎิบัติของธนาคารเท่านั้น  จึงไม่ถือว่ามูลคดีเกิดที่ธนาคารสำนักงานใหญ่ด้วย   (ฎ. 7788/46 ป., 819/47)

แต่ถ้ามีการทำสัญญาและรับบัตรเครดิตกระทำที่สำนักงานใหญ่  ถือว่าสำนักงานใหญ่เป็นสถานที่มูลคดีเกิดด้วย (ฎ. 841/49)  อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการทำหนังสือรับสภาพหนี้ ที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิต ที่สำนักงานใหญ่ ็ถือว่ามูลคดีเกิดตามหนังสือรับสภาพหนี้ โจทก์ฟ้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งสถานที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้ตั้งอยู่ในเจตได้ (ฎ. 9508/47)

ข้อสังเกต  

จะเห็นได้ว่าแม้ธนาคารสำนักงานใหญ่จะอนุมัติและออกบัตรเครติดให้แล้ว  แต่ถ้าลูกค้ายังไม่ได้รับบัตรเครติดไป ลูกค้าก็ยังไม่อาจใช้สินเชื่อบัตรเตรดิตในการซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการ  หรือเบิกเงินสดได้  มูลคดีจึงมิได้เกิดที่ธนาคารสำนักงานใหญ่ แต่ถือว่ามูลคดีเกิดที่ สำนักงานสาขาที่ลูกค้ามารับบัตรเครดิต ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ลูกค้าจะนำไปใช้ตามข้อตกลงได้ ถ้าลูกค้ายังไม่ได้รับบัตรเครดิตก็ยังไม่เกิดนิติสัมพันธ์เกี่ยวกับบัตรเครติดหรือสินเชื่อแต่อย่างใด

กรณีต่างจากสัญญาการให้บริการวิทยุคมนาคม  กล่าวคือ เมื่อสำนักงานใหญ่ผู้ให้บริการพิจารณาอนุมัติตามคำขอของลูกค้าที่ยื่นต่อสำนักงานสาขาหรือตัวแทนแล้ว  ก็จะเปิดสัญญาณคลื่นวิทยุคมนาคมให้แก่ลูกค้าใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีขั้นตอนอื่นอีก การเปิดคลื่นดังกล่าวถือเป็นการแสดงเจตนาสนองรับคำเสนอของลูกค้า โดยไม่ต้องมีคำบอกกล่าวสนองไปถึงลูกค้าอีก  ถือว่ามูลคดีเกิดที่สำนักงานใหญ่ด้วย (ฎ. 1793/48)    สำหรับสำนักงานสาขาหรือตัวแทนของผู้ให้บริการเป็นสถานที่ที่ลูกค้ามาติดต่อและยื่นคำขอให้บริการ ถือว่าเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอีกแห่งหนึ่งด้วย  จึงถือว่ามูลคดีเกิดที่สำนักงานสาขาหรือตัวแทนด้วย 

ในกรณีสัญญาเช่าซื้อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาเช่าซื้อ ต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ดังนี้การที่ผู้เช่าซื้อและผู้ให้เช่าซื้อลงชื่อในสัญญาไม่พร้อมกัน และต่างสถานที่กัน ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเกิดขึ้นทั้งสองแห่ง  คือสถานที่ที่เช่าซื้อและผู้ให้เช่าซื้อลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อ (ฎ. 8553/47,  2586/40) 

สถานที่ทำสัญญาเป็นสถานที่มูลคดีเกิด  เช่น ตกลงซื้อขายสินค้ากันที่ใด  ถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นที่นั้น  ส่วนสถานที่ส่งและรับมอบสินค้าเป็นสถานที่ชำระหนี้ ไม่ใช่สถานที่มูลคดีเกิด (ฎ.5483/40) เรื่องนี้ โจทก์จำเลยตกลงซื้อปลากันที่จังหวัดสงขลา  มูลคดี จึงเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา ส่วนจังหวัดภูเก็ตเป็นที่ส่งและรับสินค้าไม่ใช่ที่เกิดสัญญาซื้อขาย  แต่ถ้ายังไม่มีการตกลงทำสัญญาซื้อขายกัน เพียงแต่ผู้ซื้อเสนอซื้อสินค้าไปยังผู้ขายยังไม่เกิดสัญญาซื้อขาย แต่เมื่อผู้ขายส่งสินค้าไปให้ผู้ซื้อ กรณีเช่นนี้ถือว่าการที่ผู้ขายส่งสินค้าที่ผู้ซื้อเสนอซื้อไปให้ผู้ซื้อนั้น เป็นการสนองรับคำเสนอของผู้ซื้อแล้วเกิดเป็นสัญญาซื้อขาย ณ.สถานที่รับมอบสินค้า (ฎ.  219/23) 

ถ้าสัญญาที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาระหว่างบุคคลที่อยู่ห่างกันโดยระยะทาง โดยคู่สัญญาอยู่ในเขตอำนาจศาลต่างกัน  สัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อคำสนองไปถึงคำเสนอ  ( ป.พ.พ. มาตรา  361)  ถือได้ว่า ทั้งสถานที่ทำคำเสนอและสถานที่ทำคำสนองเป็นสถานที่มูลคดีเกิด โจทก์จึงฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาดังกล่าวต่อศาลใดศาลหนึ่งก็ได้ (ดู ฎ. 269/43, 534/40 )  และ ฎ. 219/23  ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้  การที่โจทก์ส่งสินค้าไปไห้  ส.  ตามที่ ส.สั่งซื้อ เป็นการแสดงเจตนาสนองรับคำเสนอแล้ว  จึงถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นที่ จังหวัดนครปฐม  โจทก์จึงฟ้องที่จังหวัดนครปฐมได้

ในคดีฟ้องเรียกเงินตามเช็ค โดยปกติถือว่า มูลคดีตามเช็คเกิดขึ้น ณ.สถานที่ที่ธนาคารตามเช็ค (ธนาคารที่ปฎิเสธการจ่ายเงิน) ตั้งอยู่  หรือที่ที่จ่ายเช็ค  นอกจากนี้ยังถือว่าสถานที่ที่มูลหนี้ตามเช็คเกิดขึ้นเป็นที่มูลคดีเกิดขึ้นด้วย  เช่น เช็คที่ออกชำระหนี้ราคาทรัพย์สินที่ซื้อขาย สัญญาซื้อขายเดที่ใด ก็ถือว่ามูลคดีตามเช็คเกิดที่นั้นด้วย  (ฎ. 3818/38)   หรือออกเช็คเพื่อชำระค่าก่อสร้าง ถือว่าสถานที่ทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างเป็นที่มูลคดีตามเช็คเกิดขึ้นด้วย (ฎ. 1864/48)   หรือเช็คที่มูลหนี้มาจากการขายลดเช็คหรือแลกเงินสด ถือว่าสถานที่ทำสัญญาขายลดเช็คหรือแลกเงินสดเป็นที่มูลคดีเกิดด้วย (ฎ. 7212/45)   แสดงว่ามูลคดีตามเช็ค อาจเกิดขึ้นหลายแห่งก็ได้ โจทก์มีสิทธิฟ้องศาลใดศาลหนึ่ง ตามมาตรา  5 ได้

เช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ค่าหุ้นของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นใด  ถือว่ามูลคดีเกิดในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นนั้นด้วย  โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินตามเช็คต่อศาลชั้นต้นดังกล่าวได้ (ฎ.  8304/44) 

การฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดสามารถฟ้องกระทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตต่อศาลก่อนดังบทบัญญัติเดิม (ฎ.  3994/40) 

ในการบรรยายฟ้อง หากฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลก็ไม่เกิดปัญหา เพราะตามคำฟ้องก็ต้องบรรยายระบุภูมิลำเนาของจำเลยในแบบพิมพ์คำฟ้องของศาลอยู่แล้ว   แต่ถ้าโจทก์ประสงค์จะฟ้องจำเลยในศาลที่มูลคดีเกิด โจทก์ไม่จำต้องบรรยายมาในฟ้องว่ามูลคดีเกิดที่ศาลใด ศาลต้องพิจารณาจากสภาพข้อหาที่ปรากฏในฟ้อง  (ฎ.  5447/45)

แต่ถ้าคำฟ้องไม่ปรากฏข้อเท็จจริง  หรือพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าคดีเกิดขึ้นในศาลที่ตนฟ้องอย่างไร  ก็จะฟ้องต่อศาลนั้นไม่ได้  (ฎ. 1646/37)

ตัวอย่าง...

ฎีกาที่ 3994/40 ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คำฟ้องของโจทก์เป็นคำฟ้องเกี่ยวด้วยหนี้เหนือบุคคล โจทก์สามารถโอนคดีฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลก็ได้

            ฎีกาที่ 6437/41 จำเลยไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร โจทก์ฟ้องยังศาลที่มูลคดีเกิดได้

ฎีกาที่ 2586/40 สัญญาเช่าซื้อจะต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมิฉะนั้นตกเป็นโมฆะตาม ป...มาตรา 572 วรรคสอง ดังนั้น แม้จำเลยที่ ได้ลงลายมือชื่อในฐานะผู้เช่าซื้อที่จังหวัดลพบุรีแล้ว แต่ยังไม่มีการลงลายมือชื่อคู่สัญญาฝ่ายผู้ให้เช่าซื้อสัญญาเช่าซื้อจึงยังไม่ครบถ้วน เมื่อมีการส่งสัญญาดังกล่าว ไปให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ลงลายมือชื่อในสัญญาในนามผู้ให้เช่าซื้อที่สำนักงานใหญ่ของโจทก์เพื่อให้สัญญาครบถ้วนบริบูรณ์ ย่อมถือได้ว่าสำนักงานใหญ่ของโจทก์เป็นสถานที่ที่ทำสัญญาฉบับนี้อันเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้นอีกแห่งหนึ่งด้วย เมื่อสำนักงานใหญ่ของโจทก์ตั้งอยู่ในเขตปทุมวันซึ่งอยู่ในเขตศาลแพ่งกรุงเทพใต้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ผู้เช่าซื้อและจำเลยที่ ผู้ค้ำประกันซึ่งต้องรับผิดในมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องได้ ตาม ป.วิ.มาตรา 4 ( 1 ) และมาตรา 5

      -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
    ถ้าเปรียบกับการสอบเนติบัณฑิต กับการทำศึกสงคราม มีกลยุทธ์ 3 อย่าง ดังนี้
        - ท่องตัวบท   คือ อาวุธ ที่เรา สะสมไว้ ต่อสู้ ยิ่งท่องตัวบทได้มาก ก็ มีอาวุธ เก็บไว้สำรองมาก หยิบใช้เมื่อไรก็ได้
        - จดฎีกา       คือการ ศึกษาแผนการรบว่าสถานการณ์แบบใดเราควรจะใช้อาวุธแบบใด ยิ่งจดจำฎีกาไว้มาก ก็มีแนวการตอบข้อสอบได้ตรงจุด ตรงประเด็น ได้มาก และไม่โดนข้อสอบหลอกล่อให้หลงทา
        -  ล่าข้อสอบ   คือ การหัดซ้อมรบก่อน เข้าสู้ศึกสงครามสนามสอบจริง ยิ่งหัดทำข้อสอบมากเท่าใด ก็เป็นการสั่งสมประสบการณ์การหัดทำข้อสอบมากขึ้นทำให้ จับประเด็นและเขียนตอบได้เร็วและทันเวลา
     -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------     
     ขอแนะนำ !!

     ชุดรวบรวมเอกสารคำบรรยายเนติฯ สำหรับเตรียมสอบ ภาค 1/66 และ 2/65
    ++  กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา ++  
      - ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวน 1/66 New !!
      -  ไฟล์เอกสารสรุปคำบรรยายเนติฯ 1/66 
      -  ไฟล์เอกสารประกอบคำบรรยาย 1/66 
      -  ไฟล์บทบรรณาธิการ 1/63-1/66 
      -  ไฟล์ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและ อาญา (สมัยที่ 56-65) 
      -  ไฟล์เอกสารทบทวนสรุปประเด็นน่สนใจ 1/66
      -  ไฟล์เอกสารรวมคำพิพากษาฎีกาใหม่ (พร้อมข้อสังเกตน่าสนใจ)1/66
      -   เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่งๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่ยฯ/อัยการ)
    ..................................................................................................................................................
    ++ กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา ++ 
      - ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์ 
      - ไฟล์เอกสารสรุปคำบรรยายเนติฯ 2/65 
      - ไฟล์เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 
      - ไฟล์บทบรรณาธิการ 2/63-2/65 
      - ไฟล์ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความ อาญา (สมัยที่ 56-65) 
      - เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่งๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่ยฯ/อัยการ)  
    ..................................................................................................................................................
     ค่ารวบรวม   : ภาคละ 350.-บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์) 
     หมายเหตุ     :  สั่งซื้อทั้ง 2 ภาค ค่ารวมรวมพิเศษ 650.- บาท (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์ + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาล, แบบฟอร์มเ อกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี) 

    ** สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ 085-801-0725, E-mail : siripit...@gmail.com**

   
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages