สรุปคำบรรยาย เนติภาคกลางวัน ห้างฯบริษัท ครั้งที่ 9 สอนเมื่อ อังคาร 04/08/09

745 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Aug 12, 2009, 4:18:33 AM8/12/09
to LAWSIAM

หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ รังสรรค์ ผู้บรรยาย   , ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า ขอบคุณ. http://www.muansuen.com และคุณ admin ที่นำ flie เสียงมาลงแบ่งปันให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

(ครั้งที่ 9 อัง 04/08/09 )

 การเลิกห้างฯ ก็ต้องมีการควบคุม ไม่ให้เลิกกันง่ายๆ ไม่ให้ความเสียหายเกิดแก่คนทั่วไป

เลิกโดยข้อสัญญา 1055 อนุมาตรา 1 – 3

ก็เป็นเหตุเลิกโดยข้อสัญญา ก็มีมิติที่น่าสนใจคือว่า เอาไปเปรียบเทียบกับเรื่องเงื่อนไข หรือ เงื่อนเวลา ก็เข้าได้ง่ายๆเลย กรณี ทั้งสามกรณีเป็นการตกลงกันก่อนที่จะมีห้างฯขึ้น

แต่จริงๆแล้วจะตกลงกันทีหลังจากการตั้งห้างฯแล้วก็ได้

มีกรณีพิเศษอีกกรณีหนึ่ง ที่ตกลงภายหลัง นอกจากสามอนุนี้กฎหมายไม่ได้เขียนไว้หรอก แต่ก็ทำได้ ทุกคนต้องเห็นชอบ ก็ดูจากมาตรา 1025 และ 1032

ต่อไปก็คือการเลิกห้างฯโดยผลกฎหมาย เป็นการเลิกโดยอัตโนมัติ แบ่งได้สองกรณีดูมาตรา 1055 อนุมาตรา 4

ประการแรก ต้องเป็นห้างที่ไม่มีกำหนดเวลาเลิก ก็ต้องบอกล่วงหน้าจะได้เตรียมตัว ถ้าเป็นห้างฯไม่มีกำหนดเวลาเลิกจึงไปเข้าหลัก มาตรา 1056   

ประการที่สอง ต้องบอกเลิกเมื่อสิ้นรอบเงินทางบัญชี

กรณีที่หุ้นส่วนจะบอกเลิกก็สิ้นรอบบัญชีเงินและไม่น้อยกว่าหกเดือน ก็เพื่อให้รู้ตัวกันล่วงหน้านั่นเอง

ถ้าเกิดมีเหตุจะเลิก อย่างนี้ก็ไม่ต้องบอกกล่าว .5184/2550

ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 มีหุ้นส่วนเพียง 2 คน คือโจทก์และจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 2 ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน และมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจนไม่สามารถจะทำธุรกิจร่วมกันต่อไปได้ ทั้งหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดก็มีเพียงจำเลยที่ 2 เท่านั้น ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นหุ้นส่วนผู้ใดได้อีก จึงทำให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 เหลือวิสัยที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1057 (3)

เมื่อมีเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นในระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดดำเนินกิจการ โจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ได้ หาใช่เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตแต่อย่างใดไม่ และไม่ใช่เป็นกรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งของห้างหุ้นส่วนที่ตั้งขึ้นโดยไม่มีกำหนดกาลอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นยุติ ประสงค์จะเลิกห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีเหตุ จึงต้องบอกกล่าวความจำนงจะเลิกล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือนก่อนสิ้นรอบปีในทางบัญชีเงินของห้างหุ้นส่วนนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1056

โจทก์และจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนเพียง 2 คน ของจำเลยที่ 1 ขัดแย้งกันไม่อาจชำระบัญชีร่วมกันได้ และไม่ปรากฏว่ามีข้อบังคับของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้ตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1251 วรรคสอง เมื่อเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ย่อมสมควรให้คนกลางที่ไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใดเป็นผู้ชำระบัญชี โดยกำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1

 

 ก็เป็นเรื่องมีหุ้นส่วนเพียงสองคนไม่ไว้ใจกันเลย ทะเลาะกันแล้วก็มีหุ้นส่วนคนหนึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำกัดความรับผิด

.1956/2517

การเลิกห้างหุ้นส่วนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1056 เป็นการเลิกในระหว่างที่กิจการของห้างหุ้นส่วนยังดำเนินไปได้ตามปกติ กฎหมายจึงบัญญัติให้บอกกล่าวล่วงหน้าหกเดือน และให้เลิกได้ต่อเมื่อสิ้นรอบปีในทางบัญชีเงินของห้างหุ้นส่วน แต่ถ้ามีเหตุการณ์ที่เสียหายเกิดขึ้นระหว่างดำเนินการของห้างหุ้นส่วนเมื่อหุ้นส่วนคนใดร้องขอ ศาลอาจสั่งให้ห้างหุ้นส่วนนั้นเลิกกันได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1057 ซึ่งไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 1056

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม 2511 ตลาดป่าโมกถูกไฟไหม้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้แพท่าของโจทก์จำเลยเป็นที่รับส่งสินค้าได้งดการรับส่งสินค้า และได้แยกย้ายไปหาแพท่าขนส่งสินค้าใหม่ ผลประโยชน์ที่โจทก์กับจำเลยได้รับลดน้อยลงโจทก์มีความประสงค์จะเลิกการเป็นหุ้นส่วนกับจำเลย เพราะไม่มีผู้ที่จะดูแลรักษาแพท่านี้ อันเป็นเหตุให้เกิดการเสียหาย ได้แจ้งขอเลิกการเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยแล้วถือได้ว่ามีเหตุทำให้ห้างหุ้นส่วนเหลือวิสัยที่จะดำรงอยู่ต่อไปได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1057(3)โจทก์มีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนนั้นได้ โดยไม่จำต้องบอกกล่าวความจำนงล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือนตามมาตรา 1056 แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอท้ายฟ้องให้ศาลสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วน เพียงแต่ขอให้บังคับจำเลยแบ่งทุน แต่ก็เห็นความประสงค์ของโจทก์ได้ว่าต้องการให้สั่งเลิกห้างหุ้นส่วน จึงได้ขอแบ่งทุน เมื่อตามคำฟ้องคำให้การ และทางพิจารณา ไม่ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนมีลูกหนี้เจ้าหนี้หรือผู้เป็นหุ้นส่วนได้ออกเงินทดรองและค่าใช้จ่ายของตนไปเพื่อจัดการค้าของห้าง โจทก์จำเลยได้ผลัดกันเก็บรายได้จากแพท่าคนละเดือนมาเป็นเวลา 10 ปีเศษแล้วสินทรัพย์ของห้างมีแต่แพรายพิพาทเท่านั้น จะรื้อฟื้นให้พิจารณาเรื่องชำระหนี้บัญชีของห้างหุ้นส่วน ก็คงไม่ได้ข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้นแต่ประการใด ศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งแพรายพิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่งไปทีเดียวได้ โดยให้ประมูลราคาระหว่างโจทก์จำเลย หากไม่ตกลงกัน ให้เอาแพรายพิพาทออกขายทอดตลาดเอาเงินได้สุทธิแบ่งให้โจทก์ (อ้างฎีกาที่ 1195/2497)

 

 กรณีบัญญัติเป็นหลักไว้ว่าการเลิกห้างฯตาม 1056 เป็นกรณีเลิกตามปกติจึงต้องมีการบอกให้เตรียมตัว หาก มีเหตุตาม 1057 ก็ต้องบอกเลิก

ผลของการบอกเลิก 1056 ห้างก็เลิก ก็ต้องไปชำระบัญชีเพื่อให้ทราบว่ากำไรขาดทุนกันอย่างไร ปัญหาคือว่าหุ้นส่วนบอกเลิกแล้ว ห้างฯจำเป็นต้องเลิกเสมอไปไม่ ไม่จำเป็น ดูมาตรา 1060

1299/2480

หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญคนหนึ่งขอถอนหุ้นไป หุ้นส่วนที่ยังคงเหลืออยู่รับซื้อหุ้นไว้และคงดำเนินกิจการต่อไปตามปกติดังนี้ ไม่ถือว่าห้องหุ้นส่วนรายนี้เลิกกันแล้ว ปพพม 1055 มิใช่เป็นบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนคู่สัญญาจะตกลงแก้ไขเป็นอย่างอื่นก็ย่อมทำได้ ประมวล วิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 288

ต่อไปทำไมเราต้องเขียนว่าหุ้นส่วนตาย ล้มละลาย หรือ ตกเป็นคนไร้แล้วห้างฯเลิก เพราะว่าถือคุณสมบัติและความสามารถของผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นเอง

1740/2520

ผู้เป็นหุ้นส่วนสามัญคนหนึ่งตาย ห้างเลิกกันโดยผลของกฎหมาย

ก็บังคับให้ทายาทเข้ามาเป็นหุ้นส่วนไม่ได้

ต่อไป 1057 อนุมาตรา 2 คือกรณีมีแต่ขาดทุนไม่มีฟื้นตัว ต้องเป็นอย่างไรก็เจ๊ง ไม่ใช่กรณีที่อย่างน้อยยังมีแสงสว่างปลายอุโมงค์

อนุมาตราสามก็เป็นเรื่องเหตุเบ็ดเตร็ดเลยเป็นเหตุครอบจักรวาล ที่เขียนอนุมาตรา 1 – 2 เพื่อให้พอเห็นทิศทางของกฎหมาย

กรณีแพข้ามฝาก มีการสร้างสะพานแล้ว ทะเลาะกัน ก็ภือว่า เหลือวิสัยที่จะดำรงอยู่ต่อไปได้แล้ว

วิธีร้องขอให้ศาลเลิกห้างต้องกระทำอย่างไร ในคดีแพ่งดังกล่าวก็ทราบแล้วว่ามันทำได้สองกรณี

มีบทบังคับหรือไม่ว่าต้องทำอย่างไร ก็มีฏีกา 2512/2528

การขอให้ศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1057 นั้นผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งจะฟ้องร้องเป็นคดีมีข้อพิพาทก็ได้ หรือจะเริ่มต้นด้วยการร้องขออย่างคดีไม่มีข้อพิพาทก็ได้และในกรณีหลังนี้หากมีหุ้นส่วนอื่นไม่เห็นพ้องด้วย ย่อมมี สิทธิร้องคัดค้านเข้ามาเกี่ยวข้อง ในคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 และศาลต้องดำเนินคดีต่อไปอย่างคดีมีข้อพิพาท

กรณีเลิกห้างก็มีสามประการอย่างที่กล่าวคือ โดยสัญญา โดยผลกฎหมาย และโดยคำสั่งศาล

ถ้าเลิกไปแล้วจะทำอย่างไร เมื่อห้างฯเลิกไปแล้วจะไปอยู่เฉยๆไม่ได้ ก็มาจากหลักธรรมดา

การชำระบัญชีก็คือการจัดการทรัพย์สินนั่นเอง โดยหลักแล้ว 1061 วางหลักว่าต้องชำระบัญชีเสมอ สองมีข้อยกเว้นว่าทำอย่างอื่นแทนการชำระบัญชีก็ได้ ถ้าไม่มีการชำระบัญชีแล้วมาฟ้องศาลมีผลอย่างไร ก็ศาลไม่รับ ศาลจะยกฟ้อง

1956/2517

การเลิกห้างหุ้นส่วนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1056 เป็นการเลิกในระหว่างที่กิจการของห้างหุ้นส่วนยังดำเนินไปได้ตามปกติ กฎหมายจึงบัญญัติให้บอกกล่าวล่วงหน้าหกเดือน และให้เลิกได้ต่อเมื่อสิ้นรอบปีในทางบัญชีเงินของห้างหุ้นส่วน แต่ถ้ามีเหตุการณ์ที่เสียหายเกิดขึ้นระหว่างดำเนินการของห้างหุ้นส่วนเมื่อหุ้นส่วนคนใดร้องขอ ศาลอาจสั่งให้ห้างหุ้นส่วนนั้นเลิกกันได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1057 ซึ่งไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 1056

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม 2511 ตลาดป่าโมกถูกไฟไหม้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้แพท่าของโจทก์จำเลยเป็นที่รับส่งสินค้าได้งดการรับส่งสินค้า และได้แยกย้ายไปหาแพท่าขนส่งสินค้าใหม่ ผลประโยชน์ที่โจทก์กับจำเลยได้รับลดน้อยลงโจทก์มีความประสงค์จะเลิกการเป็นหุ้นส่วนกับจำเลย เพราะไม่มีผู้ที่จะดูแลรักษาแพท่านี้ อันเป็นเหตุให้เกิดการเสียหาย ได้แจ้งขอเลิกการเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยแล้วถือได้ว่ามีเหตุทำให้ห้างหุ้นส่วนเหลือวิสัยที่จะดำรงอยู่ต่อไปได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1057(3)โจทก์มีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนนั้นได้ โดยไม่จำต้องบอกกล่าวความจำนงล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือนตามมาตรา 1056 แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอท้ายฟ้องให้ศาลสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วน เพียงแต่ขอให้บังคับจำเลยแบ่งทุน แต่ก็เห็นความประสงค์ของโจทก์ได้ว่าต้องการให้สั่งเลิกห้างหุ้นส่วน จึงได้ขอแบ่งทุน เมื่อตามคำฟ้องคำให้การ และทางพิจารณา ไม่ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนมีลูกหนี้เจ้าหนี้หรือผู้เป็นหุ้นส่วนได้ออกเงินทดรองและค่าใช้จ่ายของตนไปเพื่อจัดการค้าของห้าง โจทก์จำเลยได้ผลัดกันเก็บรายได้จากแพท่าคนละเดือนมาเป็นเวลา 10 ปีเศษแล้วสินทรัพย์ของห้างมีแต่แพรายพิพาทเท่านั้น จะรื้อฟื้นให้พิจารณาเรื่องชำระหนี้บัญชีของห้างหุ้นส่วน ก็คงไม่ได้ข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้นแต่ประการใด ศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งแพรายพิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่งไปทีเดียวได้ โดยให้ประมูลราคาระหว่างโจทก์จำเลย หากไม่ตกลงกัน ให้เอาแพรายพิพาทออกขายทอดตลาดเอาเงินได้สุทธิแบ่งให้โจทก์ (อ้างฎีกาที่ 1195/2497)

 

ศาลก็บอกกรณีอย่างนี้จะพิพากษาให้ชำระบัญชีไม่ได้เกินคำขอ  เพราะว่า กรณีนี้มีคำฟ้องในประเด็นเรื่องเลิกห้างด้วย ก็เป็นเรื่องกระบวนพิจารณา

ถ้าเสียงข้างมากหาไม่ได้ ก็ต้องมาร้องขอต่อศาลให้แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี

การชำระบัญชีก็มีวิธีการตามมาตรา 1062 คือ ชำระให้คนนอกก่อน แล้วค่อยมาใช้เงินทดรอง และก็คืนทุน เหลือก็ค่อยแบ่งกำไรกัน

มาตรา 1063 ก็เขียนให้ชัดขึ้นซึ่งจะบัญญัติหรือไม่ก็ได้ ก็จบเรื่องชำระบัญชีเพียงสังเขป ก็จบเรื่องห้างฯสามัญ ต่อไปจะเป็นเรื่อง ห้างสามัญจดทะเบียน เรื่องการชำระบัญชีในทางทฤษฏี ไม่ยุ่งยากและมักไม่ออกสอบ จะมีปัญหาก็คือในทางปฏิบัติ ของนักบัญชีนั่นเอง

 

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages