... จำเลยใช้อาวุธปืนแก็ปยิงแต่ไม่ลั่น เพราะว่าดินปืนเปียกชื้น เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 หรือไม่ ?...
ศึกษาวิเคราะห์จากคำพิพากษาฎีกาที่ 2894/2555
ข้อเท็จจริง
1. ในวันเกิดเหตุเวลา 16.30 น.
นายสุริยะบุตรนายสนกับนายมานพไปนั่งดื่มเบียร์กับจำเลยและพวกที่บ้านนายสังเวียน และเกิดทะเลาะกันโดยนายมานพมีเรื่องชกต่อยกับนายอาซัน
นายสุริยะจึงพานายมานพมาหลบอยู่ที่บ้านนายสุริยะ
ต่อมาประมาณ 30 นาที
จำเลยกับนายอาซันตามมาจะเอาเรื่องนายมานพแต่นายมานพและนายสุริยะหลบอยู่ในบ้านไม่ออกมาพบ
และนายสาครพี่ชายนายสุริยะได้เข้าห้ามปรามไว้ หลังจากจำเลยและนายอาซันกลับออกไปแล้วประมาณ
10 นาที ก็กลับมาใหม่พร้อมกับจำเลย
และนำอาวุธปืนแก็ปยาวติดตัวมาตะโกนท้าทายที่หน้าบ้าน
เมื่อผู้เสียหายออกไปสอบถามและห้ามปราม
จำเลยบอกว่าจะยิงให้ตายหมดพร้อมกับยกอาวุธปืนชี้หน้าผู้เสียหายห่างเพียงประมาณ 50
ซ.ม. ทันใดก็สับไกปืน 1 ครั้ง
แต่กระสุนปืนไม่ลั่นคงเห็นแต่ประกายไปบริเวณนกปืน
ผู้เสียหายเข้าแย่งอาวุธปืนและใช้อาวุธปืนตีจำเลยหลายครั้งจนอาวุธปืนหัก
นายอาซันเข้าช่วยจำเลยโดยใช้ขวดตีศีรษะผู้เสียหายหลายครั้งเมื่อคนในบ้านได้ยินเสียงและออกมาช่วยผู้เสียหาย
จำเลยกับนายอาซันก็วิ่งหลบหนีไป
2. อัยการโจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยในประเด็นนี้ว่า
จำเลยกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด
โดยเจตนาฆ่า จำเลยกับพวกลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด
เนื่องจากกระสุนปืนไม่ลั่น ขอให้ลงโทษในประเด็นนี้ตาม ป.อ. มาตรา 80, 83,
288
3. จำเลยให้การปฏิเสธ
เมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วได้มีคำพิพากษาในประเด็นนี้ว่า
จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 33
ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี และลดโทษให้ 1 ใน 3 เนื่องจากคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา
3.1 ผลของคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเช่นนี้
เมื่อพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ
จำเลยสามารถอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้
4. ปรากฏว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า
ความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 วรรคแรก, 83 ให้จำคุก
5 ปี
และศาลอุทธรณ์ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตาม ป.อ. มาตรา 78
4.1 คดีข้อหาพยายามฆ่าศาลชั้นต้นพิพากษาว่า
จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83
ให้จำคุก 10 ปี และต่อมาก็ลดโทษให้ 1 ใน 3 แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ.
มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 วรรคแรก,
83 จำคุกจำเลย 5 ปี และลดโทษให้อีก 1 ใน 3 การพิพากษาของศาลอุทธรณ์เช่นนี้ถือว่า
การปรับความผิดฐานพยายามตาม ป.อ. มาตรา 80 เป็นพยายามตามมาตรา
81 กรณีเช่นนี้ถือเป็นการแก้บท
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษของศาลชั้นต้นจาก 10 ปี เป็น 5
ปี จึงถือว่าเป็นการแก้โทษด้วย
ถือว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในลักษณะแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นทั้งบทและโทษ
ทำให้คดีนี้
เป็นกรณีศาลอุทธรณ์แก้ไขมากส่งผลในโจทก์ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม
ป.วิ.อ. มาตรา 218
4.2 ในการพิจารณาศึกษาว่า ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นทั้งบทและโทษนั้น
ให้พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 908/2520
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.อ. มาตรา 80, 81, 288, 371
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน
วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา
38, 74
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต
ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 38,74 ให้จำคุก 2 ปี กระทงหนึ่ง และมีความผิดฐานพยายามฆ่า
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 ให้จำคุก 10 ปี อีกกระทงหนึ่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะความผิดฐานพยายามฆ่า เป็นว่า
จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา
81 ให้จำคุก 4 ปี ดังนี้
ข้อหาฐานมีวัตถุระเบิดฯ
ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ส่วนข้อหาฐานพยายามฆ่านั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก
จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าลูกระเบิดที่จำเลยขว้างผู้เสียหายนั้นเป็นลูกระเบิดชนิดรา้ยแรงเพียงใดหรือไม่
แต่ปรากฏบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับทั้ง ๆ ที่ผู้เสียหายอยู่ตรงจุดระเบิดนั้นเองว่า
มีบาดแผลเพียง 4 แห่งคือ 1. บริเวณกกหูขวา
หูขวา และใบหน้าแถบขวา แผลจุดแดงเล็ก ๆ ทั่วบริเวณและผิวหนังแดงพอง 2. บริเวณคอแถบขวาแผลยาว 1.5 เซนติเมตร2 แห่ง รอบแผลบวมแดง 3. สะบักขวาผิวหนังขาดกว้าง 4
เซนติเมตร ยวา 4 เซนติเมตร ลึก 0.5 เซนติเมตร รอบแผลบวมมาก และบริเวณเดียวกันมีแผลยาว 2 เซนติเมตร 3 แห่ง รอบ ๆ แผลมีจุดแดง ๆ เล็ก ๆ ทั่วไป
ผิวหนังพอง 4. เนื้อไหม้เป็นวงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2
นิ้วฟุต ผู้เสียหายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 1 คืน รุ่งขึ้นแพทย์ก็ให้กลับบ้านได้ เพียงแต่ให้ไปรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาลอีกเท่านั้น
ดังนี้ แสดงว่าวัตถุระเบิดนั้นมีกำลังอ่อน ไม่อาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้
แม้จำเลยมีเจตนาฆ่า แต่การกระทำของจำเลยไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำผิด
การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,81หาใช่มาตรา 288,80 ไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ 1737/2516
ป.วิ.อ. มาตรา 218, 220
ป.อ. มาตรา 80, 81, 288
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 81, 288, 83 ประกอบด้วยมาตรา 53 (2)ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 และลดโทษตามมาตรา
78 ให้อีกกึ่งหนึ่งแล้ว จำคุก 3 ปี
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 288, 83 ประกอบด้วยมาตรา 53(1)ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามมาตรา
75 และลดโทษตามมาตรา 78ให้อีกกึ่งหนึ่งแล้ว
จำคุก 4 ปี ดังนี้ เป็นการพิพากษาแก้ทั้งบททั้งโทษจึงเป็นการแก้ไขมาก
ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
และ 220
ใช้ปืนแก๊ปยาวยิง 2 นัด ขณะผู้เสียหายเดินมาห่างจำเลย 4-5 วา
กระสุนปืนถูกใบหน้า คือ ที่หน้าผาก 2 รู
โดนจมูกและเข้าตาขวาตาขวาบอด ถูกยิงแล้วโลหิตไหลเต็มใบหน้าตามพฤติการณ์แสดงชัดว่ากระสุนปืนเฉียดเฉียงไปไม่ถูกด้านตรง
กระสุนปืนจึงไม่เจาะลึกเข้าไปภายในศีรษะและใบหน้า
ผู้เสียหายจึงไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิต ตามธรรมดาอาวุธปืนเป็นอาวุธที่ร้ายแรง
ใช้ประหัตประหารกันให้ถึงแก่ความตายได้ง่าย และแน่นอนกว่าอาวุธอื่น
จะสันนิษฐานว่าปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่มีประสิทธิภาพเพราะผู้เสียหายถูกยิงในระยะใกล้
แต่ได้รับอันตรายเพียงบาดเจ็บไม่ถึงแก่ความตายหาได้ไม่
5. อัยการโจทก์ยื่นฎีกา
มีปัญหาที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยว่า
การที่จำเลยยกอาวุธปืนขึ้นชี้หน้าผู้เสียหายแล้วลั่นไกปืนแต่กระสุนปืนไม่ลั่นซึ่งเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น
การพยายามกระทำความผิดของจำเลยเป็นการพยายามตาม ป.อ. มาตรา 80 หรือมาตรา 81
5.1 ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า
การพยายามกระทำความผิดที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ ตาม ป.อ. มาตรา 81
นั้นต้องเกิดจากเหตุ 2 ประการ
คือเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำความผิดกับเหตุแห่งวัตถุที่มุ่งหมายกระทำต่อ
สำหรับคดีนี้เหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำความผิด
คืออาวุธปืนแก็ปยาวแบบประจุปากของกลาง
ปัญหาว่าอาวุธปืนแก็ปยาวดังกล่าวเป็นเหตุให้การพยายามกระทำความผิดนั้น
ไม่สามารถจะบรรลุผลได้อย่างแน่แท้หรือไม่ ได้ความจากคำให้การชั้นสอบสวนของ พ.ต.ท.
กระจ่าง ผู้ตรวจพิสูจน์อาวุธปืนของกลางว่า
อาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนที่สามารถทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุได้
การที่กระสุนปืนไม่ลั่นเมื่อสับนกปืนนั้นสามารถเกิดขึ้นกับอาวุธปืนของกลางได้
หากดินปืนมีความชื้นหรือเปียกชื้นเพราะประกายไฟซึ่เกิดจากนกปืนสับไปที่แก็ปปืนไม่สามารถลุกลามไปติดเนื้อดินปืนในลำกล้องเพื่อส่งเม็ดตะกั่วที่บรรจุอยู่ออกไปทางปากกระบอกปืนได้
แสดงว่าในวันเกิดเหตุหากดินปืนที่บรรจุอยู่ในลำกล้องของกลางแห้ง ไม่เปียกชื้น
กระสุนปืนก็ต้องลั่นส่งเม็ดตะกั่วที่บรรจุอยู่ในลำกล้องออกมาใส่ใบหน้าผู้เสียหายเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
การกระทำของจำเลยจึงเป็นการลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว
แต่การกระทำไม่บรรลุผลอันเป็นการพยายามกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 80 หาใช่การกระทำนั้นไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนของกลางอันเป็นปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำตาม ป.อ. มาตรา 81 แต่อย่างใดไม่
หมายเหตุ
1. ความแตกต่างระหว่าง ป.อ. มาตรา 80
และ มาตรา 81 อยู่ตรงที่ว่า การไม่บรรลุผลตาม
มาตรา 80 เกิดขึ้นโดยเหตุบังเอิญ
และอาจเกิดจากปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำหรือวัตถุที่มุ่งหมายกระทำต่อหรือเพราะเหตุอื่นๆ
ก็ได้ ส่วนการไม่บรรลุผลตามมาตรา 81 นั้น
เกิดขึ้นอย่างแน่แท้เด็ดขาดและเกิดเฉพาะจากปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำหรือวัตถุที่มุ่งหมายกระทำต่อเท่านั้น
2. ให้พิจารณาศึกษาเพิ่มการใช้ ป.อ.
มาตรา 80 และมาตรา 81 จากคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 1446/2513
ป.อ. มาตรา 80, 81, 288
ผู้เสียหายรู้ตัวล่วงหน้าว่าจำเลยจะมายิงจึงย้ายจากห้องที่เคยนอนไปนอนที่ระเบียงจำเลยใช้ปืนแก๊ปยิงไปตรงที่ที่ผู้เสียหายเคยนอน
กระสุนปืนจึงไม่ถูกผู้เสียหาย เช่นนี้ถือว่า ผู้เสียหายรู้ตัวและหลบไปโดยบังเอิญ
อีกประการหนึ่งเมื่อผู้เสียหายยังคงอยู่ในเรือน กระสุนปืนก็อาจถูกผู้เสียหายได้ การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เป็นเรื่องที่ไม่สามารถบรรลุผลได้โดยแน่แท้
เพราะเหตุแห่งวัตถุที่มุ่งหมายกระทำต่อตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81 แต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา
80
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 29/2513)
คำพิพากษาฎีกาที่ 3543/2526
ป.อ. มาตรา 80, 288
บ้านของผู้เสียหายเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง
2 เมตรจำเลยยิงปืนไปที่ห้องนอน ป.
บุตรผู้เสียหายเพราะเชื่อว่าผู้เสียหายนอนอยู่ในห้องนั้น
กระสุนปืนถูกที่ฝาบ้านสูงจากพื้นบ้าน 1 เมตร ดังนี้
แม้ขณะที่จำเลยยิง ผู้เสียหายและ ป.
มิได้นอนอยู่ในห้องโดยลุกจากที่ที่ตนนอนมาแอบดูจำเลยที่หน้าต่างและฝาบ้าน
การกระทำของจำเลยก็เป็นการยิงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าซึ่งกระทำไปตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผล
จึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย
คำพิพากษาฎีกาที่ 783/2513
ป.อ. มาตรา 80, 81, 288
จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหาย
ปรากฏว่ากระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงนั้นเป็นกระสุนปืนด้านใช้ยิงไม่ได้
แต่จำเลยเข้าใจว่ายังคงใช้ได้จึงใช้ยิงผู้เสียหาย
ถึงแม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ากระสุนของกลางนัดนี้เคยใช้ยิงมาก่อนแล้ว 3 ครั้ง กระสุนด้าน จำเลยนำมาใช้ยิงครั้งนี้อีกเป็นครั้งที่ 4กระสุนก็ด้านอีก
ย่อมเห็นได้ว่าการที่จำเลยนำกระสุนด้านดังกล่าวมาใช้ยิงผู้เสียหายและกระสุนยังคงด้านไม่ระเบิดออกนั้น
เป็นแต่เพียงการที่เป็นไปไม่ได้โดยเผอิญ
หาเป็นการแน่แท้ว่าจะไม่สามารถทำให้ผู้ถูกยิงได้รับอันตรายจากการยิงของจำเลยเช่นนั้นไม่
การกระทำของจำเลยจึงไม่เข้าลักษณะพยายามกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81
กรณีต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 14/2513)
คำพิพากษาฎีกาที่ 207/2540
ป.อ. มาตรา 52 (2), 53, 81, 288
อาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงเป็นอาวุธปืนแก๊ปยาว
โดยปกติการใช้อาวุธปืนดังกล่าว
ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กระสุนปืนลั่นออกได้คือแก๊ปสำหรับจุดระเบิดหากไม่มีการใส่แก๊ปก็ไม่สามารถทำให้กระสุนปืนลั่นออกได้เลย
แม้จำเลยจะได้ใช้อาวุธปืนแก๊ปยาวยิงผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า แต่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า
อาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงมีการใส่แก๊ปปืนไว้แล้ว
ดังนี้กระสุนปืนจึงไม่อาจลั่นออกได้อย่างแน่นอนการกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำ
เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81
วรรคหนึ่ง
กำหนดให้ลงโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งกำหนดโทษประหารชีวิต
จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี การคำนวณโทษกึ่งหนึ่งของโทษประหารชีวิตหรือโทษจำคุกตลอดชีวิต
กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้จึงต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52(2) และ 53 มาใช้เป็นหลักในการกำหนดโทษ
เมื่อคำนวณแล้วย่อมมากกว่าโทษกึ่งหนึ่งของโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี ส่วนโทษกึ่งหนึ่งของโทษจำคุกตั้งแต่15
ปี ถึง 20 ปี ก็คือโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปี 6 เดือน ถึง 10 ปีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยก่อนลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา
78 จำคุก 2 ปี
เป็นการลงโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288
ประกอบด้วยมาตรา 81 วรรคหนึ่ง หาใช่ว่าจะต้องกำหนดโทษจำคุกจำเลยไม่ต่ำกว่า7
ปี 6 เดือนไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ 589/2529
ป.อ. มาตรา 81
จำเลยเอาปืนแก๊ปที่ไม่มีแก๊ปปืนมายิงผู้เสียหายกระสุนปืนจึงไม่อาจลั่นออกไปได้อย่างแน่นอนเพราะปืนเป็นปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำความผิดไม่สามารถจะบรรลุผลได้อย่างแน่แท้จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตามป.อ.มาตรา288,81
คำพิพากษาฎีกาที่ 3502/2548
ป.อ. มาตรา 81, 289
จำเลยโกรธผู้เสียหายเนื่องจากถูกทวงเงินค่าน้ำมันแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์เสียงดังใส่หน้าผู้เสียหาย
ต่อมาประมาณ 30 นาที จึงกลับมาใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงผู้เสียหาย
กรณีไม่ใช่เกิดโทสะแล้วยิงผู้เสียหายทันที
หากแต่เกิดโทสะและออกจากที่เกิดเหตุแล้วประมาณ 30 นาที
ซึ่งมีเวลาที่จะคิดไตร่ตรอง ถือว่ามีเจตนาผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
แต่เมื่อจำเลยยิงผู้เสียหายในระยะห่าง 20 เมตร กระสุนปืนถูกบริเวณคอด้านหน้าขวาและบริเวณชายโครงขวาด้านหน้าทั้งสองแห่งมีบาดแผลขนาด
0.5 เซนติเมตร ไม่มีความลึก รักษาหายภายใน 7 วัน
แสดงว่ากระสุนปืนไม่มีความรุนแรงพอที่จะทำให้ถึงแก่ความตายได้อย่างแน่แท้
เพราะเหตุอาวุธปืนซึ่งเป็นปัจจัยที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 81 วรรคหนึ่ง
คำพิพากษาฎีกาที่ 421/2516
ป.อ. มาตรา 52 (2), 81, 289
โทษกึ่งหนึ่งของโทษประหารชีวิต
คือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 12 ปีถึง20 ปี แต่การลงโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษประหารชีวิตนั้น มิใช่ว่าจะลงโทษจำคุกต่ำกว่า
12 ปีไม่ได้ การที่ศาลลงโทษจำคุก 10 ปี
ก็เป็นการลงโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษประหารชีวิต
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2516)
คำพิพากษาฎีกาที่ 4367/2544
ป.อ. มาตรา 81
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน
วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา
8, 72 ทวิ
จำเลยใช้อาวุธปืนเล็งยิงผู้เสียหายในระยะกระชั้นชิดแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า
แต่อาวุธปืนนั้นมีสภาพชำรุดใช้การไม่ได้เพราะระบบลั่นไกชำรุด
จึงไม่สามารถใช้ยิงผู้เสียหายให้ถึงแก่ความตายได้กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา
81
ความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง
หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
กฎหมายมิได้จำกัดเฉพาะว่าอาวุธปืนนั้นจะต้องใช้ยิงได้จึงจะเป็นความผิด
เมื่อเป็นอาวุธปืนตามความหมายของกฎหมายและจำเลยพาติดตัวไป
แม้อาวุธปืนนั้นใช้ยิงไม่ได้ ก็ถือว่าจำเลยกระทำความผิดตามกฎหมายแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ 2400/2529
ป.อ. มาตรา 81
จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายในระยะห่าง1-2เมตรกระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ราวนมซ้ายบาดแผลขนาด1X1เซนติเมตรรอบๆบาดแผลมีรอยถลอกเล็กๆหลายแผลรักษาหายภายใน14วันผลการเอกซเรย์ไม่พบโลหะในร่างกายของผู้เสียหายแพทย์ผู้ทำการตรวจชันสูตรบาดแผลของผู้เสียหายสันนิษฐานว่ากระสุนปืนทำขึ้นเองความเร็วต่ำไม่อาจทำอันตรายถึงแก่ความตายได้ทั้งไม่ได้ความว่าถ้ารักษาไม่ทันอาจถึงแก่ความตายได้แสดงว่าอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่อาจทำให้ผู้เสียหายถึงตายได้ถือว่าการกระทำของจำเลยไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะปัจจัยที่ใช้ในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา81.
คำพิพากษาฎีกาที่ 1560/2529
ป.อ. มาตรา 80, 81
จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายในระยะใกล้เพียง1วาแต่กระสุนปืนถูกผู้เสียหายคนหนึ่งลึกเพียงฝังใต้ผิวหนังรักษา10วันหายส่วนกระสุนที่พลาดไปถูกผู้เสียหายอีกคนหนึ่งก็มีบาดแผลเพียงผิวหนังฉีกขาดตื้นรักษา5วันหายเป็นการพยายามกระทำความผิดที่ไม่บรรลุผลอย่างแน่แท้ตามป.อ.มาตรา81.
คำพิพากษาฎีกาที่ 107/2510
ป.อ. มาตรา 80, 288, 295
จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายในระยะใกล้เพียงวาเดียวบาดแผลเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
1 เซ็นติเมตรบริเวณรอบๆ แผลเป็นรอยบวม
บาดแผลไม่ลึกเนื่องจากติดกับกระดูกหน้าแข้งและที่หน้าแข้งที่ตรงกับแผลได้บุ๋มเข้าไปเพียงเล็กน้อยบาดแผลนี้รักษาอยู่
4 วันก็กลับบ้านได้แสดงว่าบาดแผลมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นซึ่งเห็นว่าปืนที่จำเลยใช้ยิงมีกำลังน้อยมาก
ดังนี้ ความผิดของจำเลยจึงต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81 โดยถือว่าจำเลยมุ่งต่อผล ซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด
แต่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำผิดจำเลยย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,
81
คำพิพากษาฎีกาที่ 281/2517
ป.อ. มาตรา 81
จำเลยยิงผู้เสียหายในระยะห่าง 2
วา มีบาดแผลบริเวณใบหน้าและหัวไหล่ขวา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3
มิลลิเมตร แผลที่ใบหน้ามี 12 แผล
มีเลือดซึมเล็กน้อย และที่หัวไหล่มี 7 แผลบาดแผลแต่ละแห่งมีกระสุนเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
2 มิลลิเมตรฝังใต้ผิวหนัง แพทย์ลงความเห็นว่าอาจจะหายภายใน 10-14
วันผู้เสียหายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 10 วันเศษแสดงว่า
เป็นบาดแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
และไม่ได้ความว่าถ้าผู้เสียหายไม่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันท่วงทีอาจถึงชีวิตได้
ย่อมแสดงว่าอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่อาจทำให้ผู้เสียหายถูกยิงถึงตายได้
แม้จะถูกอวัยวะสำคัญของร่างกาย ดังนี้ กรณีต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81
คำพิพากษาฎีกาที่ 908/2520
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.อ. มาตรา 80, 81, 288, 371
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน
วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา
38, 74
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต
ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 38,74 ให้จำคุก 2 ปี กระทงหนึ่ง และมีความผิดฐานพยายามฆ่า
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 ให้จำคุก 10 ปี อีกกระทงหนึ่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะความผิดฐานพยายามฆ่า เป็นว่า
จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา
81 ให้จำคุก 4 ปี ดังนี้
ข้อหาฐานมีวัตถุระเบิดฯ ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 218 ส่วนข้อหาฐานพยายามฆ่านั้น
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าลูกระเบิดที่จำเลยขว้างผู้เสียหายนั้นเป็นลูกระเบิดชนิดรา้ยแรงเพียงใดหรือไม่
แต่ปรากฏบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับทั้ง ๆ ที่ผู้เสียหายอยู่ตรงจุดระเบิดนั้นเองว่า
มีบาดแผลเพียง 4 แห่งคือ 1. บริเวณกกหูขวา
หูขวา และใบหน้าแถบขวา แผลจุดแดงเล็ก ๆ ทั่วบริเวณและผิวหนังแดงพอง 2. บริเวณคอแถบขวาแผลยาว 1.5 เซนติเมตร2 แห่ง รอบแผลบวมแดง 3. สะบักขวาผิวหนังขาดกว้าง 4
เซนติเมตร ยวา 4 เซนติเมตร ลึก 0.5 เซนติเมตร รอบแผลบวมมาก และบริเวณเดียวกันมีแผลยาว 2 เซนติเมตร 3 แห่ง รอบ ๆ แผลมีจุดแดง ๆ เล็ก ๆ ทั่วไป
ผิวหนังพอง 4. เนื้อไหม้เป็นวงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2
นิ้วฟุต ผู้เสียหายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 1 คืน รุ่งขึ้นแพทย์ก็ให้กลับบ้านได้
เพียงแต่ให้ไปรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาลอีกเท่านั้น ดังนี้
แสดงว่าวัตถุระเบิดนั้นมีกำลังอ่อน ไม่อาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้
แม้จำเลยมีเจตนาฆ่า แต่การกระทำของจำเลยไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำผิด
การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,81หาใช่มาตรา 288,80 ไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ 1480/2520
ป.อ. มาตรา 72, 81
จำเลยเถียงกับผู้เสียหายเรื่องผู้เสียหายสงสัยว่าจำเลยเป็นชู้กับภริยาผู้เสียหาย
จำเลยยิงผู้เสียหายด้วยปืนลูกซองสั้น 1 นัดในระยะ 1 วา เป็นแผลเล็กน้อยรักษาในโรงพยาบาล 2 วันก็กลับบ้านได้
แสดงว่าปืนไม่อาจทำให้ตายได้ เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,81
ไม่เป็นบันดาลโทสะหรือป้องกัน
คำพิพากษาฎีกาที่ 1188/2536
ป.อ. มาตรา 81
จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1
นัด ขณะจำเลยอยู่ห่างจากผู้เสียหายประมาณ 1 เมตร
มีเพียงแต่เขม่าดินปืนไปกระทบที่คางกับคอของผู้เสียหายเกิดบาดแผลมีเลือดซึมเล็กน้อยรักษาบาดแผลเพียง7
วันหาย
กระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงเป็นกระสุนปืนที่ไม่มีเม็ดกระสุนปืนบรรจุไว้ด้วย
แสดงว่ากระสุนปืนดังกล่าวไม่อาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้
การกระทำของจำเลยจึงไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะปัจจัยที่ใช้ในการกระทำ
จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,81 วรรคแรก
คำพิพากษาฎีกาที่ 3502/2548
ป.อ. มาตรา 81, 289 (4)
เหตุที่จำเลยยิงผู้เสียหายเนื่องจากผู้เสียหายทวงถามเงินค่าน้ำมันจากจำเลย
จำเลยโกรธแล้วขับรถจักรยานยนต์เสียงดังใส่หน้าผู้เสียหาย ต่อมาประมาณ 30 นาที จึงได้กลับมาพร้อมใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย
กรณีไม่ใช่เกิดโทสะแล้วยิงผู้เสียหายทันที
หากแต่เป็นกรณีเกิดโทสะและออกจากที่เกิดเหตุแล้วประมาณ 30 นาที
ซึ่งมีเวลาที่จำเลยคิดไตร่ตรองแล้วจึงหวนกลับมาพร้อมนำอาวุธปืนซึ่งนับว่าเป็นอาวุธที่ร้ายแรงยิงผู้เสียหาย
ถือว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
แต่การที่จำเลยใช้อาวุธปืนของกลางยิงผู้เสียหายในระยะห่างประมาณ 20 เมตร กระสุนปืนถูกบริเวณคอด้านหน้าขวาและบริเวณชายโครงขวาด้านหน้า
ทั้งสองแห่งมีบาดแผลขนาด 0.5 เซนติเมตร ไม่มีความลึก
แพทย์ลงความเห็นว่ารักษาหายภายใน 7 วัน
แสดงให้เห็นว่ากระสุนไม่มีความรุนแรงพอที่จะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้อย่างแน่แท้
เพราะเหตุอาวุธปืนซึ่งเป็นปัจจัยที่ใช้ในการกระทำความผิด
การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 81 วรรคหนึ่ง
คำพิพากษาฎีกาที่ 231/2542
ป.วิ.อ. มาตรา 185, 195, 226,
227
ป.อ. มาตรา 78, 80, 81, 288
ผู้เสียหายที่ 2 มีบาดแผลเพียง
2 แห่ง ที่กลางหลังและที่ขาข้างซ้าย บาดแผลที่กลางหลังมีลักษณะถูกดินระเบิด
บาดแผลกลมถลอกพอมีเลือดซึมเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร
ส่วนที่ขาข้างซ้ายบวมแดง สันนิษฐานว่าถูกของแข็งไม่มีคม บาดแผลดังกล่าวรักษา 7
วันหาย ผู้เสียหายที่ 2 จึงได้รับอันตรายแก่กายเพียงเล็กน้อย
ทั้ง ๆ ที่จุดระเบิดอยู่ห่างจากผู้เสียหายที่ 2 เพียงประมาณไม่เกิน2
เมตร แสดงว่าวัตถุระเบิดที่จำเลยกับพวกใช้นั้น
ไม่อาจทำให้ผู้เสียหายที่ 2ถึงแก่ชีวิตได้
แม้จำเลยกับพวกจะเล็งเห็นผลของการกระทำว่าสะเก็ดระเบิดอาจทำให้ผู้อื่นถึงตายได้
แต่การกระทำของจำเลยกับพวกเมื่อไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำความผิด
การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 288, 81 และ 83
หาใช่มาตรา 288, 80และ 83 ไม่
คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม
และศาลชั้นต้นก็ยกเอาคำให้การดังกล่าวขึ้นมารับฟังประกอบการวินิจฉัยคดีด้วย
ถือได้ว่าคำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นการให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ
ถึงแม้จำเลยจะมิได้ฎีกาปัญหาข้อนี้ขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจลดโทษให้จำเลยได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2999/2530
ป.อ. มาตรา 80, 81
จำเลยขว้างลูกระเบิดชนิดสังหาร เข้าไปในบ้านของผู้เสียหายถูกถ้วยชาม แตก แต่ลูกระเบิดไม่เกิดระเบิดขึ้นเพราะเหตุชนวนเสื่อมคุณภาพซึ่งเป็นกรณีไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นได้ และมิใช่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยเหตุบังเอิญ แต่เป็นเรื่องที่ไม่อาจบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำ จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 81.
ขอขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับที่มา : ทบทวนหลักกฎหมายกับอาจารย์ประยุทธ
......................................................................................................................................................
...ท่านเคยมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ?
- เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
- สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซักที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
- อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ
- สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
- สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
- เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ติด...กลับมาก็เหนื่อย
- อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรียนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบันติวก็อยู่หน้ารามกันหมด
....ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป....
..............................................................................................................................
ขอแนะนำ !!
รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภาค 1/65 และ 2/65
- กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์
พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติฯ 1/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 + บทบรรณาธิการ 1/63, 1/64 และ 1/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบ, การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ
ราคา 380.00 บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี) ฟรี ! สมุดบันทึก
- กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)
พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติฯ 2/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 + บทบรรณาธิการ 2/63, 2/64 และ 2/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบ, การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ
ราคา 380.00 บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี) ฟรี ! สมุดบันทึก
Ø หมายเหตุ : สั่งซื้อทั้ง 2 ภาค ราคาพิเศษ 700 บาท (ส่ง EMS ให้ฟรี) ฟรี !!! สมุดบันทึก + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาล, แบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี
สนใจติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725, E-mail : siripit...@gmail.com
ไม่เก่ง..แต่พยายาม เจ๋ง ! กว่า เก่ง....แต่ขี้เกียจ
ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จกันทุกคนนะคับ....