++ ทบทวนคำพิพากษาฎีกาที่ 8722/2555 (การค้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกค้นพูดจาดูหมิ่นเจ้าพนักงานผู้ค้นและต่อสู้ขัดขวางจะมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 136, 138 หรือไม่ ?)++

1,941 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Sep 6, 2013, 7:47:38 PM9/6/13
to law...@googlegroups.com

        ศึกษาวิเคราะห์คำพิพากษาฎีกาที่ 8722/2555 (การค้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกค้นพูดจาดูหมิ่นเจ้าพนักงานผู้ค้นและต่อสู้ขัดขวางจะมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 136, 138 หรือไม่ ?)
       

        ข้อเท็จจริง (กรุณาเปิดตัวบทกฎหมายทุกครั้งที่มีการอ้างถึงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้กฎหมาย)
        1. อัยการโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ
           1.1 ตามวันเวลาดังกล่าวขณะที่ดาบตำรวจสุวิทย์ สิบตำรวจโท กรุง และสิบตำรวจตรีไพรัช เจ้าพนักงานตำรวจ สภอ. เมืองอ่างทอง ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่ตรวจค้น ปราบปรามและจับกุมผู้กระทำผิด ได้เข้าตรวจค้นจำเลยโดยมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายไว้ในครอบครองอันเป็นการกระทำตามหน้าที่ จำเลยได้พูดจาดูหมิ่นเจ้าพนักงานตำรวจว่า คุณไม่มีสิทธิทำการตรวจค้น คุณไม่ใช่นายตำรวจ คุณเป็นแค่ตำรวจชั้นประทวนและขณะที่สิบตำรวจโท กรุง และสิบตำรวจตรีไพรัชคืนกระเป๋าสตางค์ของจำเลยที่ตรวจค้นแล้วให้จำเลย จำเลยพูดดูหมิ่นเจ้าพนักงานตำรวจทั้งสองว่า ตำรวจทำท่ามีพิรุธเหมือนจะยัดสิ่งของผิดกฎหมายให้ผมต่อมาขณะดาบตำรวจสุวิทย์ นำรถยนต์สายตรวจมารับจำเลย จำเลยพูดดูหมิ่นดาบตำรวจสุวิทย์กับพวกว่า พวกมึงเป็นตำรวจรังแกประชาชน จะยัดสิ่งของผิดกฎหมายให้กู กูจะไม่ให้มึงอยู่อ่างทองดาบตำรวจสุวิทย์กับพวกจึงแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่าดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่......... 
           1.2 ขณะที่ดาบตำรวจสุวิทย์กับพวกเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมจำเลยอันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยต่อสู้ขัดขวางโดยใช้กำลังประทุษร้ายด้วยการผลักหน้าอก ดาบตำรวจสุวิทย์กับสิบตำรวจโทกรุง ในขณะเดียวกันจำเลยใช้กำลังต่อสู้ขัดขวางขณะตำรวจจะนำตัวขึ้นรถยนต์สายตรวจโดยใช้เท้าถีบกระบะท้ายรถเพื่อขัดขวางไม่ยอมขึ้นรถและเพื่อมิให้ถูกจับกุม
           1.3 ต่อมาจำเลยไม่ยอมบอกชื่อ ชื่อสกุลและที่อยู่แก่ดาบตำรวจสุวิทย์ สิบตำรวจโทกรุง และสิบตำรวจตรีไพรัช เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวถามชื่อจำเลยเพื่อแจ้งข้อหาและทำบันทึกการจับกุมอันเป็นการถามชื่อเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
           1.4 อัยการโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 91, 136, 138 วรรคสอง, 367

       2. จำเลยให้การปฏิเสธเมื่อสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จแล้ว ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 136 ให้จำคุก 2 เดือนและปรับ 2,000 บาท ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้ายตาม ป.อ. มาตรา 138 วรรคสอง จำคุก 2 เดือนและปรับ 3,000 บาท ฐานไม่ยอมบอกชื่อหรือที่อยู่แก่เจ้าพนักงานซึ่งถามเพื่อปฏิบัติการตามกฎหมาย ปรับ 100 บาท โทษจำคุกให้รอไว้.........
           2.1 ผลของคำพิพากษาศาลชั้นต้นเช่นนี้ จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ 

       3. จำเลยยื่นอุทธรณ์ ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ 
           3.1 ผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายกฟ้องเช่นนี้ อัยการโจทก์ไม่ต้องห้ามที่จะฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218

       4. อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ประเด็นขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกามีดังต่อไปนี้
           4.1 การที่สิบตำรวจโทกรุง และสิบตำรวจตรีไพรัช ค้นตัวจำเลยเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า สิบตำรวจโทกรุงและสิบตำรวจตรีไพรัช ค้นตัวจำเลยในที่สาธารณสถานซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 93 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า บุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิดหรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิดแสดงว่า พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถานไม่ได้ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นของกฎหมายดังกล่าว คดีนี้ ได้ความจากคำเบิกความของสิบตำรวจโทกรุงและสิบตำรวจตรีไพรัชว่า บริเวณหลังซอยโรงถ่านมีเหตุอาชญากรรมประเภทความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์เป็นประจำ วันเกิดเหตุเข้าไปตรวจหลังซอยโรงถ่านแล้วไม่พบความผิดปกติ จึงได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากซอยดังกล่าวทางด้านท้ายซอย เมื่อมาถึงถนนซึ่งมีสนามเด็กเล่นและห้องน้ำเก่าตั้งอยู่ พบจำเลยนั่งโทรศัพท์อยู่ริมถนนจึงเข้าทำการตรวจค้น ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุการตรวจค้นอยู่บนถนนสุทธาวาส ไม่ได้อยู่หลังซอยโรงถ่านตามที่สิบตำรวจโทกรุงและสิบตำรวจตรีไพรัชอ้างว่ามีอาชญากรรมเกิดขึ้นประจำแต่อย่างใดและทางพิจารณาก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีท่าทางพิรุธ นอกจากนั่งโทรศัพท์อยู่ริมถนนสุทธาวาสเท่านั้น 
          4.2 ศาลฎีกาพิจารณาต่อไปว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าบริเวณที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสุทธาวาสไม่ใช่หลังซอยโรงถ่านและจำเลยไม่มีท่าทางเป็นพิรุธ คงเพียงแต่นั่งโทรศัพท์อยู่เท่านั้น การที่สิบตำรวจโทกรุงและสิบตำรวจตรีไพรัชอ้างว่า เกิดความสงสัยในตัวจำเลยจึงขอตรวจค้น โดยไม่มีเหตุผลสนับสนุนว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดความสงสัยในตัวจำเลยจึงเป็นข้อสงสัยที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ถือไม่ได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัยตามกฎหมายดังกล่าวที่จะทำการตรวจค้นได้ การตรวจค้นตัวจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยซึ่งถูกกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงมีสิทธิโต้แย้งและตอบโต้เพื่อป้องกันสิทธิของตนตลอดจนเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใดๆ อันสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง
          หมายเหตุ
          1. หลักตาม ป.อ. ที่ได้กระทำลงแล้วไม่เป็นความผิดนั้น มี 2 หลัก คือ หลักป้องกัน ตาม ป.อ. มาตรา 68 และหลักความยินยอม สำหรับคำพิพากษาฎีกา 8722/2555 นี้ จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่การกระทำของจำเลยตามพฤติการณ์แห่งคดีนี้ไม่เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา
          2. ผลของการค้นโดยมิชอบ เกิดผลทางกฎหมายดังนี้
              2.1 ผู้จะถูกค้นจะต่อสู้ขัดขวางการค้น ไม่มีความผิดฐานต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานตาม ป.อ. มาตรา 138 ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
          คำพิพากษาฎีกาที่ 1035/2536 
          ป.วิ.อ. มาตรา 81, 92 (5)
          ป.อ. มาตรา 68, 138 
          คำว่า "เจ้าบ้าน" ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 92(5) หมายความถึงผู้เป็นหัวหน้าของบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นและรวมตลอดถึงคู่สมรสของผู้เป็นหัวหน้าเท่านั้นเพราะบุคคลดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบในการครอบครองบ้านและปกครองผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้น หาได้รวมถึงผู้อยู่ในบ้านทุกคนไม่ ตามทะเบียนบ้านหลังเกิดเหตุมี บ. บิดาจำเลยเป็นหัวหน้ามีชื่อจำเลยอยู่ในฐานะเป็นบุตร จำเลยจึงมิได้อยู่ในฐานะเป็นเจ้าบ้านตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(5) การที่ผู้เสียหายกับพวกเข้าไปจับกุมจำเลยในบ้านดังกล่าวตามหมายจับแต่ไม่มีหมายค้น ทั้งผู้เสียหายกับพวกมิใช่เจ้าพนักงานตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่จะทำการค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น จึงเป็นการจับกุมโดยไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 81 และเป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนาจ จำเลยจึงชอบที่จะป้องกันสิทธิของตนให้พ้นจากภยันตรายอันเกิดจากการจับกุมโดยไม่ชอบเช่นนั้นได้หากจำเลยจะชกต่อยผู้เสียหายจริงก็เป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนพอสมควรแก่เหตุ และไม่มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่และทำร้ายร่างกาย
          คำพิพากษาฎีกาที่ 244/2491 
          พ.ร.บ.อากรการฆ่าสัตว์ พ.ศ.2488
          ป.วิ.อ. มาตรา 80, 92
          กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50, 51, 60, 119, 120, 254
          พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 35 (3) 
          กรมการอำเภอตั้งกำนันตรวจโรงฆ่าสัตว์ และทำการจับกุมผู้ฆ่าสุกรโดยไม่ได้รับอนุญาต กำนันไปพบผู้หาบของมาสงสัยว่า จะทำการขายเนื้อสุกรโดยไม่ได้รับอนุญาต จะเข้าจับกุมผู้นั้นหนีเข้าบ้าน กำนันตามเข้าไปเพื่อจะจับ จำเลยหยิบมีดมา เงื้อจะทำร้ายพอดีตำรวจจับจำเลย ดังนี้ ไม่มีเหตุถือว่า เป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า และคดีนี้กำนันไม่มีอำนาจเข้าไปจับในห้อง จึงเป็นการนอกหน้าที่ จำเลยทำการป้องกันได้ ไม่มีความผิด
          คำพิพากษาฎีกาที่ 481/2491 
          ป.วิ.อ. มาตรา 80, 92, 92 (2)
          กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 119 
          ที่อนุญาตให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจค้นในที่รโหฐานได้ โดยไม่ต้องมีหมายค้น เพราะปรากฏความผิดซึ่งหน้ากำลังกระทำลงในที่รโหฐาน นั้น มุ่งหมาย เฉพาะกรณีที่ความผิดกำลังกระทำอยู่ต่อหน้าพนักงานผู้จะเข้าค้นนั้นเอง ถ้าเป็นเรื่องที่ได้รับคำบอกเล่าจากผู้อื่นอีกต่อหนึ่งแล้วก็ไม่เข้าในข้อยกเว้นข้อนี้
          2.2 ผู้จะถูกค้นกระทำการโต้ตอบต่อผู้ค้นอ้างป้องกันได้ (ตามฎีกา 1053/2536)
          2.3 เจ้าพนักงานผู้ค้นมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157
          2.4 ผู้ถูกค้นมีสิทธิฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้รับผิดในผลแห่งละเมิดตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ให้พิจารณาเปรียบเทียบจากฎีกาต่อไปนี้
          คำพิพากษาฎีกาที่ 5824/2543 
          พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4, 5
          ป.พ.พ. มาตรา 420
          ป.วิ.พ. มาตรา 55 
          การที่เจ้าพนักงานตำรวจทำร้ายร่างกายโจทก์ขณะควบคุมโจทก์ไปส่งที่สถานีตำรวจ ต้องถือว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในการปฏิบัติหน้าที่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรมตำรวจซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐได้
          2.5 ตามข้อเท็จจริงตามฎีกานี้ เจ้าพนักงานตำรวจผู้ค้นและจับกุมมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 310 ฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังด้วย



                                                                                                                                        Credit : รพี ๕๖//ทบทวนหลักกฎหมายกับ อ.ประยุทธ

.............................................................................................................................................................

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

   ...คุณเคยมีปัญหาเหล่านี้หรืม่ 

      - เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนต ิอย่างไร
      - สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซั ที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
    
  - อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียน ที่เนติฯ 
      - 
สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
     
 - สมัครรับจองคำบรรยายเนติทาง ไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ ่ันสอบ
      - เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ ิด...กลับมาก็เหนื่อย
      - อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียน ที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรี นหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบั ติวก็อยู่หน้ารามกันหมด
.............................. .............................. .............................. .............................. .................................
ขอแนะนำ !!
รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภา ค 1/65 และ 2/65
++  กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา  (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)
  พร้อมไฟล์เอกสาร 
  - เอกสารสรุปคำบรรยายเนติ 1/65 
  -  เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 
  -  บทบรรณาธิการ 1/63-1/65 
  -  ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งแล อาญา (สมัยที่ 56-65) 
  -  New !! ทบทวนสรุปประเด็นน่าสนใจ 1/66
  -  New !!  รวมคำพิพากษาฎีกาใหม่ (พร้อมข้อสังเกตน่าสนใจ)1/66
  -  New !!  เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่งๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่ยฯ/อัยการ)  
++ กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาค วามแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา  (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) 
  พร้อมไฟล์เอกสาร 
 -  เอกสารสรุปคำบรรยายเนติ 2/65 
 -  เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 
 -  บทบรรณาธิการ 2/63-2/65 
 -  ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิ ารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาควา อาญา (สมัยที่ 56-65) 
 -  New !! ทบทวนสรุปประเด็นน่าสนใจ 1/66
 - New !!  รวมคำพิพากษาฎีกาใหม่ (พร้อมข้อสังเกตน่าสนใจ)1/66
 - New !!  เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่งๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่ยฯ/อัยการ)  
...............................................................................................................................................
  ค่ารวบรวม ภาคละ 350.-บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์) 
   หมายเหตุ  สั่งซื้อทั้ง 2  ค ค่ารวมรวมราคาพิเศษ 650.- บา   (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์ + CD แบบร่างสัญญ ามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาลแบบฟอร์มเ อกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชี ะภาษี) 
   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  ิดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725,E-mail : siripit...@gmail.com

               ไม่เก่ง..แต่พยายาม  เจ๋ง ! กว่า  เก่ง....แต่ขี้เกียจ
                                        ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็ กนทุกคะคับ...

นายจ้าง.jpg
นิติกรรมทางปกครอง.jpg
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages