...จำเลยพูดกับ ศ. ว่า “มึงเอาปืนมาไหม ถ้ามึงไม่กล้ายิง กูจะยิงเอง” ศ. ก็พูดกับจำเลยว่า “มึงไม่ต้องกูจัดการเอง” จากนั้น ศ. ยิงผู้ตาย ถึงแก่ความตาย จำเลยเป็นผู้ใช้หรือตัวการร่วมกับ ศ. หรือไม่...??
พิจารณาศึกษาวิเคราะห์จาก ฎีกาที่ 2556/2555
ข้อเท็จจริง
1. ในวันและเวลาเกิดเหตุจำเลยและศ.เข้ามาในงานศพโดยจำเลยได้โวยวายด่าผู้มางานศพว่า
“ไอ้ชาติหมา” และชี้มือไปยังผู้ตายทั้งสองคนแล้วพูดว่า
“อย่างนี้ ต้องอยู่คนละโลก” และจำเลยพูดกับ ศ.ต่อไปว่า “มึงเอาปืนมาไหม ถ้ามึงไม่กล้ายิงกูจะยิงเอง” ศ.พูดว่า
“มึงไม่ต้องกูจัดการเอง” จากนั้นจำเลยและศ.เดินไปยังผู้ตายทั้งสอง
และจำเลยยังพูดต่ออีกว่า “ไอ้หมาสองตัว ต้องฆ่าให้ตาย”
พร้อมทั้งชี้มือไปยังผู้ตายทั้งสอง จากนั้น
ศ.ได้ใช้ปืนยิงผู้ตายทั้งสองคนถึงแก่ความตาย
2. อัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม
ป.อ. มาตรา 288,289,81,83
3. จำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จแล้ว
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง อัยการโจทก์อุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 288 ประกอบมาตรา
83 จำคุก 20 ปี…
4. จำเลยยื่นฎีกา
คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นตัวการร่วมกับคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสองตามฟ้องหรือไม่
โดยจำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยและคนร้าย แยกจากกันอย่างชัดเจน
โดยคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงมีความโกรธแค้นกับผู้ตายทั้งสองมาก่อน
4.1) ศาลฎีกาพิจารณาปัญหานี้แล้วเห็นว่า
เหตุในคดีนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก คนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงมีเหตุบาดหมางกับผู้ตายทั้งสองมาก่อน
จนวันเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ของคนร้ายถูกกรีดทำให้คนร้ายเข้าใจว่า
ผู้ตายทั้งสองเป็นคนทำ จึงเกิดความโกรธแค้นอย่างมาก
และได้เล่าเรื่องให้จำเลยทราบอันเป็นเหตุส่วนตัวระหว่างคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงกับผู้ตายทั้งสอง
จึงทำให้คนร้ายเกิดความคิดที่จะฆ่าผู้ตายทั้งสองให้ตายในขณะนั้น
ฟังได้ว่าการใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง เป็นการกระทำโดยลำพังของคนร้าย
มิใช่จำเลยเป็นผู้กระตุ้นให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง อันจะถือว่าเป็นตัวการ แต่อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่า
การที่จำเลยพูดให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง
แม้จำเลยไม่ได้มีส่วนร่วมเป็นตัวการใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง
แต่ก็ถือได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการพูดยุยงส่งเสริมให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสองให้ถึงตาย
การกระทำของจำเลย จึงเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน การกระทำความผิดตามป.อ.มาตรา 288
ประกอบมาตรา 86
หมายเหตุ
1.หลักการเป็นผู้ใช้ ตามป.อ.มาตรา 84
มีหลักการโดยสรุปดังนี้
1.1) ผู้ใช้จะต้องมีเจตนากระทำความผิดนั้น
1.2) ผู้ใช้จะต้องมีเจตนาก่อให้ผู้ถูกใช้กระทำความผิดนั้น
1.3) ผู้ถูกใช้จะต้องกระทำความผิดนั้นโดยเจตนา
2. คดีนี้ศาลฎีกาได้แสดงเหตุผลว่า
จำเลยพูดให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง และยังได้แสดงเหตุผลอีกว่า “เป็นการพูดยุงยงส่งเสริมให้คนร้าย ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง” แต่เนื่องจากคนร้ายตั้งใจแน่วแน่ที่จะฆ่าผู้ตายทั้งสองก่อนแล้ว การกล่าวของจำเลยในคดีเช่นนี้ จึงไม่ใช่เป็นผู้ใช้ตาม ป.อ.มาตรา 84
เพราะคำพูดของจำเลยมิใช่เป็นการกระตุ้นให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง แต่อย่างไรก็ตามให้พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบกับคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาที่ 784/2529
ป.อ. มาตรา 59, 80, 84, 289
น.
กับพวกเป็นเจ้าพนักงานป่าไม้ได้ตรวจพบไม้แปรรูปผิดกฎหมายบนรถยนต์บรรทุกจำเลยขอร้องไม่ให้จับกุมแต่น.
กับพวกไม่ยอมจำเลยจึงสั่งคนขับรถบรรทุกให้ขับรถไปโดยพูดว่าใครขวางชนเลยคนขับรถบรรทุกปฏิบัติตามเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนน.
ซึ่งยืนขวางทางรถบรรทุกอยู่น. ได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกที่หลังมือซ้าย
ข้อมือตะโพกซ้าย และหลังกับมีรอยช้ำตามขาและลำตัวการกระทำของคนขับรถบรรทุกเป็นการพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ส่วนพฤติการณ์ของจำเลยเป็นการใช้หรือยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิดจำเลยจึงต้องรับโทษเสมือนตัวการ.
คำพิพากษาที่ 91/2510
ป.วิ.อ. มาตรา 158, 192, 195,
212
ป.อ. มาตรา 52, 80, 83, 84, 86,
91, 138, 289
ขณะที่ตำรวจเข้าจับกุมและแย่งปืนกับจำเลยที่
1 อยู่นั้น จำเลยที่ 2 เข้าช่วยแย่งปืนจากตำรวจ
เมื่อตำรวจจับจำเลยที่ 2 ได้จำเลยที่ 2 ได้ร้องบอกให้จำเลยที่ 1 ขว้างระเบิดมือใส่ตำรวจ
ดังนี้ จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานกระทงหนึ่ง
และใช้ให้ฆ่าเจ้าพนักงานอีกกระทงหนึ่ง
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 บอกให้จำเลยที่ 1 เอาลูกระเบิดมือขว้างเจ้าพนักงาน
ก็เท่ากับโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ใช้ให้จำเลยที่ 1
เอาลูกระเบิดขว้างเจ้าพนักงานเพื่อจะฆ่าให้ตาย
(แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างมาตรา 84 มาในคำขอท้ายฟ้องก็ตาม)
ถือได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้ใช้แล้ว
จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่
1 ฆ่าเจ้าพนักงาน แต่จำเลยที่ 1 ไม่กระทำตามจำเลยที่
2 จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ประกอบด้วยมาตรา 84 วรรค 2 ซึ่งต้องระวางโทษ
1 ใน 3 ของโทษประหารชีวิต
กฎหมายไม่ได้บัญญัติโทษ 1 ใน 3 ของโทษประหารชีวิตไว้
จึงต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1) มาใช้เป็นหลักฐานในการกำหนดโทษ
กล่าวคือ ให้ลดโทษประหารชีวิตเสีย 1 ใน 3 ก่อน คงเหลือโทษเพียง 2 ใน 3 โดยให้จำคุกขั้นต่ำ
16 ปี แล้วคำนวณเอาเพียงครึ่งหนึ่งของอัตราโทษ 2 ใน 3 ผลลัพธ์ก็คือ ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี
โจทก์ไม่ได้ฎีกาในทำนองขอให้เพิ่มโทษ
ศาลฎีกาจะพิพากษาเพิ่มโทษจำเลยให้หนักขึ้นหาได้ไม่
ศาลล่างปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้อง
แม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกาขึ้นมาก็ตาม ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 30/2509)
คำพิพากษาที่ 185/2520
ป.อ. มาตรา 80, 83, 84, 90, 289
(2), 335
จำเลยร้องบอกให้ อ.ยิงผู้เสียหาย
และร่วมกับ อ.ยิงผู้เสียหาย โดยเข้าไปดึงพานท้ายปืนของผู้เสียหาย
เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายใช้อาวุธปืนทำการป้องกันตัว โดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจกระทำการตามหน้าที่
แต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย เพราะได้รับการรักษาทันท่วงที ดังนี้
จำเลยมีความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่
และเป็นตัวการร่วมกับผู้อื่นพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่
ความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่
จึงเกลื่อนกลืนเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกับผู้อื่นพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่
ศาลฎีกาลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการร่วมกับผู้อื่นพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่แต่เพียงบทเดียว
คำพิพากษาที่ 4941/2528
ป.อ. มาตรา 84, 87, 288, 290,
295
จำเลยที่ 1 ที่ 2
เป็นหญิงโสเภณี โกรธแค้น ว. และบ. ผู้ตาย
เรื่องจะสับเปลี่ยนคู่นอนร่วมประเวณี จึงมาเล่าเรื่องและขอให้จำเลยที่ 3 กับพวกไปช่วยสั่งสอนให้หน่อยซึ่งหมายถึงการทำร้ายให้เจ็บตัวเพียงเพื่อ
สั่งสอนเท่านั้นหาได้มีเจตนามุ่งหมายถึงกับจะฆ่าให้ตายไม่ ทั้งนี้โดยจำเลยที่ 1
ที่ 2 ก็ร่วมไปยังที่เกิดเหตุกับจำเลยที่3
กับพวกด้วย เพื่อชี้ตัวให้ดูว่าใครคือ ว. และ บ.การที่จำเลยที่ 3
กระทำรุนแรง ถึงขั้นเจตนาฆ่าโดยใช้มีดแทง บ. ผู้ตายถึงแก่ความตาย
ย่อมเป็นการเกินเลยไปจากขอบเขตที่ใช้ของจำเลยที่ 1 ที่ 2
จำเลยที่ 1 ที่2 ต้องรับผิดทางอาญาเพียงสำหรับความผิดเท่าที่อยู่ในขอบเขตที่ใช้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 87 แต่เมื่อการทำร้าย บ.
ผู้ตาย เกิดผลรุนแรงถึงตายดังกล่าวจำเลยที่ 1ที่ 2 ย่อมต้องรับผิดฐาน ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้คนตายตาม มาตรา 290 เพราะการตาย เป็นผลธรรมดาอันย่อมเกิดขึ้นได้จากการทำร้ายตามที่จำเลยที่ 1
ที่ 2 ได้ใช้จำเลยที่ 1 ที่
2 จึงมีความผิดตามมาตรา 290,84ประกอบด้วย
มาตรา 87 วรรคสอง หมายเหตุ ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2528
คำพิพากษาที่ 6742/2547
ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง
ป.อ. มาตรา 83, 84, 86
การที่จำเลยซึ่งอยู่ในฝั่งประเทศไทยตะโกนข้ามแม่น้ำเหืองที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนและกัญชาจากพวกของจำเลยที่ยืนอยู่ที่ฝั่งลาว
โดยจำเลยไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ
แม้พวกของจำเลยจะนำเมทแอมเฟตามีนและกัญชาดังกล่าวข้ามเขตมามอบให้ก็น่าจะเป็นเพราะจำเลยสั่งซื้อ
ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ก่อให้พวกของจำเลยนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษตาม ป.อ. มาตรา 84
มิใช่เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดด้วยกันตามมาตรา 83 ดังที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งเป็นการแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ
ย่อมลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดไม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง
แต่การตะโกนสั่งซื้อของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม
ป.อ. มาตรา 86 ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนได้
3. คำพิพากษาฎีกาที่ 2556/2555 นี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่า การใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง
เป็นการกระทำโดยลำพังของคนร้าย มิใช่จำเลยเป็นผู้กระตุ้นให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง
จำเลยจึงไม่เป็นตัวการนั้น
3.1) หลักการเป็นตัวการตาม ป.อ. มาตรา 83
ประกอบไปด้วย เป็นการกระทำผิดโดยเจตนา
ในระหว่างบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยมีการกระทำร่วมกันในขณะกระทำความผิด
และประการสุดท้ายโดยมีเจตนากระทำร่วมกันในขณะกระทำความผิด
3.2) พฤติการณ์ในการเป็นตัวการและผู้ใช้มีจุดที่ใกล้เคียงกัน
ให้พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาที่ 975/2508
ป.อ. มาตรา 83, 276, 284, 288,
289
จำเลยกับพวกร่วมกันฉุดคร่าผู้เสียหายเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่จะทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา
ขณะที่การกระทำผิดฐานฉุดคร่ายังไม่สำเร็จ
บิดาของผู้เสียหายวิ่งติดตามไปเพื่อขัดขวาง จำเลยสั่งให้พวกของจำเลยให้ใช้อาวุธปืนยิงบิดาผู้เสียหายถึงแก่ความตาย
ดังนี้
จำเลยผิดฐานร่วมเป็นตัวการฆ่าเพื่อให้เป็นความสะดวกในการที่จำเลยกับพวกจะทำการฉุดคร่าผู้เสียหายและเพื่อจำเลยจะได้ตัวผู้เสียหายไว้เพื่อทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นผลประโยชน์อันเกิดแต่การกระทำผิดตามมาตรา
289(6) และ(7).
คำพิพากษาที่ 1306/2513
ป.อ. มาตรา 80, 83, 288
จำเลยเมาสุรา
ถือมีดดายหญ้ามาท้าทายจะทำร้ายผู้เสียหายซึ่งยืนอยู่ห่าง 1 วา
คนละฟากรั้วสวน ต่อมา ย. ถือปืนสั้นมายืนอยู่ข้างจำเลย
และบอกให้ผู้เสียหายกลับไปนอน พอผู้เสียหายหันตัวจะกลับบ้าน จำเลยพูดว่ายิงมันเลย
แล้ว ย. ก็ใช้ปืนยิงผู้เสียหาย 4 นัด
ผู้เสียหายถูกกระสุนปืนล้มลง แล้วจำเลยยังพูดต่อไปอีกว่า ตายแล้วยัง มาสู้กันอีก
พฤติการณ์ของจำเลยเช่นนี้ถือได้ว่า จำเลยได้ร่วมในการยิงผู้เสียหายกับ ย. ด้วย
คำพิพากษาที่ 2504/2515
ป.วิ.อ. มาตรา 176, 227, 233
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมกับพวกที่หลบหนี
ใช้ปืนยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า
แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้องก็อ้างตนเองเข้าเบิกความเป็นพยานว่าไม่ได้กระทำผิด
โดยไม่ต้องถอนคำให้การเดิมได้
ผู้ตายเป็นหลานของท. ท.
กับสามีไปทวงหนี้จากสามีจำเลย เกิดทะเลาะกันจนเกือบต่อสู้กัน
ผู้ตายเข้าห้ามและว่าให้ไปพูดกันที่บ้านสามีจำเลย
เมื่อไปพูดกันก็ทะเลาะกันอีกผู้ตายเข้าห้ามไว้อีกเมื่อผู้ตายกลับบ้านแล้ว
หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง
จำเลยกับสามีและชายอีกคนหนึ่งมาร้องถามหาผู้ตาย พอผู้ตายออกมา
ชายที่มากับจำเลยถามว่าคนไหนคือผู้ตาย จำเลยชี้มือบอก ชายคนนั้นก็ยิงผู้ตาย
แล้วจำเลยกับพวกก็วิ่งหนีไปทางเดียวกัน ถือว่าจำเลยร่วมกระทำผิดฐานฆ่าผู้ตาย
คำพิพากษาที่ 4043/2528
ป.อ. มาตรา 59, 80, 83, 288
จำเลยทั้งสี่พากันเข้าไปพบผู้เสียหายซึ่งนั่งอยู่ใต้ถุนเรือนโดยมี
พวกอีก 5 คน รออยู่นอกบ้านและติดเครื่องรถจักรยานยนต์พร้อมที่จะ
ออกแล่นได้ทันที เมื่อจำเลยที่ 1ถามผู้เสียหายว่าเป็นคนบ้านโคกสำโรง
ใช่หรือไม่ พอผู้เสียหายตอบว่าใช่ จำเลยที่ 2 ก็บอกให้จำเลยที่
1 ยิง จำเลยที่ 1 ยิงผู้เสียหาย 6
นัดแต่กระสุนไม่ถูก ผู้เสียหายลุกขึ้น
วิ่งขึ้นบ้านและเอาปืนมายิงถูกจำเลยที่ 3 ที่4 ได้รับบาดเจ็บ ตลอดเวลาดังกล่าวจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 ได้อยู่ร่วมกับจำเลยที่ 1 จนถึงขณะที่พวกของจำเลยบอกให้ถอยเนื่องจากจำเลยที่ 3 และที่ 4ถูกกระสุนปืนที่ผู้เสียหายยิงต่อสู้มา
จำเลยทั้งสี่จึงได้พากันล่าถอย ออกไปจากบ้านผู้เสียหาย และขึ้นรถจักรยานยนต์ที่พวกของจำเลยติดเครื่องจอดรออยู่ดังกล่าวแล้วพากันหลบหนีไปจากพฤติการณ์ ของจำเลยเช่นนี้ ย่อมเล็งเห็นได้แล้วว่าจำเลยทั้งสี่ต่างมีเจตนาร่วมกัน
ที่ต้องการฆ่าผู้เสียหาย ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ได้เป็น ตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 พยายามฆ่าผู้เสียหายแล้ว
คำพิพากษาที่ 2954/2529
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.อ. มาตรา 83, 84, 86, 288
โจทก์บรรยายฟ้องว่า
จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายซึ่งเป็นความผิดที่มีการกระทำอย่างเดียว
แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้ชกต่อยทำร้ายร่างกายผู้ตาย
โดยมิได้กระทำร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 กระทำโดยลำพังตนเองเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนมีการกระทำผิดฐานฆ่าผู้ตาย
โจทก์มิได้บรรยายฟ้องถึงการกระทำของจำเลยที่ 3 จึงลงโทษจำเลยที่
3 ฐานทำร้ายร่างกายไม่ได้
เพราะไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 192 วรรคสี่
โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกันแต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า
จำเลยที่ 2 มิได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ยิงผู้ตายเป็นแต่จำเลยที่
2 ได้ร้องบอกจำเลยที่ 1 ขึ้นว่าพี่พลยิงเลย
อันเป็นการยุยงส่งเสริมให้จำเลยที่ 1 กระทำผิดเป็นความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 84 ดังนี้จะลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันฆ่าผู้ตายไม่ได้เพราะข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาเป็นเรื่องที่จำเลยที่
2 เป็นผู้ก่อให้จำเลยที่ 1 กระทำผิดเป็นการแตกต่างกันในสาระสำคัญอย่างมากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 192 วรรคสอง
แต่การที่จำเลยที่ 2 ร้องบอกจำเลยที่ 1 ขึ้นว่าพี่พลยิงเลย
เป็นการยุยงส่งเสริมให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา86 ด้วย ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษได้
(วรรคนี้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2529)
คำพิพากษาที่ 1649/2531
ป.อ. มาตรา 80, 83, 288
เมื่อเรือแล่นไปถึงกลางแม่น้ำ ล.
เข้ารัดคอผู้เสียหายและเรียกเอาปืนจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1
ชักปืนลูกซองพกออกมาผู้เสียหายจับมือจำเลยที่ 1 เพื่อแย่งปืน จำเลยที่ 1 ก็ลั่นไกปืนแต่กระสุนไม่ถูกผู้ใด
ล. ร้องหามีด บ. ก็ชักมีดออกมาแทงผู้เสียหายที่ชายโครงซ้าย
ปลายมีดทะลุถึงช่องปอดและแทงในลักษณะเลือกแทง ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กับพวกมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย
ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ซึ่งไม่พอใจผู้เสียหายออกไปพูดซุบซิบกับพวกแล้วส่งเงินให้ผู้เสียหายบอกให้ไปหาหญิงโสเภณีมาให้ ระหว่างเสียงปืนดังจำเลยที่ 3 ลงเรืออีกลำหนึ่งแล่นมาที่กลางแม่น้ำตรงที่เกิดเหตุร้องบอกกับจำเลยที่
1 กับพวกว่าเอาให้ตาย พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3 ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 เป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่
1 กับพวก.(ที่มา-ส่งเสริม)
พิพากษาที่ 4947/2531
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.อ. มาตรา 86, 106, 295
การที่จำเลยเพียงแต่ร้องบอกว่า
"เอามันให้ตายเลย" แล้วพวกของจำเลยได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายนั้น
เป็นการที่จำเลยก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 แต่เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับคำฟ้องในสาระสำคัญอย่างมากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง
จะลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดไม่ได้ แต่การที่จำเลยร้องบอกดังกล่าว
ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
ศาลมีอำนาจลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนได้
ผู้เสียหายได้รับบาดแผลฟกช้ำที่ใบหน้าด้านซ้ายเพียงแห่งเดียวแพทย์ลงความเห็นว่ารักษาประมาณ
7 วัน
ยังถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295
ผู้กระทำความผิดคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 จำเลยเป็นผู้สนับสนุนความผิดดังกล่าวอันเป็นความผิดลหุโทษ
จึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 106
คำพิพากษาที่ 2057/2535
ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคห้า
ป.อ. มาตรา 84, 86
จำเลยตะโกนว่า พ่อมันมาแล้ว เอามันเลย
แล้ว ส. ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงผู้ตาย
ดังนี้จำเลยต้องมีความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้นาย ส. ฆ่าผู้ตาย ตาม ป.อ. มาตรา 84
ประกอบด้วยมาตรา 288 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำผิด
แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเป็นผู้ใช้แตกต่างจากฟ้อง จึงลงโทษในความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำผิดไม่ได้
แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการสนับสนุนการกระทำผิดเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 86
ด้วย ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยได้.
คำพิพากษาที่ 382/2512
ป.อ. มาตรา 83, 84, 86
จำเลยที่ 1 ทะเลาะกับผู้ตายอยู่ริมรั้ว
จำเลยที่ 2 ถือมีดพร้าวิ่งลงจากบ้านพร้อมกับร้องว่าฟันให้ตาย
ๆ การแสดงออกด้วยกิริยาและคำพูดของจำเลยที่ 2 ส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่
2 มีเจตนาจะฆ่าผู้ตาย ฉะนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 คว้ามีดพร้าจากมือจำเลยที่ 2 แหวกรั้วเข้าไปฟันผู้ตายถึงแก่ความตาย
จึงเป็นการกระทำที่สมเจตนาของจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1
ฟันผู้ตายแล้ว ได้โยนมีดพร้าข้ามรั้วมาให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ก็เป็นผู้พามีดพร้าวิ่งหนีไป
การกระทำของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวแล้วจึงถือได้ว่าเป็นการร่วมมือกับจำเลยที่
1ฆ่าผู้ตาย จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่
1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
จำเลยที่ 3 ได้วิ่งมาและพูดยุยงให้จำเลยที่ 1 ฟันผู้ตายให้ตาย หลังจากจำเลยที่ 1 ลงมือทำร้ายผู้ตายได้1
แผล จึงเห็นได้ว่าจำเลยที่ 3 มิได้เป็นผู้ก่อให้จำเลยที่
1 กระทำผิด เพราะจำเลยที่ 1 ได้เริ่มลงมือกระทำผิดไปแล้ว
คำยุยงของจำเลยที่ 3 จึงเป็นเพียงสนับสนุนเร้าใจให้จำเลยที่ 1
มุ่งกระทำร้ายต่อผู้ตายให้ถึงตายหนักแน่นยิ่งขึ้นเท่านั้น
การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงฟังได้เพียงว่าเป็นการสนับสนุนให้จำเลยที่
1กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6-7 /2512
ขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับที่มา : ทบทวนหลักกฎหมายกับ อาจารย์ประยุทธ
________________________________________________________________________________________
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
...ท่านเคยมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ?
- เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
- สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซักที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
- อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ
- สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
- สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
- เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ติด...กลับมาก็เหนื่อย
- อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรียนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบันติวก็อยู่หน้ารามกันหมด
....ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป....
...................................................................................................................................................
ขอแนะนำ !!
รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภาค 1/65 และ 2/65
- กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์
พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติฯ 1/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 + บทบรรณาธิการ 1/63, 1/64 และ 1/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบ, การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ
ราคาพิเศษ 350.00 บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !!)
- กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)
พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติฯ 2/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 + บทบรรณาธิการ 2/63, 2/64 และ 2/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบ, การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ
ราคาพิเศษ 350.00 บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !!)
หมายเหตุ : สั่งซื้อทั้ง 2 ภาค ราคาพิเศษ 650 บาท (ส่ง EMS ฟรี) แถมฟรี !!สมุดบันทึก + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาล, แบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี
สนใจติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725, E-mail : siripit...@gmail.com