หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า kankokub ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ สมชัย ฑีฆาอุตมากร ผู้บรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า ขอบคุณ. http://www.muansuen.com และคุณ admin ที่นำ flie เสียงมาลงแบ่งปันให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
สรุปคำบรรยาย สัปดาห์ที่ 1 ชั่วโมงที่1 อังคาร 24/11/52
วันนี้เป็นชั่วโมงแรก วิชานี้สัมฯวิแพ่ง เราแบ่งออกเป็นสองส่วน ท่านอาจารย์ศิริชัย รับผิดชอบในส่วนของวิแพ่ง 1 – 2 ส่วนของอาจารย์รับผิดชอบในส่วนของวิแพ่ง 3 – 4 แต่อย่างไรก็ตามถ้าเป็นวิฯ 1- 2 ก็หยิบยกมาได้ วิแพ่งหรือวิอาญา ถ้าไปดูข้อสอบย้อนหลัง ถ้าเราไปทำความเข้าใจตัวบท ข้อสอบไม่ยากเลย ที่สำคัญๆ เข้าใจว่าไม่น่าออกข้อสอบเกิน 10 มาตรา คือส่วนอุทธรณ์ฏีกา แต่ต้องทำความเข้าใจแต่ละตอนของตัวบท อย่าไปจำแต่ฏีกา จุดอ่อนของนักศึกษาคือไม่เข้าใจระบบ ในเชิงตัวบท อุทธรณ์ฏีกาออกหนึ่งข้อ
บังคับคดี ก็ออก 260 ผลของคำสั่งวิธีการชั่วคราว คราวที่แล้วออก ในเรื่อง 254 264 เรื่องที่ออกกรณี 264 การคุ้มครองประโยชน์ ฏีกานี้เป็นฏีกา 28 ออกสอบแล้วไม่ต่ำกว่าสามครั้ง
อีกหนึ่งข้อคือภาคบังคับคดี 271 เป็นต้นไป มาตราที่สำคัญๆ มีกี่มาตรา 309 ทวิ ก็มีอยู่แค่นั้น เวลาอธิบายก็จะตัวบทและข้อสังเกต ฏีกาที่เป็นสาระสำคัญก็อาจจะมีแต่โดยทั่วไปไม่ค่อยอ้างอิงฏีกา
สำหรับในส่วนวิฯ 1 – 2 ไปเรื่อยๆแล้วจะหยิบยกบางประเด็นมา วันนี้เราจะพูดถึงบทสรุปที่มาตราเกี่ยวข้องกัน
ชั่วโมงแรกๆก็อาจจะเบื่ออาจเร็วไป แต่ถ้าได้เตรียมตัวดูมาแล้ว ก็จะง่ายต่อการเข้าใจ
ในเรื่องอุทธรณ์เราพูดถึงการอุทธรณ์ ดูมาตรา 223 ถ้าเราปูพื้นแล้วเป็นหลักใหญ่การอุทธรณ์ว่าเป็นสิทธิ ของผุ้อุทธรณ์ได้เสมอเว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นที่สุดแสดงให้เห็นว่าในระบบกฎหมายของเรานั้น อุทธรณ์เป็นสิทธิ หมายความว่า คำสั่งหรือคำพิพากษา อุทธรณ์ฏีกาได้เสมอ เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติให้คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นเป็นที่สุด เวลาเราจะหาว่าเค้ามีสิทธิหรือไม่ ก็ต้องไปดูกฎหมายว่ามีห้ามหรือไม่ ถ้าไม่มีก็มีสิทธิอุทธรณ์เสมอ
ข้อสอบที่ออกมาก็เป็นข้อสอบโดยตรงกับหลักเกณฑ์การอุทธรณ์สองส่วน ว่าการอุทธรณ์ต้องอยู่ในเงื่อนไขบางประการ เป็นภาพรวม จะเห้นว่า 223 ทวิ 224 -228 มาจาก 223 ทั้งสิ้น เป็นเหตุผลทางกฎหมาย
4 มาตรา ที่เป็นกลุ่ม ต้องห้ามอุทธรณ์ ก็ไปศึกษาในวิแพ่ง 1 2 แต่เนฯไม่ออกเพราะเกี่ยวโยงสองภาค แต่ที่ออกคือเกี่ยวโยงในลักษณะนี้ มีหลักเกณฑ์ที่พูดว่า ทุกกรณีที่ไม่มีกฎหมายให้เป็นที่สุด เช่นในมาตรา 223 ทวิเป็นต้นไป ซึ่งเรามักเอามาออกการอุทธรณ์จะต้องอยู่ที่ 223 เป็นต้นไป จนจบมาตรา 246 พอ 247 เป็นเรื่องฏีกา ซึ่งเหมือนอุทธรณ์เป๊ะเลย ในลักษณะของบทว่าด้วยการอุทธรณ์นี้แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือคู่ความและศาลชั้นต้นปฏิบัติ ออกข้อสอบเสมอ ส่วนหลังคือศาลอุทธรณ์ซึ่งมักไม่ค่อยออกสอบ
223 ทวิ ถึง 237 ออกสอบร้อยเปอร์เซ็นต์
ส่วนหลัง 238 เป็นต้นไปเป็นวิธีพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ส่วนหลังไม่ค่อยออกข้อสอบ
ในมาตรา 224 ก็มักเป็นข้อสอบเสมอเป็นข้อจำกัดสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงด้วยเหตุทุนทรัพย์ มันมีการทับซ้อนของบทบัญญัติ การอุทธรณ์ต้องไปตามชั้นศาล มี 223 ทวิที่เป็นข้อยกเว้น เป็นการขออนุญาตอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฏีกา
ดูมาตรา 223 คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยื่นโดยตรงต่อศาลฏีกา คือ 223 ทวินั่นเอง เท่ากับเป็นการยกเว้นให้อุทธรณ์ต้องเป็นไปตามลำดับชั้นศาล ให้สามารถอุทธรณ์ข้อกฎหมายได้โดยตรงต่อศาลฏีกา
225 เป็นเรื่องหลักเกณฑ์การอุทธรณ์
ที่จะออกสอบคือ 224 225 226 คือการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาอันนี้มาเรื่อย 227 228 เป็นข้อยกเว้นของคำสั่งที่เราไม่ถือว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา สำหรับในมาตรา 229 คือการยื่นอุทธรณ์ 229 กำหนดเงื่อนไขของการอุทธรณ์ไว้ ชั่วโมงนี้จะทำความเข้าใจในตัวบท
มาตรา 230 เป็นการตรวจอุทธรณ์คดีตาม 224
มาตรา 231 การทุเลาการบังคับ
มาตรา 232 การตรวจอุทธรณ์ในคดีทั่วไป เมื่อคราวที่แล้วผมออกข้อสอบผู้ช่วย ยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์
มาตรา 234 เป็นบทบัญญัติที่สำคัญเป็นเรื่องการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ พอเราอ่าน 224 ถ้าศาลชั้นต้นไม่รับ บทบัญญัตินี้ใช้เมื่อไม่รับอุทธรณ์เท่านั้น การอุทธรณ์ก็ต้องตามมาตรา 18 วิธีปฏิบัติไม่เหมือนกันเราก็เคยเจาะฟ้องอุทธรณ์แต่มาฟ้อง 234 ก็ไม่ค่อยได้คะแนน
เราก็ข้ามไปที่มาตรา 236 การพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ที่ส่งมาตามมาตรา 234 เมื่อปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์คราวที่แล้วออกสอบตรงนี้ ก็หมายความว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ตาม 234 นั่นเอง ดูความต่อมาให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องเช่นว่านี้ไปศาลอุทธรณ์โดยไม่ชักช้า
การยื่นคำร้องอุทธรณ์นี้กฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจน ว่าต้องยื่นและมีหน้าที่ส่งคำร้องนี้ไปยังศาลอุทธรณ์ไม่มีหน้าที่ตรวจอีกแล้ว เพราะกรณีเช่นนี้ออกตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ ก็ถามว่าการตรวจอุทธรณ์ศาลชั้นต้นชอบหรือไม่ การที่ศาลต้นไปสั่ง ไม่มีหน้าที่ต้องส่งอย่างเดียว ดังนั้นคำสั่งจึงไม่ชอบด้วยมาตรา 236 คราวที่แล้วออกข้อสอบอย่างนี้
ต่อไป 237 คำแก้อุทธรณ์ในเรื่องอุทธรณ์ฏีกานี้ บางเรื่องได้มีการเปลี่ยนแปลงไป บางตัวไม่ชัดเจนก็จะขีดให้ชัดขึ้น เพื่อการศึกษาและการปฏิบัติที่ถูกต้อง
เนื่องจากอุทธรณ์นี้ตั้งแต่ 224 – 228 นั้น ต้องมองภาพทั้งหมดควบคู่กันไป แล้วจะเห็นว่า การอุทธรณ์จะมีอยู่ สองกรณี คือการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี หรือ การอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา เราต้องมองที่จำนวนราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน ในชั้นอุทธรณ์เป็นหลักใหญ่กว้าง ตามคำพิพากษา ตามมาตรา 224 นี้ไม่เด็ดขาด ยังมีกรณีที่ทำให้คุ่ความอุทธรณ์ได้ตามวรรคหนึ่งตอนท้าย คือมีความเห็นแย้งก็เกิดสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ หรือคำรับรอง ถ้าไม่มีทั้งสองส่วนก็ได้มีหนังสือ จากอธิบดีศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค
หรือตาม 225 โดยสภาพมันไม่รู้เรื่องใครจะมาอนุญาตได้