หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า kankokub ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ บัณฑิต รชตะนันทน์ผู้บรรยาย , ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า ขอบคุณ. http://www.muansuen.com และคุณ admin ที่นำ flie เสียงมาลงแบ่งปันให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
เราเหลือกันแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้นเอง จาก 16 ชั่วโมงเหลือสิบสี่เท่านั้นเอง
จำนองคือประกันด้วยทรัพย์
มาตรา 702 อันว่าจำนองนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนอง เป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง
ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญมิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือหาไม่
ก็ต้องมีสัญญาประธานเสียก่อน จึงจะมีสัญญาประธานได้ เป็นหลักในเบื้องต้น 40/2513
ฎ.906/2515
ฎ.1149/2537
เรื่องความสมบูรณ์สัญญาประธานนี้มาตรา 707 ให้นำ ค้ำประกันมาอนุโลมพอสมควร ก็มีอยู่สองมาตรา นึกถึงเจมส์บอน 007 คือ 707 กับ 727 คือ 681 มาใช้ส่วน 697 700 เดียวจะพูดกัน เรื่องอื่นไม่เข้ามาเกี่ยวข้องเลย มีสี่มาตราเท่านั้นที่เกี่ยวกัน
ทีนี้ก็ใครสงสัยก็ไปศึกษา 9091/2538
ซื้อที่ดินหลังแดง เมื่อสัญญาประธานเป็นโมฆะจำนองก็ไม่อาจบังคับได้
ทำนองเดียวกัน 1765/2548
ถ้าหนี้ประธานสมบูรณ์แล้วจำนองก็มีผลบังคับกันได้เป็นทรัพยสิทธิติดตัวทรัพย์ไป 3775/2546
ส่วนกรณีของการกู้ยืมเงินที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือเป็นการกู้ยืมเงินที่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
ฎ.1604/2536
2207/2531 ในกรณีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ค้ำฯบุคคลไว้คนหนึ่ง ต่อมาโจทก์ก็กู้ยืมเงินจำเลยไว้ เพื่อประกันหนี้ที่มีอยู่แล้ว ในภายหน้า ก็มีปํญหาว่าสัญญาจำนองครอบประกันเงินกู้หรือไม่ ก็ครอบถึงหนี้ตามสัญญาค้ำด้วย
5384/2548 เป็นเรื่องของการกู้ยืมเงินสหกรณืแล้วตอนหลังก็กู้บ้านแล้วจำนองหนี้ อย่างไรก็ตามการตกลงกันให้สัญญาจำนองประกันหนี้ที่มีอยู่ในสัญญาหรือภายหน้านั้นไม่ได้เป็นข้อเด็ดขาดทีเดียวว่าครอบคลุมหนี้ทุกประเภท มี2245/2535
1592/2545
วินิจฉัยทำนองเดียวกันว่า แม้จะจำนองหนี้เป็นประกันเดียวกัน ตอนแรกกู้ยืมต่อมามีมูลหนี้ละเมิดเกิดขึ้น ก็ดูข้อความแม้จะดูเหมือนตีความได้กว้าง ที่ว่าหนี้ที่มีในตอนนี้หรือในภายภาคหน้า เช่นนี้ต้องตีความในข้อสัญญา และในคำพิพากษานี้ก็ตีความไปว่า ข้อตกลง ที่บอกว่า ให้เป็นประกันหนี้ที่มีอยู่ในเวลานี้หรือในภายภาคหน้าไม่ได้ระบุไว้ว่าให้รวมถึงหนี้ละเมิด หนี้ หนี้คนละประเภทกัน กรณีมีข้อสงสัยต้องตีความเป็นคุณแก่ผู้เสียประโยชน์ในมูลหนี้ตามนัยมาตรา 11 ปพพ
พอเข้าใจได้ฏีกาปี 35 ว่าค้ำฯสัญญาไม่คุ้มเรื่องละเมิด
ปัญหาว่า ทำประกันหนี้กู้ยืมจะครอบหนี้เบิกเงินเกินบัญชีภายหลังหรือไม่ ศาลก็ยังวินิจฉัยในแนวเดิม ก็คือให้ตีความให้เป็นคุณแก่ฝ่ายที่ต้องเสียในมูลหนี้นั้น จึงไม่มีสิทธิบังคับจำนองในมูลหนี้ผิดสัญญานั้น
จำนองไม่ได้ครอบ เอง อันนั้นเป็นการเข้าใจอันคราดเคลื่อน ของประชาชนเลยนะครับ ตัวจำนองจะลอยๆไม่ได้ ต้องมีหนี้ประธานก่อน ต่อมาให้เป็นหนังสือรับสภาพหนี้ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดผลอย่างไรไม่
ฎ.817/2521
กู้เงินบริษัทแต่ไปจำนองไว้กับกรรมการ ผู้จำนองจะเป็นใครก็ได้ตามมาตรา 709 แต่ผู้รับจำนองต้องเป็นเจ้าหนี้ในมูลหนี้ประกัน
อันนี้ก็เป็นสาระสำคัญคือต้อง อยู่ในฐานะที่เป็นเจ้าหนี้ ถ้าผู้รับจำนองไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้มันจะกลายเป็นจำนองไม่ได้เพื่อประกันหนี้
4436/2545
เมื่อสัญญาจำนองเป็นสัญญาอุปกรณ์เพราะฉะนั้นต้องอยู่ในกรอบของสัญญาประธานจะไม่มีมากไปกว่าสัญญาประธานเพราะฉะนั้นถ้าไม่กำหนดให้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยได้ ไปตกลงไว้ ก็ไม่มีการบังคับได้เพราะมันไปอาศัยสัญญาประธานเป็นหลัก
6525/2542
5800/2533
สัญญากู้คิดอัตราดอกเบี้ย 19.5 แต่สัญญาจำนองคิดดอกเบี้ย 21 ศาลฏีกาวินิจฉัยว่าเป็นเพียงหนี้อุปกรณ์จะคิดเกินหนี้ประธานหาได้ไม่
ทำนองเดียวกัน
5684/2545 กลับกัน คือ จำนองเป็นเพียงอุปกรณ์หนี้ประธาน คิดดอกเบี้ยก็ขึ้นอยู่กับหนี้ประธาน
2897/2550 สิทธิของโจทก์ที่บังคับกับสัญญาอุปกรณ์ จึงบังคับได้เท่าที่สัญญาต้นเงิน
ฏีกาจะกี่ฉบับก็ตาม ก็ตามหลักที่ว่า สัญญาจำนองเป็นสัญญาอุปกรณ์ ก็คิดตามที่สัญญาประธานระบุนั่นเอง
สัญญาจำนองเป็นสัญญาอุปกรณ์ เจ้าหนี้ ก็มีสิทธิที่จะเลือกว่าจะฟ้องด้านใดมีประโยชน์มากกว่ากัน โดยเฉพาะเกี่ยวพันกับ 733 ที่ว่าบังคับแล้ว หลุดพ้นจากหนี้ ไม่ว่าจะขาดอยู่เท่าใด
127/2506
40/2513
2044/2526
2667/2528
ข้อกฎหมายก็ตัวเดียวกันนะครับ
สาระสำคัญประการที่สอง คือเป็นเรื่องการเอาทรัพย์สินไปตราไว้เป็นสำคัญคือไปจดทะเบียนไว้นั่นเองนะครับ ต้องเป็นการจำนองต่อตัวเจ้าหนี้ คือเริ่มจากมีหนี้ประธานนั่นเอง ผู้รับจำนองต้องเป็นเจ้าหนี้อันใดอันหนึ่งตาม 702 แต่ผู้จำนองจะเป็นใครก็ได้ตาม 709
มาตรา 702 ก็เขียนไว้ชัดต่างกับจำนำตรงนี้คือจำนองไม่ต้องส่งมอบทรัพย์ การที่เจ้าหนี้ ( ธนาคาร ) ยึดโฉนดไว้ แต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ นั้น ไม่มีผลเป็นการจำนองแต่ประการใด
สัญญาจะจำนองมีไม่ได้
อย่าลืมว่าสัญญาจำนองต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนจึงจะบังคับกันได้ จุดกำเนิดเกิดเมื่อจดทะเบียน
สาระสำคัญประการที่สาม คือ ชอบที่จะได้ชำระหนี้ก่อน เจ้าหนี้สามัญ คือเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้จำนองต้องถึงกำหนดชำระแล้ว
ฎ.3475/2540
ในระหว่างเจ้าหนี้จำนองกับเจ้าหนี้บุริมสิทธิอื่น ใครมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนกัน ในกรณีบุริมสิทธิไม่ได้จดทะเบียนจะยกต่อสู้สิทธิที่จดทะเบียนแล้วไม่ได้ ทำไม เพราะในระหว่างผู้รับจำนองกับผู้ที่มีบุริมสิทธิแต่ไม่ได้จดทะเบียน จำนองมีสิทธิดีกว่าบุริมสิทธิที่ไม่จดทะเบียน
ดูมาตรา 281 + 285 286 ได้ความว่า เจ้าหนี้ที่มีบุริมสิทธิอื่นจะได้รับชำระหนี้ก่อนมีเพียงสองกรณี คือ ในมูลรักษาอสังฯ ซึ่งจดทะเบียนแล้วตามมาตรา 285 กับในเรื่องจ้างทำของ ตามมาตรา 286 เท่านั้นที่จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนผู้รับจำนอง
เพราะฉะนั้นบุริมสิทธิที่เหนือจำนองมีสองกรณีนี้เท่านั้น เจ้าหนี้จำนองจะขอรับชำระหนี้เมื่อไหร่ ในเรื่องค้ำฯ มีการเขียน ว่าลูกหนี้
ฎ.5753/2537 วินิจฉัยไว้โดยสรุปว่าหนี้ประธานถึงกำหนดหนี้จำนองก็ขอรับชำระหนี้ได้ เอาถึงกำหนดไม่ได้ดูถึงเรื่องผิดนัดนะครับ เว้นแต่ทรัพย์จำนองบุบสลาย 723 ที่ผู้รับจำนองฟ้องได้ทันที สาระสำคัญประการที่สี่คือจำนอง เป็นทรัพยสิทธิติดไปกับทรัพย์เลย เป็นผลของมาตรา 702
ฎ.775/2508
แม้เป็นการซื้อที่พิพาทจากคำสั่งศาล จำนองก็ติดกับตัวที่ดิน ผู้บังคับจำนองจะบังคับเมื่อใดก็ได้เมื่อนั้น
ฎ.1536/2500
ฎ.132/2535
ฎ.3655/2538
ฎ.728/2538
หลักเกณฑ์การทำสัญญาจำนอง ทรัพย์สินที่ทำได้คือตามมาตรา 703
มาตรา 703 อันอสังหาริมทรัพย์นั้นอาจจำนองได้ไม่ว่าประเภทใด ๆ
สังหาริมทรัพย์อันจะกล่าวต่อไปนี้ก็อาจจำนองได้ดุจกันหากว่าได้จดทะเบียนไว้แล้วตามกฎหมายคือ
(1) เรือที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ----------(2548)
(2) แพ
(3) สัตว์พาหนะ
(4) สังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ซึ่งกฎหมายหากบัญญัติไว้ให้จดทะเบียนเฉพาะการ
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นกับ พรบ ให้ใช้ที่ดิน เมื่อเป็นทรัพย์สินที่โอนกันได้มันก็จำนองได้ ดังนั้นจึง รวมถึง นส3 นส3ก ทรัพย์สิทธิที่อาจโอนกันได้ ก็สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน ก็มีปัญหาว่าเป็นวัตถุแห่งสัญญาจำนองได้หรือไม่
ก็เลยมีความเห็นในทางวิชาการ แตกต่างกัน ก็ยังไม่มีฏีกาชี้ขาดไว้
สังหาริมทรัพย์พิเศษ ตามมาตรา 456 สี่จำพวก ตามมาตรา 703 ก็จำนองได้ดุจกันหากได้จดทะเบียนไว้แล้ว
แพในที่นี้ก็คือ เรือนแพ ก็ไปหาดูได้แถวเมืองกาญจน์
สัตว์พาหนะ ช้างม้าวัวควาย ลา ล่อ
ก็พรบ จดทะเบียนเครื่องจักร สามารถจำนองได้ เครื่องบินที่ได้จดทะเบียนแล้วก็จดทะเบียนได้
เนื่องจากกฎหมายบัญญัติไว้เพียงเท่านั้ดังนั้นสิ่งใดนอกเหนื่อจากนี้ก็ไม่อาจมาจำนองได้
เพราะฉะนั้นไม่เป็นวัตถุแห่งสัญญาจำนอง ในเรื่องของตัวทรัพย์นั้นมาตรา 704 การจำนองต้องระบุตัวทรัพย์ไว้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าสัญญาจำนองระบุไว้ไม่ชัดแจ้งก็มีปัญหาในเรื่องสัญญาจำนอง
769/2506 จำนองทำเป็นหนังสือระบุไว้ว่าเต็มสิ่งปลูกสร้างที่ดินนั้นด้วย ผู้จำนอง ก็บอกว่าจริงๆแล้วเพียง 12 ห้องตามที่มีอยู่ในสัญญา เมื่อสิ่งปลูกสร้างมี 22 ห้อง ก็ต้องตามนั้น
เจ้าของเท่านั้นที่จะจำนองได้ตามมาตรา 705 มีปัญหาคือ
ในขณะนั้นหมายถึงเป็นเจ้าของขณะทำสัญญา เพราะฉะนั้น
258/2516 การเป็นเจ้าของก็ดูขณะทำสัญญา ถ้าผู้จำนองไม่ใช่เจ้าของ ผลก็คือว่าการจำนองนั้นไม่ผูกพันเจ้าของที่แท้จริง เพราะฉะนั้นบังคับจำนองไม่ได้ แม้ผู้รับจำนองจะสุจริต เสียค่าตอบแทน จดทะเบียนก็ตาม
2445/2539
อันนี้ก็เป็นหลัก ตัวอย่างกรณีเช่าซื้อทรัพย์มาแล้วเอาทรัพย์ไปจำนองในขณะที่จำนองเป็นทรัพย์เป็นเจ้าของ
53/2504 เช่าซื้อเครื่องยนต์โรงสี ในขณะที่ยังผ่อนไม่ครบก็ฝ่าฝืน
ฎ.7149/2538
แต่จำเลยกลับนำที่พิพาทไปจำนองไว้ การจำนองไม่มีผลโดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้รับจำนองจะสุจริตหรือไม่ก็ตาม ก้เป็นอุทธาหรณ์เอาบ้านของผู้อื่นไปจำนอง บ้านเป็นของผู้อื่นจำนองไม่ครอบถึง มาตรา 720 ซึ่งเราจะได้พูดถึง
1886/2520
เจ้าของไม่ได้หมายถึงที่ดินมีกรรมสิทธิ์อย่างเดียว เพียงแค่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ก็จำนองได้
อย่าตีความเคร่งครัดว่าเจ้าของหมายถึงเฉพาะที่ดินมีโฉนดเท่านั้น
ประเด็นที่เจ้าของลง ชื่อในเอกสารเปล่า ให้คนอื่น คนอื่นก็เอามาขาย หรือเอาไปจำนองเลย จะถือว่ามีผลหรือไม่กับการกรอกไม่ตรงเจตนา ก็ถือว่าเป็นเอกสารปลอม ตามมาตรา 94 ปวิพ แต่ว่าเรื่องนี้ต่างกับการปลอมจากการปลอมทั้งหมด
แต่อันนี้ปลอมโดยการกรอกรายชื่อในหนังสือมอบอำนาจ ถ้าเจ้าของลงลายมือชื่อในใบมอบอำนาจที่ไม่กรอกข้อความแล้วผู้อื่นเอาไปใช้ประโยชน์และผู้รับจำนองรับไว้โดยสุจริตแล้วนั้น แนวฏีกา
วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานเดียวกันว่า เจ้าของนั้น อยู่ในฐานะที่เป็นผู้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงและไม่สามารถอ้างความประมาทเลินเล่อนั้นมาปฏิเสธได้ เพราะฉะนั้นการจำนองสมบูรณ์
1605/2506
580/2507
212/2517
419/2519
671/2523
4879/2533
เป็นบรรทัดฐานมาเรื่อย จะอ้างเอาความประมาทเลินเล่อของตนมายกเว้นความรับผิดโดยให้เพิกถอนการจำนองไม่ได้
อันนี้คนละหลักกับเรืองสัญญาซื้อขายที่ว่าผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน
มีหมายเหตุท้ายคำพิพากษาฏีกานี้ในที่สุดก็มี
8929/2542
เรื่องนี้ควรจะดูตัวอย่างฏีกาไว้เพราะมีความสับสน และกรรมการมักชอบนักอะไรที่มีการสับสนอย่างนี้และใครไม่ละเอียด ก็อาจหลุดได้
แต่ถ้าการปลอมรายมือชื่อ คือปลอมหมดเลย แนวฏีกามีมาตลอดวางว่าการจำนองเป็นโมฆะ เพราะถือว่าสำคัญผิดในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ ผลของการจำนองก็ไม่ผูกพันเจ้าของที่แท้จริง
1315/2493
1800/2497
3430/2536
5927/2548
ถ้าไม่ผูกพันก็อ้างหลักมาตรา 705 ในกรณีที่ 4 ของเรื่องเจ้าของเท่านั้น คือ กรณีที่เจ้าของยอมให้ผู้อื่น เชิด คนอื่นเป็นเจ้าของ หรือกรณีที่เจ้าของรวมคนหนึ่งยอมให้ เจ้าของคนหนึ่งแซงตนมาเป็นเจ้าของ อันนี้ก็ทำได้ กรณีนี้เกิดมากกับกรณีที่สามีภริยา นั่นเอง
1082/2504
772/2540
มีกรณี 5927/2548
กรณีของเจ้าของรวม ตามมาตรา 1361 เจ้าของรวมคนหนึ่งจะจำหน่ายส่วนของตนหรือจำนองหรือให้เกิดภาระติดพันก็ได้ แต่ก็แล้วแต่เจ้าของรวมแต่ละคน แต่ภายหลังเจ้าของรวมนั้นเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ก็จำนองได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมอื่น
227/2493
แต่ถ้าจะจำนองที่ดินทั้งแปลงโดยเจ้าของรวมคนอื่นไม่ยินยอมด้วย จำนองนั้นผูกพันธ์เฉพาะส่วนของเจ้าของรวมเท่านั้น
761/2503
กรณีของที่ดินถูกครอบครองปรปักษ์แล้วยังไม่ไปจดทะเบียนสิทธิ เจ้าของที่ดินเดิม ก็ จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแม้ที่ดินจะถูกครอบครองปรปักษ์ไปแล้วก็ตาม การจำนองก็สมบูรณ์ 115/2525
5570/2533
กรณีที่ครอบครองปรปักษ์ก่อนจำนอง แต่ถ้าจำนองแล้วครอบครองปรปักษ์ จำนองก็ครอบไปสู้ที่ครอบครองปรปักษ์ด้วย
5241/2535
เงื่อนไขที่เขียนไว้ใน 706 นั้น ไม่ใช่เงื่อยไขที่ไม่แน่นอน ในนิติกรรม เพราะฉะนั้น ที่ดิน ที่มีสิทธิเก็บกินหรือ จำนอง ก็ได้ โดยมีทรัพย์สิทธิต่างๆติดไปด้วยยกเว้นกรณีขายฝาก เพราะการขายฝากรับไปโดยปลอดสิทธิไถ่
หลักเกณฑ์ประการที่สาม เมื่อกี้ประการที่สองที่ว่าเจ้าของเท่านั้น
มาตรา 708 สัญญาจำนองนั้นต้องมีจำนวนเงินระบุไว้เป็นจำนวนเรือนเงินไทย ตราไว้ เป็นจำนวนเป็นเงินไทย จะระบุจำนวนเงินแน่นอนหรือจำนวนขั้นสูงสุดก็ได้
พอระบุจำนวนเงินแน่นอนก็อาจมีข้อตกลงของผู้รับจำนองที่เขียนไม่เกินเลยไป ทำให้ข้อตกลงไม่แน่นอนขึ้นมาส่วนมากบอกเอาไว้ว่าเงินจำนวนไม่เกินหนึ่งล้านบาท แม้เกินไปก็ยังรับผิดอยู่ ก็แบ่งเป็นสองส่วนคือหนึ่งล้านบาทอันนั้นบังคับได้
ส่วนข้อตกลงส่วนหลังนี่แหละที่ทำให้เป็นสัญญาไม่มีการระบุที่แน่นอนข้อตกลงส่วนนี้ ที่ไม่ให้กำหนดแน่นอนตกเป็นโมฆะไม่มีผลบังคับก็แยกกัน ส่วนที่สมบูรณ์ก็สมบูรณ์บกพร่องก็แยกไป
5629/2526
7302/2539
1901/2502
หลักเกณฑ์ประการที่สี่ มาตรา 709 จำนองเพื่อประกันหนี้บุคคลอื่นได้ แต่ผู้รับจำนองต้องเป็นเจ้าหนี้ในมูลหนี้ตามหลักที่เราได้ว่ามา
ถ้าคนหนึ่งเป็นทั้งค้ำและจำนอง
1054/2526
2832/2528
ก็ตีความให้รับผิดสัญญาเดียว สัญญาทั้งหลายต่างเป็นประกันหนี้รายเดียวกัน
ทรัพย์สินหลายสิ่งมีเจ้าของรายเดียวหรือหลายคนให้ทำได้ มาตรา 710 ก็คือตกลง ให้บังคับตามลำดับก็ได้
มาตรา 710 ทรัพย์สินหลายสิ่งมีเจ้าของคนเดียวหรือหลายคนจะจำนองเพื่อประกันการชำระหนี้แต่รายหนึ่งรายเดียว ท่านก็ให้ทำได้
และในการนี้คู่สัญญาจะตกลงกันดังต่อไปนี้ก็ได้ คือว่า
(1) ให้ผู้รับจำนองใช้สิทธิบังคับเอาแก่ทรัพย์สินซึ่งจำนองตามลำดับอันระบุไว้
(2) ให้ถือเอาทรัพย์สินแต่ละสิ่งเป็นประกันหนี้เฉพาะแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดที่ระบุไว้
ตัวอย่างเอาที่ดินสองแปลงมาประกันหนี้รายเดียว ทำได้หรือไม่คำตอบก็คือทำได้ตามวรรคหนึ่ง หรือจัดลำดับเอาไว้ ก็ได้ก็เป็นไปตามจำนวนส่วนที่บังคับไว้ ปัญหาว่าถ้ามีข้อตกลงวรรคสอง 710 ถ้าไม่มีข้อตกลงกันไว้ก็ 734 ก็คือเลือกเอารายใดก่อนหลังก็ได้ ซึ่งเราจะไปว่ากันในชั้นเรื่องบังคับจำนอง
ข้อตกลงให้บังคับจำนองโดยประการอื่นข้อตกลงนั้นไม่สมบูรณ์ การตกลงไว้เสียก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระนั้นให้เป็นไปประการอื่น ข้อตกลงนั้นไม่สมบูรณ์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ
มาตรา 711 การที่จะตกลงกันไว้เสียแต่ก่อนเวลาหนี้ถึงกำหนดชำระเป็นข้อความอย่างใดอย่างหนึ่งว่า ถ้าไม่ชำระหนี้ ให้ผู้รับจำนองเข้าเป็นเจ้าของทรัพย์สินซึ่งจำนอง หรือว่าให้จัดการแก่ทรัพย์สินนั้นเป็นประการอื่นอย่างใดนอกจากตามบทบัญญัติทั้งหลายว่าด้วยการบังคับจำนองนั้นไซร้ ข้อตกลงเช่นนั้นท่านว่าไม่สมบูรณ์
ข้อตกลงทั้นเป็นเรื่องประการอื่นเลย ที่มันไม่เกี่ยว 728 729 ถ้าตกลงเป็นประการอย่างอื่น เช่นเอาไว้ได้เลย ข้อตกลงเช่นนี้ถ้าตกลงก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระเป็นข้อตกลงที่ไม่สมบูรณ์บังคับไม่ได้ แต่ข้อตกลงเช่นนี้เป็นการที่ตกลงกันเป็นประการอื่นทำให้หนี้ระงับไปได้
69/2511
1510/2542
ข้อตกลงตาม 711 เป็นข้อตกลงเด็ดขาด
หลักเกณฑ์ประการที่เจ็ด จำนองแล้วจำนองอีกก็ได้
มาตรา 712 แม้ถึงว่ามีข้อสัญญาเป็นอย่างอื่นก็ตาม ทรัพย์สินซึ่งจำนองไว้แก่บุคคลคนหนึ่งนั้น ท่านว่าจะเอาไปจำนองแก่บุคคลอีกคนหนึ่งในระหว่างเวลาที่สัญญาก่อนยังมีอายุอยู่ก็ได้
เหตุผลเพราะว่าผู้รับจำนองรายแรกเค้าไม่เสียหายอะไรเพราะเขามีสิทธิได้บังคับอยู่ก่อนแล้ว ปัญหาทางปฏิบัติมันคือ ทำยาก เพราะว่า เอาโฉนดไปจดอย่างนั้นรายที่สองเขาจะยอมหรือ 3542/2528
ในหลักเกณฑ์ประการสุดท้ายคือต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้นในกรณีมีการมอบอำนาจ แล้วผู้มอบอำนาจตาย ถือใบมอบอำนาจเอาไว้ ความล่าช้าทำให้เสียประโยชน์ ดังนั้นการจำนองไม่เกิดขึ้น
1064/2509
1567/2534
2588/2535
มาดูตรงนี้นิดหนึ่ง เรื่องของจำนองครอบเพียงใด
มาตรา 715 ทรัพย์สินซึ่งจำนองย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้กับทั้งค่าอุปกรณ์ต่อไปนี้ด้วย คือ
(1) ดอกเบี้ย
(2) ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้
(3) ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนอง
เพราะฉะนั้นถ้าพูดกันอย่างกว้างๆ จำนองครอบทั้งต้นเงินและค่าอุปกรณ์ ในเรื่องดอกเบี้ย เป็นดอกเบี้ยต้นเงินตามสัญญาจำนอง ถ้าเป็นดอกเบี้ยในหนี้ประธานมันรวมอยู่ในความรับผิด สัญญาจำนองอยู่แล้วก็มีปัญหาว่า หมายถึงต้นเงิน รวมไปถึงการที่ผิดนัดด้วยนะครับ ดอกเบี้ยนี้อาจให้คิดแบบธรรมดาหรือทบต้นก็ได้ ในกรณีที่ผู้จำนองเป็นบุคคลอื่นไม่ใช่ตัวลูกหนี้ อาจไม่เหมือนลูกหนี้ชั้นต้น ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ถ้าไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นก็เสมอลูกหนี้ชั้นต้น ตกลงน้อยกว่าได้ แต่ห้ามไปตกลงมากกว่า
วงเงินจำนองมีคำพิพากษาเป็นบรรทัดฐาน ว่าไม่รวมค่าอุปกรณ์ 4139/2533
392/2550
ดูเนื้อหาข้อตกลงเป็นสำคัญ
2368/2530
ผู้จำนองต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันจดทะเบียนจำนอง
จำนองไม่มีดอกเบี้ยแต่พอผิดนัดผู้จำนองต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดด้วย ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ก็ดู มาตรา 213
4887/2539 ค่าธรรมเนียมรวมความถึงการบังคับจำนองด้วย
จำนองครอบหนี้สินอะไรบ้าง ก็ครอบต้นเงิน และทรัพย์จำนอง
มาตรา 716 เป็นประการที่หนึ่งคือครอบหมดทุกสิ่งแม้จะได้ชำระหนี้ไปแล้วบางส่วน อาจเป็นที่ดินสองแปลงอาจเป็นที่ดินและบ้าน หรือและเครื่องจักร มันมีหลายสิ่ง จำนองครอบไปทั้งทรัพย์สินที่จำนอง
717 จำนองครอบทุกส่วน ยกตัวอย่างที่เห้นชัดที่สุด ที่แปลงแปลงใหญ่ไป จำนอง แล้วบางส่วน ถูกครอบครองปรปักษ์ หรือได้แบ่งขายไปแล้ว จำนองก็ครอบอยู่
คำว่าส่วนในที่นี้ก็รวมความถึงเจ้าของรวม ตาม 1367
4096/2536
675/2546
ครอบทั้งปวง 718 คือรวมถึงสิ่งปลูกสร้างนั้นด้วย 2410/2524 แต่อย่างไรก็ตามอยู่บังคับ719-721 คือไม่ครอบโรงเรือนภายหลังที่ปลูกสร้างลงในที่ดินเว้นแต่มีข้อความกล่าวไว้โดยเฉพาะแต่ก็อาจขายโรงเรือนได้
ส่วนมากข้อตกลงก็เขียนตกลง ยกเว้นไปแล้ว
720 ก็เป็นเรื่องจำนองในโรงเรือนในที่ดินของคนอื่น เป็นกรณีของโรงเรือน ไม่ใช่ส่วนควบของที่ดินนั่นเอง จำนองโรงเรือนไม่ครอบไปสู้ที่ดิน ฉันท์ใดฉันท์นั้นจำนอง ที่ดินก็ไม่ครอบโรงเรือน
จำนองไม่ครอบไปสู่ดอกผลนิตินัย
247/2530