สรุปคำบรรยาย เนติภาคค่ำ มรดกสัปดาห์ที่ 2 จ 1/06/09

1,688 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Jun 2, 2009, 9:15:45 PM6/2/09
to LAWSIAM, STDศูนย์รวบรวมและสรรสร้างข้อมูลกฎหมาย -
หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ รศ.พรชัย สุนทรพันธุ์ ผู้บรรยาย   ,  ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า

ครั้งที่ 2 . (มาตรา 1600 ทรัพย์มรดก)

คราวที่แล้วนะครับ เราได้พูดถึงในเรื่องเกี่ยวกับมรดกคืออะไรบ้าง แล้วก็ได้บอกว่าเป็นสาระสำคัญในเรื่องทรัพย์สิน ระหว่างสามีภริยา เพราะว่าพอมีการตายเกิดขึ้น การตายก็เป็นความสิ้นสุดของสามีภริยา  และกฏหมายครอบครัวก็ต้องไปคำนึงมีทรัพย์สินอะไรบ้าง

เมื่อวานนี้ข้อสอบปากเปล่าถามว่าสินสมรสคืออะไร ก็ไม่มีคนสอบตกหรอกนะครับแต่ก็ต้องมีการโยกไปโยกมา

ตรงนี้การที่เราสอนคุณเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก็ต้องกระชากมาให้ได้ ว่าก็ต้องแบ่งครึ่งแล้วก็จะทำล้ำในส่วนของภริยาคุณไม่ได้  ซึ่งก็เคยมีฏีกา ที่ตัดสินว่า แม้จะยอม ก็เป็นโมฆะ

ข้อตกลงการทำพินัยกรรมนี้มันก็เป็นนิติกรรมนะครับ ถ้าขัดต่อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบก็เป็นโมฆะ

วันนี้เราก็จะมาดูแล้วนะครับว่ามรดกคืออะไร เปิดมาตรา 1600 นะครับ ก็คงจะซื้อประมวลกันได้แล้วนะครับ วันนี้ก็ขายหนังสือ ลดราคา 20 เปอร์เซ็นต์ ภายในอาทิตย์นี้ บางเล่มเท่านั้น ก็ยอมให้เขา เพราะเป็นเทศกาลของหนังสือ ที่ลดได้ 20 เปอร์เซ็นต์

คราวนี้เรามาดูว่ามาตรา 1600 บัญญัติว่าอย่างไร เขาบอกว่า

             มาตรา 1600  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

 ก็ถ้าเป็นของเราเท่าไหร่ก็จะทำพินัยกรรม ได้เท่านั้นไม่งั้นก็ขัดกับมาตรา 1646  มาตรา 1646  บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้ เฉพาะส่วนของตนเองเท่านั้น กรรมสิทธิ์ของผู้ตายก็เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาด้วย

ก็มรดกต้องไม่ใช่จากการที่เกิดจากความตาย ก็เคยออกข้อสอบมาสี่ครั้งได้

ก็มีคดีป๊อปปูล่า ครูสิงห์ดำ เกลียดลูกเมียอย่างไรไม่รู้ ครูสิงห์ดำเป็นครู ระเบียบก็บอกว่า ก็หักจากเงินเดือนๆละ 10 บาท แต่อย่าหมิ่นว่าเงินน้อยนะครับ ก็สมาชิกทั่วประเทศนะครับ คนที่รับก็ หกเจ็ดแสนนะครับ

ระเบียบก็บอกว่าตกแก่ลูก เมีย แม่ คนละเท่าๆกัน ก็ เลยเกิดไอเดีย ยกเงินนี้ให้แม่ ครูสิงห์ดำก็ตาย

ศึกษาธิการ ก็ไม่ยอมจ่าย

ฎ.132/2507 เงินช่วยเพื่อนครู (ช.พ.ค.) ซึ่งสมาชิกช่วยกันบริจาคเพื่ออนุเคราะห์ช่วยเหลืองานศพและครอบครัวของสมาชิกคนใดคนหนึ่งซึ่งถึงแก่กรรมลงนั้นไม่ใช่กองมรดกของผู้ตายผู้ตายจึงทำพินัยกรรมยกให้ใครไม่ได้

ก็เป็นฏีกาที่บอกว่าเป็นเงินที่ได้มาเพราะความตาย ไม่ใช่ทรัพย์มรดก

นอกจากนี้แล้ว ก็มีฏีกา ที่ธนาคารกรุงเทพ ก็มีสมาชิกเพื่อนช่วยเพื่อน ศพละ 20 บาท แล้วก็ระบุผู้รับเงินได้ ตอนนั้นยังไม่แต่งงาน ก็ ระบุให้แม่ ทำประกันชีวิต ก็ให้แม่ แล้วต่อมาแต่งงาน แล้วก็ตาย ผู้หญิงก็อายัดเลยครับ

ฎ.4714/2542

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1470 ที่กำหนดให้ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาประกอบด้วยสินส่วนตัวและสินสมรสนั้นหมายถึงทรัพย์สินที่สามีภริยามีอยู่ในขณะที่เป็นสามีภริยากัน ณ. ถึงแก่กรรมย่อมทำให้การสมรสระหว่าง ณ. กับโจทก์สิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 เงินชดเชยเป็นเงินที่เกิดขึ้นเนื่องจากความตายของ ณ.และได้รับมาหลังจาก ณ. ถึงแก่กรรมไปแล้วจึงไม่เป็นสินสมรสระหว่าง ณ. กับโจทก์และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1600 ที่กำหนดให้ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายตลอดทั้งสิทธิ หน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เป็นมรดกของผู้ตายนั้น ทรัพย์สินหรือสิทธิเช่นว่านี้ต้องเป็นของผู้ตายอยู่แล้วในขณะที่ผู้ตายถึงแก่กรรม แต่สิทธิที่จะได้รับเงินค่าชดเชยเป็นสิทธิที่เกิดขึ้น เนื่องจากความตายของ ณ. มิใช่เป็นเงินหรือสิทธิเรียกร้องที่ ณ. มีอยู่แล้วในระหว่างมีชีวิตหรือขณะถึงแก่กรรมจึงมิใช่เป็นทรัพย์มรดกของ ณ.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1625 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดให้มีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อแยกเป็นมรดกของผู้ตาย กับทรัพย์สินของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วนำมรดกของผู้ตายมาแบ่งปันให้แก่ทายาท เท่านั้น หาใช่เป็นการกำหนดให้ต้องนำมรดกของผู้ตายมาชดใช้สินสมรสของคู่สมรสของผู้ตาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิใด ๆ ในเงินกองทุนเลี้ยงชีพ สิทธิในการได้รับเงินเพื่อนช่วยเพื่อนเกิดขึ้นเนื่องจากความตายของ ณ.มิใช่เป็นเงินหรือสิทธิเรียกร้องที่ ณ. มีอยู่แล้ว ในระหว่างมีชีวิตหรือขณะถึงแก่กรรม แม้วิธีการที่จะได้รับเงินจำนวนนี้มาจาก ณ. จะต้องเคยชำระเงินในอัตราร่วมกับพนักงานของจำเลยคนอื่น ๆ เพื่อรวบรวมส่งให้แก่ทายาทของพนักงานผู้ถึงแก่กรรมรายก่อน ๆ ก็มิใช่เป็นมรดกของ ณ. โจทก์จึงไม่มีสิทธิมาขอแบ่ง เงินประกันชีวิตเป็นเงินที่เกิดจากสัญญาระหว่างผู้ตายกับบุคคลภายนอกและจำเลยเพื่อให้ใช้เงินแก่ผู้รับประโยชน์สืบเนื่องจากความมรณะของผู้ตายอันมีลักษณะเป็นการประกันชีวิต สิทธิตามสัญญาเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกันชีวิตถึงแก่กรรม จึงมิใช่มรดกของผู้ตายที่มีอยู่ในขณะถึงแก่กรรมที่โจทก์จะใช้สิทธิแบ่งได้ สัญญาประกันชีวิตที่ผู้ตายระบุให้จำเลยซึ่งมิใช่คู่สมรสเป็นผู้รับประโยชน์อันต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 897 วรรคสอง ที่กำหนดไว้ว่าเฉพาะแต่จำนวนเงินเบี้ยประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยได้ส่งไปแล้วนั้นจักเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้เอาประกันภัย อันเจ้าหนี้จะเอาใช้หนี้ได้ โจทก์มิได้ฟ้องเรียกเอาเบี้ยประกันภัยโดยกล่าวอ้างมาในคำฟ้องเพื่อเรียกเงินประกันชีวิต จึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งและวรรคสอง

 สิทธิในการรับเงินเพื่อนช่วยเพื่อนเกิดเนื่องจากความตาย ไม่ใช่เงินสิทธิเรียกร้องที่มีอยู่แล้วขณะถึงแก่ความตาย

            โจทก์คือ ภริยาของ น ก็ไม่มีสิทธิขอแบ่ง

            เงินประกันชีวิตก็เหมือนกันครับ สิทธิเกิดเมื่อถึงแก่กรรม ก็ไม่ใช่ทรัพย์มรดก ส่วนการที่นำเบี้ยประกันไปเกิดปกติ ก็เป็นในเรื่องประกันภัย

            แต่ถ้าเป็นเงินที่มีมาก่อน ตาย แต่ละที่ลักษณะไม่เหมือนกันครับ อย่างธนาคารไทยพาณิชย์ ก็มีเงินสะสม ก็มีนิติกรมาปรึกษาอาจารย์ ไม่เป็นคำพิพากษานะครับแต่ว่ามี ฏีกาทำนองเดียวกัน ก็ชีวิตมนุษย์นะครับ

            แต่ก็มีคำพิพากษาที่เป็นลักษณะนี้ ก็บอกว่าให้ไปหยิบตำราเนฯ ที่อาจารย์เขียน แต่ไม่ใช่เรื่องพนักงานธนาคารนะครับ แต่เป็นเรื่อง ของพนักงานการทางรถไฟ ก็มีหัก

ฎ.1131/2506  เมื่อปรากฏว่าเงินทุนสงเคราะห์ (ท.ส.ค.) ของผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟ เป็นเงินที่เก็บจากผู้ปฏิบัติงานร้อยละ 5 ของเงินเดือนทุกเดือน และการรถไฟจ่ายสมทบอีกมีจำนวนร้อยละ 10 ถ้าผู้ปฏิบัติงานต้องออกจากงานรวมทั้งดอกเบี้ยและกองทุนจ่ายเพิ่มให้อีกเป็นจำนวนเท่ากันนั้น เห็นได้ว่าเงินทุนสงเคราะห์นี้เป็นเงินที่ผู้ปฏิบัติงานมีสิทธิได้รับอยู่ก่อนแล้ว หากผู้นั้นตายลงก็ย่อมตกเป็นมรดก

แม้จะระบุในสมุดประวัติ (ท.ส.ค.) ให้จำเลยเป็นผู้รับเงินทุนสงเคราะห์ก็ดี แต่หากต่อมาภายหลังเจ้าของเงินทุนสงเคราะห์ทำพินัยกรรมระบุยกให้โจทก์เป็นผู้รับ ก็เป็นการตัดจำเลยไปตามพินัยกรรมนั้น

ก็เป็น ท . ส. ค . เป็นเงินที่เก็บจากร้อยละ 5 ของเงินเดือน และการรถไฟก็สมทบ ถ้าถูกออกจากงาน ก็ได้ รับส่วนหนึ่ง ก็เป็นเงินที่มีอยู่แล้ว  ก็เป็นทรัพย์มรดก

ก็ถือเป็นเงินของเขาที่มีอยู่ก่อนตายแล้ว มันก็จะมีว่า เงินที่ เป็น ตรงนี้เอาง่ายๆดีกว่า เอาข้อสอบเนฯ ก็ออกมาเมื่อปี 2549 ข้อสอบเนฯข้อนี้ก็ชี้เรื่องเงินณาปกิจสงเคราะห์และก็ชี้เรื่องครอบครัว

ในเมื่อพูดก้าวล่วงมานี้ก็คิดว่าทุกคนจบนิติศาสตร์มาแล้ว  นายกิ่งบุตรนอกกฏหมายของนายต้นที่นายต้นรับรองแล้วว่าเป็นบุตร นายกิ่งก็สมรสกับนางใบหลังสามีเก่าตายได้ 2 เดือน ก็เป็นแม่ม่ายเสน่ห์แรงนะครับ ถือสวยสะดุดนะครับ เก๋ไก๋สะไลเดอร์  และนางใบได้คลอดบุตร  หลังสมรสได้ 3 เดือนชื่อนายผล ต่อมาอีก 25 ปี นายกิ่งถึงแก่ความตาย มีทรัพยสินส่วนตัว 1 แสนบาท คือเขามัดไปเลย ว่าเป็นทรัพยสินส่วนตัว และเงินณาปณกิจสงเคราะห์ 1 แสนบาท ซึ่งนายกิ่งได้ระบุไว้เลยว่าให้นางใบรับเงิน หลังนายกิ่งถึงแก่ความตาย นางใบและนายผล ได้ทำบันทึกตกลงว่าไม่เอาอะไรเลยนอกจากเงินณาปนกิจสงเคราะห์ นะครับ

แล้วจะตกแก่ใคร คือตัวแม่มีปัญหากับลูก ว่าแม่ไม่เอาอะไรยกเว้น ณาปณกิจ เปิด มาตรา1613 มาตรา 1613  การสละมรดกนั้น จะทำแต่เพียงบางส่วน หรือทำโดยมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาไม่ได้

             การสละมรดกนั้น จะถอนเสียมิได้

 สิครับ ระลึกชาติว่าสละมรดกบางส่วนไม่ได้ เป็นโมฆะ ก็จะมาวัดกันว่าเป็นการสละมรดกบางส่วนหรือเปล่า

ก้ไม่หรอกครับเพราะเงินณาปณกิจส่งเคราะห์ไม่ใช่มรดก ก็หมดสิครับ แล้ว เงินอีกแสนบาทที่สละไปทั้งหมดไปไหน

พ่อไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ไม่มีสิทธิได้รับมรดกลูกชาย

นายผล กฎหมายครอบครัวพอจำได้ไหมครับ จดทะเบียนสมรสก่อน 310 วัน เป็นช่องว่างอย่างไรก็ไม่ทราบนะครับ เป็นการฝ่าฝืน มาตรา 1453  หญิงที่สามีตายหรือที่การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่นจะทำการสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสามร้อยสิบวัน เว้นแต่

             (1) คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น

             (2) สมรสกับคู่สมรสเดิม

             (3) มีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญาซึ่งเป็นผู้ประกอบการรักษาโรคในสาขาเวชกรรมได้ตามกฎหมายว่ามิได้มีครรภ์ หรือ

             (4) มีคำสั่งของศาลให้สมรสได้

 หรือ สมรสกับคู่สมรสเดิม หรือมีใบรับรองแพทย์ว่าท้องว่าง หรือ มีคำพิพากษาให้จดได้

ถามว่ามีการเขียนไหมว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะหรือโมฆียะ ก็ไม่มีนะครับ แล้วเขียนไว้ทำไมก็เพื่อเบรกแผนกจดทะเบียนให้ยั้งไว้ก่อนได้ไหม

ก็มีการจดไปแล้ว ก็ต้อง ทำไม ทำไม ก็ป้องกันไงว่าถ้ามีเด็กเกิดขึ้นจะเป็นลูกใคร

แล้วทีนี้จดแล้วก็ไม่รู้ทำไมจดได้ คอรัปชั่นอะไรก็ว่ากันไปแต่เมื่อจดแล้วมีลูกแล้ว มาตรา มาตรา 1453 กับ มาตรา 1537 ในกรณีที่หญิงทำการสมรสใหม่นั้นเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1453 และคลอดบุตรภายในสามร้อยสิบวันนับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กที่เกิดแต่หญิงนั้นเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีคนใหม่ และห้ามมิให้นำข้อสันนิษฐานในมาตรา 1536 ที่ว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีเดิมมาใชับังคับ ทั้งนี้ เว้นแต่มีคำพิพากษาของศาล   แสดงว่าเด็กมิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีคนใหม่นั้น

 ก็ให้สันนิฐานไว้ก่อน ว่าให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของคนใหม่ และไม่ให้นำ มาตรา 1536  เด็กเกิดแต่หญิงขณะเป็นภริยาชายหรือภายในสามร้อยสิบวัน นับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามี หรือเคยเป็นสามี แล้วแต่กรณี

             ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่บุตรที่เกิดจากหญิงก่อนที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะ หรือภายในระยะเวลาสามร้อยสิบวันนับแต่วันนั้น

มาใช้ คือที่ให้สันนิฐานว่าเป็นของสามีคนเก่า เว้นแต่สามีคนใหม่จะให้ศาลสั่งว่าไม่ใช่ลูกเขา

ฉะนั้นตามคำถามเงินส่วนตัว 1 แสน บาทก็ได้ เป็น ของนายผล บุตรชอบด้วยกฏหมายส่วนเงินณาปกิจสงเคราะห์ไม่ใช่ทรัพย์มรดก ก็เป็นของนางใบตามทีกำหนด

ดูต่อไปนะครับในเรื่องทรัพย์สิน ต้องมีสิทธิก่อนที่จะได้รับก็จะมีเรื่องราวคือตายไปแล้ว ก็มีสิทธิที่จะได้แต่ยังไม่ได้รับเลย

อย่างอาจารย์เป็นเอดส์อย่างร้ายแรง 58 59 ความจริงไม่ใช่ความจริงแก่กว่านั้น ก็มีการเออรี่รีไทร์ ก็ไม่รู้อยู่ไปทำไมก็ออกโดยเออรี่รีไทร์ นางน้อยกองคลังก็ถาม เอาบำนาญหรือบำเหน็จ ก็ด้วยความเคี่ยวก็เอาบำเหน็จสิครับ แล้วคิดว่าเงินพวกนี้วันเดียวได้หรือ ก็ไม่ใช่หรอกครับ นานนู่นแหละจะได้

กลับบ้านก็ไม่มีคนสนใจ น้องสาวสองคนก็รังเกียจแบ่งแยก พวกนี้ก็เลี้ยงดูให้จบปริญญาโท ให้คนล่ะคัน ก็มีลูกศิษย์ชื่อนายเอก น่ารักมาก มารับไปส่งไปกินข้าวที่สวนลุม ก็ถามว่าไม่รู้เหรออาจารย์เป็นโรคอะไร ก็บอกว่าทราบครับ แล้วไม่กลัวติดเหรอ ก็ถามว่า ผมเคยไปมีเพศสัมพันธ์กับอาจารย์เหรอ ก็นายเอกมันรู้ครับ มันฉลาดรู้

อย่ากระนั้นเลยหยิบกระดาษทำพินัยกรรมยกให้นายเอกทั้งหมดเลย ก็ไม่ใจร้ายกับน้องทั้งสองหรอก ก็บ้านที่ดินอะไรก็ได้ไปแล้วนิ

แน่นอนครับก็มีฏีกา ปี 10  ก็ราชการอนุญาตแล้วนะครับ สิทธิบำเหน็จมันก็ไม่เพิ่มหรอก

ก็เป็นทรัพย์มรดก ก็มีสิทธิแล้วที่จะได้รับเงินตัวนี้ขณะที่ตาย

คราวนี้เรามาดูว่าสิทธินั้น นอกจากทรัพย์สินทุกชนิดของผุ้ตายแล้ว รวมถึงสิทธิต่างๆ หน้าที่ความรับผิดต่างๆของผู้ตายด้วย ตรงนี้ขอย้อนนิดหนึ่งนะครับ ว่าทรัพย์สินต้องมีขณะถึงแก่ความต่ายนะครับถ้ายกให้ไปก่อนตายแล้วก็ไม่ใช่มรดก

เช่นอาจารย์มีที่บ้านนอก สค 1 แล้วยกให้ลูกชายไปแล้ว ก็ไม่เป็นของอาจารย์แล้ว

ฎ.7706/2548

ที่ดินพิพาทมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก) เมื่อ ม. เจ้ามรดกเป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ม. จึงมีเพียงสิทธิครอบครอง การที่ ม. ยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 และต่างฝ่ายต่างเข้าครอบครองเป็นส่วนสัดเป็นการโอนไปซึ่งการครอบครองให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 แล้ว ม. ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทอีกต่อไป เมื่อ ม. ถึงแก่ความตายที่ดินพิพาทจึงมิใช่ทรัพย์มรดกของ ม. การที่จำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 จึงมิใช่เป็นการขายทรัพย์มรดกของ ม. โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของ ม. ไม่อาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทได้ พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะถอนจำเลยที่ 1 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของ ม. ทั้งไม่อาจกำจัดมิให้จำเลยที่ 1 ได้รับมรดกของ ม. ฐานยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก

โจทก์ตั้งประเด็นมาในฟ้องขอให้เพิกถอนจำเลยที่ 1 จากการเป็นผู้จัดการมรดก กำจัดจำเลยที่ 1 มิให้รับมรดกและเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายระหว่างจำเลยทั้งสอง โดยมิได้ฟ้องเรียกคืนที่ดินพิพาทในฐานะโจทก์เป็นเจ้าของ ศาลจะพิพากษาให้เพิกถอนการโอนในฐานะโจทก์เป็นเจ้าของไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 จึงพิพากษายกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ

 

            คราวนี้สิทธิหน้าที่และความรับผิดซึ่งตามกฎหมายถือว่าเป็นการเฉพาะตัว แล้วอาจารย์ทะเลาะกับเมียพี่ชาย ก็บอกว่าเป็นสิทธิของผัวฉัน

            ก็ดูสิกฎหมายนั้นๆเขียนไว้ในเรื่องอะไร ถ้าเขียนไว้ก็ไม่เป็นปัญหา พ่อตาย พี่ได้ 10 ไร่ เราก็ได้ 10 ไร่ พี่ชายเป็นนักกีฬาครับ เตะที่อังกฤษ อิตาลี่ จดหมดตัว

            พอหมดก็มาขอแหวน ขอโน่น ขอนี่ ก็ให้ไป

            ล่าสุดมาขอแรงมากขอที่ดิน ก็ไม่ให้หรอกแรงไป ก็ขอสิทธิเก็บกินตลอดชีวิต ก็ได้ อาจารย์ก็บอกว่าให้ 5 ปี ก็น้อยไป ขอ 10 ปี ก็ได้ ก็ก่อนตายพ่อก็สั่งว่าอย่าทิ้งกันต้องช่วยเหลือกัน

ก็อย่ารีรอต้องไปทำหนังสือจดทะเบียนมันจะได้เป็นทรัพยสิทธินะ ก็เคยเรียนนิติศาสตร์ปีหนึ่ง แล้วโดนรีไทร์ ก็ไปจดทะเบียน อยู่มาได้ 3 ปี พี่เราตาย

งานศพก็บอกว่า ศรีแก้วจบงานแล้วก็ออกไปนะ ศรีแก้วก็บอกว่า บ่เจื้อๆ เป็นสิทธิของผัวข้าเจ้า ข้าเจ้าเรียนผ่านรายการวิทยุ

อาจารย์ก็บอกว่า กฎหมายสิทธิเก็บกิน สิทธิอาศัยมันอาจมีเขียนไว้ก็ได้ นะ ศรีแก้วก็กลับดินแดนล้านนาไปเปิดดูเลยนะครับ ก็เห็นว่าสิทธิสิ้นไป ไม่โอนแม้ทางมรดก แม้พี่ชายเขาจะทำพินัยกรรมไว้ก็ไม่ได้

คือเป็นสิทธิของพี่อาจารย์ใช่หรือไม่ ก็ใช่แต่มันเป็นเรื่องเฉพาะตัว เลยนะครับ แต่ก็วงเล็บหน่อยนะครับ ถ้าหนูเป็นลูกอาจารย์พรชัย อาจารย์ตายไปหนูต้องรับหน้าที่ เป้นเรื่องหน้าที่นะครับ ของอาจารย์พรชัยให้คุณลุงอยูต่อไปจนครบกำหนดนะครับ

แต่สิทธิเก็บกินนี้ พี่ชายดันทะลึ่งเอาที่ไปให้เช่า 5 ปี ต่อมา อาจารย์ตาย ถามว่าลูกเมียเรียกได้ไหม ก็บอกแล้วว่าไม่ได้อธิบายไปเมื่อสักครู่แต่จะให้ผู้เช่าที่เช่า 5 ปี ออกอันนี้ไม่ได้แล้วนะครับ เป็นเรื่อง ที่ผู้เช่า มี ผู้ทรงสิทธิเก็บเงิน ไปสร้างความความผูกพันแล้วนะครับ

ฎ.2287/2541 ค้นไม่พบ

ตรงนี้ในหนังสือก็มีเรื่องภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ สิทธิเหนือพื้นดิน ก็ไปอ่านกันดูเอง

 

ก็มีเรื่องสิทธิที่เป็นเฉพาะตัว ก็มีการออกข้อสอบเนฯ เรื่องเกี่ยวกับหมั้น เขาก็มาหมั้นกันแล้วก็ ต่อมาผู้หญิงก็ถูกชวนหมั้นแล้วก็เคยๆกันแล้วอ่ะ ก็ออกมาอยู่ด้วยกันเถอะ อีหนูคนนี้เป็นคนแถวอีสาน เก่งภาษาอังกฤษ ทำงานองค์การระหว่างประเทศ ก็หมั้นกับผู้กอง แล้วโดนย้ายไปอยู่บางรัก ก็อยู่แถวพัฒน์พงษ์ ผู้กองก็สติแตก

ก่อนย้ายก็มีการบอกว่า ก็ออกมาอยู่กรุงเทพกับผุ้กองเถอะ ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นพอออกจากงาน ก็ตบตีกันลั่นแฟต จะไม่แต่งงานแล้ว ก็ร้องสิครับ ว่าแม่เคยเตือนแล้วว่าตำรวจ ลิเก เรือเมล์ต้องระวัง

ก็ยังไงเนี่ยมาอยู่จนนานอับอายเสียชื่อเสียงหมด แล้วจะเอายังไง ก็เอาค่าเสียหายสามแสน ก็ยอม อีกสามเดือนไปหาเงินมาให้ ก็นั่งเครื่องบินกลับศรีษะเกศ ลงสนามบินอุบล

ก็เศร้าโศกเสียใจกินยานอนหลับ จนไม่ตื่นเลยครับ

ขอสอบถาม 1.ของหมั้นเป็นของใคร 2. อีแม่จะเรียกเงินที่เซ็นต์ยินยอมสามแสนได้หรือไม่ 3. ค่าที่ออกจากงานระหว่างประเทศ 5 เดือนเรียกได้หรือไม่

ก็ผิดสัญญาหมั้น เราก็ต้องระลึกชาติมาตรา 1600 ก็ดูว่าเป็นมรดกหรือไม่ เป็นสิทธิเฉพาะตัวหรือไม่

ประเด็นแรก ของหมั้น อีซี่ แน่นอน เป็นของหญิง ก้เป็นมรดกแน่นอน

ประเด็นสอง ค่าเสียหายต่อกาย ชื่อเสียง เรียนกฎหมายครอบครัว ผู้ชายก็บอกว่าเลิกๆจืดชืด ทั้งที่เราไปนอนกับเขามากี่เดือนแล้ว ไม่เคยมีคดีนะครับที่ชายไปเรียกค่าเสียหายต่อกาย

สิทธิสตรีแก้ไขบ่อยมากเลยนะครับ กฎหมายน่าจะแก้นะครับให้ชายเรียกค่าเสียหายต่อกายชื่อเสียง ใครมาปรึกษาอาจารย์ก็ให้ไปฟ้องศาลพระภูมิแทน

มาดูธงคำตอบนะครับ จะได้จบเรื่องไป เปิดดูมาตรา 1440 มีหลายวงเล็บ แต่ว่า อันนี้เรื่องเสียหายต่อกายชื่อเสียง เปิดดู ก็เห็นว่าเรียกค่าทดแทนได้ใช่ไหมครับ

1447 วรรค 2 ว่าสิทธิเรียกร้องอันนี้ไม่อาจโอนแก่กันได้ไม่ตกถึงทายาท เว้นแต่สิทธินั้นจะได้รับสภาพไว้หรือเริ่มฟ้องคดีแล้ว

ก็ดูว่าเอ๊ะเป็นมรดกหรือเปล่า ธรรมดาไม่เป็น แต่ กรณีตามปัญหาเป็นเพราะไปรับสภาพแล้ว ส่วนเรื่องค่าขาดการงาน ก็ต้องไปปลุกผีมาเรียกแล้วกัน

เราก็คงต้องดูข้อสอบไปเรื่อยๆ เรื่องละเมิด พ่ออาจารย์ถูกแก๊ซมรณะ เป้นหน้าผี วันนั้น 99 ศพนะครับ คนที่ไปงานแต่งงานที่โรงงานฮิวตั่น หน้าผี กันไม่รู้กี่คน เป็นค่าทดทุกขเวทนาไง แล้วอย่างนี้ ก็ถามพ่อ ไปประชุมเจ้าหนี้มา ก็บอกว่า ก็จะจ่ายให้นะ แต่ค่า ศพ 99 ศพ ก็จ่ายค่ารักษาก็จ่ายไปแล้ว พ่อจะเอา 3 ล้าน ติดต่อทนายแล้วพ่อเหนื่อยเหลือเกินขอขึ้นไปนอนพักหน่อยนะ พ่อก็นอนไม่ตื่น

ค่าทนทุกขเวทนาเป็นมรดกหรือเปล่า เจอข้อสอบอย่างนี้ มาตรา 446  ในกรณีทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยก็ดีในกรณีทำให้เขาเสียเสรีภาพก็ดี ผู้ต้องเสียหายจะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความที่เสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินด้วยอีกก็ได้ สิทธิเรียกร้องอันนี้ไม่โอนกันได้ และไม่ตกสืบไปถึงทายาท เว้นแต่สิทธินั้นจะได้รับสภาพกันไว้โดยสัญญาหรือได้เริ่มฟ้องคดีตามสิทธินั้นแล้ว

          อนึ่งหญิงที่ต้องเสียหาย เพราะผู้ใดทำผิดอาญาเป็นทุรศีลธรรมแก่ตนก็ย่อมมีสิทธิเรียกร้องทำนองเดียวกันนี้

 ก็บอกไว้เลยนะว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับค่าทนทุกขเวทนา ก็เป็นกรณีที่เสียหายต่อร่างกายอนามัย อันมิใช่ตัวเงินอีกก็ได้ ค่าทนทุกขเวทนาหน้าผีก็ไม่ใช่ตัวเงิน แต่ไม่ตกแก่ทายาท ตายแล้ววว เว้นแต่สิทธินั้นได้รับสภาพหรือได้ฟ้องคดีไว้แล้ว

สมมุติว่าวันนั้นพ่อไปได้สัญญายอมแล้ว ก็ให้ลูกเก็บไว้นะแล้วไปนอน อันนั้นก็เป็นมรดก

ฎ.1859/2518  ค่าทนทุกข์ทรมานซึ่งได้ฟ้องคดีแล้วผู้เสียหายจึงตายลงนั้นผู้เข้าเป็นคู่ความแทนว่าคดีต่อไปได้

 

ก็หมดเวลาแล้วเราก็จะพบกันในคราวหน้า โดยสภาพก็พูดเรื่องสัญญาต่างๆ ไว้พบกันอาทตย์หน้าสวัสดีครับ

BOON SI

unread,
Jun 6, 2009, 8:11:49 AM6/6/09
to nobita kwang, LAWSIAM, STDศูนย์รวบรวมและสรรสร้างข้อมูลกฎหมาย -

สรุปคำบรรยาย เนติภาคค่ำ มรดกสัปดาห์ที่ 2 1/06/09

ครั้งที่ 2 . (มาตรา 1600 ทรัพย์มรดก)

คราวที่แล้วนะครับ เราได้พูดถึงในเรื่องเกี่ยวกับมรดกคืออะไรบ้าง แล้วก็ได้บอกว่าเป็นสาระสำคัญในเรื่องทรัพย์สิน ระหว่างสามีภริยา เพราะว่าพอมีการตายเกิดขึ้น การตายก็เป็นความสิ้นสุดของสามีภริยา  และกฎหมายครอบครัวก็ต้องไปคำนึงมีทรัพย์สินอะไรบ้าง

เมื่อวานนี้ข้อสอบปากเปล่าถามว่าสินสมรสคืออะไร ก็ไม่มีคนสอบตกหรอกนะครับแต่ก็ต้องมีการโยกไปโยกมา

ตรงนี้การที่เราสอนคุณเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก็ต้องกระชากมาให้ได้ ว่าก็ต้องแบ่งครึ่งแล้วก็จะทำล้ำในส่วนของภริยาคุณไม่ได้  ซึ่งก็เคยมีฎีกา ที่ตัดสินว่า แม้จะยอม ก็เป็นโมฆะ

มาตรา 1481  สามีหรือภริยาไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกสินสมรสที่เกินกว่าส่วนของตนให้แก่บุคคลใดได้

ข้อตกลงการทำพินัยกรรมนี้มันก็เป็นนิติกรรมนะครับ ถ้าขัดต่อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบก็เป็นโมฆะ

วันนี้เราก็จะมาดูแล้วนะครับว่ามรดกคืออะไร เปิดมาตรา 1600 นะครับ ก็คงจะซื้อประมวลกันได้แล้วนะครับ วันนี้ก็ขายหนังสือ ลดราคา 20 เปอร์เซ็นต์ ภายในอาทิตย์นี้ บางเล่มเท่านั้น ก็ยอมให้เขา เพราะเป็นเทศกาลของหนังสือ ที่ลดได้ 20 เปอร์เซ็นต์

คราวนี้เรามาดูว่ามาตรา 1600 บัญญัติว่าอย่างไร เขาบอกว่า

             มาตรา 1600   ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

 ก็ถ้าเป็นของเราเท่าไหร่ก็จะทำพินัยกรรม ได้เท่านั้นไม่งั้นก็ขัดกับมาตรา 1646 มาตรา 1646   บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้

 เฉพาะส่วนของตนเองเท่านั้น กรรมสิทธิ์ของผู้ตายก็เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาด้วย

ก็มรดกต้องไม่ใช่จากการที่เกิดจากความตาย ก็เคยออกข้อสอบมาสี่ครั้งได้

เงินฌาปนกิจสงเคราะห์  ก็มี คดีป๊อปปูล่า ครูสิงห์ดำ เกลียดลูกเมียอย่างไรไม่รู้ ครูสิงห์ดำเป็นครูระเบียบก็บอกว่า ก็หักจากเงินเดือนๆละ 10 บาท แต่อย่าหมิ่นว่าเงินน้อยนะครับ ก็สมาชิกทั่วประเทศนะครับ  คนที่รับก็หกเจ็ดแสนนะครับ

มีระเบียบบอกว่าตกแก่ลูก เมีย แม่ คนละเท่าๆกัน    ครูสิงห์ดำก็เลยเกิดไอเดียทำพินัยกรรมยกเงินนี้ให้แม่   ครูสิงห์ดำก็ตาย

ศึกษาธิการ ก็ไม่ยอมจ่าย

ฎ.132/2507 เงินช่วยเพื่อนครู (ช.พ.ค.) ซึ่งสมาชิกช่วยกันบริจาคเพื่ออนุเคราะห์ช่วยเหลืองานศพและครอบครัวของสมาชิกคนใดคนหนึ่งซึ่งถึงแก่กรรมลงนั้นไม่ใช่กองมรดกของผู้ตาย  ผู้ตายจึงทำพินัยกรรมยกให้ใครไม่ได้

ก็เป็นฎีกาที่บอกว่าเป็นเงินที่ได้มาเพราะความตาย ไม่ใช่ทรัพย์มรดก

นอกจากนี้แล้ว ก็มีฎีกา ที่ธนาคารกรุงเทพ ก็มีสมาชิกเพื่อนช่วยเพื่อน ศพละ 20 บาท แล้วก็ระบุผู้รับเงินได้ ตอนนั้นยังไม่แต่งงาน ก็ ระบุให้แม่ ทำประกันชีวิต ก็ให้แม่ แล้วต่อมาแต่งงาน แล้วก็ตาย ผู้หญิงก็อายัดเลยครับ

ฎ.4714/2542

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1470 ที่กำหนดให้ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาประกอบด้วยสินส่วนตัวและสินสมรสนั้นหมายถึงทรัพย์สินที่สามีภริยามีอยู่ในขณะที่เป็นสามีภริยากัน ณ. ถึงแก่กรรมย่อมทำให้การสมรสระหว่าง ณ. กับโจทก์สิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501

 เงินชดเชยเป็นเงินที่เกิดขึ้นเนื่องจากความตายของ ณ.และได้รับมาหลังจาก ณ. ถึงแก่กรรมไปแล้วจึงไม่เป็นสินสมรสระหว่าง ณ. กับโจทก์ ทั้งสิทธิที่จะได้เงินค่าชดเชยนี้มิใช่เป็นเงินหรือสิทธิเรียกร้องที่ ณ. ได้มีอยู่แล้วในระหว่างมีชีวิตหรือขณะถึงแก่กรรมจึงมิใช่เป็นทรัพย์มรดกของ ณ. เมื่อระเบียบของจำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้างกำหนดให้ต้องนำเงินชดเชยมาหักหนี้สินที่ ณ. สามีโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างมีต่อจำเลยที่ 2 ก่อน จำเลยที่ 2 จึงมีสิทธิที่จะหักหนี้ดังกล่าวได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ก่อน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1600 ที่กำหนดให้ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายตลอดทั้งสิทธิ หน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เป็นมรดกของผู้ตายนั้น ทรัพย์สินหรือสิทธิเช่นว่านี้ต้องเป็นของผู้ตายอยู่แล้วในขณะที่ผู้ตายถึงแก่กรรม แต่สิทธิที่จะได้รับเงินค่าชดเชยเป็นสิทธิที่เกิดขึ้น เนื่องจากความตายของ ณ. มิใช่เป็นเงินหรือสิทธิเรียกร้องที่ ณ. มีอยู่แล้วในระหว่างมีชีวิตหรือขณะถึงแก่กรรมจึงมิใช่เป็นทรัพย์มรดกของ ณ.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1625 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดให้มีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อแยกเป็นมรดกของผู้ตาย กับทรัพย์สินของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วนำมรดกของผู้ตายมาแบ่งปันให้แก่ทายาท เท่านั้น หาใช่เป็นการกำหนดให้ต้องนำมรดกของผู้ตายมาชดใช้สินสมรสของคู่สมรสของผู้ตาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิใด ๆ ในเงินกองทุนเลี้ยงชีพ

 สิทธิในการได้รับเงินเพื่อนช่วยเพื่อนเกิดขึ้นเนื่องจากความตายของ ณ.มิใช่เป็นเงินหรือสิทธิเรียกร้องที่ ณ. มีอยู่แล้ว ในระหว่างมีชีวิตหรือขณะถึงแก่กรรม แม้วิธีการที่จะได้รับเงินจำนวนนี้มาจาก ณ. จะต้องเคยชำระเงินในอัตราร่วมกับพนักงานของจำเลยคนอื่น ๆ เพื่อรวบรวมส่งให้แก่ทายาทของพนักงานผู้ถึงแก่กรรมรายก่อน ๆ ก็มิใช่เป็นมรดกของ ณ. โจทก์จึงไม่มีสิทธิมาขอแบ่ง

เงินประกันชีวิตเป็นเงินที่เกิดจากสัญญาระหว่างผู้ตายกับบุคคลภายนอกและจำเลยเพื่อให้ใช้เงินแก่ผู้รับประโยชน์สืบเนื่องจากความมรณะของผู้ตายอันมีลักษณะเป็นการประกันชีวิต สิทธิตามสัญญาเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกันชีวิตถึงแก่กรรม จึงมิใช่มรดกของผู้ตายที่มีอยู่ในขณะถึงแก่กรรมที่โจทก์จะใช้สิทธิแบ่งได้ สัญญาประกันชีวิตที่ผู้ตายระบุให้จำเลยซึ่งมิใช่คู่สมรสเป็นผู้รับประโยชน์อันต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 897 วรรคสอง ที่กำหนดไว้ว่าเฉพาะแต่จำนวนเงินเบี้ยประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยได้ส่งไปแล้วนั้นจักเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้เอาประกันภัย อันเจ้าหนี้จะเอาใช้หนี้ได้ โจทก์มิได้ฟ้องเรียกเอาเบี้ยประกันภัยโดยกล่าวอ้างมาในคำฟ้องเพื่อเรียกเงินประกันชีวิต จึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งและวรรคสอง

 สิทธิในการรับเงินเพื่อนช่วยเพื่อนเกิดเนื่องจากความตาย ไม่ใช่เงินสิทธิเรียกร้องที่มีอยู่แล้วขณะถึงแก่ความตาย

            โจทก์คือ ภริยาของ น ก็ไม่มีสิทธิขอแบ่ง

            เงินประกันชีวิตก็เหมือนกันครับ สิทธิเกิดเมื่อถึงแก่กรรม ก็ไม่ใช่ทรัพย์มรดก ส่วนการที่นำเบี้ยประกันไปเกิดปกติ ก็เป็นในเรื่องประกันภัย

            แต่ถ้าเป็นเงินที่มีมาก่อน ตาย แต่ละที่ลักษณะไม่เหมือนกันครับ อย่างธนาคารไทยพาณิชย์ ก็มีเงินสะสม ก็มีนิติกรมาปรึกษาอาจารย์ ไม่เป็นคำพิพากษานะครับแต่ว่ามี ฏีกาทำนองเดียวกัน ก็ชีวิตมนุษย์นะครับ

            แต่ก็มีคำพิพากษาที่เป็นลักษณะนี้ ก็บอกว่าให้ไปหยิบตำราเนฯ ที่อาจารย์เขียน แต่ไม่ใช่เรื่องพนักงานธนาคารนะครับ แต่เป็นเรื่อง ของพนักงานการทางรถไฟ ก็มีหัก

ฎ.1131/2506  เมื่อปรากฏว่าเงินทุนสงเคราะห์ (ท.ส.ค.) ของผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟ เป็นเงินที่เก็บจากผู้ปฏิบัติงานร้อยละ 5 ของเงินเดือนทุกเดือน และการรถไฟจ่ายสมทบอีกมีจำนวนร้อยละ 10 ถ้าผู้ปฏิบัติงานต้องออกจากงานรวมทั้งดอกเบี้ยและกองทุนจ่ายเพิ่มให้อีกเป็นจำนวนเท่ากันนั้น เห็นได้ว่าเงินทุนสงเคราะห์นี้เป็นเงินที่ผู้ปฏิบัติงานมีสิทธิได้รับอยู่ก่อนแล้ว หากผู้นั้นตายลงก็ย่อมตกเป็นมรดก

แม้จะระบุในสมุดประวัติ (ท.ส.ค.) ให้จำเลยเป็นผู้รับเงินทุนสงเคราะห์ก็ดี แต่หากต่อมาภายหลังเจ้าของเงินทุนสงเคราะห์ทำพินัยกรรมระบุยกให้โจทก์เป็นผู้รับ ก็เป็นการตัดจำเลยไปตามพินัยกรรมนั้น

ก็เป็น ท . ส. ค . เป็นเงินที่เก็บจากร้อยละ 5 ของเงินเดือน และการรถไฟก็สมทบ ถ้าถูกออกจากงาน ก็ได้ รับส่วนหนึ่ง ก็เป็นเงินที่มีอยู่แล้ว  ก็เป็นทรัพย์มรดก

ก็ถือเป็นเงินของเขาที่มีอยู่ก่อนตายแล้ว มันก็จะมีว่า เงินที่ เป็น ตรงนี้เอาง่ายๆดีกว่า เอาข้อสอบเนฯ ก็ออกมาเมื่อปี 2549 ข้อสอบเนฯข้อนี้ก็ชี้เรื่องเงินฌาปนกิจสงเคราะห์และก็ชี้เรื่องครอบครัว

ในเมื่อพูดก้าวล่วงมานี้ก็คิดว่าทุกคนจบนิติศาสตร์มาแล้ว  นายกิ่งบุตรนอกกฎหมายของนายต้นที่นายต้นรับรองแล้วว่าเป็นบุตร นายกิ่งก็สมรสกับนางใบหลังสามีเก่าตายได้ 2 เดือน ก็เป็นแม่ม่ายเสน่ห์แรงนะครับ ถือสวยสะดุดนะครับ เก๋ไก๋สะไลเดอร์  และนางใบได้คลอดบุตร  หลังสมรสได้ 3 เดือนชื่อนายผล ต่อมาอีก 25 ปี นายกิ่งถึงแก่ความตาย มีทรัพย์สินส่วนตัว 1 แสนบาท คือเขามัดไปเลย ว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัว และเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ 1 แสนบาท ซึ่งนายกิ่งได้ระบุไว้เลยว่าให้นางใบรับเงิน หลังนายกิ่งถึงแก่ความตาย นางใบและนายผล ได้ทำบันทึกตกลงว่าไม่เอาอะไรเลยนอกจากเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ นะครับ

แล้วจะตกแก่ใคร คือตัวแม่มีปัญหากับลูก ว่าแม่ไม่เอาอะไรยกเว้น ฌาปนกิจ เปิด มาตรา1613 มาตรา 1613   การสละมรดกนั้น จะทำแต่เพียงบางส่วน หรือทำโดยมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาไม่ได้

             การสละมรดกนั้น จะถอนเสียมิได้

 สิครับ ระลึกชาติว่าสละมรดกบางส่วนไม่ได้ เป็นโมฆะ ก็จะมาวัดกันว่าเป็นการสละมรดกบางส่วนหรือเปล่า

ก็ไม่หรอกครับเพราะเงินฌาปนกิจส่งเคราะห์ไม่ใช่มรดก ก็หมดสิครับ แล้ว เงินอีกแสนบาทที่สละไปทั้งหมดไปไหน

พ่อไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ไม่มีสิทธิได้รับมรดกลูกชาย

นายผล กฎหมายครอบครัวพอจำได้ไหมครับ จดทะเบียนสมรสก่อน 310 วัน เป็นช่องว่างอย่างไรก็ไม่ทราบนะครับ เป็นการฝ่าฝืน มาตรา 1453  หญิงที่สามีตายหรือที่การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่นจะทำการสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสามร้อยสิบวัน เว้นแต่

             (1) คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น

             (2) สมรสกับคู่สมรสเดิม

             (3) มีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญาซึ่งเป็นผู้ประกอบการรักษาโรคในสาขาเวชกรรมได้ตามกฎหมายว่ามิได้มีครรภ์ หรือ

             (4) มีคำสั่งของศาลให้สมรสได้

 หรือ สมรสกับคู่สมรสเดิม หรือมีใบรับรองแพทย์ว่าท้องว่าง หรือ มีคำพิพากษาให้จดได้

ถามว่ามีการเขียนไหมว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะหรือโมฆียะ ก็ไม่มีนะครับ แล้วเขียนไว้ทำไมก็เพื่อเบรกแผนกจดทะเบียนให้ยั้งไว้ก่อนได้ไหม

ก็มีการจดไปแล้ว ก็ต้อง ทำไม ทำไม ก็ป้องกันไงว่าถ้ามีเด็กเกิดขึ้นจะเป็นลูกใคร

แล้วทีนี้จดแล้วก็ไม่รู้ทำไมจดได้ คอรัปชั่นอะไรก็ว่ากันไปแต่เมื่อจดแล้วมีลูกแล้ว มาตรา มาตรา 1453 กับ มาตรา 1537 ในกรณีที่หญิงทำการสมรสใหม่นั้นเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1453 และคลอดบุตรภายในสามร้อยสิบวันนับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กที่เกิดแต่หญิงนั้นเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีคนใหม่ และห้ามมิให้นำข้อสันนิษฐานในมาตรา 1536 ที่ว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีเดิมมาใช้บังคับ ทั้งนี้ เว้นแต่มีคำพิพากษาของศาลแสดงว่าเด็กมิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีคนใหม่นั้น

 ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อน ว่าให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของคนใหม่ และไม่ให้นำมาตรา 1536   มาใช้มาตรา 1536   เด็กเกิดแต่หญิงขณะเป็นภริยาชายหรือภายในสามร้อยสิบวัน นับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามี หรือเคยเป็นสามี แล้วแต่กรณี

             ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่บุตรที่เกิดจากหญิงก่อนที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะ หรือภายในระยะเวลาสามร้อยสิบวันนับแต่วันนั้น

 คือที่ให้สันนิฐานว่าเป็นของสามีคนเก่า เว้นแต่สามีคนใหม่จะให้ศาลสั่งว่าไม่ใช่ลูกเขา

ฉะนั้นตามคำถามเงินส่วนตัว 1 แสน บาทก็ได้ เป็น ของนายผล บุตรชอบด้วยกฎหมายส่วนเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ใช่ทรัพย์มรดก ก็เป็นของนางใบตามทีกำหนด

ดูต่อไปนะครับในเรื่องทรัพย์สิน ต้องมีสิทธิก่อนที่จะได้รับก็จะมีเรื่องราวคือตายไปแล้ว ก็มีสิทธิที่จะได้แต่ยังไม่ได้รับเลย

อย่างอาจารย์เป็นเอดส์อย่างร้ายแรง อายุ58 59   ความจริงไม่ใช่ความจริงแก่กว่านั้น ก็มีการเออรี่รีไทร์ ก็ไม่รู้อยู่ไปทำไมก็ออกโดยเออรี่รีไทร์ นางน้อยกองคลังก็ถาม เอาบำนาญหรือบำเหน็จ ก็ด้วยความเขี้ยวก็เอาบำเหน็จสิครับ แล้วคิดว่าเงินพวกนี้วันเดียวได้หรือ ก็ไม่ใช่หรอกครับ นานนู่นแหละจะได้

กลับบ้านก็ไม่มีคนสนใจ น้องสาวสองคนก็รังเกียจแบ่งแยก พวกนี้ก็เลี้ยงดูให้จบปริญญาโท ให้รถคนละคัน ก็มีลูกศิษย์ชื่อนายเอก น่ารักมาก มารับไปส่งไปกินข้าวที่สวนลุม ก็ถามว่าไม่รู้เหรออาจารย์เป็นโรคอะไร ก็บอกว่าทราบครับ แล้วไม่กลัวติดเหรอ ก็ถามว่า ผมเคยไปมีเพศสัมพันธ์กับอาจารย์เหรอ ก็นายเอกมันรู้ครับ มันฉลาดรู้

อย่ากระนั้นเลยหยิบกระดาษทำพินัยกรรมยกให้นายเอกทั้งหมดเลย ก็ไม่ใจร้ายกับน้องทั้งสองหรอก ก็บ้านที่ดินอะไรก็ได้ไปแล้วนิ

แน่นอนครับก็มีฎีกา ปี 10  ก็ราชการอนุญาตแล้วนะครับ สิทธิบำเหน็จมันก็ไม่เพิ่มหรอก

ก็เป็นทรัพย์มรดก ก็มีสิทธิแล้วที่จะได้รับเงินตัวนี้ขณะที่ตาย

คำพิพากษาฎีกาที่ 1166/2510

พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 มาตรา 6 วรรคสองที่ว่า "สิทธิในบำเหน็จฯลฯ เป็นสิทธิเฉพาะตัว จะโอนไม่ได้" นั้นหมายถึงห้ามการโอนสิทธิในบำเหน็จ ให้ผู้อื่นในขณะที่ผู้โอนยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น หาได้มีความหมายห้ามเลยไปถึงการทำพินัยกรรมอันจะมีผลในเมื่อผู้นั้นได้ถึงแก่ความตายแล้วไม่

ขอลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2507 และทางราชการอนุญาตให้ออกได้ตั้งแต่วันนั้น แม้คำสั่งอนุญาตนั้นจะออกเมื่อหลังจากที่ผู้นั้นตายไปแล้ว สิทธิที่ผู้นั้นจะได้รับบำเหน็จก็มีมาตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการแล้วเมื่อผู้นั้นตาย สิทธิในการได้รับบำหน็จจึงเป็นสิทธิอย่างหนึ่งในกองมรดกซึ่งผู้นั้นมีอยู่ขณะถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1600 จึงแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมโอนสิทธิในบำเหน็จนั้นให้แก่ผู้รับพินัยกรรมได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646

 

คราวนี้เรามาดูว่าสิทธินั้น นอกจากทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายแล้ว รวมถึงสิทธิต่างๆ หน้าที่ความรับผิดต่างๆของผู้ตายด้วย ตรงนี้ขอย้อนนิดหนึ่งนะครับ ว่าทรัพย์สินต้องมีขณะถึงแก่ความตายนะครับถ้ายกให้ไปก่อนตายแล้วก็ไม่ใช่มรดก

เช่นอาจารย์มีที่ดินที่บ้านนอก สค 1 แล้วยกให้ลูกชายไปแล้ว ก็ไม่เป็นของอาจารย์แล้ว

ฎ.7706/2548

ที่ดินพิพาทมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก) เมื่อ ม. เจ้ามรดกเป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ม. จึงมีเพียงสิทธิครอบครอง การที่ ม. ยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 และต่างฝ่ายต่างเข้าครอบครองเป็นส่วนสัดเป็นการโอนไปซึ่งการครอบครองให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 แล้ว ม. ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทอีกต่อไป เมื่อ ม. ถึงแก่ความตายที่ดินพิพาทจึงมิใช่ทรัพย์มรดกของ ม. การที่จำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 จึงมิใช่เป็นการขายทรัพย์มรดกของ ม. โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของ ม. ไม่อาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทได้ พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะถอนจำเลยที่ 1 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของ ม. ทั้งไม่อาจกำจัดมิให้จำเลยที่ 1 ได้รับมรดกของ ม. ฐานยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก

โจทก์ตั้งประเด็นมาในฟ้องขอให้เพิกถอนจำเลยที่ 1 จากการเป็นผู้จัดการมรดก กำจัดจำเลยที่ 1 มิให้รับมรดกและเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายระหว่างจำเลยทั้งสอง โดยมิได้ฟ้องเรียกคืนที่ดินพิพาทในฐานะโจทก์เป็นเจ้าของ ศาลจะพิพากษาให้เพิกถอนการโอนในฐานะโจทก์เป็นเจ้าของไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 จึงพิพากษายกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ

 

            คราวนี้สิทธิหน้าที่และความรับผิดซึ่งตามกฎหมายถือว่าเป็นการเฉพาะตัว แล้วอาจารย์ทะเลาะกับเมียพี่ชาย ก็บอกว่าเป็นสิทธิของผัวฉัน

            ก็ดูสิกฎหมายนั้นๆเขียนไว้ในเรื่องอะไร ถ้าเขียนไว้ก็ไม่เป็นปัญหา พ่อตาย พี่ได้ 10 ไร่ เราก็ได้ 10 ไร่ พี่ชายเป็นนักกีฬาครับ เตะที่อังกฤษ อิตาลี จดหมดตัว

            พอหมดก็มาขอแหวน ขอโน่น ขอนี่ ก็ให้ไป

            ล่าสุดมาขอแรงมากขอที่ดิน ก็ไม่ให้หรอกแรงไป ก็ขอสิทธิเก็บกินตลอดชีวิต ก็ได้ อาจารย์ก็บอกว่าให้ 5 ปี ก็น้อยไป ขอ 10 ปี ก็ได้ ก็ก่อนตายพ่อก็สั่งว่าอย่าทิ้งกันต้องช่วยเหลือกัน

ก็อย่ารีรอต้องไปทำหนังสือจดทะเบียนมันจะได้เป็นทรัพยสิทธินะ ก็เคยเรียนนิติศาสตร์ปีหนึ่ง แล้วโดนรีไทร์ ก็ไปจดทะเบียน อยู่มาได้ 3 ปี พี่เราตาย

งานศพก็บอกว่า ศรีแก้วจบงานแล้วก็ออกไปนะ ศรีแก้วก็บอกว่า บ่เจื้อๆ เป็นสิทธิของผัวข้าเจ้า ข้าเจ้าเรียนผ่านรายการวิทยุ

อาจารย์ก็บอกว่า กฎหมายสิทธิเก็บกิน สิทธิอาศัยมันอาจมีเขียนไว้ก็ได้ นะ ศรีแก้วก็กลับดินแดนล้านนาไปเปิดดูเลยนะครับ ก็เห็นว่าสิทธิสิ้นไป ไม่โอนแม้ทางมรดก แม้พี่ชายเขาจะทำพินัยกรรมไว้ก็ไม่ได้

คือเป็นสิทธิของพี่อาจารย์ใช่หรือไม่ ก็ใช่แต่มันเป็นเรื่องเฉพาะตัว เลยนะครับ แต่ก็วงเล็บหน่อยนะครับ ถ้าหนูเป็นลูกอาจารย์พรชัย อาจารย์ตายไปหนูต้องรับหน้าที่ เป็นเรื่องหน้าที่นะครับ ของอาจารย์พรชัยให้คุณลุงอยูต่อไปจนครบกำหนดนะครับ

แต่สิทธิเก็บกินนี้ พี่ชายดันทะลึ่งเอาที่ไปให้เช่า 5 ปี ต่อมา อาจารย์ตาย ถามว่าลูกเมียเรียกได้ไหม ก็บอกแล้วว่าไม่ได้อธิบายไปเมื่อสักครู่แต่จะให้ผู้เช่าที่เช่า 5 ปี ออกอันนี้ไม่ได้แล้วนะครับ เป็นเรื่อง ที่ผู้เช่า มี ผู้ทรงสิทธิเก็บเงิน ไปสร้างความความผูกพันแล้วนะครับ

ฎ.2287/2541 แก้เป็น 2297/2541

คำพิพากษาฎีกาที่ 2297/2541

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ ท. ต่อมา ท.ในฐานะผู้ทรงสิทธิเก็บกินทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่ามีกำหนดเวลา 30 ปีโดยมีการทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สัญญาเช่าย่อมมีผลผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท แม้ในระหว่างอายุสัญญาเช่า ท.จะถึงแก่ความตายซึ่งเป็นผลให้สิทธิเก็บกินสิ้นไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 1418 วรรคสุดท้าย แต่ก็ไม่กระทบถึงสิทธิของจำเลยซึ่งเป็นบุคคล ภายนอกและหามีผลทำให้สัญญาเช่าดังกล่าวระงับไปไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสอง

 

ตรงนี้ในหนังสือก็มีเรื่องภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ สิทธิเหนือพื้นดิน ก็ไปอ่านกันดูเอง

 

ก็มีเรื่องสิทธิที่เป็นเฉพาะตัว ก็มีการออกข้อสอบเนฯปี47 เรื่องเกี่ยวกับหมั้น เขาก็มาหมั้นกันแล้วก็ ต่อมาผู้หญิงก็ถูกชวนหมั้นแล้วก็เคยๆกันแล้วอ่ะ ก็ออกมาอยู่ด้วยกันเถอะ อีหนูคนนี้เป็นคนแถวอีสาน เก่งภาษาอังกฤษ ทำงานองค์การระหว่างประเทศ ก็หมั้นกับผู้กอง แล้วโดนย้ายไปอยู่บางรัก ก็อยู่แถวพัฒน์พงษ์ ผู้กองก็สติแตก

ก่อนย้ายก็มีการบอกว่า ก็ออกมาอยู่กรุงเทพกับผู้กองเถอะ ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นพอออกจากงาน ก็ตบตีกันลั่นแฟลต จะไม่แต่งงานแล้ว ก็ร้องสิครับ ว่าแม่เคยเตือนแล้วว่าตำรวจ ลิเก เรือเมล์ต้องระวัง

ก็ยังไงเนี่ยมาอยู่จนนานอับอายเสียชื่อเสียงหมด แล้วจะเอายังไง ก็เอาค่าเสียหายสามแสน ก็ยอม อีกสามเดือนจะไปหาเงินมาให้ ก็นั่งเครื่องบินกลับศรีษะเกศ ลงสนามบินอุบล

ก็เศร้าโศกเสียใจกินยานอนหลับ จนไม่ตื่นเลยครับ

ขอสอบถาม

1.ของหมั้นเป็นของใคร

2. อีแม่จะเรียกเงินที่เซ็นต์ยินยอมสามแสนได้หรือไม่

3. ค่าที่ออกจากงานระหว่างประเทศ 5 เดือนเรียกได้หรือไม่

ก็ผิดสัญญาหมั้น เราก็ต้องระลึกชาติมาตรา 1600 ก็ดูว่าเป็นมรดกหรือไม่ เป็นสิทธิเฉพาะตัวหรือไม่

ประเด็นแรก ของหมั้น อีซี่ แน่นอน เป็นของหญิง ก็เป็นมรดกแน่นอน

ประเด็นสอง ค่าเสียหายต่อกาย ชื่อเสียง เรียนกฎหมายครอบครัว ผู้ชายก็บอกว่าเลิกๆจืดชืด ทั้งที่เราไปนอนกับเขามากี่เดือนแล้ว ไม่เคยมีคดีนะครับที่ชายไปเรียกค่าเสียหายต่อกาย

สิทธิสตรีแก้ไขบ่อยมากเลยนะครับ กฎหมายน่าจะแก้นะครับให้ชายเรียกค่าเสียหายต่อกายชื่อเสียง ใครมาปรึกษาอาจารย์ก็ให้ไปฟ้องศาลพระภูมิแทน

มาดูธงคำตอบนะครับ จะได้จบเรื่องไป เปิดดูมาตรา 1440 มีหลายวงเล็บ

มาตรา 1440  ค่าทดแทนนั้นอาจเรียกได้ ดังต่อไปนี้

                        (1) ทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงแห่งชายหรือหญิงนั้น

                        (2) ทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้น บิดามารดา หรือบุคคลผู้กระทำการในฐานะเช่นบิดามารดาได้ใช้จ่ายหรือต้องตกเป็นลูกหนี้เนื่องในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตและตามสมควร

                        (3) ทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้นได้จัดการทรัพย์สิน หรือการอื่นอันเกี่ยวแก่อาชีพหรือทางทำมาหาได้ของตนไปโดยสมควรด้วยการคาดหมายว่าจะได้มีการสมรส

           ในกรณีที่หญิงเป็นผู้มีสิทธิได้ค่าทดแทน ศาลอาจชี้ขาดว่าของหมั้นที่ตกเป็นสิทธิแก่หญิงนั้นเป็นค่าทดแทนทั้งหมดหรือเป็นส่วนหนึ่งของค่าทดแทนที่หญิงพึงได้รับ หรือศาลอาจให้ค่าทดแทนโดยไม่คำนึงถึงของหมั้นที่ตกเป็นสิทธิแก่หญิงนั้นก็ได้

 แต่ว่า อันนี้เรื่องเสียหายต่อกายชื่อเสียง เปิดดู ก็เห็นว่าเรียกค่าทดแทนได้ใช่ไหมครับ

1447 วรรค 2 ว่าสิทธิเรียกร้องอันนี้ไม่อาจโอนแก่กันได้ไม่ตกถึงทายาท เว้นแต่สิทธินั้นจะได้รับสภาพไว้หรือเริ่มฟ้องคดีแล้ว

มาตรา 1447 ค่าทดแทนอันจะพึงชดใช้แก่กันตามหมวดนี้ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์

                        สิทธิเรียกร้องค่าทดแทนตามหมวดนี้ นอกจากค่าทดแทนตามมาตรา 1440 (2) ไม่อาจโอนกันได้และไม่ตกทอดไปถึงทายาท เว้นแต่สิทธินั้นจะได้รับสภาพกันไว้เป็นหนังสือหรือผู้เสียหายได้เริ่มฟ้องคดีตามสิทธินั้นแล้ว

ก็ดูว่าเอ๊ะเป็นมรดกหรือเปล่า ธรรมดาไม่เป็น แต่ กรณีตามปัญหาเป็นเพราะไปรับสภาพแล้ว ส่วนเรื่องค่าขาดการงาน ก็ต้องไปปลุกผีมาเรียกแล้วกัน

เราก็คงต้องดูข้อสอบไปเรื่อยๆ เรื่องละเมิด พ่ออาจารย์ถูกแก๊ซมรณะ เป็นหน้าผี วันนั้น 99 ศพนะครับ คนที่ไปงานแต่งงานที่โรงงานฮิลตัน หน้าผี กันไม่รู้กี่คน เป็นค่าทดทุกขเวทนาไง แล้วอย่างนี้ ก็ถามพ่อ ไปประชุมเจ้าหนี้มา ก็บอกว่า ก็จะจ่ายให้นะ แต่ค่า ศพ 99 ศพก็จ่าย  ค่ารักษาก็จ่ายไปแล้ว พ่อจะเอา 3 ล้าน ติดต่อทนายแล้วพ่อเหนื่อยเหลือเกินขอขึ้นไปนอนพักหน่อยนะ พ่อก็นอนไม่ตื่น

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages