สรุปคำบรรยายวิชามรดก ( ค่ำ ) ครั้งที่ 2

117 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Jun 1, 2010, 11:44:06 PM6/1/10
to LAWSIAM

หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ รศ.พรชัย สุนทรพันธุ์ ผู้บรรยาย  , บิดามารดาข้าพเจ้า ขอบคุณ. http://www.muansuen.com และคุณ admin ที่นำ flie เสียงมาลงแบ่งปันให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ครั้งที่ 2 . 31-05-53

            เมื่อคราวที่แล้วเราพูดถึงเกี่ยวกับมรดกคืออะไร ก็เริ่มต้นเป็นทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ข้อสอบเนฯจะออกเป็นครอบครัวปนมรดกไม่ว่าจะเป็นข้อสอบผู้พิพากษาหรืออัยการก็ครอบครัวปนมรดก  อัยการก็มีสนามเล็กหลังเดือนสิงหาคม สนามใหญ่ก็สู้กันในวงการผู้พิพากษา

            เมื่อคราวที่แล้วได้ยกตัวอย่างข้อสอบเนฯในปี 46 คราวนี้ขอยกตัวอย่าง ปี 48 คือออกข้อสอบว่า นายหนึ่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ยกแหวนเพชรที่ได้มาระหว่างสมรส ตรงนี้ก็เป็นสินส่วนตัว ได้มาโดยการยกให้ก็เป็นสินส่วนตัว แล้วก็ได้มาจากราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นโดยสินส่วนตัวของนายหนึ่งแล้วบอกว่าที่ราคาเพิ่มขึ้นจากการขายที่ดินสินส่วนตัว ไม่ใช่ดอกผลนะครับ  ได้ทำพินัยกรรมยกให้ก็เป็นเรื่องว่า ทำพินัยกรรมได้ทั้งสองสินหรือไม่ ก็ไปทำพินัยกรรมยกสินสมรสให้ทั้งหมดไม่ได้ มาตรา 1481

            หรืออย่างข้อสอบเนฯในสมัยที่ 59 เป็นเรื่องทหารอากาศขาดรัก ทำสัญญาจะซื้อจะขาย ต่อมาก็จดทะเบียนสมรสก็ แล้วก็โอนบ้าน ต่อมาก็หย่าขาดกัน เพราะฉะนั้นก็เอาฏีกานี้มาออกสอบ เป็นฏีกาปี 33/2536

            ว่าบ้านและที่ดินนั้นเป็นสินสมรส  

            มาตรา 1481 บอกว่าจะทำพินัยกรรมก็ได้เฉพาะสินสมรสส่วนของตนเท่านั้น เขาทำแต่เราเซ็นต์อนุญาต ก็การตกลงที่มันขัดต่อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบ ก็เป็นโมฆะ

            ข้อสอบเนฯก็เอามาตรา 1481 เอาคำพิพากษาฏีกา ส่วนมากข้อสอบเนฯไม่ออกซ้ำ

            เรื่องล็อตเตอร์รี่ ยังไม่ออกนะครับ เป็นชีวิตของนายพล ตอนท่านยศพันโทท่านไปดูหมอดูตาบอด ว่าให้จดทะเบียนกับเมียน้อยนี่สิ จะเฮง

            จะไปจดทะเบียนสมรส ก็ได้ซื้อล็อตเตอร์รี่หนึ่งชุดตอนบ่ายก็จดทะเบียนสมรส บ่ายสามประกาศผลถูกรางวัลชุดใหญ่

            การหย่าร้างเกิดขึ้น ก็ไม่ยอมหย่ากันดีๆเพราะมีการต่อรองเรื่องเงิน

            เพราะฉะนั้นศาลฏีกาตัดสินว่าเงินตัวนี้คือสินสมรส ก็ต้องแบ่งคนละครึ่ง ถามว่าฏีกานี้ออกสอบเนฯหรือยัง ตอบว่ายังคับ 1053/2537

            เพราะฉะนั้นตรงนี้เนฯยังไม่ออก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าข้อสอบนี้เราจะต้องแบ่งทรัพย์สินสามีภริยาเสียก่อน

            ภาษาพาไปครับ สมศักดิ์ตายมีมรดกสิบล้านไม่ต้องไปดูเรื่องสินส่วนตัวสินสมรสนะครับ เขาฟันไปแล้ว

            แต่ถ้าถามว่าให้แบ่งมรดกของสมศักดิ์

            ข้อสอบเนฯกะมีอย่างนี้หลายพ.ศ.นะครับ นายดำ เป็นผู้ไม่อยู่กับ นายดำคนสาบสูญไม่เหมือนกันนะครับ เป็นสามีภริยากันก็ชอบ ถ้าอยู่กินกันฉันท์สามีภริยาก็ไม่ชอบ คนวิกลจริตก็ยังไม่ถูกศาลสั่งก็เท่านั้นเอง ในเรื่องเกี่ยวกับว่า การทำพินัยกรรมต้องทรัพย์สินของตนเองเท่านั้น ก็มีข้อสอบผู้พิพากษาปี 2548 ก็จะชี้ให้ดูนะครับ สอบเมื่อปี 48 ก็เป็นเรื่องนายมั่นกับนางคงเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็คือที่สวนหนึ่งแปลงก็เป็นสินส่วนตัว ขายฝากคือขายขาดแต่มีข้อตกลงให้ซื้อคืนได้ภายในกำหนดเวลา กรรมสิทธิ์ไปแล้ว นายมั่นไม่มีเงินไปไถ่คืน เสียใจเลยไปบวช หลังจากนั้นหนึ่งปี นางคงได้เงินจากการทายฟุตบอล พอได้ก็เอาเงินนั้นไปไถ่โดยใส่ชื่อตนเองเพียงผู้เดียว ต่อมาพระตาย ทรัพย์สินตกแก่ใคร พระตายเกี่ยวกับทรัพย์สินอะไรบ้างหล่ะ ก็มาดูนะครับ เวลาซื้อคืนก็คือภริยาไปแทงบอลแล้วรวยก็เป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นสินสมรส  4561/2544

            การสมรสยังไม่สิ้นสุด นางคงผัวไปไหน ก็ตอบว่าผัวเป็นเจ้าอาวาสอยู่ หนูได้พระเป็นผัว ได้มาก่อนบวชเป็นพระ เพราะฉะนั้นก็ยังมีผัวเป็นพระ พูดไม่ผิด การบวชเป็นพระไม่ทำให้การสมรสสิ้นสุด ข้อสอบก็ออกมาเรื่องทำพินัยกรรมแล้วพระตาย นี่คือข้อสอบผู้พิพากษานะครับ ไปหาอ่านเอาเอง ขอให้ฝันเป็นจริงนะครับ ท่านผู้พิพากษา

            เราก็มาดูเรื่องเกี่ยวกับว่า ข้อสอบเนฯ ผ่านไปแล้วนะครับก็คงจะเข้าบทเรียนเราได้แล้วนะครับ

            มาตรา 1600 ได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายต้องพูดให้ฟังนะครับ เรื่องพินัยกรรมอาจฟังว่ายกให้ใครก็ได้ อาจยกศพให้ศิริราชก็ได้ ตั้งใครเป็นผู้จัดการมรดกก็ได้ การทำพินัยกรรมไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สินเท่านั้น

            ก็คือทรัพย์สินและการต่างๆ เช่นยกศพให้ศิริราช ดวงตาสภากาชาด ทำได้ครับโยง 1646 ด้วย เป็นมรดกต้องเป็นทรัพย์สินทุกชนิดของเรา ทรัพย์สินทุกชนิดต้องมีก่อนตายหรือขณะตาย ถ้าได้เพราะความตายก็ไม่ใช่มรดก เพราะเหตุผลว่า มันได้มาเพราะความตายเช่นเงินประกันชีวิต เงินณาปณกิจสงเคราะห์ ตัวอย่างง่ายๆ ครูสิงดำเป็นสมาชิก ชปค ศพละสิบบาท ถามครูสีแก้ว ว่าครูอ้ายคำตายมาได้เงินเท่าไหร่ ตอบว่าได้หกแสนบาท เพราะสมาชิกทั่วประเทศมีหลายคน

            ครูสิงดำเป็นเอดส์ ลูกเมียรังเกียจก็เกลียดลูกเมียมาก ก็เลยย้ายบ้านไปอยู่กับแม่อุ๋ยคำ ก็เกิดไอเดียทำพินัยกรรมเลยว่าถ้าตายขึ้นมาจะยกเงินณาปณกิจสงเคราะห์ให้แม่คนเดียว

            ครูสิงดำตาย แม่อุ๋ยคำจะไปเบิกเงิน อัยการก็บอกว่าอย่าจ่าย เพราะเงินนี้ได้มาเพราะความตาย ศาลฏีกาก็ตัดสินเลย เป็นคดีธรรมดาที่สุด

            132/2507

            ถามว่าอาจารย์เอามาเล่าทำไม ก็เพราะมันเป็นข้อสอบเนฯครับ สมัยที่ 50

            ตรงนี้ต้องขอบอกนะครับว่าแล้วแต่ระเบียบนะครับ ว่าได้อย่างไร ระเบียบก็อาจจะจ่ายให้แก่คนที่ระบุไว้ก็อาจทำได้นะครับ

            ก็อ้างว่าการสละมรดกบางส่วนเป็นโมฆะ ตาม 1612 ก็ถือว่าไม่ได้สละ ปรากฏว่าคนต่อสู้บอกว่า ไอ้ที่เอาไปไม่ใช่มรดก เพราะฉะนั้นที่เอาไปก็ไม่เป็นไร การสละมรดกใช้ได้ ข้อสอบอันนี้ก็ไปโยงเรื่องณาปณกิจสงเคราะห์และสละมรดกบางส่วน นั่นก็คือข้อสอบเนฯเมื่อปี 49 ก็มาเรื่อยๆนะครับ ก็สอนว่ามรดกคืออะไร

            เป็นเรื่องสิทธินะครับ มีฏีกาอีกปี 42 สามีฉันเขารักแม่มาก ทำอะไรก็ยกให้แม่ แล้วแต่งงานกับฉันก็ไม่มาเปลี่ยน ทุกอย่างให้แม่หมด ธนาคารกรุงเทพตั้งชื่อว่าเพื่อนช่วยเพื่อน กับเงินประกันชีวิต

            4714/2542 สิทธิรับเงินเพื่อนช่วยเพื่อน ไม่ใช่เงินที่มีอยู่แล้วขณะถึงแก่ความตาย ไม่ใช่มรดกเพราะได้มาเพราะความตาย

            ก็เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก

            พูดถึงเงินก็ถ้าเงินนั้นได้มาก่อนที่เราจะตาย ก็ธนาคารไทยพาณิชย์ก็มี ก็เรื่องเหมือนการรถไฟแห่งประเทศไทยเลย ก็หักเงินไว้ร้อยละห้าจากเงินเดือนเป็นเงินสะสม ถ้าออกก็ให้เงินที่เก็บไว้แล้วก็มีเงินสะสมเพิ่มให้อีก ให้ระบุในสมุดประวัติว่าจะให้ใคร ถ้าตาย ปรากฏว่า ก็โทรมาถามอาจารย์ว่า คนตายไปทำพินัยกรรม ว่ายกเงินตัวนี้ให้ลูกแต่ผู้เดียว ก็เถียงกันระหว่างพี่สาวที่มีชื่อในสมุดประวัติว่าใครเป็นคนได้

            อาจารย์ก็ถามว่ามีหนังสืออาจารย์ไหม เหมือนฏีกาของการรถไฟเลยเหมือนจริงๆ ก็พบ 1131/2506

            เงินทุนสงเคราะห์มีอยู่ก่อนแล้วก่อนถึงแก่ความตาย เงินตัวนี้จึงเป็นมรดก แม้จะระบุในสมุดว่าให้ใครเป็นผู้รับ แต่ภายหลังได้ทำพินัยกรรมต่างออกไปก็เป็นการยกเลิกข้อกำหนดเดิม

            สิทธิต่างๆของพ่อของเราใช่เลย เช่นพ่อเราได้รับเช็คมาพอพ่อตาย ซ้อหมวยก็เด้ง เฮียอ๋าก็เด้ง พอไปทวงก็บอกว่า ใครเป็นหนี้ใคร ให้มันรู้ซะบ้าง ฉันเป็นหนี้ใครก็ให้คนนั้นมาทวงสิ

            ก็ตอบว่า สิทธิของพ่อหนู ก็เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท

            นายแจ่มกินเหล้าเก่ง เลยถูกไล่ออก เจ้าของก็จ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน แต่เงินให้มาเอาสิ้นเดือนหน้า ทายาทนายแจ่มจะไปฟ้องได้หรือไม่

            ตอบก็ฟ้องได้ เพราะเป็นสิทธิชองทายาท

            หรือ บ้านเราอยู่จันทบุรี มีสวนอยู่ วันดีคืนได้ได้รับโทรศัพท์ว่า ที่ของเราเป็นของคนอื่น ได้ครอบครองปรปักษ์มาสิบปีแล้วนะครับ เราก็งงไปหมดเลย ถ้าอยากได้ก็ฟ้องสิ ต่อมาคนครอบครองปรปักษ์ก็ตาย เพราะฉะนั้นมันก็ตายไปแล้ว เราก็จะไปเอาที่ ลูกนายแจ่ม ก็เรียนนิติศาตร์ ก็มาบอกนี่เป็นสิทธิของพ่อหนู อาจารย์แพ้มันครับ

            น่าเบื่อหน่ายมากเรื่องครอบครองปรปักษ์  7438/2538

            เพราะฉะนั้นตรงนี้เห็นว่ามรดกตกแก่ทายาททันทีทั้งสิทธิใดๆ หน้าที่และความรับผิดต่างๆ ของผู้ตายนั้นก็ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ พ่อเราเป็นลูกหนี้คน หนูเรารับมรดกมาสิบล้าน พ่อเป็นหนี้สองล้านเราไม่ยอมใช้ให้ ใครเป็นหนี้ก็ไปทวงกันเองสิ

            คนอย่างหนูไม่เคยยืมเงินซ้อ แต่ เรามรดกซึ่งเป็นสิทธิมาก็รับหน้าที่ด้วย

            จิ๋มโบ๊ะอ่าน 1601 หน่อยได้หรือไม่ ไม่ต้องไปขายตัวที่ไหนหลอก คนซวยคือฉัน เพราะให้พ่อแกยืมเงินโดยไม่ใฝ่หาหลักประกัน เพราะเห็นเป็นคนสนิท แกก็ใช้หนี้เท่าที่แกได้รับมรดกมาเท่านั้นแหละ

            บางเรื่องอ่านก็รู้ว่าเป็นหน้าที่ของแม่

            บ้านอาจารย์อยู่นครสวรรค์ ปรากฏว่ามีที่ว่างๆ ญาติพี่น้องบอกว่าที่พ่อแก อีซ้อมาปักเสาผ่าไปในที่แกเลย เพราะมันขี้เกียจเสียเงินไปวางเสา เราก็ติดต่อซ้อ มันก็ไม่ค่อยรับโทรศัพท์บอกต้นไม้เป็นอะไรตายเหรอ

            อาจารย์ก็ตอบว่า ทำอย่างนี้ได้อย่างไร ก็ทะเลาะกับเขา

            ซ้อบอกว่า พ่ออาจารย์คงไม่ว่าหรอก ขอผ่าไปหน่อยสี่ห้าเดือน เราก็บอกว่าไม่ได้ให้เวลาสองเดือน ทำให้เหมือนเดิมเลยนะ

            สองเดือนผ่านไป ซ้ออารมณ์เสีย เสียบปลั๊กไฟเอานิ้วเสียบ ไฟช็อตตาย ลูกซ้อก็ไม่ยอมออกสักกะที ทำไมต้องถึงฏีกาก็มันไม่ยอมย้ายไปไง

            ทรัพย์สินหรือสิทธิใดๆต้องมีก่อนตาย และต้องมีอยู่ อาจารย์ทำพินัยกรรมยกที่ดินให้หนู ก่อนตายอาจารย์ขายไปแล้ว หนูจะได้ได้ยังไง

            คือเมื่อจำหน่ายจ่ายโอนแล้วมันก็ไม่ใช่มรดกนะครับ

            นอกจากนี้ฏีกาประทับจิต สิทธิที่ได้มาแล้วอาจารย์ อายุ 68 เมื่ออายุ 59 เออรี่รีไทร์จากรามคำแหง เออรี่เพราะเป็นเอดส์เป็นอย่างร้ายแรง ( เรื่องสมมุตินะครับ )

            น้อยการเงินก็มาถาม ว่าจะเอาบำเหน็จหรือบำนาญ ก็เอาบำเหน็จสิครับ อาจารย์มาอยู่บ้านมีน้องสาวสองคน ชื่อ แรดหนึ่ง กับ แรดสอง  

            พอรู้ว่าเป็นเอดส์ ก็รังเกียจอย่างมาก ล้างจานทีก็ราดน้ำเดือด

            อาจารย์ก็เสียใจ มีลูกศิษย์ชื่อเอก น่ารักมากมารับอาจารย์ไปทานอาหารที่สวนหลวง ร.9 พาไปดูหนัง ช็อปปิ้ง

            อาจารย์ก็ถามว่าไม่กลัวเหรอ เอกก็บอกว่าผมเคยร่วมประเวณีกับอาจารย์เหรอครับ ก็ไม่เคย อาจารย์เห็นดังนั้น ก็ทำพินัยกรรมเลย ยกเงินที่จะได้บำเหน็จที่ยังไม่ตกเบิกรู้ว่ายังไงๆก็ได้สองล้านบาท เลยยกเงินตัวนี้ให้นายเอกเลย

            ผลงานคืออาจารย์ตาย แรดหนึ่ง แรดสองไม่ยอม ต่อสู้กับเอก สรุป เอกชนะครับ เพราะเงินตัวนี้ได้มาแล้วก่อนตาย แม้เงินยังไม่ตกเบิกก็ตาม

            มาตรา 1600 สิทธิหน้าที่ความรับผิดถ้าเป็นเรื่องเฉพาะตัวก็ไม่ใช่มรดก

            ไว้พบกันอาทิตย์หน้า สวัสดีครับ

           

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages