คำพิพากษาฎีกา 1204/2555
ป.อ.มาตรา 80 ,288 ,289(4)
การฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น
หมายความว่า
ก่อนกระทำความผิดผู้กระทำความผิดได้คิดไตร่ตรองทบทวนแล้วจึงตกลงใจกระทำความผิด
มิใช่กระทำไปโดยปัจจุบันทันด่วนเพราะเหตุโกรธเคืองหรือไม่พอใจ
แม้จำเลยมีอาวุธปืนติดตัวมาในที่เกิดเหตุก็ยังไม่พอฟังว่า
จำเลยเตรียมอาวุธปืนมายิงผู้ตายทั้งสอง ทั้งได้ความว่า
จำเลยเข้าไปที่ร้านเกิดเหตุและสอบถามหาโจทก์ร่วมที่หนึ่ง แต่เมื่อโจทก์ร่วมที่สองพูดทำนองว่า โจทก์ร่วที่หนึ่งไม่อยู่
จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง
การกระทำของจำเลยจึงเป็นการตัดสินใจในทันทีทันใด
อันเนื่องมาจากเข้าใจว่าผู้ตายทั้งสองและโจทก์ร่วมที่สองขัดขวางและกีดกันไม่ให้จำเลยพบโจทก์ร่วมที่หนึ่ง
การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน
เมื่อจำเลยยิงผู้ตายทั้งสองเสียชีวิตแล้วยังหันปากกระบอกปืนมายังโจทก์ร่วมที่สองจนต้องหมอบลงพื้นและหากโจทก์ร่วมที่สองและนาง ท. ไม่ร้องขอชีวิตจำเลยอาจใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมที่สองได้
การที่จำเลยถืออาวุธปืนด้วยมือขวาใช้มือซ้ายประกบนิ้วชี้อยู่ในโกร่งไกปืนและจ้องอาวุธปืนมายังโจทก์ร่วมที่สอง
ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์ที่จำเลยยกอาวุธปืนจ้องเล็งไปยังโจทก์ร่วมที่สองซึ่งอยู่ห่างกันไม่มาก แม้จำเลยยังไม่ได้ยิงโจทก์ร่วมที่สองก็ตามแต่การที่จำเลยยิงผู้ตายทั้งสองเสียชีวิตแล้วเช่นนี้ ยังหันปากกระบอกปืนมาทางโจทก์ร่วมที่สองจนต้องหมอบลงกับพื้นและหากโจทก์ร่วมที่สองและนาง
ท. ไม่ร้องขอชีวิตจำเลยอาจใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมที่สองได้การกระทำของจำเลยดังกล่าวแสดงว่าจำเลยพร้อมจะยิงโจทก์ร่วมที่สองแต่กระทำไปไม่ตลอดเนื่องจากโจทก์ร่วมที่สองและนาง
ท. ซึ่งเข้ามากอดโจทก์ร่วมที่สองได้ร้องขอชีวิต
การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นอีกกรรมหนึ่ง
ในคดีนี้จำเลยมีความผิดหลายกรรมต่างกันดังนี้
1. มีความผิดตามป.อ.มาตรา 288 ฐานฆ่าผู้ตายทั้งสองโดยเจตนา
2. มีความผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ที่สองตามป.อ.มาตรา
288 ประกอบมาตรา 80
3. มีความผิดตามป.อ.มาตรา 371
4. การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสามกรรม
หมายเหตุ
1. เจตนาฆ่าหรือเจตนาทำร้ายผู้อื่นหลายคนในคราวเดียวกันต่อเนื่องกันเป็นกรรมเดียว
ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาที่ 1400/2549
ป.อ. มาตรา 90, 91
จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์
เมื่อรถจักรยานยนต์ล้มผู้เสียหายลุกขึ้นวิ่งหนีไป จำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตายซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ในทันทีทันใดในเวลาต่อเนื่องกัน
โดยจำเลยมีเจตนามุ่งประสงค์ที่จะต้องการฆ่าผู้ตาย
แต่เหตุที่จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายที่มากับผู้ตายก่อนเนื่องจากเสียหายเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์โดยมีผู้ตายนั่งซ้อนท้าย
จำเลยประสงค์จะให้รถจักรยานยนต์หยุดเพื่อจะได้มีโอกาสแทงทำร้ายผู้ตายได้ต่อไป
โดยที่ผู้ตายไม่สามารถซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หลบหนี
จึงเห็นเจตนาได้ว่าจำเลยประสงค์จะแทงทำร้ายทั้งผู้เสียหายและผู้ตายในคราวเดียวกัน
แม้จะเป็นการกระทำสองหนและต่อบุคคลสองคนก็อยู่ในเจตนาอันเดียวกันนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียว
คำพิพากษาที่ 1666/2521
ป.อ. มาตรา 90
จำเลยมีเจตนาจะฆ่านาง พ.นางย.
เพราะมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน จำเลยยิงนาง
พ.กับนางย.ขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันเดียวกันมา แม้จะฟังว่าจำเลยยิงนาง
พ.กับนางย.2-3 นัดก็ตาม ก็เป็นการยิงเพื่อเจตนาฆ่านาง
พ.นางย. ให้ตายในคราวเดียวกัน
การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวอันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
2. ใช้ปืนยิงบุคคลหลายคนโดยมีเจตนาแยกกระทำเป็นหลายคนเป็นการกระทำหลายกรรม
ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาที่ 5929/2534
ป.อ. มาตรา 91, 288
ขณะที่จำเลยยิงผู้ตายทั้งสอง
ผู้ตายทั้งสองอยู่ด้วยกันในห้องนอน จำเลยยิงนาย ล.ก่อนแล้วจึงยิงนาง น.
จำเลยยอมรับว่าจำเลยยิงนาย ล. 2 นัด แล้วจึงยิงนาง น.1
นัด
แสดงว่าในการยิงปืนแต่ละนัดความประสงค์และจุดมุ่งหมายของจำเลยได้แยกออกจากกันว่ากระสุนนัดใดจำเลยยิงผู้ตายคนใด
เจตนาฆ่าผู้ตายทั้งสองในขณะจำเลยลงมือกระทำความผิดจึงแยกออกจากกันได้
ความต้องการให้ผู้ตายทั้งสองถึงแก่ความตายแม้จะเกิดขึ้นในใจของจำเลยพร้อม ๆ กัน
และต่อเนื่องกับการลงมือกระทำความผิดก็มิใช่เจตนาในขณะที่จำเลยลงมือกระทำความผิด
การกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรม
คำพิพากษาที่ 1631/2522
ป.วิ.อ. มาตรา 212
ป.อ. มาตรา 91
จำเลยยิง พ. 2 นัด
แล้วเจตนายิง ส. และก.ซึ่งเดินตามพ. มาด้วยอีก กระสุนปืนถูก พ. ตาย ส. ถูกยิง 2
นัด เป็นอันตรายสาหัสกระสุน 1 นัดเฉียด ก.
ไปดังนี้ จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนกรรมหนึ่งกับฐานพยายามฆ่าผู้อื่นอีก 2 กรรม ชั้นอุทธรณ์โจทก์ไม่อุทธรณ์ศาลฎีกาแก้บทให้ถูกต้องเป็น
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และ288,80แต่ไม่แก้โทษ
คำพิพากษาที่ 2028/2530
ป.อ. มาตรา 91
จำเลยใช้ไขควงแทงผู้เสียหาย เมื่อ ป.
เข้าช่วยเหลือขัดขวางจำเลยก็แทง ป. เป็นการกระทำคนละครั้ง
เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน.
คำพิพากษาที่ 1179/2527
ป.อ. มาตรา 91, 295
จำเลยใช้มีดเหน็บวิ่งไล่ฟัน พ. แต่ พ.
วิ่งหนีทัน เมื่อ ด. เข้าขวางจำเลยฟัน ด. ดังนี้
การกระทำของจำเลยแยกได้เป็นสองกรรม คือพยายามทำร้ายร่างกาย พ. กรรมหนึ่งและทำร้าย
ด. อีกกรรมหนึ่ง
คำพิพากษาที่ 946/2532
จำเลยใช้มีดปังตอฟันโจทก์ร่วมที่ ๑
ถูกที่หน้าผากด้านขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเลยจะฟันซ้ำ โจทก์ร่วมที่ ๒
ซึ่งเป็นภรรยาของโจทก์ร่วมที่ ๑ วิ่งเข้ามาขัดขวางไว้จึงถูกจำเลยฟันที่ศีรษะ
จำเลยจะฟันซ้ำ โจทก์ร่วมที่ ๒ ยกมือขึ้นรับจึงถูกฟันที่นิ้วมือเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมที่
๒ ได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยกระทำโดยบันดาลโทสะ จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๙๕และมาตรา ๒๙๗ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒
แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๙๗ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐
Credit : รพี ๕๖//ทบทวนหลักกฎหมายกับ อ.ประยุทธ
.............................................................................................................................................................
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++