สรุปคำบรรยายวิชากฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398 (ค่ำ) ครั้งที่ 3 -4

797 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Jun 17, 2010, 12:11:09 AM6/17/10
to LAWSIAM

<A HREF="http://www.thaijustice.com/webboard.asp?sub=0&id=1501710">สรุปคำบรรยายวิชากฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398 (ค่ำ) ครั้งที่ 1</A>

<A HREF="http://www.thaijustice.com/webboard.asp?sub=0&id=1509521">สรุปคำบรรยายวิชากฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398 (ค่ำ) ครั้งที่ 2</A>

หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์เดชา  สิงห์ทองผู้บรรยาย  , บิดามารดาข้าพเจ้าขอบคุณ. http://www.muansuen.com และคุณ admin ที่นำ flie เสียงมาลงแบ่งปันให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ชั่วโมงที่ 3 วันที่ 8 มิถุนายน 2553

            ลักษณะหก ตั้งแต่ 217 เป็นต้นไป ความผิดลักษณะนี้ดูการกระทำหลายอย่างที่กระทบประชาชนส่วนรวม

            อันแรกคือวางเพลงตั้งแต่ 217 220 225 ประการที่สองทำให้เกิดละเปิด 221 222 ประการที่สามทำให้อันตรายต่อสิ่งปลูกสร้าง ประการที่ห้าอันตรายแก่การจลาจล หก อันตรายต่อการขนส่ง เจ็ดอันตรายต่อประชาชนในการผลิตไฟฟ้าหรือน้ำ แปดทำให้การสื่อสารขัดข้อง เก้า อาหารยาน้ำเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และก็มีกรณีที่ได้รับโทษน้อยลง หรือเหตุฉกรรจ์ได้รับโทษหนักขึ้น

            ข้อควรจำ ความผิดในลักษณะนี้จะมีการกระทำในฐานอื่นปนอยู่ด้วยเป็นส่วนมากคือ ฐานทำให้เสียทรัพย์

            อาจจะเป็นความผิดต่อชีวิตร่างกาย นี่คือการตอบคำถามของการเรียน ตามลักษณะนี้ มาตรา 220 หกมาตรามีองค์ประกอบสำคัญคือที่น่าจะเป็นอันตราย หรือเป็นเหตุให้เกิดอันตราย ดูที่ว่าในแง่การกระทำมีเจตนาอย่างไร องค์ประกอบเช่นว่านี้แม้น่าจะเป็นอันตรายไม่ใช่ผลของการกระทำ ตามลักษณะนี้ถ้อยคำต่างๆเหล่านี้ ไม่ใช่ผลของการกระทำเป็นพฤติการณ์ประกอบการกระทำ ถ้าไม่อาจเกิดความเสียหายก็ขาดองค์ประกอบ ไม่เป็นพยายาม ที่ไม่บรรลุผล ถ้าการกระทำนั้นมีลักษณะน่าจะเกิดอันตรายเป็นความผิดสำเร็จเลย ยกตัวอย่างเช่นทางรถไฟตามมาตรา 230 หลุดแล้วก็น่าจะเป็นอันตรายแล้ว ไม่ต้องรอจนรถไฟตกรางก็เป็นผลสำเร็จแล้ว

            ตรงนี้เป็นความผิดสำเร็จแล้วไม่ต้องรอจนตกราง เช่น เอาก้านกล้วยไปวางที่รางรถไฟไม่น่าจะเกิดอันตรายก็ไม่ครบองค์ประกอบความผิด แต่ถ้า การกระทำนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแล้วแต่ยังทำไม่เสร็จก็เป็นพยายามได้ เช่น กำลังงัดรางรถไฟ อย่างนี้เป็นพยายามแล้ว

            ต้องรู้ข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิด

            ไม่ถึงกับขั้นเล็งเห็นผลแต่ถึงขั้นน่าจะเกิดอันตรายก็เพียงพอแล้ว ถ้าเล็งเห็นผลถือว่าผิดเต็มๆ เช่นวางเพิลงเผาทรัพย์ ก็นั่นแหละครับ ไม่ใช่น่าจะเกิด กฎหมายบัญญัติว่าผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น องค์ประกอบภายนอกก็คือวางเพลิงเผา

            ทรัพย์ของผู้อื่น เจตนาก็คือเจตนาธรรมดา วางเพลิงเผาไม่ได้หมายความว่าเอาเพิลงไปวางเฉยๆ คำว่าเผาก็คือทำให้ขณะ ไหม้ไฟ

            ต้องถึงขนาดไหม้สิ่งของด้วย ตรงนี้วางเพลิงเผาเทียบกับ 225 จะเห็นชัด คือ เรื่องกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทกระทำให้ทรัพย์ผู้อื่นเสียหาย กระทำให้เกิดเพลิงไหม้แต่ไม่ได้ทำให้ไหม้ทรัพย์ผู้อื่น จะต่างกันนิดหนึ่งเพราะฉะนั้น ถือเป็นความผิดสำเร็จต้องไหม้ไฟด้วย ยกตัวอย่างเอาเผากิ่งไม้ ไฟลุกที่ตัวไม้ เรียกว่าไหม้ไฟ จุดไฟ เผาถ่าน หรือว่าไม้ แต่ไฟยังไม่ลุก อันนี้ก็ยังไม่ไหม้ไฟ จะต้องมีผลจึงจะเป็นผิดสำเร็จ

            ยกตัวอย่างเช่น แดงแล้วหรือธูปจุดไฟ จะเห็นว่าแดงแล้วลามไปเรื่อย อันนี้คือไหม้แล้ว ติดไฟไหม้แล้วแม้จะดับได้ ก็เป็นความผิดที่สำเร็จตั้งแต่ตอนไหม้แล้ว

            เพียงแต่จุดธูปเพื่อลามไปถึงดินปืนเพื่อให้ลามไปถึงถังเบนซินเป็นเพียงแต่ขั้นพยายามวางเพลิง จุดประสงค์ก็เพื่อให้ไปติดดินปืน จึงเป็นเพียงพยายามวางเพลิง เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าไหม้แต่เชื้อ เป็นขั้นพยายามการลงมือกระทำความผิด เช่น ใช้ผ้าปั้นชุบ เพื่อให้ติดไฟ เป็นพยายามวางเพลิง 446/2486

            การทำให้ไหม้ไม่ต้องไปจุดไฟอย่างเดียว อาจใช้แว่นขยายแสงอาทิตย์หรือวิธีการใดๆก็แล้วแต่ หรือไม่ก็ใช้วัตถุเคมีต่างๆก็ได้

            ทรัพย์ที่จะเผา ถ้าเป็นวัตถุมีรูปร่างก็เห็นชัด

            ทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างบางอย่างก็เป็นทรัพย์ได้ แต่จะเป็นวัตถุตามมาตรานี้ต้องมีรูปร่าง เพื่อให้เผาได้

            522/2475 เผารั้วบ้านผิดนะครับ แต่ถ้าดึงรั้วบ้านออกมาแล้วไปเผา ไม่ผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ผิด ทำให้เสียทรัพย์

            6666/2542

            3643/2526

            ทรัพย์ที่ไม่มีเจ้าของ สาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่ใช่กรรมสิทธิ์ผู้ใด การเผาป่าไม้จะผิดตามมาตรานี้ ทรัพย์สินของรัฐที่ถือกรรมสิทธิ์ของเอกชน

            ตามมาตรานี้เป็นเหตุที่ต้องเป็นทรัพย์ของผู้อื่น ถ้าเจ้าของยินยอมให้เผา ไม่ผิดตามมาตรานี้ ถ้าเขายินยอมก็มีความเป็นเจ้าของอยู่ด้วย

            แต่อาจผิดตาม 220 ได้

            ต่อไป 218 กฎหมายบัญญัติว่าผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์ดังต่อไปนี้ เช่นโรงเรือนที่อยู่อาศัย โรงเผาศพหรือสถานที่ประชุม  ฯลฯ

            มาตรานี้เป็นเหตุฉกรรจ์ของการวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ตาม 217

            จะเห็นว่าผู้ใดทำให้เกิดเพลิงไหม้ทรัพย์ของตนเองแต่ถ้าน่าจะเกิดอันตรายต่อ 218 ก็ไปรับโทษตาม 218 ดูประกอบกัน สำหรับที่ว่าเป็นเพียงรอยเกรียมดำแต่ไม่ไหม้ยังไม่เป็นความผิดสำเร็จ

            6984/2549

            ส่วนของโรงเรือนยังไม่ปรากฏรอยไหม้ ที่ใช้เป็นผนังของบ้านเท่านั้นแม้จะได้ความว่ามีการจุดไฟจากการวางเพลิงแล้วก็ตาม หากแต่เพลิงนั้นต้องเผาจนโรงเรือน นั้นด้วย ยังถือไม่ได้ว่ามีความผิดสำเร็จ แต่เสื่อน้ำมันเป็นเพียงทรัพย์สินของโรงเรือน

            โรงเรือนตัวอย่างนี้ก็น่าจะเป็นแบบเรือนพัก ก่อสร้างเศษไม้มาปูกับพื้นบ้าน เสื่อน้ำมันปูรองนอนก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโรงเรือน 6984/2549

            ข้อเท็จจริงคือเอาทินเนอร์ไปราดแล้วจุดไฟเผา วงเล็บหนึ่งต้องเป็นเรือน ไม่รวมถึงบริเวณที่อยู่อาศัยนั้นด้วย

            ไม่เหมือนกับลักทรัพย์ในเคหะสถาน

            1412/2504

            ข้อสังเกตฏีกานี้ พิจารณาจากทั้งแถว แม้บางห้องไม่มีคนอยู่อาศัย แต่ว่าห้องข้างเคียงยังมีคนอยู่อาศัยอยู่

            อีกตัวอย่างหนึ่ง 605/2521 ห้องแถวสองชั้นชั้นล่าง ขายของ ชั้นบนใช้นอน ถือว่าเป็นที่อยู่อาศัยทั้งข้างบนและข้างล่าง

            114/2531 จำเลยเผาที่นอนในห้องโรงน้ำชา เพราะไม่พอใจหญิงบริการ ย่อมเล็งเห็นผลว่าจะไหม้โรงเรือนทั้งหมด และ โรงน้ำชามีคนอยู่อาศัยจึงผิด

            115/2542 วางเพลิงเผารถที่เก็บอยู่ในโรงเก็บรถที่ติดกับโรงเรือนที่คนอยู่อาศัย ย่อมเล็งเห็นผลว่าไฟจะลุกลามไปถึงเรือนที่คนอยู่อาศัยด้วย

            5058/2521 จำเลยป่วยเป็นโรคจิต พูดคนเดียว ใช้ไม่ขีดเผา เป็นการกระทำจิตบกพร่อง แต่ยังบังคับตนเองได้บ้าง

            สำหรับอนุมาตรา 2 ตัวอย่างก็คือโรงข้าวหรือยุ้งข้าวนั่นเองนะครับ

            ใช้เพื่อเอกชนหรือจอดเฉยๆไม่เข้ามาตรานี้ นี่คือ 218 ต่อไปมาตรา 219 ผู้ใดตระเตรียมเพื่อประกอบการดังกล่าว ต้องระวางโทษ

            เพราะเหตุที่บัญญัติ เป็นเรื่องการพิสูจน์วางเพลิงที่มันไม่สำเร็จมันยาก ก็เลยเอาผิดตั้งแต่ขั้นตระเตรียมซะเลย

            204/2475

            6737/2548

            ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่ามีไม้ขีดอะไร ก็อาจเป็นตระเตรียมได้ ต่อไปมาตรา 220 ทำให้เกิดเพลิงไหม้แม้เป็นของตนเอง แต่ทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น

            องค์ประกอบ คือทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆแม้เป็นของตนเอง

            ถ้าไม่มีพฤติการณ์ ก็ไม่เป็นพยายามแล้ว ตัวอย่างจุดไฟเผาไร่ใกล้สวนของผู้อื่น ไฟลุกลามใกล้บ้านจะมีความผิดฐานนี้ประกอบ 218

            1048/2494

            ผิดฐานนี้ประกอบด้วยมาตรา 18 คือผิดตาม 220 วรรคสองไม่ใช่กรรมเดียวหลายบทนะครับ ตัวอย่างเผากอหญ้าและไม้แหงในไร่

            ไม่ใช่ทรัพย์ตาม 228 ตัวอย่างเผาบ้านตนเอง แต่ไม่น่าเกิดอันตรายแก่ผู้อื่นเนื่องจากฝนตกหนักไม่ลุกลาม ไม่เป็นความผิดฐานนี้

            341/2478 เผาหญ้าในป่าแต่ไม่น่าเกิดอันตรายไม่เป็นความผิดฐานนี้

1021/2500

            เจตนาคือเจตนาธรรมดา ต่างจากคนที่เล็งเห็นให้การกระทำมีเจตนาได้นะครับ คือการกระทำตามมาตรานี้แม้จะเกิดอันตรายแก่ทรัพย์ตาม 218 ก็ไม่ผิดตาม 218 เพียงแต่ต้องรับโทษตาม 218 เท่านั้น ต้องระวางโทษตาม 224 ด้วย การกระทำตาม 220 ก็ไม่ผิด 218 เพียงแต่รับโทษตาม 218 เท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าไม่เข้ามาตรา 224 ก็เข้าตามนี้นะครับ เปรียบเทียบกันไว้ ทรัพย์นั้น 218

ชั่วโมงที่ 4 วันที่ 15 มิถุนายน 2553

            มาตรา 221 บัญญัติว่าผู้ใดกระทำให้เกิดระเบิด  การกระทำให้เกิดระเบิดอาจใช้ตัววัตถุระเบิดก็ได้ หรือทำโดยวิธีอื่นทำให้เกิดระเบิดก็ได้ หม้อน้ำอะไรพวกนี้ก็ได้ ไฟกับน้ำมันเบนซิน

            ดูฏีกาเก่าๆ 210/2498

            น่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น นี่คือ มาตรา 221

            ส่วน 222 ผู้ใดกระทำข้อสอง เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ ทรัพย์ของผู้อื่น ก็ให้ระวังโทษตาม 217 หรือ 218 มาลงโทษตาม 222 อันนี้ต้องการให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ ไม่เหมือนกับบุคคล การทำให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์

            ก็ต้องระวางโทษอย่างที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ

            ต่อไป 223 ทำผิดต่อ 218 ข้าม 219 ถึง 221 ถ้าทรัพย์ที่เป็นอันตรายนั้นราคาน้อย และไม่น่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคล ตามมาตรานี้ เป็นทั้งความผิดสำเร็จและความผิดพยายามด้วย

            กรณีนี้ก็ต้องตีความว่า กรณีตาม 217 218  ถ้าดูตาม 223 ทรัพย์ที่น่าจะเป็นอันตราย การพยายามกระทำความผิดตาม 223 นั้นเป็นได้ แต่การตระเตรียมการต้องระวังต้องดูดีๆด้วย อาจเป็นการตระเตรียมทรัพย์ตาม 217 218 ก็ต้องแยกให้เห็นขึ้น เพราะตระเตรียมการ 223 ไม่เป็น 219

            ก็ไม่ใช่เรื่องตระเตรียม

            ทรัพย์ที่เป็นอันตราย  ทรัพย์ที่น่าจะเป็นอันตรายราคาน้อยๆเป็นกรณีตาม 220 วรรคแรก ก็คือกรณีตาม 217 218 220 วรรคสอง ส่วนการกระทำที่ไม่น่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นตามมาตรานี้ ก็คือ ตาม 220 221

            ข้อไหนเป็นทรัพย์ราคาเล็กน้อย ก็เป็นการวินิจฉัยเป็นเรื่องๆไป

            899/2476  

            อีกฏีกาหนึ่ง 1459/2482 เผาเรือนของภริยา ไฟไหม้เสียหาย ยี่สิบสตางค์

            622/2483 เผาป่าไฟลามไหม้มะพร้าวในสวน

            860/2484 เรื่อนหรือกระท่อมกว้างยาวแปดศอก ขนาดเล็ก

            81/2501 กระท่อมสำหรับพักในฤดูทำนา ราคา 413 บาท ราคาเล็กน้อยและไม่น่าจะเป็นอันตราย คืออยู่โดดเดี่ยวกลางนา

            722/2545 ประตูบ้านทำด้วยไม้มักค่า เป็นทรัพย์ที่มีราคาน้อย ดับไฟได้ทันไม่น่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น อันนี้ก็พิจารณาจากเป็นต้น

            377/2461 เผาสำนวนในศาล เป็นอันตรายได้

            495/2477 เผาเรือนไม้กาบกันสาดสี่ตับ ไม่ใช่เล็กน้อย

            2041/2497 เรื่อนเสาไม้ ราคา 150 บาท มีข้าวสาร เครื่องใช้ เสื้อผ้า เป็นที่อาศัยของครอบครัวสี่คน สำนวนแก่อัตภาพแก่ชนบท ไม่ใช่โรงเรือนชั่วคราว ก็จะเป็นอันตราย ทรัพย์สี่ร้อยกว่าบาทไม่ใช่เล็กน้อย ตามชนบท

            อีกเรื่องหนึ่ง 446/2486 เรือนหลังคามุงแฝก น่ากลัวอันตราย

            703/2500 เผากอหญ้าและหญ้าแห้งในไร่ เป็นการน่ากลัวอันตรายไม่เข้าบทอัตราโทษเบา

389/2483 เผาเรือนตอนกลางวัน

            ต่อไป 225 ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท ต้องระวางโทษจำคุกขณะเกิดเหตุ

            แยกองค์ประกอบภายนอก

            เป็นตัวทรัพย์ ประการแรกคือทำให้เกิดเพลิงไหม้เป็นเหตุให้ทรัพย์เสียหาย และโดยประมาท  

            ประการที่สอง น่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้สำหรับมาตรานี้กระทำให้เกิดเพลิงไหม้ ทรัพย์ตนเองก็ผิดตาม 220 ได้ด้วย

            อันตรายที่ลดลงมาก็เป็นความผิดตามมาตรานี้ ก็เป็นเหตุให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย

            ผลประการแรกต้องเป็นผล ประการที่สองพฤติการณ์ประกอบการกระทำ

            เผาหญ้า ผิดตามมาตรานี้ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์

            1021/2500

            อย่างเช่นตัวอย่างเผาสวนตัวเอง ถางต้นไม้กันไฟแล้ว ปล่อยให้ไฟคุขอนไม้สามสี่วัน ผิดตามมาตรานี้ถือว่าประมาทแล้ว 2090/2526

            ร่วมกันลักน้ำมันจากปั้มใช้สายยาง ดูดใช้แบตตารี่ต่อ สูปได้สี่ถัง จำเลยที่สองดึงสายไฟเพื่อไปใส่ขั่วอื่น จำเลยที่สามชะโงกหน้าดู มีประกายไฟเกิดขึ้น ไปติดไอระเหย เพลิงไหม้อาคารและทรัพย์อื่น แม้ไม่ใช่ผู้ดึงสายไฟและแบตตารี่

            การไม่ระมัดระวัง ก็เป็นประมาท

            อีกฏีกา พ กับ ส ช่วยกันจุดไฟเผาหญ้าตามร่องสวน พ เดินทางกลับ ส ยังอยู่ และมี ค ช่วยกันดับไฟ ไม่เกินกำลังบุคคลทั้งสอง พฤติการณ์อย่างนี้สอให้เห็นว่าประมาทหรือไม่

            ไฟลุกไหม้เกิดจากความประมาทของ ส  พ กลับไปก่อน ก็ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าประมาท

เพราะฉะนั้นจะไม่ใช่ตัวการร่วมอย่างฏีกาลักน้ำมันอย่างฏีกาเมื่อสักครู่

            6511/2534

            ต่อไปดูมาตรา 236 กระทำการใดๆ แก่โรงเรือน หรือสิ่งที่เป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ มาตรานี้ไม่ทำให้เกิดเพลิงไหม้หรืออะไรแล้ว แยกองค์ประกอบภายนอก กระทำด้วยการใดๆ แก่โรงเรือน อู่เรือ ที่จอดรถหรือทางสาธารณะ

            พฤติการณ์ประกอบการกระทำ จนน่าจะเป็นเหตุอันตรายแก่บุคคลอื่น สำหรับการกระทำต่างๆ ไม่ต้องถึงกับทำให้ชำรุด โรงเรือนอย่างที่บํญญัติไว้ 218 อู่เรือที่จอดรถ

            สิ่งปลูกสร้าง ไม่ใช่โรงเรือนแน่ อาจเป็นอ่างเก็บน้ำ เครื่องจักรเครื่องกลสายไฟฟ้า

            หมายถึงสายไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าเดินแล้ว เช่นรั้วป้องกันเครื่องไฟฟ้าป้องกันอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ที่ว่าแล้วว่าจนน่าจะทำให้เกิดอันตราย ส่วนบุคคลก็บุคคลจริงๆ น่าจะเกิดอันตรายแก่บุคคล ไม่รวมทรัพย์ตัวอย่างง่ายๆก็เช่น เอาให้เห็นชัดๆ นั่งร้างที่ทาสี ซ้อมฉาบปูนนั่งร้างทำให้พลัดตกลงมาได้ แล้วน่าจะเป็นอันตราย ตัวอย่างแค่เพียงน่าจะเป็นอันตรายก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว

            ถ้านั่งร้านสูงมากอาจจะมีเจตนาเล็งเห็นผลให้เขาตายได้ก็เป็นเรื่องฆ่าผู้อื่นแล้ว นั่นคือมาตรา 226 ส่วน 227 ผู้ใดมีวิชาชีพ ออกแบบ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์โดยพฤติการณ์ที่น่าจะทำให้เกิดอันตราย นี่คือ 227 องค์ประกอบภายนอกก็คือเป็นผู้มีวิชาชีพ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ องค์ประกอบภายในก็คือเจตนาธรรมดา

            คือรู้ว่ามีหลักเกณฑ์อันพึงกระทำนั้นแล้วไม่ปฏิบัติตาม ตัวอย่าง ฏีกา 3793/2543

            น่าจะจำกันได้ คือฏีกาที่โคราชพังมา ศาลฏีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นวิศวกร ซึ่งกำหนดรับน้ำหนักได้สี่ชั้น

            นอกจากนี้ จำเลยดูแบบแพลน แสดงว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่ออกแบบ เมื่อพบเห็นควรหาที่ถูกต้อง แต่จำเลยก็หาทำเช่นนั้นไม่ จำเลยมีความผิดตาม 227 ลงโทษจุกตลอดชีวิต โรงแรมที่โคราชพัง ประมาน ปี 34 33

            ไม่มั่นคงแข็งแรงน่ากลัว ผลที่เกิดขึ้นตามมาตรานี้ก็คือผลที่ตามธรรมดาผู้ทำต้องรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำความผิดตามมาตรานี้คือผู้มีวิชาชีพ ผู้ใช้ให้กระทำความผิดก็ต้องเป็นผู้มีวิชาชีพถ้าไม่ใช่ เป็นได้เพียง 226 เท่านั้น  

            มาตรา 228 วรรคแรกเป็นพฤติการณ์ประกอบการกระทำน่าจะเป็นอันตราย ก็แยกองค์ประกอบได้ดังนี้ กระทำด้วยประการใดๆ อย่างเช่น 226 ซึ่งกว้างมาก น่าจะเป็นอันตราย แก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น

            มีเจตนาธรรมดาและเจตนาพิเศษ ก็เพื่อให้เกิดอุทกภัยและการใช้น้ำ ซึ่งเป็นสาธารณูปโภค อย่างที่พูดแล้วการกระทำไม่จำกัดวิธีการ ปิดกั้นเหมือนน้ำ เพื่อให้เกิดอุทกภัย แต่เจตนาพิเศษต้องเพื่อให้เกิดอุทกภัย ต้องมีเจตนาพิเศษตรงนี้ ส่วนพฤติการณ์ประกอบนั้น ต้องเป็นเรื่องของสาธารณูปโภค เป็นสิ่งที่ใช้สำหรับสาธารณะ และน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลด้วย

            1240/2504 ปิดกั้นน้ำในคลองสาธารณะเพื่อให้เข้าที่น่าในที่สูง เป็นความผิดตามมาตรานี้

คือที่ติดกันก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นที่ต่ำเท่ากับ เจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดน้ำท่วมก็คืออุทกภัย

            ฏีกานี้ก็วินิจฉัยไว้ อีกฏีกาหนึ่ง ฏีกาที่ 1019/2504 ผู้กระทำต้องรู้ข้อเท็จจริงว่าเป็นสาธารณูปโภคไม่มีความผิดตามมาตรานี้ต้องรู้ข้อเท็จจริงว่าเป็นสาธารณูปโภค

            ฏีกาที่ 129/2532 จำเลยก่อสร้างซ่อมแซมทำนบที่กั้นลำห้วยสาธารณะ ที่ให้ราษฏร์ จับเป็นฤดูแล้งไม่ผิดมาตรานี้และ 358 คือไปซ่อมแซมไม่ได้มีเจตนาทำให้เกิดอุทกภัย

            ส่วนวรรคสองเป็นผลที่ตามธรรมดาย่อมเกิดขึ้นได้ตามมาตรา 63

            ส่วน 229 กฎหมายบัญญัติว่าผู้ใดทำให้ทางสาธารณะ หรือที่ขึ้นลงของอากาศยานต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิดห้าปีและปรับไม่เกิดหนึ่งพันบาท แยกได้ดังนี้คือ กระทำการใดๆ

            ข้อสำคัญคือ ได้เป็นเหตุหรืออันตรายแก่การจราจรด้วย

            ไม่จำกัดวิธีการแต่ต้องทำต่อทางสาธารณะและส่วนของทางสาธารณะ ซึ่งได้แก่ทางบกทางน้ำสำหรับประชาชนใช้ในการสัญจร

            รวมถึงสะพานหรือทางสาธารณะนั้นด้วย

            899/2499

            ส่วนของทางสาธารณะตามตัวบทมาตรานี้คือประตูน้ำทำนบเขื่อน ไม่รวมอยู่ในมาตรานี้

            เป็นพฤติการณ์ประกอบการกระทำ พิจารณาจากความรู้ทั่วๆไป การกระทำต้องมีสิ่งต่างๆที่กล่าวมา เช่น ทำให้ทางสาธารณะเป็นหลุม ทำให้สะพานจวนจะพัง อันนี้ไม่รวมถึงการเอาสิ่งไปกีดขวาง ต้องทำให้สิ่งต่างๆตกอยู่ในอันตราย 119/2516 ทำคันดินขวางถนน ที่ยกให้เป็นทางสาธารณะทำให้เกิดอันตรายแก่ทางจลาจล

            องค์ประกอบภายในคือมาตรา 59 เกิดผลต่อสิ่งที่ระบุไว้ ไปถอนตะปูสะพานไม้ เล็งเห็นผลคือ การกระทำที่ให้ตะปูหลุด พิเคราะห์พฤติการณ์ของบุคคลทั่วไป ก็ดูการกระทำข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ การกระทำถ้าถอนไปตัวหนึ่ง ก็ขัดองค์ประกอบอยู่ดี ตะปูถูกถอนหรือหลุดไปแล้ว ถ้าเจตนากระทำแล้วเพื่อให้เกิดสภาพที่น่าจะเป็นอันตรายตะปูไม่หลุดเป็นพยายามได้ ถ้าถอนตะปูหลุดในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายแล้วผิดสำเร็จแล้ว อันนี้ดูพฤติการณ์ 229 ก็ดูที่ความรู้สึกของบุคคลทั้วไป

puntip

unread,
Jun 21, 2010, 7:55:30 AM6/21/10
to LAWSIAM


---------- จดหมายที่ถูกส่งต่อ ----------
จาก: nobita kwang <nobita...@gmail.com>
วันที่: 17 มิถุนายน 2553, 11:11
หัวเรื่อง: [LAWSIAM.COM:4631] สรุปคำบรรยายวิชากฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398 (ค่ำ) ครั้งที่ 3 -4
ถึง: LAWSIAM <law...@googlegroups.com>
--
~~~ ร่วมกัน ถาม-ตอบ คนละ 1 คำถาม สร้างความรู้ใหม่ได้มหาศาล ~~~~
 
************************************************************************************
 
คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณเป็นสมาชิกกลุ่ม Google Groups กลุ่ม "สังคมนักกฎหมายไทย "
 
หากต้องการโพสต์ข้อความ เข้ากลุ่มนี้ ให้ส่งอีเมลไปที่ law...@googlegroups.com (ตั้งกระทู้อัตโนมัติ)
 
หากต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิกกลุ่ม ส่งอีเมลไปที่
lawsiam-u...@googlegroups.com(กดยืนยัน ที่อีเมล์อีกครั้ง!)
หากต้องการดูตัวเลือกเพิ่มเติม โปรดไปที่กลุ่มนี้โดยคลิกที่
http://groups.google.com/group/lawsiam?hl=th
 
************************************************************************************

สมศักดิ์ เทพพิชิตสมุทร

unread,
Aug 13, 2010, 5:40:57 AM8/13/10
to nobita...@gmail.com, lawsiam
ขอบคุณ คุณ Nobita and Lawsiam มากๆๆ เลยนะครับ มีข้อมูลอัพเดทยังไงก้อขอรบกวนอีกนะครับ ขอให้มีความสุขมากๆๆนะครับ
 
สมศักดิ์

---------- จดหมายที่ถูกส่งต่อ ----------
จาก: puntip <puntip.uy@gmail.com>
วันที่: 21 มิถุนายน 2553, 18:55
หัวเรื่อง: Fwd: [LAWSIAM.COM:4641] สรุปคำบรรยายวิชากฎหมายอาญา มาตรา 209-287, 367-398 (ค่ำ) ครั้งที่ 3 -4

NeTiiiiTh62 PS

unread,
Aug 14, 2010, 8:17:49 AM8/14/10
to nobita...@gmail.com, law...@googlegroups.com

๏ฟฝอขอบ๏ฟฝุณ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝอน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝาก๏ฟฝะค๏ฟฝ ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝีน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ่งปัน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝวกับ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝยนเนต๏ฟฝ๏ฟฝ ๏ฟฝ๏ฟฝอดหน๏ฟฝ่งปีท๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝาน๏ฟฝ๏ฟฝ ๏ฟฝิฉัน๏ฟฝ๏ฟฝเนต๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝหน๏ฟฝ่งป๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝวนหน๏ฟฝ่งก๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝะข๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝลด๏ฟฝ๏ฟฝอง๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝอน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝุก๏ฟฝ๏ฟฝาน ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝอน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝสบ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ ๏ฟฝีค๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝุข๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝิญ๏ฟฝ๏ฟฝ่งข๏ฟฝ๏ฟฝไปนะค๏ฟฝ



 

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages