สรุปคำบรรยายวิชาวิชา ตัวแทน ประกันภัย ตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด (ค่ำ) ครั้งที่ 2 - 3

919 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Jun 8, 2010, 1:48:53 AM6/8/10
to LAWSIAM
หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ ผู้บรรยาย   ,  ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า ขอบคุณ. http://www.muansuen.com และคุณ admin ที่นำ flie เสียงมาลงแบ่งปันให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ครั้งที่ 2 – 3  . วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน 2553

            เนติบัณฑิต ก็แน่นอนแล้ว 3219 คน ของอาจารย์งดเว้นในวันพฤที่ 17 มิถุนายน วันนี้เราเข้าสู่เนื้อหาต่อไปนะครับ หลังจากวันแรกได้พูดเค้าโครงทั่วๆไป

            วันนี้พูดเรื่อง ลักษณะพิเศษในกฎหมายตั๋วเงิน ที่ไม่มีในสัญญาประเภทอื่นๆ

            มาตรา 899 สรุปความได้ว่า ข้อความในตั๋วเงินจะมีผลก็ต่อเมื่อเป็นข้อความในกฎหมายลักษณะตั๋วเงินอนุญาตให้เขียนได้

            หลักการของกฎหมายในมาตรา 899 สืบเนื่องจากตั๋วเงินเป็นตราสารเปลี่ยนมือและมักใช้ในแวดวง ธุรกิจการค้า จึงต้องมีความสะดวกรวดเร็ว ผู้ได้รับตั๋วเงินไม่ต้องเสียเวลาตรวจอย่างที่ต้องใช้เวลามากเกินไป กฎหมายจึงบัญญัติให้มีข้อความเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้โอนเปลี่ยนมือกันได้ง่ายๆ สะดวกรวดเร็ว เวลาโอนตั๋วเงินแต่ละครั้งผู้รับโอนก็ต้องมาอ่านว่ามีเงื่อนไขหรือผูกมัดอย่างไรหรือไม่ก็จะไม่เป็นที่นิยมกัน

            ก็จะต่างจากสัญญาในประเภทอื่นๆ คู่สัญญาจะตกลงกันอย่างไรใครจะเป็นฝ่ายได้เปรียบหรือเสียเปรียบเป็นเรื่องแต่ละฝ่ายต้องระมัดระวังประโยชน์ของตนเอง สัญญาปกติ คู่สัญญาสามารถตกลงให้แตกต่างจากกฎหมายได้ ตาม 151

            แต่ตรงกันข้ามจากเรื่องตั๋วเงินเลย ตั๋วเงินเวลาเขียนข้อความใดต้องเปิดกฎหมายลักษณะตั๋วเงินก่อน ว่ามีกฎหมายอนุญาตหรือไม่ ถ้าไม่มีไปเขียนลงไปกฎหมายบัญญัติไว้เลยว่าข้อความนั้นหาเป็นผลแก่ตั๋วเงินไม่ ก็คือเขียนได้ แต่ไม่มีผลอะไร นี่คือลักษณะพิเศษในตั๋วเงินเท่านั้น ที่เราพบเห็นเป็นประจำคือหนี้ที่นำทรัพย์สินมาจำนองหนี้ ถ้าหากมีการขายทอดตลาดได้เงินสุทธิน้อยกว่าที่ค้างอยู่กฎหมายบอกว่าลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในส่วนที่หัก

            แต่ตั๋วเงินไม่ได้เลยจะเขียนข้อความต่างจากกฎหมายไม่ได้ เขียนไปตั๋วเงินไม่เสีย เฉพาะข้อความนั้นเท่านั้นที่หาเป็นผลอย่างใดอย่างหนึ่งแก่ตั๋วเงินนั้นไม่

             คราวนี้มาดูเรื่องกฎหมายอนุญาตให้เขียนได้ ตัวอย่างที่กฎหมายอนุญาตให้เขียน เปิดไปที่ 911 เป็นบทบัญญัติในเรื่องตั๋วแลกเงิน นำไปใช้กับตั๋วสัญญาใช้เงินด้วย ตามมาตรา 985 สรุปความได้ดังนี้ครับ ในเรื่องตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน กฎหมายอนุญาตให้ผู้ออกตั๋วเขียนข้อความกำหนดได้ว่าจำนวนเงินอันพึงใช้ให้คิดดอกเบี้ยด้วยก็ได้ผู้สั่งจ่ายตั๋ว ผู้ออกตั๋วสามารถเขียนกำหนดได้

            เขียนลงได้แต่ถ้าไปดูบทบัญญัติในเรื่องเช็ค ในมาตรา 989 ไม่ได้บัญญัติให้นำมาตรา 911 ไปใช้กับเรื่องเช็คด้วย ดังนั้นเรื่องเช็คนั้น ผู้สั่งจ่ายจะไปกำหนดว่าพร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี เป็นการเขียนในลักษณะที่กฎหมายตั๋วเงินไม่ได้อนุญาตไว้ นี่เป็นตัวอย่างแรก เพราะฉะนั้นเราต้องดูด้วยว่าตั๋วเงินประเภทใดๆที่กฎหมายอนุญาตให้เขียนได้

            ตัวอย่างที่สอง มาตรา 915 เป็นบทบัญญัติในเรื่องตั๋วแลกเงิน นำไปใช้กับเรื่องเช็คด้วยตามมาตรา 989 สรุปความได้ดังนี้ครับในเรื่องตั๋วแลกเงินในเรื่องเช็ค กฎหมายอนุญาตให้ผู้สั่งจ่าย ผู้สลักหลัง สามารถที่จะเขียนข้อกำหนดลบล้างหรือจำกัดความรับผิดของตัวเองต่อผู้ทรงตั๋วเงินได้

            ก็มีประเด็นว่านาย ก ต้องรับผิดตามสัญญาใช้เงินหรือไม่ บอกล่วงหน้าแล้วว่า ถ้าผู้ออกตั๋วไม่ใช้เงินตามตั๋ว จะไล่เบี้ยจากข้าพเจ้าไม่ได้นะ เกิดปัญหาว่า ผู้สลักหลังมีสิทธิเขียนหรือไม่ ก็เปิดดู 985 กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้นำ 915 ไปใช้ด้วย

            ดังนั้น 915 ใช้เฉพาะตั๋วแลกเงินกับเช็ค แต่ถ้าเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินมาตรานี้ไม่นำไปใช้ด้วย จึงเป็นการไปเขียนข้อความที่ไม่อนุญาตให้เขียน ถ้าเขียนไปก็ไม่มีผล ก็ต้องรับผิดอยู่นั่นเอง

            ฎีกา.4714/2547

            ผู้สลักหลังตั๋วสัญญาใช้เงินจะไปเขียนไม่ได้ก็เข้ามาตรา 899 ข้อความอันนั้นหาเป็นผลอันหนึ่งอันใดแก่ตั๋วเงินนั้นไม่

            เรื่องต่อไป ในเรื่องเช็ค จะมีบทบัญญัติพิเศษอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งไม่มีในตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงิน นั่นคือบทบัญญัติขีดคร่อม ตาม 994

            การขีดคร่อมก็คือขีดเส้นคู่ขนานที่ด้านหน้าของเช็ค เมื่อมีการขีดคร่อมแล้วผลมีประการเดียวคือจะใช้เงินแก่ผู้ทรงไม่ได้ ต้องใช้ผ่านธนาคารเท่านั้น ถ้าเป็นตั๋วแลกเงินตั๋วสัญญาใช้เงินจะไม่มีบทบัญญัติเรื่องขีดคร่อม สมมุติว่าไปขีดเส้นคู่ขนานไว้ข้างด้านหน้าตั๋วฯ อย่างนี้เข้ามาตรา 899 คือหามีผลอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นไม่

            ซึ่งประเด็นนี้เคยออกสอบผู้ช่วยฯ แล้วอาจารย์ทำไม่ได้เพราะมันยากไป เรื่องการขีดคร่อมตั๋วแลกเงิน ไม่ได้มีบทบัญญัติไว้ในตั๋วแลกเงินการขีดคร่อมนั้นหามีผลอย่างใดไม่

            อีกเรื่องหนึ่งคือปกติตั๋วเงินเป็นตราสารเปลี่ยนมือโอนได้ โดยไม่จำกัดจำนวนคู่สัญญา ถามว่าตั๋วเงินจะไม่สามารถโอนต่อไปได้ด้วยวิธีการโอนอย่างตั๋วเงินมีกรณีใด มีกรณีเดียวจำไว้เลยนะครับ

            นั่นคือบุคคลที่ให้กำเนิดตั๋วเงิน เขียนลงด้านหน้าว่าเปลี่ยนมือไม่ได้ หรือเขียนคำอื่นทำนองเดียวกัน ตาม 917 วรรคสอง ใช้กับตั๋วเงินทั้งสามประเภท ถ้าผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินผู้สั่งจ่ายเช็คไม่ประสงค์ให้ตั๋วนั้นโอนเปลี่ยนมือไปอีก จะต้องเขียนลงที่ด้านหน้าของตั๋วเงิน ถ้าไม่เขียนด้านหลังผลเป็นไปตามมาตรา 899 คือหามีผลอย่างหนึ่งอย่างใดแก่ตั๋วเงินนั้นไม่

            ทีนี้เราก็มาดู ตัวอย่างฏีกาที่เกี่ยวกับ มาตรา 899 ซึ่งเป็นมาตราสำคัญ คดีแรกเลยเป็น

            ฏีกา 3509/2542

            แต่มีบางรายการตราสารขาดไปก็ยังเป็นเช็ค เพียงแต่ 910 ให้กระทำการโดยสุจริตสามารถลงวันที่ในเช็คได้

            คือต่อสู้ทำนองว่าเช็คไม่สมบูรณ์ ศาลก็แปลความว่าการที่ผู้สั่งจ่ายขีดเส้นสีดำไว้ในช่องวันที่ การกระทำดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติให้ไว้ว่ากระทำได้ ข้อความดั่งกล่าวจึงหาเป็นผลอย่างใดในเช็ค ตาม 899 การขีดเส้นใต้วันที่ ศาลฏีกาแปลว่าเป็นข้อความปรับเข้า 899

            6305/2548 เป็นเรื่องที่ผู้สั่งจ่ายสั่งจ่ายเช็คโดยเขียนว่าจ่ายสดแต่ไปขีดฆ่าคำว่าหรือผู้ถือออก ธนาคารก็ไม่ใช้เงินตามเช็ค โจทก์ก็ฟ้องบุคคลผู้ลงลายมือชื่อในเช็คผู้สลักหลังเป็นจำเลยที่สองให้ร่วมรับผิดใช้เงินตามเช็ค มีประเด็นที่ว่าหนังสือตราสารนั้นมันสมบูรณ์เป็นเช็คตามกฎหมายหรือไม่ เพราะเช็คพิพาทนั้นเขียนว่าจ่ายสด แล้วไปขีดคำว่าผู้ถือออก

            คำว่าสดไม่ใช่ชื่อผู้รับเงินก็เท่ากับขาดรายการที่กฎหมายบังคับว่าต้องมี เมื่อไม่ใช่เช็คแล้ว ผู้สั่งจ่าย ผู้สลักหลังก็ไม่ต้องรับผิด ทนายความโจทก์ก็ใช้ 899 ต่อสู้ว่าการไปขีดกากบาทหรือผู้ถือออกเป็นข้อความที่ไม่ได้บัญญัติไว้ ในตั๋วเงินการขีดฆ่าไม่มีผล ทำให้มีคำว่าผู้ถืออยู่ การขีดฆ่าเป็นการทำลายข้อความมีผลสิครับ เรื่องนี้ฏีกาก็ตัดสินว่าการขีดฆ่าดังกล่าวก็ไม่ใช่กรณีตาม 899 มีผล การขีดฆ่าไม่ใช่การขีดข้อความ

            ตัวอย่างสุดท้ายที่ยกให้นักศึกษาดูคือ มาตรา 899 ก็มีคดีอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับเช็คเหมือนกัน จำเลยที่หนึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายเช็ค ระบุชื่อจำเลยที่สองเป็นผู้รับเงินแล้วจำเลยที่หนึ่งเขียนด้านหน้าว่า เฉพาะ ลอยๆมาคำหนึ่ง จำเลยที่สองไปสลักหลังโอนเช็คให้โจทก์ โจทก์ก็นำไปขึ้นเงินธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค คดีมีประเด็นข้อเดียวว่าเช็คฉบับนี้เป็นเช็คห้ามเปลี่ยนมือหรือไม่

            คือปกติแล้วถ้าจำเลยที่หนึ่ง ไม่ประสงค์จะให้เช็คฉบับนี้โอนต่อไป ด้วยวิธีการโอนอย่างตั๋วเงิน เปลี่ยนมือไม่ได้ หรือถ้าไม่ใช้คำนี้

            คือคำว่าเฉพาะยังแปลความไม่ได้ ดังนั้นข้อความว่าเฉพาะเมื่อเขียนไปแล้วไม่มีผผลเหมือนกับลบข้อความนี้ออกไป ดังนั้นเช็คพิพาทจึงโอนเปลี่ยนมือได้ ก็สรุปเลยนะครับ คำว่าเฉพาะถือไม่ได้ว่าเป็นคำอื่นทำนองเดียวกับคำว่า ห้ามเปลี่ยนมือ แต่ถ้าเติมอีกนิดเดียวว่า เฉพาะบัญชีผู้รับเงินเท่านั้น อย่างนี้ถือว่าเปลี่ยนมือไม่ได้

            สำหรับการตรวจข้อสอบในภาคสองที่ผ่านมายังพบว่านักศึกษาจำนวนหนึ่งทำผิดระเบียบสอบข้อเขียนอยู่ ที่เราตรวจพบมีสองกรณี กรณีแรกคือมีนักศึกษารายหนึ่งไม่เขียนคำตอบแต่ไปวาดรูปเลอะเทอะ เมื่อสมัยที่ 61 ก็มีไปเขียนวิจารย์ทางการเมือง เจอก็ตักเตือนไป

            อีกกรณีหนึ่ง ที่ต้องเข้าประชุมกรรมการเลย ก็คือตอบสองรูปแบบ ปรากฏว่าข้อหนึ่งถูกเลยถ้าตรวจแล้วได้ 8 คนตรวจก็สับสนว่าจะถือคำตอบแบบใด กรรมการก็ถือว่าข้อใดได้คะแนนน้อย ก็เอาข้อนั้น

            แต่ที่น่าเจ็บใจคือ เขียนถูกแล้วไปยกเลิก อย่างนี้กรรมการบอกว่าอย่างนี้ช่วยไม่ได้ เพราะฉะนั้นการตอบกฎหมายต้องมีความมั่นใจพอสมควร

            การเขียนข้อความที่มิได้มีบัญญัติไว้ในกฎหมายตั๋วเงินผลมีแต่เพียงว่า ข้อความที่เขียนนั้นไม่มีผลอะไรแต่ตั๋วเงินก็สมบูรณ์เป็นตั๋วเงิน เพราะฉะนั้นหลักมาตรานี้จำให้แม่นนะครับ สามารถทำสอบได้หลายรูปแบบ ทีนี้ก็มาถึงมาตรา สำคัญอีกมาตราหนึ่ง

            นั่นก็คือ บทบัญญัติ ในมาตรา 900 สำหรับในมาตรา 900 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องลูกหนี้ในตั๋วเงินหรือบุคคลที่จะต้องรับผิดตามตั๋วเงิน การเข้ามาผูกนิติสัมพันธ์กระทำได้ด้วยวิธีง่ายๆนั่นคือการลงลายมือชื่อเพราะฉะนั้นฐานความรับผิดในเรื่องตั๋วเงินนักศึกษาดูคำถามให้ดี ว่าเรื่องนั้นมีใครบ้างที่ลงลายมือชื่อไว้ นั่นแหละคือคนที่ต้องรับผิด

            บุคคลที่มีลายมือชื่อ ถูกฟ้องแล้วปฏิเสธ ภาระการพิสูจน์อยู่ที่ผู้ลงลายมือชื่อ

            3100/2550

            823/2549

            ประเด็นแรกคือถ้าสังเกตให้ดี กฎหมายเอาผิดแก่บุคคลผู้ลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน กฎหมายไม่ได้บัญญัติเอาผิดแก่ผู้เขียนหรือกรอกรายการต่างๆในตั๋วเงิน เคยมีปัญหาขึ้นสู่ศาลฏีกาว่าในเรื่องตั๋วเงินนั้นจำเป็นหรือไม่ ที่ผู้สั่งจ่ายผู้ออกตั๋วจะต้องเป็นคนเขียนกรอกหรือ พิมพ์ลายการนั้นด้วยตนเอง เปิดดูมาตรา 9 ก่อนนะครับ เมื่อกฎหมายใช้คำว่าหนังสือตราสาร ก็ไปเข้ามาตรา 9

            จึงมีคำพิพากษาศาลฏีกาหลายฉบับด้วยกันตัดสินว่าไม่มีกฎหมายบังคับว่าผู้ออกตั๋วจะต้องเขียนข้อความด้วยตนเอง จึงอาจมอบหมายให้บุคคลอื่นเขียนหรือกรอกข้อความแทนได้

            รายการต่างๆในตั๋วเงินแทนแล้ว ตราสารนั้นก็เป็นตั๋วเงิน 5645/2544

            ประเด็นก็มีว่าแล้วบุคคลที่เขียนแล้วกรอก พิมพ์รายการในตั๋วเงินจะต้องรับผิดหรือไม่ คำตอบคือไม่ต้อง ในประเด็นเรื่องนี้จริงอยู่ที่ว่าผู้ให้กำเนิดไม่จำเป็นต้องกรอกรายการในตั๋วด้วยตนเอง อาจมอบหมายให้เขียนหรือกรอกก็ได้ ตราสารนั้นก็สมบูณ์ แต่ถ้าหากการเขียนหรือกรอกรายการต่างๆในตั๋วเงิน นอกเหนือจากวันที่ในตั๋วแล้วถ้าบุคคลที่ไปกรอกรายการเขียนรายการไม่ได้รับมอบอำนาจจากผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋วแล้วถามว่าผลจะเป็นอย่างไร

            รายการอื่นๆไม่มีเลยอาจเพื่อประกันหนี้ใดๆก็ตาม ต่อมานาย ข ไปกรอกรายการเองทั้งหมดเลย แล้วเอาไปขึ้นเงิน ธนาคารก็ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค เกิดปัญหาขึ้นมาว่าอย่างนี้ตัวผู้สั่งจ่ายจะต้องรับผิดตามเช็คหรือไม่ เรื่องนี้เทียบได้กับฏีกาที่เราพูดเมื่อสักครู่ว่าแบบพิมพ์เช็คนั้นสมบูรณ์เป็นเช็คแล้วหรือไม่ ที่เห็นชัดเจนเลยก็คือขาดรายการที่เป็นจำนวนเงิน

            เมื่อโจทก์ไปกรอกจำนวนเงินในเช็คเองโดยที่ผู้สั่งจ่ายไม่ได้ยินยอมหรือมอบหมาย เช็คพิพาทไม่ได้สมบูรณ์ตามกฎหมายเลย

            1541/2514

            มีรายชื่อจำเลยกับวันที่ออกเช็ค ส่วนรายการอื่นๆไม่มี

            บุคคลผู้ลงลายมือชื่อแยกออกเป็นสองกรณี ถ้าเป็นกรณีนิติบุคคล ก็หมายความถึงนิติบุคคลตามกฎหมายที่ผู้มีอำนาจกระทำการแทนหรือเรียกว่าผู้แทนนิติบุคคลเป็นผู้ลงลายมือชื่อ ถ้าเป็นบริษัทจำกัดก็คือกรรมการบริษัท ส่วนกี่คนจะต้องลงลายมือชื่อหรือไม่ก็เป็นไปตามข้อบังคับ ที่เป็นบัญหาก็คือบุคคลธรรมดา ปัญหาว่าจำเป็นหรือไม่ที่ลายมือชื่อต้องเขียนให้ตรงกับชื่อสกุลของตนเอง เรื่องนี้ไม่จำเป็นนะครับ บุคคลธรรมดาอาจไปลงชื่อสมมุติหรือนามแฝง หรือชื่อเสียงทางการค้า

            ปรากฏว่าไปเขียนที่ร้านค้า ว่าแสงรุ่งเรือง ส่งมอบให้แก่โจทก์ เกิดปัญหาว่าอย่างนี้ถือว่า ลงลายมือชื่อในเช็คหรือไม่ แม้ตนไม่ได้ชื่อแสงรุ่งเรือง ในเมื่อชื่อแสงรุ่งเรืองเป็นชื่อของจำเลยที่สอง เมื่อเป็นเช็คผู้ถือจำเลยที่สองไปสลักหลัง

            2417/2536

            เป็นเรื่องการลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน กฎหมายจะมีลักษณะพิเศษอีกประการหนึ่ง นั่นคือ เจ้าของรายมือชื่อ สามารถจะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นลงลายมือชื่อของตนลงในตั๋วเงินได้ นาย ก มอบอำนาจให้ นาย ข ลงลายมือชื่อ นาย ก ในตั๋วเงินได้ ก็มาจากมาตรา 1008 วรรคสอง ซึ่งกฎหมายอนุญาตให้มีการให้สัตยาบรรณ แก่รายมือชื่อที่ลงไว้โดยปราศจากอำนาจได้

            กฎหมายลายมือชื่อแม้เจ้าของอนุญาตและให้ความยินยอมก็ลงลายมือชื่อไม่ได้

            1020/2517

            การลงลายมือชื่อในตั๋วเงินต้องเป็นการลงลายมือชื่อที่แท้จริงเท่านั้น ตอนที่บัญญัติกฎหมายคนที่จะใช้ตั๋วเงินต้องเป็นคนมีระดับ ประสงค์ให้คนอ่านออกเขียนได้รู้หนังสือใช้ตั๋วเงิน จึงบังคับเลยว่าการลงลายมือชื่อต้องลงลายมือชื่อที่แท้จริงเท่านั้น

            อีกเรื่องก็คือเรื่องตราประทับ สมมุติ เซ็นต์ลายเซ็นแล้วไปให้ร้านทำบล็อกตรายางแกะบล็อกให้ ปัญหาว่าจะใช้ในตั๋วเงินได้หรือไม่ บางคนไปตีความเคร่งครัดว่าในมาตรา 900 วรรคสองไม่ได้มีห้ามเรื่องตราประทับ แต่ความเห็นของนักกฎหมายส่วนใหญ่บอกว่า ไม่ได้ขนาดลายพิมพ์นิ้วมือซึ่งอยู่ติดตัวยังใช้ไม่ได้เลย

            บุคคลที่ลงลายมือชื่อในตั๋วเงินต้องรับผิดในตั๋วเงินนั้น คำถามดูแล้วในตั๋วเงินฉบับนั้นทุกคนคือลูกหนี้แล้วรับผิดฐานะใดก็ตอบง่ายๆว่าที่ลงลายมือชื่อในตั๋วนั้นมีเจตนาผูกพันในฐานะใดก็รับผิดในฐานะนั้นแล้วถ้าสังเกตตัวบทในมาตรา 900 ให้ดีจะเกี่ยวโยงกับมาตราอื่นๆอีกมากมาย เช็คต้องมีรายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเช็คตาม 988 อนุมาตรา หนึ่ง บุคคลที่ให้กำเนิดตั๋วขึ้นมาตราสารสมบูรณ์เป็นตั๋วก็ต้องมีผู้ให้กำเนิดตั๋วขึ้นมาเกี่ยวข้องกับมาตรา 900 ทั้งหมดต่อมาเมื่อมีการสลักหลัง ทำอย่างไร

            919 ก็คือลงลายมือชื่อผู้สลักหลัง การรับอาวัลไปสลักหลังตั๋วชนิดผู้ถือ หรือ 939 กรณีที่ประสงค์ผูกพันเป็นผู้รับอาวัล 939 วรรคสองและสาม และลงลายมือชื่อผู้รับอาวัลในด้านหน้าแห่งตั๋วเงิน ความรับผิดในตั๋วเงินมีคำเดียวคือลงลายมือชื่อ เปิดไปที่ 931 ในเรื่องตั๋วแลกเงินปกติไม่มีความรับผิดจะต้องรับผิดเมื่อใด เมื่อทำการรับรองตั๋ว สุดท้ายดูที่มาตรา 993 ปกติในเรื่องเช็ค ธนาคารไม่มีความรับผิดตามเช็ค ความรับผิดในเรื่องตั๋วเงินเกิดขึ้นเมื่อใด เมื่อลงลายมือชื่อที่ยกตัวบทมากมายหลายมาตราให้พินิจพิเคราะห์ดูก็เพื่อให้เห็นภาพว่าหลักตั๋วเงินมีมาตราเดียว คือ ลงลายมือชื่อ

            หนังสือรวมคำบรรยาย ไม่ทราบว่านักศึกษาไปจับจองกันหรือยัง เพราะว่าวันจันทร์นี้ก็ออกเล่มแรก

            พวกซีดีที่บันทึกสำนักอบรมไม่ได้จัดทำนะครับ

            พอทราบแล้วว่ารับผิดฐานะใด ก็ดูประเด็นต่อไป ก็คือรู้แล้วว่าต้องรับผิด ประเด็นต่อไปก็คือรับผิดแค่ไหนเพียงใด เช่นจำนวนในตั๋วหนึ่งล้านบาท อย่าเพิ่งด่วนวินิจฉัยว่าต้องรับผิดหนึ่งล้านบาททั้งหมด นั่นก็หมายความว่าเนื้อความในตั๋วเงินมีข้อความระบุไว้อย่างไร มีข้อความลบล้างหรือจำกัดความรับผิดไว้หรือไม่ ว่าผู้สั่งจ่ายผู้สลักหลังตั๋วแลกเงินหรือเช็ค เขียนข้อความลบล้างหรือจำกัดความรับผิดไว้ ดังนั้นความรับผิดของลูกหนี้คนนั้นก็เป็นไปตามข้อความที่ระบุไว้ เช็คผู้สลักหลังตั๋วแลกเงินเขียนไว้เลยว่าข้าพเจ้าขอรับผิดชอบเพียงห้าแสน เพราะฉะนั้นต้องดูมาตรา 915 ด้วย ว่ามีเขียนข้อกำหนดลบล้างจำกัดความรับผิดหรือไม่ อย่างนี้ไม่ต้องรับผิดเลย ต่อไปดูที่ 935 ผู้รับรอง คือผู้จ่ายเงินตามตั๋วแลกเงิน เราจะเปลี่ยนชื่อจากผู้จ่ายเป็นผู้รับรอง ระบุแต่เพียงบางส่วน อย่างนี้ความรับผิดเราก็เป็นบางส่วน อย่าลืมว่าผู้รับรองมีเฉพาะในตั๋วแลกเงินเท่านั้น ตัวอย่างสุดท้าย 938 วรรคหนึ่ง ผู้รับอาวัลรับอาวัลแต่เพียงบางส่วน

            สิ่งเหล่านี้กฎหมายอนุญาตให้เขียนในตั๋วเงินได้

            ต่อไปดูประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าสู่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา คือบุคคลที่ลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน ปกติแล้วความรับผิดจะมีฐานะ ฐานะผู้สั่งจ่าย ผู้ออกตั๋ว จะต้องมีฐานะ แต่มีคดีที่เกิดขึ้นในศาลฏีกา หาฐานะไม่ได้ รู้ว่าลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน แต่รับผิดฐานะไหนเปิดกฎหมายดูไม่มี

            จำเลยที่หนึ่งสั่งจ่ายเช็คระบุโจทก์เป็นผู้รับเงิน ไปลงลายมือชื่อด้านหลังเช็ค จำเลยที่สองมาลงชื่อด้านหลังเช็ค โจทก์ก็เอาเช็คไปขึ้นเงินธนาคารก็ไม่ใช้เงินตามเช็ค ถามว่าโจทก์จะฟ้องใครให้รับผิดตามเช็คบ้าง แน่นอนใครลงลายมือชื่อก็ต้องรับผิด ของจำเลยที่หนึ่งไม่มีปัญหาเกิดปัญหาว่าจำเลยที่สองรู้ว่าเขาลงลายมือชื่อในเช็ครับผิดฐานะไหน ลำดับแรกเลยดูให้ดีนะครับ เช็คพิพาทเป็นเช็คระบุชื่อ ถ้าเป็นเช็คผู้ถือใครไปสลักหลังต้องรับผิดในฐานะผู้รับอาวัลตาม 921 เปิดดู 939 ในวรรคสาม ปรับเข้ามาตรานี้ก็ไม่ได้ ประเด็นที่สาม 919 วรรคสอง ใกล้เคียงเข้าไปอีกนิด สลักหลังลอยแต่ต้องเป็นผู้ทรงเช็คมาก่อน แต่นี่จำเลยที่สองไม่เคยเป็นผู้ทรงเลย จำเลยที่สองมาลงชื่อด้านหลัง หาฐานะไม่ได้ แต่ศาลฏีกาดูตัวบทแล้วยังไงคุณต้องรับผิดแน่นอนก็เลยแปลความว่าการที่ลงโดยสมัครใจที่เป็นผู้ทรงในอันที่จะรับผิดตามข้อความในเช็คอย่างเดียวกับผู้สั่งจ่าย

            3788/2524

บุคคลที่ปลอมรายมือชื่อคนอื่นจะต้องรับผิดหรือไม่ ถึงแม้จะปลอมลายมือชื่อ ผู้ปลอมรายมือชื่อผู้อื่นก็ต้องรับผิด กล่าวโดยสรุปคนที่ต้องลงลายมือชื่อในตั๋วเงินต้องรับผิด ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเช็ค แน่นอนว่าเป็นหนังสือตราสารที่ทางธนาคารจัดทำขึ้น ซึ่งปกติแล้วคนสั่งจ่ายเช็คก็ต้องเป็นเจ้าของบัญชี แต่อย่าลืมว่าในเรื่องตั๋วเงินกฎหมายไม่ได้คำนึงเลยนะครับ แม้ไม่ใช่เจ้าของบัญชีตามเช็คก็ต้องรับผิดตามเช็ค

            1853/2511

            กรณีโจทก์ฟ้องจำเลย ผู้สั่งจ่ายเช็คการฟ้องต้องระบุชื่อเป็นชื่อใคร ปรากฎว่าจำเลยไปเปิดบัญชีธนาคารใช้ชื่อเป็นภาษาจีน เกิดปัญหาว่าอย่างนี้ตัวผู้สั่งจ่ายจะต้องรับผิดหรือไม่ ความจริงก็ไปคล้ายกับฏีกาที่ไปสลักหลังว่าแสงรุ่งเรือง แม้ไปใช้ชื่อเป็นภาษาจีนก็สุดแต่เงื่อนไข แต่ถ้าหมายความถึงบุคคลๆเดียวกัน คนนั้นต้องรับผิด ประเด็นสุดท้ายนะครับ อันนี้เราจะพูดแต่เฉพาะเรื่องเช็คก่อน ยังไม่รวมตั๋วเงินประเภทอื่นๆนะครับ เคยมีปัญหาเกิดขึ้นมาบ้าง เช็คที่ไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารแล้วธนาคารก็ปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วเช็คนั้นยังโอนต่อได้หรือไม่ แล้วคนที่ลงลายมือชื่อหลังจากการโอนจะมีการรับผิดได้หรือไม่ ยังมีมาตรา 924 บัญญัติไว้ แต่ถ้าเป็นเช็คหล่ะ

            สมมุตินาย ก เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้นาย ข นาย ข ก็เอาเช็คขึ้นเงินธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค นาย ข ก็ไปแจ้งความกับตำรวจ

            นาย ค บิดากลัวว่า นาย ก ลูกตนถูกจับนาย ค ก็ ลงชื่อด้านหลังเช็ค ถามว่านาย ค รับผิดหรือไม่ เช็คเด้งแล้วเนี่ย มีความรับผิดตามตั๋วเงินหรือไม่

            คำตอบนะครับ เช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว ก็ยังสมบูรณ์เป็นเช็คอยู่ ดังนั้นการที่นาย ค ไปสลักหลังเช็คภายหลังจากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว นาย ก ก็ต้องรับผิด ในฐานะผู้รับอาวัลผู้สั่งจ่าย

            5766/2537

            313/2521

           

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages