ทบทวนคำพิพากษาฎีกา (5 ดาว) 3801/2555 : ซึ่งวางหลักไว้น่าสนใจ !!

5,274 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Aug 17, 2013, 6:15:20 PM8/17/13
to law...@googlegroups.com

       คำพิพากษาฎีกา 3801/2555


      "ข้อความในสัญญาเช่าที่ว่า ก่อนครบสัญญาเช่าโจทก์และจำเลยจะปรับเปลี่ยนค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าในอัตราที่เป็นธรรมดั่งที่ปฏิบัติมาเป็นคำมั่นจะให้เช่าหรือไม่ ?"
   

       ข้อเท็จจริง
       1. โจทก์ฟ้องว่า บริษัทบ้านฉัตรเพ็ชรจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของโจทก์ ทำสัญญาเช่าอาคารเลขที่ 266/14 และ 266/15 สยามสแควร์ จำนวน 2 คูหา จากจำเลยและต่อสัญญาเช่าเพื่อปรับเปลี่ยนค่าเช่าหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2541 มีกำหนด 7 ปี จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2548 ต่อมาวันที่ 27 มิถุนายน 2546 โจทก์ใช้สิทธิทำสัญญาเช่าอาคาร 2 คูหาดังกล่าวกับจำเลยโดยถือกำหนดระยะเวลาเช่าเดิม มีคำมั่นว่า ก่อนครบกำหนดสัญญา โจทก์และจำเลยจะปรับเปลี่ยนค่าเช่าเพื่อขยายระยะเวลาเช่าในอัตราที่เป็นธรรมดั่งที่เคยปฏิบัติมา โจทก์จึงให้ทนายความมีหนังสือแสดงความจำนงต่อจำเลยเพื่อขอเช่าอาคารต่อในอัตราค่าเช่าเดิมคือเพิ่มอีกร้อยละ 40 ตามที่เคยตกลงและให้คำมั่นไว้ในการต่อสัญญาเช่าครั้งสุดท้าย จำเลยได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยต่ออายุสัญญาเช่าหรือทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับโจทก์เป็นระยะเวลา 7 ปี ในอัตราค่าเช่าที่เป็นธรรมตามข้อตกลงเดือนละ 49,300 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2548 จนกว่าจะครบกำหนดตามสัญญาเช่าฉบับใหม่ หากจำเลยต่อสัญญาเช่าไม่ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
       2. ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
        2.1 การดำเนินคดีแพ่งของประเทศไทยนั้น การยื่นฟ้องคดีแพ่งครั้งแรกจะต้องกระทำที่ศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 170 วรรคแรก
        2.2 ในทางปฏิบัติศาลชั้นต้นจะตรวจคำฟ้องของโจทก์ทุกคดี โดยในการตรวจคำฟ้องศาลจะตรวจ 
        (1) ศาลจะตรวจคำฟ้องว่าคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือไม่ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 2(1)
        (2) ศาลจะตรวจว่าคดีอยู่ในเขตศาลหรือไม่ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 2(2)
        (3) ศาลจะตรวจคำฟ้องโดยพิจารณาว่าคู่ความเป็นใคร เช่น เป็นบุคคลธรรมดาหรือไม่ เป็นนิติบุคคลหรือไม่ หรือเป็นผู้ไร้ความสามารถหรือไม่
        (4) ศาลจะตรวจฟ้องว่าโจทก์ลงชื่อในคำฟ้องแล้วหรือไม่
        (5) ศาลจะตรวจดูค่าขึ้นศาลว่า โจทก์เสียค่าขึ้นศาลมาถูกต้องหรือไม่
        (6) กรณีผู้ยื่นฟ้องเป็นทนาย ศาลก็จะตรวจดูใบแต่งทนายความว่ามีหรือไม่ กรณีผู้ฟ้องคดีเนื่องจากมีการมอบอำนาจศาลก็จะดูว่ามีใบมอบอำนาจแนบมาในคำฟ้องหรือไม่ ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
         ฎีกาที่ 1271/2508
         การที่คู่ความทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้แทนตนในคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 60 นั้น แม้การมอบอำนาจจะมีหนังสือมอบอำนาจก็ตามแต่กฎหมายก็มิได้บัญญัติว่าในการยื่นคำฟ้องต่อศาล โจทก์จะต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจนั้นติดมากับฟ้องด้วย ซึ่งต่างกับกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 61, 63 และ 64 ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่าต้องยื่นใบแต่งทนาย แสดงใบมอบอำนาจทำหนังสือแต่งตั้งหรือยื่นใบมอบฉันทะต่อศาล ฉะนั้นแม้โจทก์จะมิได้ยื่นใบมอบอำนาจต่อศาลในขณะยื่นคำฟ้องก็ไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายแต่ประการใด 
ผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้า หาใช่จำกัดเฉพาะผู้ทำสินค้าขึ้นเท่านั้นไม่ แม้โจทก์จะมิใช่ผู้ประดิษฐ์หรือผลิตสินค้า แต่เป็นผู้รับโอนเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของเดิมจดทะเบียนไว้ พร้อมด้วยกิจการบริการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย โจทก์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะค้าขายสินค้าที่มีเครื่องหมายซึ่งได้จดทะเบียนไว้นั้น ฉะนั้น การที่จำเลยสั่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าในบังคับแห่งสิทธิของโจทก์เข้ามาจำหน่ายโดยมิได้รับความยินยอม ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เพราะการสั่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายย่อมเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ติดมากับสินค้านั้นด้วย(วรรคแรกวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่15/2508)
        ฎีกา 1202/2535
        โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ปลูกสร้างตึกแถวต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไปจึงได้บอกเลิกการเช่าและให้รื้อถอนขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินที่เช่าในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้จำเลยรื้อถอนตึกแถวออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปด้วย ดังนี้ คำฟ้องของโจทก์ได้แสดงถึงสภาพแห่งข้อหาคือสัญญาเช่า ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาคือโจทก์ไม่ประสงค์จะให้เช่าต่อไป และได้บอกเลิกการเช่าแล้ว คำขอบังคับคือให้จำเลยรื้อถอนตึกแถวและขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโจทก์ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว และจำเลยก็เข้าใจคำฟ้องได้ดี ดังที่ให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินจำเลยมิได้เช่าที่ดังกล่าวจากโจทก์ ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมที่โจทก์ไม่ระบุว่าจำเลยเช่าที่ดินตรงทิศไหน มุมไหน หรือส่วนไหนของโฉนด ไม่ทำแผนที่แสดงแนวเขตที่ดินที่อ้างว่าจำเลยเช่าแนบมากับฟ้องนั้น ไม่ทำให้เป็นฟ้องเคลือบคลุม การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่จำต้องระบุว่าให้ฟ้องที่ศาลไหนเพราะการจะฟ้องคดีที่ไหนนั้นต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
        ฎีกา 2155/2535
        คำให้การของจำเลยที่มีข้อความเพียงว่า จ. ได้มอบอำนาจให้อ. เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยหรือไม่ จำเลยไม่ทราบและไม่รับรองเนื่องจากหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องทำไว้นานแล้ว ในช่องผู้ลงชื่อมอบอำนาจจะใช่ลายมือชื่อ จ. ที่แท้จริงหรือไม่ และปัจจุบัน จ. ยังคงเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทโจทก์หรือไม่จำเลยไม่ทราบ และไม่ขอรับรอง เนื่องจากหนังสือรับรองเอกสารท้ายฟ้องเจ้าหน้าที่รับรองไว้นานแล้ว เป็นคำให้การที่ไม่ได้ความแจ้งชัดว่าจำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์ เป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ทำให้เกิดประเด็น ถือว่าจำเลยรับข้อเท็จจริงในข้อนั้นตามฟ้องแล้ว หนังสือมอบอำนาจของโจทก์มีข้อความระบุว่า เรียกร้องทวงถามให้ชำระหนี้ แจ้งการบังคับจำนองหรือจำนำ ดำเนินคดีฟ้องร้องแก้ต่างทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา เป็นการมอบอำนาจที่ผู้รับมอบอำนาจสามารถดำเนินการฟ้องร้องผู้ที่โต้แย้งสิทธิของโจทก์ได้ เมื่อจำเลยกระทำการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ผู้รับมอบอำนาจย่อมมีอำนาจดำเนินคดีฟ้องร้องจำเลยแทนโจทก์ได้ตามที่ระบุไว้ในหนังสือมอบอำนาจโดย ไม่จำต้องระบุชื่อผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจ
        ฎีกา 299/2524
        โจทก์มอบอำนาจให้ ส. ฟ้องจำเลยและดำเนินกระบวนพิจารณาอื่น ๆ เป็นการมอบให้ ส. เป็นตัวแทนของโจทก์ มีฐานะเป็นคู่ความในนาม ของโจทก์ ส. มีอำนาจเรียงคำฟ้องแทนโจทก์ได้ ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 16
        ฎีกา 2904/2537
        ทนายความที่ขาดต่อใบอนุญาตย่อมขาดจากการเป็นทนายความไม่มีอำนาจลงชื่อเป็นผู้เรียงและพิมพ์คำคู่ความที่ยื่นต่อศาลตลอดจนดำเนินคดีในศาล ถ้าฝ่าฝืนย่อมไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67(5) หาใช่กรณีเป็นข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถหรือบกพร่องเกี่ยวกับการเขียนคำคู่ความ ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องที่ผิดระเบียบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27
        3. คดีนี้ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ซึ่งโจทก์ได้ยื่นฎีกาต่อมาเป็นคดีนี้
        4. ปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกามีว่า 
         4.1 ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายอันศาลชั้นต้นต้องรับไว้พิจารณาหรือไม่ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์จากจำเลย ต่อมาเมื่อจำเลยแจ้งข้อกำหนดในสัญญาเกี่ยวกับเงื่อนไขการปรับเปลี่ยนค่าเช่าใหม่ให้แก่ผู้เช่า โจทก์จำยอมมีหนังสือถึงจำเลยเพื่อขยายอายุสัญญาเช่าใหม่โดยมอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือแสดงเจตจำนงในการต่อสัญญาขยายระยะเวลาเช่ากับจำเลยโดยกำหนดระยะเวลาการเช่าอีก 5 ปี นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไป ในอัตราค่าเช่าใหม่ที่เป็นธรรม โดยปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 40 ของค่าเช่าเดิมรวมเป็นค่าเช่าเดือนละ 49,300 บาท โดยขอให้จำเลยต่อสัญญาเช่าฉบับใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าว จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้วแต่เพิกเฉย
        4.2 ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์อ้างว่า สัญญาเช่ามีคำมั่นว่า ก่อนครบสัญญาเช่าโจทก์และจำเลยจะปรับเปลี่ยนค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าในอัตราที่เป็นธรรม ดังที่ปฏิบัติมาเป็นปกติประเพณีนั้นข้อความดังกล่าวไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าที่แน่นอนอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาเช่า จึงยังไม่เข้าลักษณะคำมั่นจะให้เช่า ซึ่งเมื่อจำเลยเพิกเฉยไม่สนองรับคำเสนอที่โจทก์แจ้งรับถือว่า คำเสนอของโจทก์ตกไป สัญญเช่าจึงไม่เกิดขึ้น กรณีถือได้ว่า จำเลยไม่ได้กระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิหน้าที่ของโจทก์ที่โจทก์จะบังคับให้จำเลยทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับโจทก์ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 55 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย
        4.3 ศาลฎีกาได้พิจารณาต่อไปว่า ในชั้นตรวจคำฟ้องศาลชั้นต้นต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคท้ายที่บัญญัติว่า ให้ศาลตรวจคำฟ้องนั้นแล้วสั่งรับไว้หรือให้ยกเสียหรือให้คืนไป ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18” คำว่าให้ยกเสีย ตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นการยกฟ้องของโจทก์นั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้องได้โดยไม่จำต้องสั่งรับฟ้องไว้ก่อน ดังนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่ปรากฏว่ามีการโต้แย้งสิทธิเนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสีย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
       หมายเหตุ
       1. กรณีพิพากษายกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้อง เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เช่น สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่เกิดขึ้น โจทก์ไม่มีอำนาจแห่งมูลหนี้ที่จะเรียกให้จำเลยชำระหนี้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 194 หรือเพราะคดีโจทก์ไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ฐานละเมิด หรือเพราะไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิ หรือไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 131(2) ได้ทันที โดยไม่จำต้องสั่งรับคำฟ้องนั้นไว้พิจารณาชั้นหนึ่งก่อนแล้วจึงทำคำพิพากษาอีกทีหนึ่ง กล่าวคือ ศาลสามารถทำคำพิพากษาในคำฟ้องนั้นได้ทันที
       2. การทำคำพิพากษาดังกล่าวมาในข้อ 1 องค์คณะผู้พิพากษาจะต้องลงชื่อให้ครบถ้วนตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
       3. ให้พิจารณาศึกษาเพิ่มเติมจากฎีกาต่อไปนี้
       ฎีกา 2136/2525
       อำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 นั้น มีขอบเขตของการควบคุมเพื่อตรวจตราดูแลให้บริษัทเงินทุนได้ดำเนินงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศของกระทรวงการคลัง ไม่มีหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องดำเนินงานหรือกระทำการช่วยเหลือชี้ช่องในการบริหารงาน ให้แก่คณะกรรมการของบริษัทเงินทุนการกระทำของบริษัทเงินทุน เช่นการเพิ่มทุนก็ดี ราคาหุ้นของบริษัทสูงมากอย่างรวดเร็วก็ดี ให้กู้ยืมโดยไม่มีหลักประกันก็ดี หรือหนี้สูญจำนวนมากก็ดี จึงทำให้ ฐานะของบริษัทเงินทุนทรุดหนักจนไม่อาจแก้ไขได้นั้น เมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยทั้งสองยอมรับหรือสมยอมให้บริษัทกระทำการดังกล่าวหรือ ประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดความเสียหาย ของโจทก์ที่เป็นลูกค้าที่ฝากเงินไว้กับบริษัทหากจะมีก็เกิดจาก การกระทำของบริษัทเงินทุน มิใช่เกิดจากการกระทำของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสอง จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ฐานละเมิด 
การที่ศาลชั้นต้นตรวจพิเคราะห์คำฟ้องแล้วเห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องให้จำเลยรับผิดจึงมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์ให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับนั้น เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 131(2) มีผลเป็นการพิพากษาคดีแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ศาลชั้นต้นไม่รับหรือคืนคำฟ้องตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา18 จึงไม่มีเหตุที่จะคืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์ตาม มาตรา 151
       ฎีกา 996/2508
       ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 131(2),133,139 นั้นเมื่อจำเลยยื่นคำให้การฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า......ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยนั้นศาลได้พิจารณาแล้ว.......จึงพร้อมกันมีคำสั่งให้ยกฟ้องแย้งเสีย ค่าธรรมเนียมเป็นพับ เช่นนี้ เป็นปริยายว่าศาลชั้นต้นพิจารณาเสร็จแล้ว จึงชี้ขาดฟ้องแย้งโดยทำเป็นคำสั่งให้ยกฟ้องแย้งไม่ใช่สั่งให้คืนไปหรือไม่รับ ตามมาตรา 15 
ฟ้องแย้งว่า โจทก์มีหนังสือขอให้จำเลยไปพบเพื่อรับคำบอกกล่าวขับไล่ หรือทำสัญญาเช่าแล้วแต่กรณี จำเลยได้ทำหนังสือขอทำสัญญาเช่าแต่โจทก์เรียกเงินกินเปล่า 30,000 บาท กับชำระค่าเช่าที่ค้าง จำเลยขอให้ 25,000 บาท จึงไม่ตกลงกัน เช่นนี้นับว่ามิได้มีสัญญาต่อกัน จำเลยไม่มีอำนาจแห่งมูลหนี้ที่จะฟ้องแย้งให้โจทก์ทำสัญญาเช่า ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อศาลเห็นว่าแม้เป็นจริงดังฟ้องแย้ง จำเลยก็ไม่มีทางชนะคดีตามฟ้องแย้ง ศาลยกฟ้องแย้งเสียเลยได้ (เฉพาะปัญหาที่ 2 เป็นมติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 14/2508)
       ฎีกา 420/2519
       โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความและสัญญาแบ่งมรดก เป็นการฟ้องเรียกร้องให้ได้ทรัพย์พิพาทคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ผู้เป็นทายาทเป็นคดีมีทุนทรัพย์ 
แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์จึงไม่ได้หมายเรียกจำเลยให้มาแก้คดี แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องไว้พิจารณาจำเลยฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247


                                                                                                            Credit : รพี' ๕๖//ทบทวนหลักกฎหมายกับ อ.ประยุทธ

.......................................................................................................................................

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอแนะนำ !!

รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภา 1/65 และ 2/65

++  กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)

  พร้อมไฟล์เอกสาร 

  - เอกสารสรุปคำบรรยายเนติ 1/65 

 -  เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 

 -  บทบรรณาธิการ 1/63-1/65 

 -  ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งแลอาญา (สมัยที่ 56-64) 

 - พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรีนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนขอสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่วยฯ/อัยกา  

++ กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) 

  พร้อมไฟล์เอกสาร 

-  เอกสารสรุปคำบรรยายเนติ 2/65 

-  เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 

-  บทบรรณาธิการ 2/63-2/65 

-  ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาควาอาญา (สมัยที่ 56-64) 

-  พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยกา

  ค่ารวบรวม ภาคละ 350.-บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์) 

  หมายเหตุ  สั่งซื้อทั้ง 2 าค ค่ารวมรวมราคาพิเศษ 650.- บา  (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์ + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาลแบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี) 

  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725,E-mail : siripit...@gmail.com

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 ข้อดี :

 - คุณไม่ต้องเสียเวลาไปหารวบรวมเอกสาร หรือ Download เอกสารเอง

 -  มีข้อมูลครบถ้วนตรงตามที่เรียน เช่น สรุปแนวการสอบปีที่ผ่านมา, สถิติมาตราที่ออกสอบ,ธงคำตอบ, บทบรรณาธิการ, เสียงตัวบท, เคล็ดลับการสอบ  เป็นต้น                                                                                                          

 -  ข้อมูลรวบรวมอยู่ในแผ่น DVD คุณสามารถนำไป Copy ใส่เครื่องเล่นอย่างอื่น เช่น Frash Drive, โทรศัพท์, CD ได้ง่าย

 - ไฟล์เอกสาร คุณสามารถเลือก Print ได้ตามหัวข้อที่ต้องการ (ได้แยกไว้เป็นรายข้อของแต่ละเรื่องที่จะสอบ)

 -  ข้อมูลทั้งหมดสามารถเก็บรวมรวมไว้ใช้ได้ตลอด เพราะคุณต้องมีการสอบตลอด คุณไม่ต้องเสียเงินซื้อเอกสารหรือตำราใหม่ (เหมาะสำหรับท่านที่จะต้องสอบผู้ช่วยฯ, อัยการ)

 -  ค่ารวบรวมราคาถูก (350.-บาท/1 ภาค) คุณไม่ต้องเสียเวลาหารวบรวมเอกสารเอง, ไม่ต้องเสียค่าเดินทางเพื่อมารวบรวมเอกสารที่เนติฯ, อีกทั้งมีการจัดส่ง EMS ให้ฟรี !!


                                                                 ไม่เก่ง..แต่พยายาม  เจ๋ง ! กว่า  เก่ง....แต่ขี้เกียจ

                                                                                                            ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็กันทุกคะคับ

วัดเบญจมบพิตร กทม..jpg
วัดป่าสว่างบุญ สระบุรี.jpg
วัดล้านขวด (ศรีสะเกษ).jpg
วัดศรีชุม ลำปาง.jpg
วัดสรพงษ์ (หลวงพ่อโต) (นครราชสีมา).jpg
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages