หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า kankokub ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ บัณฑิต รชตะนันทน์ผู้บรรยาย , ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า ขอบคุณ. http://www.muansuen.com และคุณ admin ที่นำ flie เสียงมาลงแบ่งปันให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ครั้งที่ 1 – 2 . 31-05-53
มีการสลับการสอนกันนิดหน่อย เพราะอาจารย์ชาติชาย ไปต่างประเทศ อาจารย์ก็เข้ามาแทนสองสัปดาห์ หลังจากนั้นก็จะเว้นของเราไปอีกที
ยืม ค้ำประกัน จำนองจำนำ เป็นวิชาที่สำนักอบรมจะจัดให้เรา จริงๆแล้วถ้าพูดในสัปดาห์ที่แล้วจะดีหน่อย เพราะสิ่งที่พูดจะตามหลังคนอื่น แต่อาจารย์เชื่อว่าไม่มีใครได้พูด
วิชากฎหมายเป็นวิชาลึกซึ้งการศึกษาต้องใช้วิจารณญาณโดยมีเหตุผลลึกซึ้งและมีเหตุผล ความเข้าใจเป็นข้อสำคัญยิ่ง เมื่อเข้าใจต้องบังคับความให้ถูกต้อง บทกฎหมายมีมากหลาย การศึกษาต้องอาศัยตนของตนเป็นที่ตั้ง ส่วนอาจารย์เป็นผู้แนะนำ จะหวังให้บอกทุกอย่างหาได้ไม่
เป็นสิ่งที่อาจารย์โคดในเครื่องหมายคำพูดท่านทราบหรือไม่ครับว่าเป็นคำกล่าวของผู้ใดเป็นคำกล่าวของเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ อยู่ในบทบัณฑิตเล่มที่ 4 ปี2469 อาจารย์ร่ำเรียนมาจาก ดร.หยุด แสงอุทัย ก็ได้ต้นแบบมา จำ เข้าใจ และใช้เป็น สามประการ
วัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน จำ เป็นเรื่องที่ตนต้องช่วยตนเอง อ่านมาก ท่องมาก เข้าใจมาก
การฟังคำบรรยายก็เป็นหนทางหนึ่ง ประโยชน์ของคำพิพากษาก็คือศึกษาโวหาร
ยุคใหม่ๆจะเห็นเป็นสำนวนโวหารเก่าๆเนื่องจากอาจใช้การก็อปปี้ลอกเลียนมา และหลายอันก็ได้รับการคัดเกลามาจากหลายท่านแล้ว
แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นสำนวนโวหารที่ถูกต้องให้เราศึกษาได้
ส่วนตำราเป็นเรื่องที่จำเป็นนักศึกษาสมัยนี้ มีเวลาน้อยที่จะอ่านตำราแท้ๆ คำบรรยายถอดเทปก็ทำให้หาย ไปจากตำราแท้ๆ ยิ่งภาคค่ำภาคบัณฑิตด้วย
วิชาของอาจารย์ ที่น่าจะใช้ได้ คือ ของท่านอาจารย์ปัญญา ถนอมรอด ก็น่าจะเป็นมาตรฐาน ตำราไม่ค่อยได้เปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ในแต่ละปี เนื่องจากคำพิพากษาที่วางบรรทัดฐานใหม่ๆไม่ค่อยมี เรื่องของสัญญาเป็นข้อตกลง ถ้าคำพิพากษาที่ตีความสัญญา ไปในทางไม่เป็นไปในทางข้อประสงค์ของสัญญา ก็ไปแก้สัญญาซะ ความเป็นบรรทัดฐานก็อยู่ที่ข้อตกลงของสัญญา ต้องศึกษานิดหนึ่งนะครับว่าถ้าสมัยไหน
การทำบันทึกย่อ ก็เป็นการช่วยในการทำความเข้าใจของเรา แต่อาจจะลำบากสำหรับเรา เพราะแค่อ่านหนังสืออย่างเดียวก็ยากแล้วไม่มีเวลาแล้ว
แต่ข้อสำคัญคืออาจารย์อยากให้ทุกท่านสอบได้ หลายคนไม่มีโอกาสเขียนข้อสอบก่อนเข้าห้องสอบ เรียนกฎหมาย สอบคือการเขียนครั้งแรกของวิชานั้นๆ
บางคนฝึกฝน ทำข้อสอบเก่า เป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นการลับสมองตนเอง สร้างบรรยากาศในการทำฝึกหัด พวกเรามีความรู้ แต่มีปัญหาการถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือ ก็เหมือนท่านเล่นกีฬา ดูแต่วีดีโอ ไม่ได้ทำจริงก็ไม่มีทางเก่ง เพราะฉะนั้นฝึกเขียนเยอะๆ คนเขียนมากก็ได้เปรียบการเข้ากลุ่มคุยมีการแลกเปลี่ยนความรู้ทางกฎหมาย มีเพื่อนที่แข็งก็เป็นเรื่องที่ดี
ใช้เป็นในชั้นของเราคือ การเขียนข้อสอบให้ได้คะแนน สำหรับในชั้นของเนติบัณฑิต มีข้อสังเกตว่า พวกเรามักจับประเด็นปัญหาไม่ถูกต้อง อ่านคำถามแล้วให้ลืมวิธีปฏิบัติในมหาวิทยาลัยที่ไปเขียนลอกข้อสอบทีละประโยชน์ มันกลายเป็นว่าเขียนคำถามมาให้คนตรวจอ่าน คำตอบมีแค่ได้หรือไม่ได้ ซึ่งมันไม่ใช่
จับประเด็นปัญหาให้ได้ ว่าเป็นเรื่องอะไร หลักฐานแห่งการกู้ยืมมีข้อกฎหมายว่าอย่างไร จากตุ๊กตามีส่วนไหนตรงกับข้อกฎหมาย
ถ้าจำแนกไม่ออกก็เป็นปัญหา
ปรับบทเสร็จก็เข้าสู่บทสรุป ปัญหาของการสอบเนฯ ก็คือการใช้ยังไม่เป็นคือเขียนคำถามแล้วยังไม่ได้คะแนน ยิ่งยุคนี้ให้คะแนนตามประเด็น ถ้าประเด็นถูกก็เหมือนตีตั๋วไปจังหวัดที่ถูกต้องแล้ว ถ้าผิดประเด็นจบเลยไม่ได้คะแนนเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจและฝึกฝน การเขียนคำตอบจากข้อสอบเก่า มีนักสอบบางคนไม่ได้ดูหนังสือเลย ดูแต่ข้อสอบเก่า แต่ใช้กับสำนักอบรมไม่ได้เพราะว่าสำนักอบรมไม่ออกข้อสอบซ้ำ
เนื้อหาวิชาเรา มียืม ค้ำฯ จำนอง จำนำ เท่าที่ผ่านมาได้วางแผนคือ
ยืม สี่สัปดาห์ ค้ำฯ ก็สี่สัปดาห์ ก็ไล่ไปตามสารบัญตัวบทที่เกี่ยวข้อง
จำนองห้าถึงหกสัปดาห์ เรามีวันหยุดหนึ่งครั้ง จำนองก็สักห้าสัปดาห์ ปกติจำนองอาจจะล้ำมาสักนิดเพราะปัญหาจำนำจะน้อยหน่อย เนื้อหาจำนำก็ไม่มีอะไรยุ่งยากนัก
มาเข้าสู่เนื้อหาสัญญายืม คืออะไร ไม่มีบทนิยาม แม้เป็นเอกเทศสัญญา มาตรา 640 -645 ไม่เหมือนเอกเทศสัญญาอื่น ที่มีบทนำ
ก็แยกเป็นยืมใช้คงรูป ยืมใช้สิ้นแปลง
ส่งมอบทรัพย์สิน สิ่งที่อยากให้สังเกตคือ มันเป็นคู่สัญญาดังนั้นต้องมีสองฝ่าย เป็นพื้นฐานของหลักการเกิดของสัญญา เกิดขึ้นได้อย่างไร
ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสัญญา มีห้าประเด็นเท่านั้นเอง
หนึ่ง การเกิดของสัญญา คงต้องไปพิจารณาหลักเกณฑ์ในการเกิดของสัญญา ต้องทำตามแบบพิธีหรือไม่
สอง สัญญาเกิดแล้วผูกพัน คู่สัญญาหรือไม่ มีการส่งมอบหรือไม่
สัญญาบางประเภทกฎหมายกำหนดให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ เกิดแล้วสมบูรณ์ผูกพัน คู่สัญญาหรือไม่
ประเด็นที่สาม ตกลงกันว่าอย่างไร
ปัญหากรณีที่สี่ คือ ผิดข้อตกลงหรือไม่ เพราะฉะนั้นปัญหาส่วนมากอยู่ที่ข้อตกลง กับสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาและความรับผิด
ถ้าไม่มีโดยชัดแจ้งก็เป็นข้อตกลงโดยปริยายตามบรรพ 3 พอมีข้อตกลงแล้วทำตามข้อตกลงหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำตามก็ผิดสัญญาจะบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่ เรียกค่าเสียหายได้หรือไม่ อันนั้นเป็นผลของการผิดสัญญา
ก็ไล่มาอย่างนี้ ห้าประการ ในมูลสัญญาเป็นอย่างนั้น
ถ้าเทียบกับมูลละเมิด สามประการ
มีสิทธิหรือไม่ จำเลยละเมิดสิทธิหรือไม่ เพียงใด
นี่เป็นเรื่องของ คู่สัญญาที่เป็นบททั่วไป
กรณีเงินยืมทดรองราชการ เวลาไปต่างประเทศหรือทำกิจการใดๆ ก็จะเบิกเงินทดรองใช้เสร็จก็จะนำหลักฐานไปหัก การยืมเงินทดรองราชการ ไม่ได้ไปก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์เรื่องการยืม
1107/2499 การยืมต้องเกิดขึ้นโดยสัญญา การยืมเงินทดรองในหน้าที่ไม่ได้มุ่งผูกนิติสัมพันธ์
การยืมเงินทดรอง หาใช่ยืมเพื่อประโยชน์ของผู้ยืมไม่ แต่ก็เพื่อประโยชน์ของราชการ ก็เพื่อประโยชน์ของผู้ให้ยืม
ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่ง เป็นการยืมเพื่อประโยชน์ของผู้ยืม หาใช่เพื่อประโยชน์ของผู้ให้ยืมไม่ จึงปรับเข้าเรื่องยืมไม่ได้
ประการที่สอง ลักษณะยืมต้องมีการส่งมอบ เป็นการสมบูรณ์ของสัญญา สัญญาเกิดขึ้นด้วยวาจา แต่สมบูรณ์แค่ไหนก็คือส่งมอบเท่านั้น
ก็ไปสรุปปัญหาว่าสัญญาจะให้ยืมมีได้หรือไม่ ก็ไปมีความเห็นแตกต่าง ไปเทียบกับสัญญาจะให้ ว่าไม่มี
ความเห็นอีกฝายก็คือมีได้ เป็นข้อตกลง ก็เป็นสัญญาอีกประเภทหนึ่ง ก็มีสองนัยยะ
2923/2525 เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเงินทุน ไปรับปากกับลูกค้า ว่าจะให้กู้ ก็คือจะให้ยืมนั้นเอง ต่อมากลับไม่ให้ยืม ทำให้ลูกค้าไม่มีสินเชื่อก็มีการฟ้องร้องกัน สัญญาที่ตกลงกันแม้จะมีลักษณะเป็นการให้ยืม ก็เป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าการยืมธรรมดา เมื่อคู่สัญญาเสียหาย ก็พิสูจน์ได้ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกต ว่าเป็นสัญญาต่างตอบแทน ถ้าผูกพันตามข้อตกลงแล้ว ก็เป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อผิดข้อตกลงไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไรก็เรียกค่าเสียหายได้
ประการที่สาม สัญญายืมไม่เป็นสัญญาต่างตอบแทน คือ ไม่ได้มีหนี้ต่างตอบแทนกัน ต่างตอบแทนกับค่าตอบแทนไม่เหมือนกันนะ
ต่อไปดูเรื่องยืมใช้คงรูป ยืมคือเอาไปแล้วใช้คืนถ้าเอาไปแล้วไม่ใช้คืนไม่ใช่ยืม ลักษณะของมาตรา 640
ใช้สอยได้เปล่า เอาไปแล้วใช้คืน ในลักษณะ ทรัพย์สินเปลี่ยนมือกรรมสิทธิ์ไม่ได้เปลี่ยนมือ ผู้ให้ยืมก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ให้ยืม ผู้เช่านำทรัพย์สินที่เช่าไปให้ยืมได้
ยืมทรัพย์สินผู้อื่นมา เอาไปให้ผู้อื่นยืมก็ได้ ถ้าเจ้าของไม่ห้าม
1407/2538
ผลของการที่กรรมสิทธิ์ไม่โอน ถ้าตัวทรัพย์เกิดสูญหายหรือบุบสลายโดยผู้ยืมไม่ต้องรับผิด ผู้ให้ยืมจะต้องเป็นผู้รับเคราะห์รับภัยพิบัตินั้นไป ถ้าทรัพย์สินสูญหายหรือบุบสลายไป ผู้ยืมก็ต้องรับภัยพิบัตินั้นไป
524/2506
ผู้ให้ยืมเป็นเจ้าของสามารถจำหน่ายจ่ายโอนได้
ผู้ให้ยืมก็ต้องไปฟ้องเอาจากคู่กรณีที่ขับรถมาชนเอง ผู้ยืมไม่ได้เป็นฝ่ายรับผิดผู้ให้ยืม ผู้ยืมไม่ได้เสียหาย จะฟ้องแทนผู้ให้ยืมไม่ได้
หลักในเรื่องนี้ก็เป็นบรรทัดฐาน
3451/2524 ทรัพย์ที่ยืมบุบสลายเพราะการกระทำบุคคลภายนอก
2776/2535 เหตุละเมิดเกิดแก่รถยนต์ที่ยืมมา โดยที่ผู้ยืมไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ผู้ยืมไม่ต้องรับผิดกับเจ้าของทรัพย์
276/2551 สาระสำคัญประการที่สองคือ วัตถุแห่งสิทธิเป็นทรัพย์สิน
อสังหาริมทรัพย์ เป็นวัตถุแห่งสัญญายืมใช้คงรูปได้ วัตถุไม่มีรูปร่างแม้อยู่ในนิยามของทรัพย์สิน แต่ไม่ถือว่าเป็นวัตถุแห่งทรัพย์ในการยืมใช้คงรูปได้
ขอยืมออกซิเจน ไม่ใช่ วัตถุแห่งสัญญาใช้คงรูป
ประการที่สาม เป็นสัญญาที่ไม่มีค่าตอบแทน เพราะเป็นการให้เปล่า ในประการที่สอง
ผู้ยืมสัญญาว่าจะคืนทรัพย์สิน นั้นเพื่อใช้สอย ถ้าเอาไปแล้วทำให้เสียหาย ก็ต้องไปตกลงกับเจ้าของว่าจะเอาทรัพย์สินอื่นในมาตรฐานเดียวกัน
เป็นเรื่องการชดใช้ความเสียหายที่ต้องรับผิด แต่โดยข้อตกลงคือคืนทรัพย์สินนั้น คืนเมื่อไหร่ โดยทั่วไป มีการตกลงก็คืนตามกำหนดเวลาที่ตกลง
ไม่มีกำหนดเวลาแต่ก็ควรเท่าที่กาลอันปรากฏ เมื่อเวลาล่วงไปพอแก่การใช้
สัญญายืมบริบูรณ์เมื่อส่งมอบ การส่งมอบไม่ใช่หน้าที่นะครับ เป็นการบริบูรณ์ของสัญญา เป็นเงื่อนไขของความสมบูรณ์ของสัญญา
สัญญาจะให้ยืมมีได้หรือไม่ ถ้ามองในแง่ตรงไปตรงมาก็มีไม่ได้ เพราะยังไม่ส่งมอบ ก็เป็นการถกเถียงทางวิชาการ
การส่งมอบก็มองง่ายๆ ส่งมอบอย่างไรก็ได้ให้เขาสามารถใช้ทรัพย์สินได้ ยืมรถยนต์ใช้หน่อย ก็ยังไม่ส่งมอบ ส่งมอบโดยตรง ส่งมอบการครอบครอง ส่วนส่งมอบโดยปริยายจะทำอย่างไรก็ได้ให้ถือว่ามีการรับมอบทรัพย์สินนั้นไปแล้ว
เช่นขอยืมรถยนต์ที่เชียงใหม่ กุญแจอยู่ที่กรุงเทพ รับกุญแจไปแล้วแต่ยังไม่ได้ไปเชียงใหม่ ถามว่าส่งมอบแล้วหรือยัง
ยืมโทรศัพท์แต่ไม่ให้ซิมถือว่าสมบูรณ์แล้วหรือยัง ทำให้เขาสามารถใช้สอยทรัพย์นั้นได้ตามวัตถุที่ประสงค์ก็พอแล้ว แต่เขาจะใช้สอยหรือไม่ ก็แล้วแต่
สิทธิของผู้ยืม สิทธิหน้าที่ของคู่สัญญา
ใช้สอยทรัพย์สินได้เปล่าก็คือมีสิทธิครอบครองในตัวทรัพย์นั้น ติดตามเอาคืนได้ แต่ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย
ผู้ยืมไม่ได้ถูกโต้แย้งสิทธิเพราะฉะนั้นไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของ
341/2551
นี่คือการผูกพันตามมาตรา 546 ถ้าเกิดมีความผูกพันว่ามีความเสียหายจากทรัพย์ที่ให้ยืมต้องรับผิดชอบนะ
3451/2524
ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คิดว่า ผู้ยืมก็มีอำนาจฟ้อง คนที่กระทำให้เกิดความเสียหายได้
ถ้ามีเหตุที่ผู้ยืมจะต้องรับผิดต่อผู้ให้ยืมก็น่าจะถือได้ว่าผู้ยืมถูกโต้แย้งสิทธิ หน้าที่ของผู้ยืม หน้าที่ของผู้ยืม
หนึ่ง เสียค่าใช้จ่าย สองใช้อย่างระมัดระวัง สามสงวนทรัพย์สินอื่น สี่ส่งคืน
ค่าใช้จ่ายอันเป็นปกติแก่การรักษา เอาไปใช้ตามปกติแห่งสัญญานั้น ถ้าเอาไปใช้นานกว่าที่ใช้ หรือให้บุคคลอื่นใช้ ผู้ยืมต้องรับผิดในความเสียหายบุบสลายนั้น
เอาไปให้บุคคลภายนอกยืม ต่อ สัญญายืมเป็นสัญญาที่คำนึงถึงผู้ยืมเป็นสำคัญ แต่คู่สัญญาจะตกลงกันเป็นอย่างอื่นก็ได้
ไม่เอาไว้นานเกิดสมควร ถ้าผู้ยืมผิดหน้าที่นี้ ผู้ยืมก็ต้องรับผิดแม้จะเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย
มาตรา 644 ต้องสงวนรักษาที่ยืมไปเหมือนเช่นวิญญูชนรักษาทรัพย์สินของตนเอง
คืนไปพร้อมดอกผลด้วยนะครับ คืนไปเมื่อใช้สอยเสร็จ ถ้าไม่มีกำหนดเวลา ในสัญญาก็เมื่อเวลาล่วงไปพอแก่การใช้ ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไปอาศัยหลักเรื่องหนี้ทั่วไป
ทางฝ่ายของผู้ให้ยืมสิทธิมีอะไร เรียกคืนอันเป็นสาระสำคัญของสัญญา
เมื่อเป็นเรื่องการใช้สิทธิ ถ้าไม่มีบทบัญญัติก็ใช้ 193/30 ก็ใช้สิบปี แต่จริงๆแล้วเรียกคืนทรัพย์สินตราบใดเป็นของเราก็เอาคืนตลอดได้ไม่น่ามีอายุความ
ยืมใช้สิ้นเปลือง โดยไม่เกี่ยวกับยืมเงิน
นิยามดูตาม 650 วรรคหนึ่ง
16/25224
กู้เงินภริยาแต่ทำสัญญากู้กับตัวสามีภริยารับทราบรับรู้ถือว่าผูกพัน เอาก๊าซอ๊อกซิเจนไปห้ากิโลกรรมสิบกิโลกรรม เงินตราเป็นวัตถุแห่งสัญญายืมได้หรือไม่ มันอาจจะมีปัญหา บางเรื่องว่าทรัพย์สินที่ยืมไป อยู่ในลักษณะยืมใช้คงรูปหรือยืมใช้สิ้นเปลือง
ทำประกาศติดบอร์ดประกาศคืนมา ยืมใช้คงรูปได้แต่ไปปลูกบ้านจะเป็นยืมใช้คงรูปหรือยืมใช้สิ้นเปลือง เอาไปปลูกเรือน มันต้องเอาไปตกไปแต่ง สภาพก็เสียหายไป สังกะสีที่ยืมไปมันเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่ของผู้ให้ยืม
ผู้ให้ยืมมาขอยืม เอกสารบอกว่าสังกะสีนั้นเป็นการยืมใช้สิ้นเปลืองไม่ใช่ยืมใช้คงรูป ได้ทั้งนั้น ทรัพย์สินทางปัญญายังเป็นวัตถุแห่งสัญญายืมไม่ได้ ยืมใช้สิ้นเปลืองต่างจากยืมใช้คงรูป ค่าตอบแทนของยืมใช้สิ้นเปลือง อาจเป็นเงินที่มากขึ้น เงินที่เห็นชัดคือดอกเบี้ย เป็นค่าตอบแทน
ลักษณะสัญญายืมประการที่สอง คืนทรัพย์สินประเภทเดียวกันได้ ไม่ได้คืนทรัพย์สินที่ยืม ยืมน้ำมันเบนซิน 95 ก็ต้องคืนเบนซิน 95 จะขอคืนด้วยแก๊สโซฮอล์ 91 ไม่ได้
นี่ก็เป็นลักษณะทั่วไปของสัญญา สิทธิหน้าที่ของคู่สัญญา กรรมสิทธิ์โอน เพราะฉะนั้นมีสิทธิใช้อยู่แล้ว หน้าที่ประการใหญ่ๆ
ค่าธรรมเนียมทำสัญญาก็ดี ไม่มีในทางปฏิบัติ ค่าส่งมอบค่าส่งคืน ผู้ยืมเป็นฝ่ายรับประโยชน์
หน้าที่สอง ก็คืนมีคำพิพากษา 3161/2527
ข้อสัญญาเช่นว่านี้ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี
อาจารย์ชอบคำอธิบายที่ว่าขัดหรือไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หาเกี่ยวกับสังคมหรือประชาชนไม่ ข้อตกลงใดก็ตามเป็นข้อตกลงที่เกี่ยวตัวบุคคลหรือสัญญา จึงไม่คัดต่อความสงบหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ถ้ามันไม่เกี่ยวกับสังคมหรือประชาชน 3161 / 2527 เว้นแต่เรียกก่อนครบกำหนดสัญญา อันนี้ก็ต้องรับผิดไปแม้ไม่เกี่ยวกับสัญญาก็ตาม
สละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลา ก็ไปต่อสู้ในเนื้อหาที่ต่อสู้
ตัวอย่างใหม่ๆ ไม่ค่อยมีเลยนะครับ ถ้าไม่มีกำหนดเวลาผู้ยืมจะใช้สิทธิได้อย่างไร
เรียกให้ชำระหนี้ตาม 203 วรรคหนึ่ง ก็เกี่ยวโยงระหว่าง 203 กับ 652 หนี้ถ้าเวลาอันพึงชำระไม่ได้กำหนดไว้ หรือจะอนุมาณจากสัญญาทั้งปวงก็ไม่ได้ 652 บอกถ้าเวลาในกำหนดสัญญา ผู้ให้ยืมจะให้ในเวลาอันสมควรซึ่งเวลาอันบอกกล่าวนั้นก็ได้
กู้ยืมเงินเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลันไม่ต้องบอกกล่าวก่อน เหตุผลอยู่ที่ว่า 652 บอกว่าจะบอกกล่าวก่อนก็ได้ คำว่า ก็ได้ คือไม่ได้บังคับ ก็เป็นบรรทัดฐานนะครับ
2928/2538 ถือว่าคู่กรณีได้ทำสัญญากันใหม่โดยไม่ได้กำหนดเวลา
ก็ถือว่าเป็นการบอกกล่าวทวงถามตาม 652 บางทีคำพิพากษาฏีกาก็ งง ๆ เหมือนกันนะครับ
2938/2539
917/2539
มิใช่การเรียกคืนทรัพย์สินซึ่งยืมไปตาม 652
ทำให้เกิดข้อสรุป ว่า ถ้าเป็นกรณีกู้ยืมเงินให้ไปใช้ 203 ไม่ต้องบอกกล่าว แต่เป็นทรัพย์สินอื่นต้องใช้ 652 อยู่ นะ
อย่างไรก็ตามอาจไม่ใช่การบอกกล่าวเพื่อเลิกสัญญา เมื่อเป็นผู้ผิดนัดก็เรียกดอกเบี้ยได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้อ้าง 652 ให้ งง นิดหน่อย
ถ้าสามารถอนุมาณจากพฤติการณ์ ได้ ก็ต้องทวงถามก่อน
ก็เรียกว่าพฤติการณ์พึงอนุมาณได้ คืนที่ไหน อันนี้ รู้ไว้นิดหนึ่งว่าคืน ณ สถานที่ที่กำหนดในสัญญา เป็นหน้าที่ของผู้ยืมต้องไปชำระหนี้ในภูมิลำเนาของผู้ยืม
อายุความเรียกคืนไม่ได้มีกำหนดไว้ในลักษณะยืมใช้สิ้นเปลืองก็ไปใช้อายุความทั่วไป แต่ถ้าการยืมซึ่งผ่อนชำระคืนเป็นงวดๆ ต้องใช้ 193/3 อนุสอง อายุความห้าปี ผ่อนยืมเพื่อการศึกษา สองปี ระวังนะครับ
1887/2541
การผ่อนต้นเงินคืนเป็นงวดๆ แต่ถ้าดอกเบี้ยค้างชำระไม่ว่ากรณีใดๆมีกำหนด ห้าปีเสมอ ตามอนุหนึ่ง ไม่ใช่อนุมาตราสอง