..จำเลยพูดกับ ศ. ว่า “มึงเอาปืนมาไหม ถ้ามึงไม่กล้ายิง กูจะยิงเอง” ศ. ก็พูดกับจำเลยว่า “มึงไม่ต้องกูจัดการเอง” จากนั้น ศ. ยิงผู้ตาย ถึงแก่ความตาย จำเลยเป็นผู้ใช้หรือตัวการร่วมกับ ศ. หรือไม่ ??

171 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Aug 8, 2013, 11:20:37 AM8/8/13
to law...@googlegroups.com

   ...จำเลยพูดกับ ศ. ว่า มึงเอาปืนมาไหม ถ้ามึงไม่กล้ายิง กูจะยิงเองศ. ก็พูดกับจำเลยว่า มึงไม่ต้องกูจัดการเองจากนั้น ศ. ยิงผู้ตาย ถึงแก่ความตาย จำเลยเป็นผู้ใช้หรือตัวการร่วมกับ ศ. หรือไม่...??


       พิจารณาศึกษาวิเคราะห์จาก ฎีกาที่ 2556/2555

       ข้อเท็จจริง
       1. ในวันและเวลาเกิดเหตุจำเลยและศ.เข้ามาในงานศพโดยจำเลยได้โวยวายด่าผู้มางานศพว่า ไอ้ชาติหมาและชี้มือไปยังผู้ตายทั้งสองคนแล้วพูดว่า อย่างนี้ ต้องอยู่คนละโลกและจำเลยพูดกับ ศ.ต่อไปว่า มึงเอาปืนมาไหม ถ้ามึงไม่กล้ายิงกูจะยิงเองศ.พูดว่า มึงไม่ต้องกูจัดการเองจากนั้นจำเลยและศ.เดินไปยังผู้ตายทั้งสอง และจำเลยยังพูดต่ออีกว่า ไอ้หมาสองตัว ต้องฆ่าให้ตายพร้อมทั้งชี้มือไปยังผู้ตายทั้งสอง จากนั้น ศ.ได้ใช้ปืนยิงผู้ตายทั้งสองคนถึงแก่ความตาย 
      2. อัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288,289,81,83 
      3. จำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง อัยการโจทก์อุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 288 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 20 ปี
      4. จำเลยยื่นฎีกา คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นตัวการร่วมกับคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสองตามฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยและคนร้าย แยกจากกันอย่างชัดเจน โดยคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงมีความโกรธแค้นกับผู้ตายทั้งสองมาก่อน 
      4.1) ศาลฎีกาพิจารณาปัญหานี้แล้วเห็นว่า เหตุในคดีนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก คนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงมีเหตุบาดหมางกับผู้ตายทั้งสองมาก่อน จนวันเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ของคนร้ายถูกกรีดทำให้คนร้ายเข้าใจว่า ผู้ตายทั้งสองเป็นคนทำ จึงเกิดความโกรธแค้นอย่างมาก และได้เล่าเรื่องให้จำเลยทราบอันเป็นเหตุส่วนตัวระหว่างคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงกับผู้ตายทั้งสอง จึงทำให้คนร้ายเกิดความคิดที่จะฆ่าผู้ตายทั้งสองให้ตายในขณะนั้น ฟังได้ว่าการใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง เป็นการกระทำโดยลำพังของคนร้าย มิใช่จำเลยเป็นผู้กระตุ้นให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง อันจะถือว่าเป็นตัวการ แต่อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยพูดให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง แม้จำเลยไม่ได้มีส่วนร่วมเป็นตัวการใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง แต่ก็ถือได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการพูดยุยงส่งเสริมให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสองให้ถึงตาย การกระทำของจำเลย จึงเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน การกระทำความผิดตามป.อ.มาตรา 288 ประกอบมาตรา 86 
       หมายเหตุ 
      1.หลักการเป็นผู้ใช้ ตามป.อ.มาตรา 84 มีหลักการโดยสรุปดังนี้ 
       1.1) ผู้ใช้จะต้องมีเจตนากระทำความผิดนั้น 
       1.2) ผู้ใช้จะต้องมีเจตนาก่อให้ผู้ถูกใช้กระทำความผิดนั้น
       1.3) ผู้ถูกใช้จะต้องกระทำความผิดนั้นโดยเจตนา 
      2. คดีนี้ศาลฎีกาได้แสดงเหตุผลว่า จำเลยพูดให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง และยังได้แสดงเหตุผลอีกว่า เป็นการพูดยุงยงส่งเสริมให้คนร้าย ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสองแต่เนื่องจากคนร้ายตั้งใจแน่วแน่ที่จะฆ่าผู้ตายทั้งสองก่อนแล้ว การกล่าวของจำเลยในคดีเช่นนี้ จึงไม่ใช่เป็นผู้ใช้ตาม ป.อ.มาตรา 84 เพราะคำพูดของจำเลยมิใช่เป็นการกระตุ้นให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง แต่อย่างไรก็ตามให้พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบกับคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้ 
       คำพิพากษาที่ 784/2529 
       ป.อ. มาตรา 59, 80, 84, 289
       น. กับพวกเป็นเจ้าพนักงานป่าไม้ได้ตรวจพบไม้แปรรูปผิดกฎหมายบนรถยนต์บรรทุกจำเลยขอร้องไม่ให้จับกุมแต่น. กับพวกไม่ยอมจำเลยจึงสั่งคนขับรถบรรทุกให้ขับรถไปโดยพูดว่าใครขวางชนเลยคนขับรถบรรทุกปฏิบัติตามเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนน. ซึ่งยืนขวางทางรถบรรทุกอยู่น. ได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกที่หลังมือซ้าย ข้อมือตะโพกซ้าย และหลังกับมีรอยช้ำตามขาและลำตัวการกระทำของคนขับรถบรรทุกเป็นการพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ส่วนพฤติการณ์ของจำเลยเป็นการใช้หรือยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิดจำเลยจึงต้องรับโทษเสมือนตัวการ.
คำพิพากษาที่ 91/2510 
       ป.วิ.อ. มาตรา 158, 192, 195, 212
       ป.อ. มาตรา 52, 80, 83, 84, 86, 91, 138, 289
       ขณะที่ตำรวจเข้าจับกุมและแย่งปืนกับจำเลยที่ 1 อยู่นั้น จำเลยที่ 2 เข้าช่วยแย่งปืนจากตำรวจ เมื่อตำรวจจับจำเลยที่ 2 ได้จำเลยที่ 2 ได้ร้องบอกให้จำเลยที่ 1 ขว้างระเบิดมือใส่ตำรวจ ดังนี้ จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานกระทงหนึ่ง และใช้ให้ฆ่าเจ้าพนักงานอีกกระทงหนึ่ง 
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 บอกให้จำเลยที่ 1 เอาลูกระเบิดมือขว้างเจ้าพนักงาน ก็เท่ากับโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ใช้ให้จำเลยที่ 1 เอาลูกระเบิดขว้างเจ้าพนักงานเพื่อจะฆ่าให้ตาย (แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างมาตรา 84 มาในคำขอท้ายฟ้องก็ตาม) ถือได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้ใช้แล้ว 
จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ฆ่าเจ้าพนักงาน แต่จำเลยที่ 1 ไม่กระทำตามจำเลยที่ 2 จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ประกอบด้วยมาตรา 84 วรรค 2 ซึ่งต้องระวางโทษ 1 ใน 3 ของโทษประหารชีวิต กฎหมายไม่ได้บัญญัติโทษ 1 ใน 3 ของโทษประหารชีวิตไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1) มาใช้เป็นหลักฐานในการกำหนดโทษ กล่าวคือ ให้ลดโทษประหารชีวิตเสีย 1 ใน 3 ก่อน คงเหลือโทษเพียง 2 ใน 3 โดยให้จำคุกขั้นต่ำ 16 ปี แล้วคำนวณเอาเพียงครึ่งหนึ่งของอัตราโทษ 2 ใน 3 ผลลัพธ์ก็คือ ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี 
โจทก์ไม่ได้ฎีกาในทำนองขอให้เพิ่มโทษ ศาลฎีกาจะพิพากษาเพิ่มโทษจำเลยให้หนักขึ้นหาได้ไม่ 
ศาลล่างปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้อง แม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกาขึ้นมาก็ตาม ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ 
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 30/2509)
        คำพิพากษาที่ 185/2520 
        ป.อ. มาตรา 80, 83, 84, 90, 289 (2), 335
        จำเลยร้องบอกให้ อ.ยิงผู้เสียหาย และร่วมกับ อ.ยิงผู้เสียหาย โดยเข้าไปดึงพานท้ายปืนของผู้เสียหาย เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายใช้อาวุธปืนทำการป้องกันตัว โดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจกระทำการตามหน้าที่ แต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย เพราะได้รับการรักษาทันท่วงที ดังนี้ จำเลยมีความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ และเป็นตัวการร่วมกับผู้อื่นพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จึงเกลื่อนกลืนเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกับผู้อื่นพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ศาลฎีกาลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการร่วมกับผู้อื่นพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่แต่เพียงบทเดียว
        คำพิพากษาที่ 4941/2528 
        ป.อ. มาตรา 84, 87, 288, 290, 295
        จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นหญิงโสเภณี โกรธแค้น ว. และบ. ผู้ตาย เรื่องจะสับเปลี่ยนคู่นอนร่วมประเวณี จึงมาเล่าเรื่องและขอให้จำเลยที่ 3 กับพวกไปช่วยสั่งสอนให้หน่อยซึ่งหมายถึงการทำร้ายให้เจ็บตัวเพียงเพื่อ สั่งสอนเท่านั้นหาได้มีเจตนามุ่งหมายถึงกับจะฆ่าให้ตายไม่ ทั้งนี้โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ก็ร่วมไปยังที่เกิดเหตุกับจำเลยที่3 กับพวกด้วย เพื่อชี้ตัวให้ดูว่าใครคือ ว. และ บ.การที่จำเลยที่ 3 กระทำรุนแรง ถึงขั้นเจตนาฆ่าโดยใช้มีดแทง บ. ผู้ตายถึงแก่ความตาย ย่อมเป็นการเกินเลยไปจากขอบเขตที่ใช้ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 จำเลยที่ 1 ที่2 ต้องรับผิดทางอาญาเพียงสำหรับความผิดเท่าที่อยู่ในขอบเขตที่ใช้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 87 แต่เมื่อการทำร้าย บ. ผู้ตาย เกิดผลรุนแรงถึงตายดังกล่าวจำเลยที่ 1ที่ 2 ย่อมต้องรับผิดฐาน ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้คนตายตาม มาตรา 290 เพราะการตาย เป็นผลธรรมดาอันย่อมเกิดขึ้นได้จากการทำร้ายตามที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ใช้จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงมีความผิดตามมาตรา 290,84ประกอบด้วย มาตรา 87 วรรคสอง หมายเหตุ ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2528
        คำพิพากษาที่ 6742/2547 
        ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง
        ป.อ. มาตรา 83, 84, 86
        การที่จำเลยซึ่งอยู่ในฝั่งประเทศไทยตะโกนข้ามแม่น้ำเหืองที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนและกัญชาจากพวกของจำเลยที่ยืนอยู่ที่ฝั่งลาว โดยจำเลยไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ แม้พวกของจำเลยจะนำเมทแอมเฟตามีนและกัญชาดังกล่าวข้ามเขตมามอบให้ก็น่าจะเป็นเพราะจำเลยสั่งซื้อ ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ก่อให้พวกของจำเลยนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษตาม ป.อ. มาตรา 84 มิใช่เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดด้วยกันตามมาตรา 83 ดังที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งเป็นการแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ ย่อมลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดไม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง แต่การตะโกนสั่งซื้อของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 86 ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนได้
       3. คำพิพากษาฎีกาที่ 2556/2555 นี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่า การใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง เป็นการกระทำโดยลำพังของคนร้าย มิใช่จำเลยเป็นผู้กระตุ้นให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง จำเลยจึงไม่เป็นตัวการนั้น 
        3.1) หลักการเป็นตัวการตาม ป.อ. มาตรา 83 ประกอบไปด้วย เป็นการกระทำผิดโดยเจตนา ในระหว่างบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยมีการกระทำร่วมกันในขณะกระทำความผิด และประการสุดท้ายโดยมีเจตนากระทำร่วมกันในขณะกระทำความผิด
        3.2) พฤติการณ์ในการเป็นตัวการและผู้ใช้มีจุดที่ใกล้เคียงกัน ให้พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบจากฎีกาต่อไปนี้ 
        คำพิพากษาที่ 975/2508 
        ป.อ. มาตรา 83, 276, 284, 288, 289
        จำเลยกับพวกร่วมกันฉุดคร่าผู้เสียหายเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่จะทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา ขณะที่การกระทำผิดฐานฉุดคร่ายังไม่สำเร็จ บิดาของผู้เสียหายวิ่งติดตามไปเพื่อขัดขวาง จำเลยสั่งให้พวกของจำเลยให้ใช้อาวุธปืนยิงบิดาผู้เสียหายถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยผิดฐานร่วมเป็นตัวการฆ่าเพื่อให้เป็นความสะดวกในการที่จำเลยกับพวกจะทำการฉุดคร่าผู้เสียหายและเพื่อจำเลยจะได้ตัวผู้เสียหายไว้เพื่อทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นผลประโยชน์อันเกิดแต่การกระทำผิดตามมาตรา 289(6) และ(7).
        คำพิพากษาที่ 1306/2513 
        ป.อ. มาตรา 80, 83, 288
        จำเลยเมาสุรา ถือมีดดายหญ้ามาท้าทายจะทำร้ายผู้เสียหายซึ่งยืนอยู่ห่าง 1 วา คนละฟากรั้วสวน ต่อมา ย. ถือปืนสั้นมายืนอยู่ข้างจำเลย และบอกให้ผู้เสียหายกลับไปนอน พอผู้เสียหายหันตัวจะกลับบ้าน จำเลยพูดว่ายิงมันเลย แล้ว ย. ก็ใช้ปืนยิงผู้เสียหาย 4 นัด ผู้เสียหายถูกกระสุนปืนล้มลง แล้วจำเลยยังพูดต่อไปอีกว่า ตายแล้วยัง มาสู้กันอีก พฤติการณ์ของจำเลยเช่นนี้ถือได้ว่า จำเลยได้ร่วมในการยิงผู้เสียหายกับ ย. ด้วย
        คำพิพากษาที่ 2504/2515 
        ป.วิ.อ. มาตรา 176, 227, 233
       โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมกับพวกที่หลบหนี ใช้ปืนยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้องก็อ้างตนเองเข้าเบิกความเป็นพยานว่าไม่ได้กระทำผิด โดยไม่ต้องถอนคำให้การเดิมได้
ผู้ตายเป็นหลานของท. ท. กับสามีไปทวงหนี้จากสามีจำเลย เกิดทะเลาะกันจนเกือบต่อสู้กัน ผู้ตายเข้าห้ามและว่าให้ไปพูดกันที่บ้านสามีจำเลย เมื่อไปพูดกันก็ทะเลาะกันอีกผู้ตายเข้าห้ามไว้อีกเมื่อผู้ตายกลับบ้านแล้ว หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง จำเลยกับสามีและชายอีกคนหนึ่งมาร้องถามหาผู้ตาย พอผู้ตายออกมา ชายที่มากับจำเลยถามว่าคนไหนคือผู้ตาย จำเลยชี้มือบอก ชายคนนั้นก็ยิงผู้ตาย แล้วจำเลยกับพวกก็วิ่งหนีไปทางเดียวกัน ถือว่าจำเลยร่วมกระทำผิดฐานฆ่าผู้ตาย
        คำพิพากษาที่ 4043/2528 
        ป.อ. มาตรา 59, 80, 83, 288
        จำเลยทั้งสี่พากันเข้าไปพบผู้เสียหายซึ่งนั่งอยู่ใต้ถุนเรือนโดยมี พวกอีก 5 คน รออยู่นอกบ้านและติดเครื่องรถจักรยานยนต์พร้อมที่จะ ออกแล่นได้ทันที เมื่อจำเลยที่ 1ถามผู้เสียหายว่าเป็นคนบ้านโคกสำโรง ใช่หรือไม่ พอผู้เสียหายตอบว่าใช่ จำเลยที่ 2 ก็บอกให้จำเลยที่ 1 ยิง จำเลยที่ 1 ยิงผู้เสียหาย 6 นัดแต่กระสุนไม่ถูก ผู้เสียหายลุกขึ้น วิ่งขึ้นบ้านและเอาปืนมายิงถูกจำเลยที่ 3 ที่4 ได้รับบาดเจ็บ ตลอดเวลาดังกล่าวจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 ได้อยู่ร่วมกับจำเลยที่ 1 จนถึงขณะที่พวกของจำเลยบอกให้ถอยเนื่องจากจำเลยที่ 3 และที่ 4ถูกกระสุนปืนที่ผู้เสียหายยิงต่อสู้มา จำเลยทั้งสี่จึงได้พากันล่าถอย ออกไปจากบ้านผู้เสียหาย และขึ้นรถจักรยานยนต์ที่พวกของจำเลยติดเครื่องจอดรออยู่ดังกล่าวแล้วพากันหลบหนีไปจากพฤติการณ์ ของจำเลยเช่นนี้ ย่อมเล็งเห็นได้แล้วว่าจำเลยทั้งสี่ต่างมีเจตนาร่วมกัน ที่ต้องการฆ่าผู้เสียหาย ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ได้เป็น ตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 พยายามฆ่าผู้เสียหายแล้ว
        คำพิพากษาที่ 2954/2529 
        ป.วิ.อ. มาตรา 192
        ป.อ. มาตรา 83, 84, 86, 288
        โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายซึ่งเป็นความผิดที่มีการกระทำอย่างเดียว แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้ชกต่อยทำร้ายร่างกายผู้ตาย โดยมิได้กระทำร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 กระทำโดยลำพังตนเองเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนมีการกระทำผิดฐานฆ่าผู้ตาย โจทก์มิได้บรรยายฟ้องถึงการกระทำของจำเลยที่ 3 จึงลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานทำร้ายร่างกายไม่ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่ 
         โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกันแต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 มิได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ยิงผู้ตายเป็นแต่จำเลยที่ 2 ได้ร้องบอกจำเลยที่ 1 ขึ้นว่าพี่พลยิงเลย อันเป็นการยุยงส่งเสริมให้จำเลยที่ 1 กระทำผิดเป็นความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 ดังนี้จะลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันฆ่าผู้ตายไม่ได้เพราะข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ก่อให้จำเลยที่ 1 กระทำผิดเป็นการแตกต่างกันในสาระสำคัญอย่างมากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง 
แต่การที่จำเลยที่ 2 ร้องบอกจำเลยที่ 1 ขึ้นว่าพี่พลยิงเลย เป็นการยุยงส่งเสริมให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา86 ด้วย ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษได้ (วรรคนี้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2529)
        คำพิพากษาที่ 1649/2531 
        ป.อ. มาตรา 80, 83, 288
        เมื่อเรือแล่นไปถึงกลางแม่น้ำ ล. เข้ารัดคอผู้เสียหายและเรียกเอาปืนจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ชักปืนลูกซองพกออกมาผู้เสียหายจับมือจำเลยที่ 1 เพื่อแย่งปืน จำเลยที่ 1 ก็ลั่นไกปืนแต่กระสุนไม่ถูกผู้ใด ล. ร้องหามีด บ. ก็ชักมีดออกมาแทงผู้เสียหายที่ชายโครงซ้าย ปลายมีดทะลุถึงช่องปอดและแทงในลักษณะเลือกแทง ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กับพวกมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย
ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ซึ่งไม่พอใจผู้เสียหายออกไปพูดซุบซิบกับพวกแล้วส่งเงินให้ผู้เสียหายบอกให้ไปหาหญิงโสเภณีมาให้ ระหว่างเสียงปืนดังจำเลยที่ 3 ลงเรืออีกลำหนึ่งแล่นมาที่กลางแม่น้ำตรงที่เกิดเหตุร้องบอกกับจำเลยที่ 1 กับพวกว่าเอาให้ตาย พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3 ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 เป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 กับพวก.(ที่มา-ส่งเสริม)
        พิพากษาที่ 4947/2531 
        ป.วิ.อ. มาตรา 192
        ป.อ. มาตรา 86, 106, 295
        การที่จำเลยเพียงแต่ร้องบอกว่า "เอามันให้ตายเลย" แล้วพวกของจำเลยได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายนั้น เป็นการที่จำเลยก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 แต่เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับคำฟ้องในสาระสำคัญอย่างมากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง จะลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดไม่ได้ แต่การที่จำเลยร้องบอกดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ศาลมีอำนาจลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนได้ 
ผู้เสียหายได้รับบาดแผลฟกช้ำที่ใบหน้าด้านซ้ายเพียงแห่งเดียวแพทย์ลงความเห็นว่ารักษาประมาณ 7 วัน ยังถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ผู้กระทำความผิดคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 จำเลยเป็นผู้สนับสนุนความผิดดังกล่าวอันเป็นความผิดลหุโทษ จึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 106
        คำพิพากษาที่ 2057/2535 
        ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคห้า
        ป.อ. มาตรา 84, 86
        จำเลยตะโกนว่า พ่อมันมาแล้ว เอามันเลย แล้ว ส. ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงผู้ตาย ดังนี้จำเลยต้องมีความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้นาย ส. ฆ่าผู้ตาย ตาม ป.อ. มาตรา 84 ประกอบด้วยมาตรา 288 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำผิด แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเป็นผู้ใช้แตกต่างจากฟ้อง จึงลงโทษในความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำผิดไม่ได้ แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการสนับสนุนการกระทำผิดเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 86 ด้วย ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยได้.
        คำพิพากษาที่ 382/2512 
        ป.อ. มาตรา 83, 84, 86
        จำเลยที่ 1 ทะเลาะกับผู้ตายอยู่ริมรั้ว จำเลยที่ 2 ถือมีดพร้าวิ่งลงจากบ้านพร้อมกับร้องว่าฟันให้ตาย ๆ การแสดงออกด้วยกิริยาและคำพูดของจำเลยที่ 2 ส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาจะฆ่าผู้ตาย ฉะนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 คว้ามีดพร้าจากมือจำเลยที่ 2 แหวกรั้วเข้าไปฟันผู้ตายถึงแก่ความตาย จึงเป็นการกระทำที่สมเจตนาของจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1 ฟันผู้ตายแล้ว ได้โยนมีดพร้าข้ามรั้วมาให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ก็เป็นผู้พามีดพร้าวิ่งหนีไป การกระทำของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวแล้วจึงถือได้ว่าเป็นการร่วมมือกับจำเลยที่ 1ฆ่าผู้ตาย จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 
จำเลยที่ 3 ได้วิ่งมาและพูดยุยงให้จำเลยที่ 1 ฟันผู้ตายให้ตาย หลังจากจำเลยที่ 1 ลงมือทำร้ายผู้ตายได้1 แผล จึงเห็นได้ว่าจำเลยที่ 3 มิได้เป็นผู้ก่อให้จำเลยที่ 1 กระทำผิด เพราะจำเลยที่ 1 ได้เริ่มลงมือกระทำผิดไปแล้ว คำยุยงของจำเลยที่ 3 จึงเป็นเพียงสนับสนุนเร้าใจให้จำเลยที่ 1 มุ่งกระทำร้ายต่อผู้ตายให้ถึงตายหนักแน่นยิ่งขึ้นเท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงฟังได้เพียงว่าเป็นการสนับสนุนให้จำเลยที่ 1กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6-7 /2512



                                                                                                                ขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับที่มา :  ทบทวนหลักกฎหมายกับ อาจารย์ประยุทธ

________________________________________________________________________________________

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


     ...ท่านเคยมีปัญหาเหล่านี้หรไม่ ? 


      - เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
      - 
สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซัที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
      - 
อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ 
      - 
สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
      - 
สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ 
กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ันสอบ
      - เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ด...กลับมาก็เหนื่อย
      - 
อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรีนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบัติวก็อยู่หน้ารามกันหมด


      ....ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป....

   ...................................................................................................................................................

ขอแนะนำ !!

รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภา 1/65 และ 2/65

 - กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์

  พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติ 1/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 + ทบรรณาธิการ 1/63, 1/64 และ 1/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรีนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนขอสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่วยฯ/อัยกา

  ราคาพิเศษ 350.00 บา  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !!) 

 - กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) 

  พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติ 2/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 + บทบรรณาธิการ 2/63, 2/64 และ 2/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยกา

  ราคาพิเศษ 350.00 บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !!) 

  หมายเหตุ  : สั่งซื้อทั้ง 2 าค าคาพิเศษ 650 บาท (ส่ง EMS ฟรี) แถมฟรี !!สมุดบันทึก + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาลแบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี 


  สนใจติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725,  E-mail : siripit...@gmail.com

                                                                                                                                            

มังคุด- ช่วยสมานแผล, แก้ท้องเสีย ท้องร่วง.jpg
รางจืด- ขับสารพิษในร่างกาย, ช่วยสมานแผล, พืชสมุนไพร, ลดไข้.jpg
ว่านหางจระเข้- ช่วยสมานแผล, บำรุงผิว, บำรุงเส้นผม.jpg
ส้มโอ - ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม, รักษาโรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ, แก้ไอ ขับเสมหะ.jpg
สะเดา- ดูแลช่องปาก เหงือกและฟัน, ยาถ่ายพยาธิ, รักษาโรคผิวหนัง, ลดความดันโลหิต, ลดไข้, สมุนไพรไล่แมลง, แก้อ่อนเพลีย เจริญอาหาร.jpg
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages