สรุปคำบรรยายวิชา กฎหมายกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (ค่ำ) ครั้งที่ 3

164 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Jun 14, 2010, 10:54:00 PM6/14/10
to LAWSIAM

<A HREF="http://www.thaijustice.com/webboard.asp?sub=0&id=1504965">สรุปคำบรรยาย วิชากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ( ค่ำ ) ครั้งที่ 1</A>

<A HREF="http://www.thaijustice.com/webboard.asp?sub=0&id=1514183">สรุปคำบรรยายวิชา กฎหมายกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (ค่ำ) ครั้งที่ 2</A>

หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการผู้บรรยาย   ,  ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้าขอบคุณ. http://www.muansuen.com และคุณ admin ที่นำ flie เสียงมาลงแบ่งปันให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ครั้งที่ 3 . พฤ 10 มิถุนายน 2553

            สวัสดีนะครับ คราวที่แล้วพูดถึงงานลิขสิทธิตรงนี้ก็เป็นงานที่ว่าไม่ใช่ว่าเจออะไรก็เป็นงานอันมีลิจสิทธิหมด ดูตามมมาตรา 4 กับ มาตรา 6 จะบอกว่าอะไรคืองานอันมีลิขสิทธิ์ ครั้งที่แล้วเราพูดถึงศิลปกรรมไปแล้ว ถ้าดูตามกฎหมายเก่าเขียนไม่ชัด ได้พูดฏีกาซูเปอร์แมน 368/2512 ซึ่งปัจจุบันใช้ไม่ได้แล้ว เพราะในส่วน พรบ. คำจำกัดความในเรื่องศิลปกรรมได้เขียนในวรรคสุดท้าย ว่าไม่ว่าจะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ เช่นเดียวกับ 4026/2524 ในเรื่องกาตูนสนูปปี้ ปัจจุบันนี้เรื่องงานศิลปะไม่จำเป็นเรื่องศิลปกรรม เรื่องจิตรกรรมในส่วนที่เราวาดรูป หรือประติมากรรมในรูปปั้น ก็ไม่ค่อยมีปัญหา ที่มีปัญหาคือ งานศิลปะประยุกต์ เช่น ประติมากรรมก็ย่อส่วนแล้วเติมโคมไฟ ซึ่งต่างจากสิ่งที่เราผลิตใช้ประโยชน์สถานเดียวเช่น เสาไฟตามท้องถนนคงไม่ใช่ศิลปะประยุกต์

            6379/2537  งานออกแลลปากกาลูกลื่น ตรงนี้เป็นงานสร้างสรรค์ เป็นงานศิลปกรรมก็เป็นงานออกแบบแท่งปากกา ตรงนี้ก็มีนักวิชาการแย้งมาเหมือนกัน ซึ่งศาลฏีกาก็บอกว่าตรงนี้เป็นจิตรกรรมจับต้องได้ ซึ่งตรงนี้นักวิชาการบอกว่ามันไม่น่า จริงๆแล้วมันน่าจะได้รับการคุ้มครองจากสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภันณ์ เอาตัวแบบพิมพ์ไปผลิตปากกา

            เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการค้า จึงใช้ทางออกในช่องทางของเรื่องศิลปะประยุกต์ โดยอ้างว่าตัวแบบพิมพ์นี้เป็นงานคุ้มครองศิลปะประยุกต์ ที่พูดเร็วฏีกานี้เพราะออกสอบไปแล้ว ในส่วตรงนี้มีฏีกาใหม่ 5202/2552 เป็นฏีกาที่น่าสนใจ ตามนิยามศัพท์ มาตรา 4 วัตถุประสงค์ของการให้คุ้มครอง   ก็คือเอาภาพที่เป็นงานศิลปกรรมแทรกไว้ในบรรจุภัณฑ์ อาจออกกับเครื่องหมายการค้า คราวนี้อยากไปในเรื่องดนตรีกรรม จุดที่เราจำเป็นต้องทราบ และมีฏีกาที่ไปออกสอบ แต่อยากให้ได้เข้าใจ คือดนตรีกรรมถ้าเรา พูดง่ายๆว่าเอาเนื้อร้องไปอย่างเดียวไม่ใช่ดนตรีกรรม อันนี้ไม่ได้รับการคุ้มครองในฐานะดนตรีกรรมต้องมี ทำนอง และ คำร้อง หรือ ทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลง คือใครเอาคำร้องไปแล้วบอกละเมิดดนตรีกรรมได้หรือไม่ ต้องเข้าใจ แผนภูมิเพลงก็เช่นกัน ก็ยังมีสิทธิ เพราะสามารถ อ้างเรื่องการครอบครองปรปักษ์  แต่เรื่องลิขสิทธิ์มีคำพิพากษาชัดเจน อ้างครอบครองปรปักษ์ไม่ได้  ในเรื่องดนตรีกรรมข้อสอบที่ได้รับเลือก เพลงชื่อปวดใจและเย็นทน มีการโฆษณาเอ็มพีสาม ลงโฆษณาชื่อเพลงปวดใจ ถามว่าละเมิดหรือไม่ครับ คือเวลาลงโฆษณาขายเครื่องเล่นเอ็มพีสามก็ไปฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ ตรงนี้ที่ปรากฏคือชื่อเพลง แต่ไม่ได้เอาทำนองเพลงหรือโน้สเพลง ลำพังชื่อเพลงไม่ใช่ดนตรีกรรม  การที่นายขาวเอาแต่ชื่อเพลงซึ่งไม่ใช่ดนตรีกรรม 

            ก็ออกสอบไปแล้ว เป็นคำอธิบายเพื่อให้เข้าใจ นาตรกรรมคือเรื่องการแสดงประกอบ ต้องประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว เช่นการเต้นโขนในรามเกียร หรือสิ่งบันทึกเสียงดูตามตัวบทเลย ไม่ว่าเสียงดนตรีเสียงการแสดง ตรงนี้ไม่ได้รวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์ หรือเสียงประกอบบางส่วนอยู่ในความคุ้มครอง ซึ่งต้องดูต่อไป เรื่องโสต ลำดับภาพเสียงประกอบนั้น ถ้าเป็นเรื่องของสิ่งบันทึกเสียงระบบเทป ภาพยนตร์ ก็รวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย จริงๆก็คือโสต และลำดับของภาพ เป็นเรื่องเป็นราว ก็เป็นเรื่องที่สังเกตว่า มันจะต่างจากดนตรีกรรม หรือศิลปกรรม คือสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์ขึ้น ง่ายๆ อย่างเช่นดนตรีกรรม สร้างเนื้องานมาสิ่งบันทึกเสียงก็คือเอางานดนตรีกรรมมาอัดแผ่น แล้วอันนี้คือ เอางานที่มีการสร้างสรรค์ไปใส่ในสื่อ ทำให้งานที่สร้างสรรค์ออกสู่สายตาประชาชนไม่เหมือนดนตรีกรรมหรือศิลปกรรม ในบางประเทศ จัดอยู่ในเรื่องสิทธิข้างเคียงคือสิทธินักแสดง ของไทยต้องจำไว้เลย ว่าคืองานลิขสิทธิ์ไม่ว่าจะแตกต่างจากงานประเภทอื่นๆหรือไม่ ถ้าไม่เชื่อลองดูในมาตรา 6 อีกตัวซึ่งไม่เหมือนชาวบ้านก็คือแพร่เสียงแพร่ภาพ คือสิ่งที่แพร่ออกไป เช่นดนตรีกรรม แล้วก็สิ่งบันทึกเสียง สิ่งที่เอาเสียงเข้าไปแล้วบันทึกเป็นเพลงเป็นงานลิขสิทธิ์ แต่เรื่องแพร่เสียงแพร่ภาพอาจมีการแพร่เสียงแพร่ภาพเหตุการณ์ก็ได้ เช่นการเตะฟุตบอลลีลาในการแข่งขันมีลิขสิทธิ์หรือไม่ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือแม้กระทั่งการประกวด มิสทิฟฟานี่ไม่เป็นลิขสิทธิ์แต่แพร่เสียงแพร่ภาพหรือถ่ายทอดนั้น การแพร่เสียงหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์เช่นบริษัท ก ขอถ่ายทอดเทนนิสในต่างประเทศ เป็นเจ้าของ งานแพร่เสียงแพร่ภาพ คนที่แพร่เสียงแพร่ภาพ ออกไป คนที่ไปแพร่เสียงแพร่ภาพเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่ว่าในตัวคนที่จัดไม่ใช่คนแพร่เสียงแพร่ภาพ เพราะการจัดงานแข่งกีฬาไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์ซึ่งตรงนี้มันแตกต่างเพราะว่าเราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ดนตรีกรรม ถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา การประกวดนางสาวไทยเป็นต้น แต่ว่าคนจัดไม่ใช่เจ้าของ ตกลงกันอย่างไรก็ได้ มีอีกจุดหนึ่งซึ่งมีข้อสังเกต งานบางอย่างไม่เข้างานอะไรเลย เช่น ผีเสื้ออยู่บนผิวหนัง ที่เรียกว่าสัก ถามว่ารอยสักบนร่างกายมนุษย์เป็นงานอะไร เป็นศิลปกรรมหรือไม่ จัดว่าเป็นศิลปกรรมหรือไม่ คือถ้าดูทั่วๆไปอาจจะเข้าใจว่าพวกนี้คือศิลปกรรมหรือแม้กระทั่งเพ้นท์เล็บ บนร่างกายบนนิ้วซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์ คิดอะไรไม่ออกก็ดูมาตรา 4

            ศิลปกรรมประเภทงานจิตรกรรม รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้นแสงสีลงบนวัสดุ เดียวกันหรือหลายอย่าง สิ่งมีชีวิตไม่ใช่วัสดุแล้วที่ติดอยู่บนผิวก็ไม่ใช่วัสดุมันไม่เข้า คำจัดความก็ไปจัดว่า ก็น่าจะเข้างานอื่นใดในแผนกศิลปะ แต่ว่าถ้าสมมุติว่าไปเพ้นท์ในร่างกาย ก็ไม่น่าจะเข้า ก็ไปอยู่ในงานอื่นใด

            ก่อนที่จะไปในเรื่องสิทธิข้างเคียง ขออนุญาตพูดเรื่อง ลักษณะสาระสำคัญเรื่องลิขสิทธิ์เรื่องหลักทั่วไป เป็นสิทธิแต่ผู้เดียวคือสิทธิผูกขาด ประการที่สองเป็นสิทธิในหลักที่ถือเอาได้โดยสภาพ ประการที่สามมีจำกัดเวลา ก็เหมือนกับทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ อย่างน้อยผลกระทบในการขาด มันมากกว่า ตัวทรัพย์สินทั่วไปๆ ลิขสิทธิในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มากกว่าเช่นลิขสิทธิในวรรณกรรมกับกรรรมสิทธิในหนังสือเล่มหนึ่ง สำนำงานของงานที่เป็นวรรรณกรรม มูลค่าทางเศรษฐกิจมันมหาศาล เช่นเดียวกับงานทรัพย์สินทางปัญญาประเภทอื่นๆ เพราะฉะนั้นเลยกำหนดว่าเพื่อให้สร้างความสมดุลระหว่างสิทธิเจ้าของลิขสิทธิ์กับสังคม งานจึงมีกำหนดงานคุ้มครอง จะอยู่ในส่วนที่สี่ อายุในการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ในมาตรา 19 บอกว่าลิขสิทธิ์ตาม พรบนี้ให้มีอยู่ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์และต่อไปอีกห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ตาย ถ้ามีหลายคนก็ให้ดูที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายตาย แต่ถ้าบางครั้ง กฎหมายไทยอนุญาตให้นิติบุคคลเป็นผู้สร้างสรรค์ จะทำอย่างไร กฎหมายเลยบอกว่าผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ก็ให้นับห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์ขึ้น สมมุติห้าสิบปีเวลาผ่านไปสี่สิบปี ปรากฏว่ามีการโฆษณางานในระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอายุไปอีกห้าสิบปี นับแต่ได้มีการโฆษณางาน ถามว่าไม่ว่ากรณีของลิขสิทธิ์ที่สร้างสรรค์โดยคนธรรมดา ถ้าหมดแล้วไปไหน สมมุติว่ามีเพลง ยกตัวอย่างเคสของครูเอื้อ ช่วงที่ท่านถึงแก่กรรมลิขสิทธิ์ ยังอยู่ทายาทก็มีสิทธิใช้ประโยชน์ ใครจะมาใช้เอาเทปไปเผยแพร่ พอท่านสิ้นไปตรงนี้ ตกเป็นของสาธารณะใช้ประโยชน์ได้ แต่ต้องอย่าลืมนะครับว่าบางครั้ง เป็นเรื่องที่มีลิขสิทธิ์กลายเป็นลิขสิทธิ์ชิ้นใหม่ เช่น กฎหมายไม่มีลิขสิทธิ์ คำพิพากษาไม่มีลิขสิทธิ์ เวลาเอากฎหมายพิมพ์เผยแพร่ไม่ต้องขออนุญาต เช่นกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ สมมุติว่ามีการเอากฎหมายไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ ถือว่ามีการสร้างสรรค์งาน ยกเว้นกระทรวงหน่วยงานของรัฐเป็นผู้แปล บางครั้งเมื่อมีคนนำมาสร้างสรรค์ดัดแปลง ตรงนี้เป็นสิ่งที่มีลิขสิทธิ์ ตรงนี้ตัวอายุของการคุ้มครอง ส่วนตัวของอาจารย์ไม่ออก แต่ไม่แน่ว่าท่านผู้อื่นจะออกหรือไม่ ก็ดูเพื่อความเข้าใจนะครับ

            ตัวสิ่งที่อาจจะสับสนระหว่างเรื่องของลิขสิทธิ์กับสิทธิข้างเคียง ต่างกันอย่างไร ในทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเชิงพาณิชย์ เพราะชื่อก็บอกแล้วเครื่องหมายการค้า

            โดยตัวของมันเองเพื่อการค้า ทำไมจึงบอกว่าลิขสิทธิ์และสิทธิข้างเคียงคืออะไร  เช่นสิทธินักแสดง เช่นมีคนแต่งเพลงแล้ว ก็ทำเป็นเพลงคนที่แต่งโดยไม่มีคนจ้างก็เป็นเจ้าของ เพลงแต่งเฉยๆก็ไม่ดัง เพลงจะดังได้ ก็ต้องมีนักร้อง ส่วนใหญ่เราเห็นที่มีทั้งดนดรีและเนื้อเพลง ดีๆ

            เมื่อก่อนก็ต้องเป็นป้าเบริ์ด แต่ปัจจุบันมีมากมายแล้ว ในตัวกฎหมายนี้ คำว่านักร้องไม่มี แต่ในกฎหมายใช้คำว่านักแสดง พอเอาเพลงไปให้นักร้องๆขึ้นมาแล้วเพลงดัง ทำให้บทที่เขียนมามีชีวิต แล้วคนที่แสดงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือไม่ ตอบว่าไม่ใช่ แต่เขาเป็นคนถ่ายทอดออกมา

            เพราะฉะนั้นตรงนี้บอกว่าเรื่องนี้จริงอยู่ ในส่วนผู้สร้างสรรค์ได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 15

            ก็ควรจะให้นักแสดงได้รับการคุ้มครองบ้าง แต่จะให้คุ้มครองเต็มเช่นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ไม่ได้

เลยมองว่าอายุการคุ้มครองคือ ห้าสิบปีนับแต่สิ้นปีปฏิทินที่ได้แสดง ขอบเขตคือ 44  

            แพร่เสียงแพร่ภาพ ทำซ้ำ พูดง่ายๆ เช่นนักร้องโอเปร่า มีคนอัดไปขายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตรงนี้ก็เป็นช่องว่างที่มีการคุ้มครองสิทธินักแสดง แต่ในบางกรณีมีเรื่องลิขสิทธิ์

            ฏีกาในส่วนสิทธินักแสดงยังไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่ ก็ทำความเข้าใจว่ามันต่างจากลิขสิทธิ์อย่างไร ซึ่งถ้าเราดูตามคำจำกัดความ นักแสดง รวมถึงผู้แสดงนักดนตรี นักร้อง นักเต้น รวมทั้งนักกีฬาด้วยหรือไม่ครับ ตรงนี้ไม่รวมนักกีฬา เพราะไม่ได้เล่นตามบท

            คราวนี้ อยากจะพูดถึงลิขสิทธิ์ที่ต่างจากกรรมสิทธิ์ อยากจะอธิบายองค์ประกอบของเรื่องลิขสิทธิ์ จึงจำเป็น อาจจะไม่เข้าข่ายวรรณกรรมหรือไม่ ก็ต้องเข้าองค์ประกอบของงานลิขสิทธิ์ ว่าคุ้มครองความคิดหรือไม่ เช่น มีคน คิดนวนิยายแล้วไปเล่าให้คนฟัง ผลสุดท้าย แฮปปี้เอนดิ้ง

            ตรงนี้เองก็เป็นที่มาว่าลิขสิทธิ์คุ้มครองอะไรครับ ไม่คุ้มครองแนวความคิดแต่คุ้มครองการแสดงออกซึ่งความคิด หรือแม้กระทั่งแนวความคิดของชาวบ้านแล้วเขียนเป็นนิยาย ตรงนี้ถามว่าทำไมลิขสิทธิ์ไม่คุ้มครองความคิด  ต้องไม่ไปลอกเขา  ต่างเรื่องของเครื่องหมายการค้า ถ้าไปพ้องกันแล้ว รับจดทะเบียนไม่ได้ หรือไปพ้องกับ เครื่องหมายการค้ากับคนอื่น ตรงนี้กฎหมายไม่ยอม ว่ามันพ้องในสาระสำคัญมันมีเหตุผลอะไรหรือไม่ ซึ่งตรงนี้บางทีก็พิสูจน์ว่างานนี้ทำก่อน งานนี้ทำหลัง เคยเป็นลูกจ้างหรือไม่ ตรงนี้เองต้องดูว่าเป็นการแสดงออกซึ่งความคิดหรือไม่ และต้องดูว่าเป็นการสร้างสรรค์ด้วยตนเอง จะติดตรงนี้ไว้ คราวหน้าจะพูดถึง 2750/2537 เป็นฏีกาใหม่เกี่ยวกับเรื่องพจนานุกรมทั้งคู่

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages