สรุปคำบรรยายวิชามรดก ( ค่ำ ) ครั้งที่ 5 -8

277 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Jul 15, 2010, 5:28:48 AM7/15/10
to LAWSIAM

หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ รศ.พรชัย สุนทรพันธุ์ ผู้บรรยาย  , บิดามารดาข้าพเจ้า ขอบคุณ. http://www.muansuen.com และคุณ admin ที่นำ flie เสียงมาลงแบ่งปันให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ครั้งที่ 5 – 6  . 28-06-53

            วันนี้สองชั่วโมงรวดนะครับไม่เบรก เราก็มาดูเรื่องผู้มีสิทธิรับมรดก  ถ้ามีคนตาย  มรดกตกทอดแก่ ผู้รับมรดก

            ถ้าทรัพย์นอกพินัยกรรมก็ตกแก่ทายาทโดยธรรม

            ปรากฎอยู่ใน 1629 ในเรื่องนี้ปริญญาตรี ก็ออกอยู่แล้ว ในกรณี ข้อสอบผู้พิพากษาอัยการ หรือ เนฯ ก็ไม่หนีไปไหน  ก็คือ ผู้สืบสันดาน ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา

            เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ยังไม่มีคู่สมรส หรือ ตายแล้ว หรือ หย่าแล้ว ก็ไปเกี่ยวกับ เรื่อง ทายาทผู้เป็นญาติ  

            ก็คือคงไม่ได้ให้เท่ากันหมด  

            ถามว่าถ้าคนตายมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันและคนตายมีปู่ย่า  

            มีคนมาถามอาจารย์ในฐานะที่สอนมรดก ว่า ไม่ยุติธรรม บอกว่า แม่เขา ต้องลี้ภัยมาอยู่กับคนยาย เพราะผู้หญิงคนหนึ่งมาแย่งสามีแม่ไป  หนูก็อยู่กับยายตลอด พ่อก็มีลูกกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แม่หนูก็ตายไปเพราะความตรอมใจ ถ้าหนูตายไป มรดกก็ตกแก่ลูกของแม่ใหม่ ไม่ยุติธรรมกับหนูกับยาย  

            ก็ผู้ร่างกฎหมาย ก็คงจะมองเรื่องสายโลหิต  เป็นเรื่องสืบสายโลหิต เพราะฉะนั้นคนเรียนกฎหมาย ก็ต้องการให้มี ทำไมในหัวใจ ว่าทำไมกฎหมายร่างอย่างนั้น

             คราวนี้ก็มีคนมาถามว่า อาจารย์บอกว่า ผู้บัญญัติกฎหมาย ไม่ว่าจะเรียนที่ไหน ก็มีหลักและมีข้อยกเว้น จะเห็นว่า 1630 วรรคสอง ถ้าไม่มีผู้สืบสันดาน ให้เป็นเสมือนทายาทชั้นบุตร

            พ่อก็สำคัญแม่ก็สำคัญ  เราก็มาดูหกลำดับที่ใครๆบอกว่าสำคัญ

            ผู้สืบสันดานเป็นภาษากฎหมาย ก็ต้องมาขยายว่าคือใคร ก็มีสามพวก ก็คือบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และก็บุตรบุญธรรม ก็เป็นลำดับที่หนึ่ง

            ถ้าสามพวกนี้ตายลง  เปิดมาตรา 1633 ก็ได้คนละส่วนเท่าๆกัน ตรงนี้เราก็พูดได้ เว้นแต่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น  เราก็มีแต่แม่ที่ชอบด้วยกฎหมาย ชีวิตเราไม่มีพ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะพ่อไม่เคยทำอะไรให้เราเป็นลูกที่ชอบ เพราะฉะนั้นก็มีเยอะแยะ  หรือ เรามาเรียนเนฯ ก็แวะดูฟุตบอลบ้าง มีความรัก เราก็ท้องเลย ก็บอกให้ไปทำแท้ง เราก็ไม่ทำ เด็กที่เกิดมาก็ไม่มีพ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย เราก็ทำมาหากินเลี้ยงลูกของเราได้

            แล้วมีเว้นแต่กฎหมายบัญญัติเป็นอย่างอื่น ก็คือ กฎหมายกำลังเข้าสภา เป็นเรื่องปัญหาชีวิต เรื่องอุ้มบุญไงครับ เรื่องที่ผู้หญิงอยากมีลูกแต่ท้องไม่ได้

            การร่างกฎหมาย ถ้าอยู่ในกระบวนการมันไม่เร็ว คราวนี้บุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ อุแว้มา ใช่เลย หรือภายหลังที่เด็กคนนี้เกิดมาห้าปีสิบปี มาตรา 1536 เด็กเกิดหญิงขณะแล้วแต่กรณีตรงนี้ ก็ง่ายนิดเดียว

            ถ้าเราท้องแล้วมีลูกขึ้นมาก็ให้สันนิฐานว่าเป็นลูกของชายที่เป็นสามี

            วรรคสองคือยกตัวอย่างง่ายๆว่าไปชายไปจดทะเบียนสมรสซ้อน ศรีแก้วก็ท้อง  เพราะฉะนั้นคุณหญิง ก็ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าเป็นโมฆะ แต่ตรงนี้ปกป้องเด็ก ก็คือเด็กที่เกิดมา อย่างไรก็ชอบ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ว่า อุแว้มาก็ใช่เลย  ตรงนี้เคยสงสัยหรือไม่ครับว่าทำไมต้องสามร้อบสิบวัน ก็เพราะเหตุผลว่าไม่แน่นะ  

            บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของพ่อ ก็ต้องเปิดไปเด็กชอบด้วยกฎหมาย ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องโยงกับ 1557   ก็เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่เกิด พอศาลพิพากษาแล้วก็ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วกฎหมายตั้งแต่เกิด

            พอจดแล้วก็เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่อาจไม่มีสายสัมพันธฺกับแม่โดยชอบด้วยกฎหมาย

            ถ้าศาลพิพากษาแล้วก็ต้องมีการเรียกค่าเลี้ยงดูตามฐานานุรูปของคุณพ่อ เพราะฉะนั้นก็เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ก็เป็นเรื่องชีวิต  เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เกิดประเด็น ว่า การจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ก็คือว่า ก็เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย

            มาตรา 1558 ไม่มีดอกจันทร์นะครับ มาตรา 1558 จะเห็นว่าการฟ้องคดีขอให้รับเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ก็แบ่งมรดกก็กระชากไปแบ่งในเรื่องลาภมิควรได้ ตรงนี้ก็เกิดประเด็นว่า บางท่านเขียนว่าการฟ้องคดี ต้องฟ้องเมื่อพ่อตายแล้วก็ต้องฟ้องภายในหนึ่งปี

            ปรากฎว่า อาจารย์ก็มาเขียนในตำราของอาจารย์ว่า ถ้าผู้หญิงเอาเด็กมาฟ้องในขณะที่ยังไม่ตาย  อ่านตาม 1558 การฟ้องคดี ให้เป็นบุตรของผู้ตาย ตรงนี้เพิ่งออกข้อสอบเมื่อคราวที่แล้วเอง พอเขียนว่า การที่กฎหมายครอบครัว ก็เพื่ออุดช่องว่างของกฎหมาย ซึ่งสามารถฟ้องได้ แต่ต้องฟ้องในอายุความมรดก

            จะเห็นได้ว่าสาระสำคัญต้องฟ้องในอายุความมรดก กลับไม่มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตาย อาจารย์เห็นว่า ก็ใช้ 1558 มาบังคับโดยอนุโลม

            คือมาตรา 1558 ถ้าเกิดว่าขอให้ศาลพิพากษา แล้วศาลพิพากษา ให้ถือว่าเป็นคำถามเลย คือ ว่าพ่อตายแล้ว ก็ตาลีตาเหลือกมาฟ้อง เกินหนึ่งปีแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าไม่ฟ้องในหนึ่งปีก็ไม่มีสิทธิได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงที่กระทรวงการคลัง ไม่รู้ทนายหรือหญิงนี้บ้านนอกหรืออย่างไรก็ไม่รู้ ไม่ไปศาล ศาลก็เลยจำหน่ายคดีเพราะขาดนัดไม่มาศาล ต่อมาเรื่องก็แดงขึ้นมา ขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรของข้าราชการผู้ตาย

            บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว  เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่มีกฎหมายเขียนรับรองอย่างไร ไม่ต้องอาศัยทะเบียนคนเกิดแต่อย่างใดทั้งสิ้น

            เมื่อความรักหายไปแล้ว มรดกถ้าสมมุติว่าพ่อ ตายแล้ว จะไปฟ้องอะไรจากอาจารย์

            ลูกเมียน้อยบอกว่าทุกคนรู้ว่าฉันเป็นลูกเสี่ยเล้ง เมียใหญ่ก็บอกว่าอยากฟ้องก็ฟ้อง ไม่ให้ ผัวก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าเป็นลูกเขาจริงหรือไม่

            อันนี้ก็เป็นเรื่องบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วก็ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน

            ในเรื่องบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วถือว่าเป็นผู้สืบสันดานจะต้องรับรองอย่างไร ส่งเสียเลี้ยงดูให้ใช้นามสกุล ทะเบียนบ้านหรือที่โรงเรียน จำเป็นหรือไม่ต้องฟ้องว่าเป็นบุตรนอกกฎหมาย จะเอามรดกอย่างเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องฟ้องให้รับรองบุตรก็ได้

            เราก็มาดูว่า บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน แต่มีคดีหนึ่งที่น่าออกข้อสอบเนฯมาก

            ฏีกา 3048/2552  น่าออกมากๆ จิ๋มมีสามี ชื่อสมศักดิ์ ไม่ได้หย่ากัน แต่ไม่ค่อยถูกกัน ก็ถือว่าเป็นสามีภริยากัน จิ๋มก็ไปอยู่กับชายคนอื่น จิ๋มเก่งมาก ปรากฎว่า ต่อมา ก็ยังไม่หย่ากับสมศักดิ์ จิ๋มก็มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับผู้ชายอีกคนจนตั้งครรภ์ ผู้ตายก็ชำระค่าใช้จ่ายในการคลอด และยอมให้เด็กคนนี้ใช้นามสกุล และยอมให้ไปบ้านญาติ เป็นการรับรองว่าเป็นบุตร และมีการรับรองท้าย การหย่า ว่ามีบุตรเพียงหนึ่งคน เพราะฉะนั้นผู้คัดค้านก็ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานของผู้ตาย

            ถามว่าฏีกานี้มันน่าสนใจตรงไหน ก็ 1536 จิ๋มเป็นสามีภริยากับสมศักดิ์ให้สันนิฐานก่อนว่าเป็นลูกของชายที่เป็นสามี เพราะฉะนั้นไม่ใช่ข้อสันนิฐานที่เป็นเด็ดขาด

            คือจิ๋มมีผัวและมีชู้ ตรงนี้ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าออกข้อสอบเพราะไปโยงกฎหมายครอบครัวและเป็นเรื่องบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วโดยพฤตินัย คราวนี้บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว รับรองเด็กในท้องได้หรือไม่ ง่ายมากเรียนตั้งแต่ปีหนึ่ง สอนว่าสภาพบุคคลเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก

            รับรองแล้วตั้งแต่อยู่ในท้องได้หรือไม่ เมื่อเป็นผู้สืบสันดานรับรองตั้งแต่เกิดได้แน่นอน ตรงนี้ต้องมีแววที่คนให้พูดกันคือฏีกาเก่า ตัดสินว่าเด็กเกิดตั้งแต่บิดาตายแล้ว ไม่มีสิทธิเป็นทายาทเจ้ามรดกอันนั้นคือฏ๊กาเก่าแล้ว ก็เกิดคดี ก็คือฏีกาปี 02 คือเรื่องนายพิณ กับนายพุดทอง

            แล้วก็รักกันแต่งงานกันที่โรงเรียน มีท่านนายอำเภอมางานเลี้ยงแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ต่อมาครูพุดทองก็ท้อง ก็รู้ว่าเป็นเด็กผู้ชายก็มีงานเลี้ยงฉลองกันอย่างใหญ่โต นายพิณก็กล่าวว่าดีใจได้ลูกชาย

            แล้วนายพิณถูกรถชนตาย

            ก็ต้องขอขอบคุณทนายความคดีนี้ ที่สู้ว่า บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วนี้ รวมถึงรับรองตั้งแต่ยังไม่เกิดก็ได้

            ก็มีการฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู ก็คงไม่ลืมเรื่องกฎหมายละเมิด 443 วรรคสาม ถ้าเหตุที่ทำให้ตายลง ทำให้ขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย เน้น ตามกฎหมาย พ่อที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีหน้าที่ ต้องไปอุปการะ ตามกฎหมาย

            ตัวอย่างเช่น สามีย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดไปจดทะเบียนสมรสซ้อนกับศรีแก้ว ไปอาลาวาดจนการสมรสเป็นโมฆะ ต่อมานายอำเภอตาย ถามว่าลูกศรีแก้วได้รับมรดกนายอำเภอหรือไม่ ตอบว่าได้รับ  เด็กสองคนนี้ได้มรดกท่านนายอำเภอเพราะเป็นบุตรที่ชอบคะแนนวินิจฉัยไปเลย  ได้เพราะเป็นบุตรที่ชอบ

            ต่อไปถึงบุตรบุญธรรมเป็นเรื่องเรียนกฎหมายครอบครัวแล้ว ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ไปรับลูกชาวบ้านมาเลย ตรงนี้นี้ขอเล่านวนิยายเรื่องลูกเขมร ก็ไม่รู้ว่าใครจะมาออกข้อสอบหรือไม่

            พอมีลูกก็ให้มาอ้อนวอนให้พี่ชายเราแจ้งว่าเป็นลูกของแก่หน่อยเพราะมีปัญหาเรื่องสัญชาติ พี่ชายก็ไปแจ้งว่าเด็กนี้เกิด  อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ต่อมา ใครตายไป พี่สะใภ้ก็ตาย ปรากฎว่าไอ้บ้านี้จะเอามรดกพี่ชายเรา เราก็บอกว่าจะบ้าเหรอบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่า เธอลูกเขมร การแจ้งเกิดเป็นการแจ้งเท็จ เราก็ต้องเถียงว่าอันนั้นเรื่องไม่จริง เพราะพี่ชายฉันไม่ได้ทำให้แกเกิด ศาลฏีกาก็ตัดสินว่า เด็กคนนี้ไม่ใช่คนที่มีสิทธิได้รับมรดกของพี่เรา

            4791/2542

             อันนี้ประเทศไทยก็น่าจะมีเยอะ ในเรื่อง การไปแจ้งเกิดว่า เป็นลูกตน

            บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วต้องเป็นลูกที่สายเลือดของเขาจริงๆ

            บุตรบุญธรรมขบวนการ ภาคปฏิบัติ ก็มีการเข้มงวด

            สามีจะรับหลานเขาเป็นบุตรบุญธรรม ดูมาตรา 1598/25  เราก็เห็นว่าต้องให้ความยินยอมเสียก่อน ถ้าไม่ให้ต้องร้องขอต่อศาลก่อน คือถ้าไม่ได้รับความยินยอม การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเป็นนิติกรรม เราก็ต้องดูพื้นฐานว่าถ้าขัดต่อความสงบ การจดทะเบียนรับเด็ดเป็นบุตรนิติกรรมเป็นโมฆะ

            เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าการรับบุตรบุญธรรม ความยินยอมจะทำอย่างไร ไม่เป็นไร ก็ไปนั่งเฉยๆให้เขาบันทึก ศาลฏีกาตัดสินว่าใช้ได้เพราะถือว่าให้ความยินยอมแล้ว คือให้ความยินยอมไปโดยไม่ได้เซ็นต์อะไร คราวนี้มีฏีกาที่น่าสนใจมากๆคือมาตรา 1598/26  คือผู้เยาว์จะเป็นบุตรบุญธรรมซ้อนไม่ได้ เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสนั้น

            เช่นอาจารย์มีเลขาชื่อสุนีย์ แล้วมีลูก อาจารย์ไปรับมาเป็นบุตรบุญธรรมอำนาจปกครองมันจะเคลื่อนแล้วนะ อาจารย์เดชาจะมาจดทะเบียนรับเด็กคนนี้อีกไม่ได้นะ เพราะไม่เช่นนั้น อำนาจปกครองจะตีกันตายเลย เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม เพราะว่า เด็กคนนั้นไม่เป็นบุตรบุญธรรมของเราโดยอัตโนมัตินะ

            บุตรบุญธรรมที่จดนั้นเป็นโมฆะ จะจดได้อย่างไร อยู่กินฉันท์สามีภริยาเท่านั้น 2621-2622/2531  

ครั้งที่ 7  . 05-07-53

            คือไม่ได้ไปลงนามที่อำเภอต่อมาสามีตาย ก็อาลาวาดว่าการรับบุตรบุญธรรมใช้ไม่ได้หรือเป็นโมฆะนั่นเอง 2359/2531

            เรื่อง ยาย จ ก็มีสามี อยู่แล้วก็แยกกันอยู่  แล้วมีนาย ป ก็ท้อง ออกลูกที่พญาไทยสอง ป ก็แสดงออกอย่างพ่อที่มีต่อลูกเปิดเผย ต่อมา เธอก็หย่ากับสามี หลังจากที่เด็กเกิดได้สอง ปี ก็ไปทำบันทึกในการหย่าว่ามีลูกหนึ่งคนไม่รวมคนนี้ นาย ป ตาย ญาติของนาย ป ก็ต้องพยายามพิสูจน์ว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของ นาย ป ศาลฏีกาบอกว่าข้อสันนิฐานตาม 1536 ไม่ใช่ข้อสันนิฐานเด็ดขาด

            เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ 3048/2552 นะครับ คราวนี้เรามาดูในเรื่องบิดามารดา ธรรมดาอาจดูอนุมาตรา 2 ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ก็มีในชีวิตประจำวันได้ เช่น โดยเฉพาะคนที่เป็นเมียน้อย  พอไม่ได้หย่าเสร็จพอท้องขึ้นมาก็พูดได้คำเดียวว่าทำแท้งๆ เราก็ไม่ยอมเพราะว่าความรักลูกหรือเราท้องแล้วกลัวตายก็เอาไว้แล้วก็เลี้ยงดูลูกอย่างฝืดเคือง ก็ พวกนายดาบไปก็ร้องเรียนต่อผู้กำกับ ก็บอกว่าไอ้จ่ามิ่ง จนป่านนี้แล้ว ก็ขอค่าเลี้ยงดูเดือนละห้าร้อยแค่นั้นก็ให้ไปเหอะ

            ต่อมาจ่ามิ่งก็ยอม บันทึกไว้ ความยากจนมันเห็นดูก็ตลกไม่ออก จ่ามิ่งเดินขึ้นโรงพัก รับเงินเดือนแล้วก็หนี ต่อมาลูกเป็นนักร้องลูกทุ่ง เป็นผึ้งสอง

            จ่ามิ่งก็มาไถ่ลูกประจำ ยายฝนก็ด่าว่าไม่ต้องไปให้มัน ปรากฏบอกว่าพอกันที ถ้าให้อีกเกิดเรื่อง ปรากฏว่าต่อมาลูกสาวที่เป็นนักร้อง ก็ตาย อาจมีเงินสดในธนาคารสักล้านนึง

            ก็ฟ้องแบ่งมรดก จ่ามิ่งก็ด่าสิ ทำไม ถ้าฉันตาย อีผึ้งได้รับมรดกฉันไหม ตอบว่าได้ ก็ผึ้งเป็นบุตรนอกกฎหมายที่รับรองแล้ว คนเขาก็รู้กันหมด เห็นไหม เพราะฉะนั้นก็เถียงกันประเด็นนี้จนจะสิ้นลม ฏีกามาตลอดเลย

            ก็บอกไว้เลยนะครับ ว่า ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งบัญญัติว่า บิดามารดาซึ่งกันและกันบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของบุตร ถามว่าแล้วทำไม 1627 จึงไปช่วยเด็กหล่ะ ก็ช่วยเด็กที่เกิดเพราะฝีมือคุณ เขาคุ้มครองเด็กไม่ได้คุ้มครองผู้ใหญ่ ก็ต้องเป็นบิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นนะครับ

            คราวนี้พ่อบุญธรรมบ้างหล่ะ ดูประหนึ่งว่าต้องเป็นผู้เสียสละเพราะไปขอเด็กมาเป็นบุตรบุญธรรม

            ถ้าเราเป็นพ่อบุญธรรมเราตาย เด็กก็ได้

            แต่ถ้าเด็กตาย เราไม่มีสิทธิตาม 1598/29 แล้วมรดกไปไหนในเมื่อเราไม่ได้รับ

            เปิด 1598/28 การไปเป็นบุตรบุญธรรมชาวบ้านไม่เสียสิทธิหน้าที่ที่เกิดมา ก็คือพ่อแม่ที่แท้จริงเขาจะกลับมา

            เราเป็นพ่อบุญธรรมที่แสนดี เลี้ยงก็รัก เพราะฉะนั้น บุตรบุญธรรมโตขึ้นมาเรียนคอมฯเก่งเราก็ให้ทุนไปสร้างตึก เป็นโรงเรียนตึกก็ให้ ที่ดินก็โอนให้ ก็ทำโรงเรียนคอมฯเจริญ

            ก็ประมาณ 20 ล้าน บุตรบุญธรรมตาย ถามว่าฉันไม่ได้รับมรดกหลอกฉันรู้แต่ฉันอยากขอที่ดินขอตึกแถวคืนได้หรือไม่

            ตรงนี้ 1598/30 บัญญัติไว้เลยครับ ขีดเส้นใต้ในประมวลของเราเลย ไม่มีคู่สมรส หรือ ผู้สืบสันดาน ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้รับบุตรบุญธรรมก็คงไม่มีสิทธิเรียกคืนที่ให้ ตายก่อนผู้รับบุตรบุญธรรม เรียกคืนได้เพียงเท่าที่ทรัพย์สินเหลืออยู่ภายหลังชำระหนี้กองมรดกเสร็จแล้ว

            ต้องไม่มีทั้งสองอย่าง เรามีสิทธิเรียกคืน ตรงนี้ต้องระวังนะครับ ระวังวรรคสองด้วย ไม่ใช่อายุความมรดก

            เราแพ้เพราะวรรคสองนี่แหละครับ เพราะฉะนั้นอย่าทะเลาะกันนาน ไม่เช่นนั้นจะขาดอายุความตามมาตรานี้

            ท่านอาจารย์หยุด ท่านกล่าวว่ามีโอกาสแก้ได้ต้องแก้กฎหมาย ท่านอาจารย์หยุดบอกว่า มันจะไม่ดีตรงที่ว่า ถ้ามันขายหมดเลยโรงเรียน เพราะมันเห็นพ่อแม่มัน ไม่ห่วงพ่อบุญญรรมที่ดี ไปซื้อทองคำแท่ง ต้องแก้ให้พ่อบุญธรรมที่แสนดี ได้ทรัพย์สินเขาคืน

            เพราะฉะนั้นจึงแก้ จากคงรูปเดิมอยู่เป็นทรัพย์สินที่เหลือเดิมอยู่

            ต่อไปพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พ่อแม่ไม่จดทะเบียนสมรส อาจเพราะเป็นเรื่องความเชื่อ       

            อย่างนี้พอ นายหนึ่งตาย สอง จะเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือ พี่น้องร่วมแต่มารดา

            ประเด็นจะเกิดเพราะว่าถ้านายหนึ่งตายแล้วมีคู่สมรส กับพี่น้องร่วมบิดามารดา คู่สมรสได้กึ่งหนึ่ง แต่ถ้ามีพี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดา คู่สมรสจะได้ สองในสามทันที

            ศาลฏีกาก็ตัดสิน 4828/2539 พี่น้องร่วมบิดามารดาให้ดูตามข้อเท็จจริง คราวนี้พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน ก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่เท่าที่ดูคือก็ไม่จดทะเบียนสมรส ผู้ชายนี้ก็ไปได้กับนายสอง

            2742/2545

            ศาลก็ตัดสินว่าพี่น้องร่วมบิดามารดาดูตามข้อเท็จจริง  เพราะว่าพี่น้องร่วมบิดามารดา สองคนนี้มันก็ทำเองไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับพ่อที่จะต้องทำด้วย ไม่ใช่ความผิดของเขาเลย

            ตอนนี้ก็ไปครอบครัวปนมรดก ก็ทำไมในเก้าปีออกข้อสอบสี่หน ถ้าเป็นสามีภริยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็คือไม่จดทะเบียนสมรส ก็เป็นกรรมสิทธิรวม ก็ไม่มีอะไรเลย ก็อยู่กันไปอย่างนั้น ชีวิตของแต่ละคน ก็มีเรื่องทรัพย์สินที่ได้มาก็เรียกกรรมสิทธิรวม เราก็ไม่มีสิทธิได้รับมรดกของเขา

ครั้งที่ 8  . 12-07-53

            สวัสดีครับเมื่อคราวที่แล้วเราก็พอจะให้คำจำกัดความ ว่าทายาทโดยธรรม คู่สมรสไม่ตัดทายาทที่เป็นทายาทโดยธรรม คราวนี้ราดู 16299 ตรงนี้ต้องเข้าใจนะครับ ว่า

            ถ้ามีทายาทคู่สมรส กับ ผู้สืบสันดาน ก็ได้ เสมือนหนึ่งทายาทชั้นบุตรนะครับ

            ถ้ามีลูกสี่ คู่สมรสหนึ่งก็หารห้าไป

            คู่สมรสที่มีชีวิตอยู่ได้กึ่งหนึ่ง ก็มีการถามว่าทำไมไม่แยกอนุมาตรา ก็คืออารมณ์ของมาตรนี้คือพูดว่าได้เท่าไหร่ คือ จะมาพร้อมกันไม่ได้ สอง สาม มาพร้อมกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นอารมณ์คือสำคัญ คือ คู่สมรสได้กึ่งหนึ่ง ถ้าไม่มีหนึ่ง สองสาม ไม่ได้อีก เพราะอนุสอง ไม่มีการรับมรดกแทนที่ อันนี้ต้องอ่านประกอบกับ 1639 ในการรับมรดกแทนที่ จะมีในมาตรา 1639 จะไม่มีการรับมรดกแทนที่ เพราะอย่างนั้นเลยต้องแยก ทำไมไม่มี ก็ง่ายนิดเดียว ถ้าอาจารย์ตายมีมรดกสองร้อยล้าน พ่อเกิดตายก่อน แล้ว อาจารย์ตาย แม่จะเอาหมดสองร้อยล้าน น้องบอกว่า จะวิ่งเข้ารับมรดกแทนที่ คุณเป็นแม่ไม่มึนเหรอครับแม่ก็คงต้องหามายัน เพราะถ้ามีก็จะเสียสูญของกฎหมายที่ว่ามีลำดับสองกับสาม คราวนี้ถ้ามีทายาทในลำดับที่สาม ตรงนี้ก็เช่นเดียวกันเพราะ 1639 บอกว่ามีการรับมรดกแทนที่ แล้วแต่กรณี เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเก้าล้านคู่สมรสก็ต้องได้สองในสาม

            อย่างที่เหลือก็โยนไป สี่ หรือ ห้า หรือ หก ตรงนี้ก็แล้วแต่ข้อสอบ

            ถ้าไม่มีทายาท 1629 ตรงนี้ เขาก็บอกว่าคนตายมีคู่สมรสและพ่อที่รักลูกนี้มากแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับแม่เขา  พ่อที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ใช่ทายาทของลูก ก็เป็นบ่อสักนิด อย่างนี้แล้วพ่อบุญธรรมให้ตึกแถวแล้วคนนี้ตาย ตึกแถวเอยตกแก่ใครก็คู่สมรสหมดแหละครับ

            เพราะพ่อบุญธรรมไม่เป็นทายาท แล้วถ้าเราตอบลึกๆ เพราะมีความรู้มากจะขอตึกแถวที่ดินคืนได้หรือไม่ จะได้อย่างไรก็บุตรบุญธรรมมีคู่สมรสแล้ว

            เราก็ตอบ 1598/30 /29 และ 1635 อนุสี่

            ก็เป็นบ่อเล็กๆน้อยๆไปเรื่อยๆ คราวนี้ บอกเลยว่าข้อสอบ 1635 นิยมออกมากๆ ถ้าเป็นระดับปริญญาตรีก็คือหัดเขียนได้แล้ว ถ้าเวลาออกสอบ ออกอนุมาตราไหนก็เขียนเฉพาะอนุมาตรานั้น

            ถ้ามีหนึ่งกับมีสอง ดูประหนึ่งเป็นช่องว่าง แต่กฎหมายไม่ได้เขียนไว้คงต้องใช้แบบ เสมือนหนึ่งทายาทชั้นบุตร

            มันก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับว่า มันมีปัญหาและออกสอบได้สบายมาก ก็คือเรื่องการจดทะเบียนสมรสซ้อนของผู้ชาย

            เพราะผู้ชายเป็น นายตลอด จะไปรู้ได้อย่างไร ว่าจดทะเบียนสมรสกับสมศรีแล้ว

มาเจอกัน ก็ฟื้นฟอยความรักครั้งเก่า ทำงานจากกรุงเทพกลับมาขอนแก่น ก็ไม่รู้จริงๆ บัตรประชาชนก็เป็นนายเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นก็เป็นอย่างนี้แหละ เราก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

            เราก็จดทะเบียนปั้งไปแล้วสามีเราก็เกิดอุบัติเหตุ ตาย หนังสือพิมพ์ลงทุกฉบับ

            ศพตั้งอยู่ขอนแก่น ศาลาสี่ มีผู้หญิงมาที่ศาลา เรารับแขก ก็เลยรู้ว่า นี่คือ ภริยาของสามีเรา

            ก็เอามาชนกันว่าจดก่อนจดหลังก็เลย ทำให้เราช็อกไปเลย

            สมสวยค้นแล้วเจอจดหมายรัก ฉันขอสารภาพว่า ฉันโกหกเธอ จริงๆฉันจดทะเบียนสมรสแล้ว ฉันจบนิติศาสตร์ ไปเปิดตู้จะเจอพินัยกรรมของฉัน ยกให้เธอแต่ผู้เดียว

            ถามว่านวนิยายเรื่องนี้สอนอะไรบ้าง

            เปิด 1499 วรรคสอง จะพบสิ่งมหัศจรรย์ว่า มาตรานี้ มีดอกจันทร์แก้เมื่อปี 33 คือการสมรสที่เป็นโมฆะ ด้วยการจดทะเบียนสมรสซ้อน ไม่ทำให้ชายหรือหญิงเสื่อมเสียสิทธิก่อนได้รู้ว่าการสมรสเป็นโมฆะ

            แต่ไม่ก่อให้เกิดสิทธิได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง

เพราะฉะนั้นสมสวยไม่ได้ นะครับ ไม่ว่าสุจริตอย่างไร เมียน้อยก็ไม่ได้นะครับ

            ตรงนี้ก็ไม่ได้ ในเรื่องเกี่ยวกับเป็นทายาทนะครับ

            แต่ถ้าเป็นเรื่องค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู อย่างนี้ยังมีสิทธินะครับ

            แต่เรื่องนี้ยังดีอยู่ตรงที่ว่า เธอยังได้ในฐานะทายาทผู้รับพินัยกรรมนะครับ ตรงนี้ก็ออกได้เพราะครอบครัวปนมรดก

            เราจะไป 3898/2548 ออกข้อสอบชุลมุนวุ้นวายเกี่ยวกับ 1458  ก็คือว่าไปจดทะเบียนสมรส ไม่แท้จริงไปหลอกทางอำเภอ ให้จดให้ฉัน เพราะฉันไม่ต้องการย้ายไปต่างจังหวัด ความจริงไม่จริง มันก็ไปฝ่าฝืนมาตรา 1458

            แต่ตลกนะครับ มาตรา 1496 คำพิพากษาเท่านั้น ที่ทำให้เป็นโมฆะ พี่น้องจะมาบอกว่าเธอไม่ใช่คู่สมรสของพี่ชายฉัน อ้างไม่ได้ เพราะ โยงกันไปมา ต้องคำพิพากษาเท่านั้นที่แสดงว่าเป็นโมฆะ ปรากฎว่า ผู้ชายนี้ตายแล้วผู้หญิงคนนี้ก็เก่งนะครับ ฏีกานี้ ผู้หญิง ชื่อ จ หรือ สมมติว่า จิ๋ม ถ้าเราเป็นน้องชายผู้ตายเราจะยอมเหรอ ก็เกิดเรื่องมา เราเป็นน้องเราแพ้ครับ เพราะ 1496 วรรคสอง ปรากฎว่า อาจารย์เป็นน้องจะร้องได้อย่างไร ก็แพ้ จะร้องได้ต้องหาอัยการให้เป็นผู้ร้องให้ ปรากฎว่า ศาลยกเลยว่าอาจารย์ไม่มีสิทธิร้อง ก็ให้คนนี้เป็นผู้จัดการมรดก เพราะคำพิพากษาเท่านั้นที่แสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะ ถามว่ามองลึกๆ ยัยนี่ก็มีสิทธิรับมรดกพี่รับสิ แน่นอน

            แต่ถ้าเราสร้างเรื่องต่อไปว่า ถ้าเราร้องขอให้การสมรสเป็นโมฆะ เราเป็นน้องก็ร้องได้ ไม่เป็นการร้องซ้ำ ฟ้องซ้ำ แต่ตอนนี้ถ้าเราทำจนมีสิทธิร้อง ก็ไม่ได้พิจารณาว่าสั่งได้เราก็ดู 1499 วรรคแรก

            การสมรสที่เป็นโมฆะ ที่ฝ่าฝืน 1458 ไม่ทำให้ชายเสื่อมสิทธิ แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่สุจริต ข้อเท็จจริงป้อนไปแล้วว่าไม่สุจริตนิ แต่เมื่อไม่สุจริตจะมีสิทธิได้อย่างไร เพราะฉะนั้นแล้วแต่โยกการออกสอบได้ เห็นไหม ถ้าเป็น 1452 อาจจะง่ายไปนิด แต่ถ้าเอาฏีกานี้มาประกอบ ว่าเป็นพ่อมาร้อง ก็ร้องได้ ก็ดูว่ามรดกตกแก่ใคร ถ้าข้อเท็จจริงว่าไม่สุจริต

            คราวนี้เราก็พูดในเรื่องคู่สมรสเพียงเท่านี้ ต่อไปก็เรื่องการรับมรดกแทนที่ 1639 ทั้งหมวดเลย ปริญญาตรีโอกาสออกสอบมากที่เดียว

            อาจารย์ขอยืนยันว่า ข้อสอบเนฯ ห้าหกปีย้อนหลังไม่ออกซ้ำ แต่อารมณ์ข้อสอบคล้ายๆกัน แต่ก็ดูไว้ก็ดีนะครับ เพื่อฝึกการตอบ

            เราดูเรื่องการรับมรดกแทนที่ 1639 เราจะพบใน ในเรื่องการรับมรดกแทนที่มากมายก่ายกอง มาตรา 1631 การรับมรดกแทนที่ในเรื่องคู่สมรส เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีความสำคัญในตัวของมัน ถึงแก่ความตายก่อนเจ้ามรดกตายหรือถูกจำกัด ก็ให้แบ่งจนหมดสาย

            อาจารย์ก็มาเขียนชาร์ต ให้ดาว ยังไม่ต้องมีมะลิ ก็มีหนึ่ง สอง สาม หนึ่งตาย มี เอ บี และ แดงเป็นคู่สมรส ถามว่า หนึ่ง สอง สาม คือ ใคร ก็ดู 1639 บอกว่าเป็นใคร คือ หนึ่ง สาม สี่ หก ถึงแก่ความตาย หนึ่งตายก่อน อาจตายโดยธรรมดาหรือ ผลกฎหมายก็ได้

            1640 บอก เพราะฉะนั้นก็เห็นว่า หนึ่งเป็นคนสาปสูญหรือตายก่อนก็ได้ และในเรื่องเกี่ยวกับ มีสองหรือมีห้า ก็บอกว่า ถ้าวงเล็บสอง หรือ ห้า ไม่มีการรับมรดกแทนที่ แล้วมีผู้สืบสันดาน เพราะฉะนั้นก็เห็นว่า หนึ่งสองสาม สร้างอะไรก็ได้ ครับ เหมือนกันไม่งั้นตัดกัน เพราะฉะนั้นให้ไปเหมือนกัน หนึ่งเป็นอาหนึ่ง ต่อมา ดาวตาย เราแบ่งมรดกดาว เก้าล้าน หนึ่งตายก่อน สูตรสำเร็จ เป็นคนใด ที่เป็น 1629 อนุหก ก็รับมรดกแทนที่ในส่วนของเขาไป เมื่อสักครู่บวกมะลิไป เพราะ ฉะนั้นต้องเอา 1635 มาถามด้วย ถ้าสมมุติ มี อา หนึ่ง สอง สาม มะลิได้หกล้าน

            แล้วก็เข้าอิหร็อบเรื่องรับมรดกแทนที่ แล้ว นางแดงเป็นอะไรกับดาว เป็นสะใภ้ ไม่ใช่ทายาทของผู้ตาย แดงไม่ใช่เป็นผู้สื่บสันดานกับหนึ่ง มรดกของใคร มรดกของดาว เราไม่ได้ให้แบ่งมรดกของหนึ่ง ก็ช่างมัน ตรงนี้ก็บวกอารมณ์ 1635 มาใช้ด้วย คราวนี้ในการรับมรดกแทนที่ มาตรา 1642 ให้ใช้บังคับทายาทโดยธรรมก็เขียนไว้เลยนะครับ ว่าทายาทโดยธรรมตรงนี้เฉพาะ 1629 เท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าเมียมีลูกติดมา แล้วรับมรดกแทนที่ได้หรือไม่ ตอบว่าไม่ได้ เพราะฉะนั้นการรับมรดกแทนที่ใช้ได้แต่เฉพาะทายาทโดยธรรมแล้วก็ ปู่ ย่า ก็ใช้สิ เดียวเราก็เข้าใจผิดว่า คู่สมรสตายแล้วมีลูกติดจะมารับ ไม่ใช่แน่

            ทายาทผู้รับพินัยกรรมไม่มีเขียนไว้ครับ อย่างอาจารย์มีเลขา ชื่อป้อม แล้วทำพินัยกรรมให้ป้อมหนึ่งล้าน ไม่เคยคิดให้ลูกป้อม เวลาอาจารย์ตายก็ต้องไปอย่างนั้น แต่ถ้าป้อมเกิดตายก่อนอาจารย์แล้วต่อมาอาจารย์ถึงพึงตาย อย่างนี้ควรแล้วหรือที่ให้ลูกป้อมได้รับมรดก ถ้าชอบลูกป้อมก็ทำให้ไปแล้วสิ ถ้าป้อมตายก็จบ ไม่ควรมีการรับมรดกแทนที่ แต่ส่วนของป้อมอยู่ในบทพินัยกรรมเสียข้อกำหนด เพราะ เนฯ สบาย เพราะถือว่าทุกคนเรียนมาแล้ว ก็ดู 1698 ได้เลย

            มีหลายข้อ ข้อกำหนดในพินัยกรรมเสียมีอะไรบ้าง เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม นั่นเป็นบทเบ็ดเสร็จทั่วไป อยู่ตรงไหน ต้องดูเรื่องพินัยกรรม

            1620 ถ้าอาจารย์ตายก็ไม่ตกกับทายาทโดยธรรม วรรคสองบอกว่าอาจารย์ทำพินัยกรรมไว้บางส่วน เสียอย่างไร ก็ไม่ได้บอก ก็ต้องดูท้ายพินัยกรรมสิว่าเสียบางส่วนเพราะอะไร ผู้รับพินัยกรรมเสียไป อันนั้นตกไปไหน ก็ต้องตกแก่ทายาทโดยธรรมหรือแก่แผ่นดิน เพราะฉะนั้นมองเห็นว่า ถ้าอาจารย์ รักหนึ่ง มากเลย แล้วหนึ่งเป็นน้อง ก็ยกให้หนึ่งเลยต่อมาอาจารย์ตาย ก็จะไปรับไม่ได้ เพราะหัวโขนของหนึ่งที่ได้เก้าล้านคือ ทายาทผู้รับพินัยกรรม ก็ชะงักก่อน แล้ว ตกมากองมรดกใหม่ แล้ว ค่อยมาแบ่งกันใหม่

            ถ้าอาจารย์ทำพินัยกรรมยกให้หนึ่งแล้วเกิดตายก่อน เก้าล้านก็กระเด็นไป จะรับมรดกแทนที่ไม่ได้นะครับ สองสามได้หมด เพราะเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา แต่หนึ่งเป็นพี่น้องร่วมมารดาอย่างเดียว

            สิทธิรับมรดกแทนที่เฉพาะผู้สืบสันดานโดยตรง บุพการีไม่มีสิทธิ ตรงนี้อาจารย์จำได้ดี ท่านศาสตราจารย์โชค สอนรวมกันทั้งปี ท่านอธิบายว่าผู้สืบสันดานในประมวลบรรพหกมีเยอะ แต่ผู้สืบสันดานโดนตรงมีสองมาตรา คือ มาตรานี้กับ 1606 เพราะฉะนั้นผู้สืบสันดานเฉยๆ กับผู้สืบสันดานโดยตรงต้องไม่เหมือนกัน เพราะผู้สืบสันดานโดยตรงต้องเป็นผู้สืบสายโลหิตด้วย  

            มรดกของดาวไม่ใช่ของหนึ่ง  หนึ่งไปรับบุตรบุญธรรมชื่อ เอ ฉันเกลียดมาก ดาวมีมรดกสามพันล้าน เอ พูดกับอาสอง อาสามว่า มรดกของพ่อต้องตกแก่ผู้สืบสันดานคนละพันล้านครับ อันนี้มั่วแล้วนะครับ

            เพราะสองกับสาม อ้างได้เลยครับ เพราะฉะนั้นนี่คือ why หรือ ทำไมกฎหมายบัญญัติเป็นอย่างนี้

            อีกฏีกาหนึ่งของพี่สาวนายพลรับบุตรบุญธรรม แล้วพ่อแม่ตายแล้ว จะมารับมรดกแทนที่ท่านนายพล ก็เลยสู้กับมัน ตรงนี้ก็ออกสอบกันหมด ก็พยายามอธิบายว่าทำไมๆ

            ก็มีฏีกาเรื่องหนึ่ง เป็นบุตรบุญธรรมของอาจารย์ หนูเป็นน้องสาว น้องสาวอดอยู่แล้ว แต่พอบุตรบุญธรรมจะแต่งงาน ก็เลี้ยงดูมาตลอด ต่อมาอาจารย์ตายมีมรดกพันล้าน หนูก็อดอยู่ดี การเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงให้ดูช่วง ว่าเป็นผู้สืบสันดานหรือไม่เท่านั้น

            เพราะฉะนั้นคำพิพากษาฏีกาออกสอบมาหลายสมัยแล้ว ก็ไม่ได้ดูว่าตรงหรือไม่ ไม่ต้องไปดูนังแดงอย่างไรก็ไม่ได้อยู่แล้ว นี่เป็นฏีกาเลยนะครับ ที่ออกสอบทั่วมุมเมือง แต่คำว่าบุตรบุญธรรมก็มีฏีกาถึงปี 45 46 เพราะมรดกเป็นเรื่องหอมหวล ถึงไม่ได้ก็ขอยื้อไว้ก่อนเถอะ ตรงนี้ก็มาถึง 1643 เวลาหมดแล้วครับอาทิตย์หน้าพบกันนะครับ สวัสดีครับ

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages