หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า kankokub ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ ผู้บรรยาย , ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า
ครั้งที่ 10 (เช็คขีดคร่อม )
คราวที่แล้วจบ 991 ซึ่งเป็นบทให้อำนาจธนาคารไม่ใช่การบังคับ เป็นดุลพินิจของธนาคาร ที่ต้องจำอีกประการก็คือผู้ทรงให้เช็คกับธนาคาร ไปยื่นพ้นหกเดือน ผู้สั่งจ่ายก็ไม่หลุดพ้นต้องไปดูมาตรา 990
ส่วน ( 3 ) คือเช็คนั้นหายหรือถูกลักไป ปกติเป็นหน้าที่ของผู้ทรง อย่างไรก็ดี บุคคลอื่นก็บอกกล่าวแก่ธนาคารได้เช่นกัน
ซึ่งกรณีเช็คหายหรือถูกลักความจริงแล้วตัวผุ้ทรงมีสิทธิ ตามมาตา 1111 คือให้ผู้สั่งจ่ายออกตั๋วฯเป็นเนื้อความเดียวกับตนใหม่ อันนี้เป็นสิทธิ แต่ทางปฏิบัติก็มักไม่ออกใหม่ เพราะถ้ามีคนเก็บเช็คได้ และถ้าผู้รับโอนสุจริต ก็ต้อง เสียเงินไปอีก
ฎ.8055/2538
คำว่าเนื้อความเดียวกันจึงต้องแปลความว่าจะต้องบังคับได้อย่างเดิม
ก็คือจะออกเช็คให้วันไหนก็ลงวันที่ตรงนั้นเลย
ฎ.738/2544
เรื่องต่อไป เรื่องเกี่ยวกับเช็คขีดคร่อม ซึ่งหัวข้อนี้นักศึกษาต้องทราบด้วย เพราะ ในข้อสอบอาจมีข้อเท็จจริงว่าเป็นเช็คขีดคร่อม
ประการแรกที่ต้องทราบคือ เช็คขีดคร่อมมีเฉพาะในเช็คเท่านั้น ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงินไม่มีบทบัญญัติเรื่อง ขีดคร่อม
ประการที่สอง เช็คขีดคร่อม โอนให้แก่กันได้หรือไม่ คำตอบคือโอนได้ปกติเหมือนกับ เช็คไม่มีการขีดคร่อมทุกประการ ที่ต้องพูดประเด็นนี้เพราะมีหลายท่าน เข้าใจผิด ระหว่างเช็คขีดคร่อม กับ เช็คที่เขียนข้อความด้านหน้าว่าเปลี่ยนมือไม่ได้ หรือ มีคำว่าเฉพาะบัญชีผู้ใช้เงินเท่านั้น
มาดู การขีดคร่อม กฎหมายแบ่งออกเป็นสองกรณี ก็คือ เช็คขีดคร่อมทั่วไปอย่างหนึ่ง กับเช็คขีดคร่อม เฉพาะ
ดูมาตรา 994 ถ้าในเช็คมีเส้นขนานคู่ขีดไว้ด้านหน้า กับมีหรือไม่มี คำว่า บริษัทหรือ คำย่ออย่างใดๆ
ก็คือ เช็คที่ด้านหน้ามีเส้นคู่ขนานขีดขวางไว้ ปกติอยู่มุมซ้ายมือของเช็ค โดย ระหว่างเส้นคู่ขนาน จะมีคำว่า และบริษัท หรือ คอมพานี อย่างนี้เรียกว่าเช็คขีดคร่อมทั่วไป 994 วรรค 1 ตอนท้าย จะใช้เงินตามเช็คนั้นได้ก็ให้แก่ธนาคารเท่านั้น ผลก็คือจะจ่ายเป็นเงินสดดังเช่นเช็คธรรมดาไม่ได้
อีกอันหนึ่งก็คือ ถ้าในระหว่างเส้นคู่ขนาน มีระบุชื่อธนาคารอันใดอันหนึ่งไว้ ก็ต้องใช้เงินให้แก่ธนาคารที่ระบุชื่อนั้นไว้ เฉพาะธนาคารนั้น
จะไปจ่ายให้เป็นเงินสดหรือจ่ายเงินให้แก่ธนาคารอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ไม่ได้
บทบัญญัติเกี่ยวด้วยการขีดคร่อมกฎหมายบัญญัติเพื่อให้สืบหา คนรับเงินได้ป้องกัน ผู้ไม่สุจริต
บทบัญญัติเกี่ยวกับเช็คขีดคร่อม มีสองมาตรา
มาตรา 997 กับ มาตรา 998 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวด้วยธนาคาร กฏหมายแบ่งออกเป็นสองมาตราซึ่งเนื้อความคล้ายๆกัน
ถ้าเป็น 997 เป็นเรื่อง ธนาคารใช้เงินตามเช็คขีดคร่อมโดยมิชอบ ส่วนมาตรา 998 ก็เป็นไปโดยตรงกันข้าม คือ ถ้าใช้เงินไปโดยชอบ ผลจะเป็นอย่างไร
เช็คขีดคร่อมมีธนาคารสองฝ่าย ฝ่ายแรกคือธนาคารผู้จ่ายเงิน 997 998
อีกฝ่ายก็คือธนาคารผู้รับเงิน มาตรา 1000
หลักก็คือจะใช้เป็นเงินสดอย่างเช่นเช็คธรรมดาไม่ได้ ดู 997 วรรคสองตอนท้ายคือ ธนาคาร ผู้ใช้เงินตามเช็คขีดคร่อม ใช้เงินตามเช็คไปโดยไม่ชอบ เช่น สมมุติมีผู้นำเช็คขีดคร่อมมาเบิกเงินแล้ว ใช้เป็นเงินสดไป เมื่อใช้ไปโดยไม่ชอบก็ต้องรับผิดต่อผู้เป็นเจ้าของอันแท้จริงแห่งเช็คนั้นเพราะ เสียหายเนื่องจากใช้เงินตามเช็คนั้น
ถ้าใช้เงินโดยชอบผลก็คือ 998 คือธนาคารที่ใช้เงินตามเช็ค ผู้สั่งจ่าย กับ ธนาคาร มีสิทธิอันเดียวกัน คือเสมือนได้ใช้ให้แก่เจ้าของที่แท้จริงแล้ว
เรามาดูธนาคารรับเงินตามมาตรา 1000 บ้าง
ข เก็บเช้คได้ ข ไม่มีสิทธิในเช็คฉบับนั้น สิทิในเช็คบกพร่อง ก ผู้ทรงคนเดิมที่ทำเช็คขีดคร่อมหายไปจะไปฟ้องธนาคารซึ่งรับเงินตามเช็คขีดคร่อม หายไม่ได้ เป็นหลักทั่วๆไป ว่าธนาคารเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าได้รับเฃ็คมาจากใครมูลหนี้ค่าอะไร ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ฉะนั้นกฎหมายเลยต้องมีบทบัญญัติคุ้มครอง ธนาคาร
แต่ทีนี้ ธนาคารผุ้ใช้เงินตามเช็คขีดคร่อม พอนักศึกษาทราบแล้วว่าเช็คขีดคร่อม ทั่วไปกับเช็คขีดคร่อม เฉพาะ ธนาคารผุ้ใช้เงินตามเช็คจะต้องใช้เงินอย่างไร จึงจะชอบ กฎหมายก็มีบทบัญญัติคุ้มครอง ธนาคารผู้รับเงินตามเช็คขีดคร่อมเหมือนกัน 1000 แต่ธนาคารผุ้ใช้เงินตามเช็คขีดคร่อมหล่ะ กฎหมายคุ้มครองหรือไม่ เช่น เช็คผุ้ถือมีขีดคร่อม แล้วมี คนลบรอยขีดคร่อม โดยไม่ปรากฏแล้วไปขึ้นเงินกับธนาคาร แล้วธนาคารจ่ายเงินสด อย่างนี้คุ้มครองธนาคารหรือไม่
เหตุที่กฎหมายต้องมีบทบัญญัติคุ้มครองธนาคาร เพราะวันๆหนึ่งธนาคารต้องมี คนมาทำธุรกรรมมากมาย ก็ต้องมีความระมัดระวังเพียงแค่พอสมควรเท่านั้น
คุ้มครองธนาคารคือ ถ้าใช้เงินไปโดยถุกต้อง กฎหมายก็คุ้มครอง ธนาคารตาม 998 ไม่ต้องไปดูเลยว่าผุ้รับเงินตามเช็คขีดคร่อมนั้นเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
เช็คขีดคร่อม เฉพาะ ก็คือเช็คที่มีเส้นคู่ขนานด้านหน้าแล้วใครระหว่างเส้นคู่ขนานนั้นระบุชื่อธนาคารอันใดอันหนึ่งไว้ ซึ่งธนาคารที่ใช้เงินต้องใช้เงินผ่านบัญชีที่ ระบุชื่อธนาคารนั้นไว้เท่านั้น ถ้าระบุไว้หลายธนาคาร ก็ ให้ปัดเสียไม่ต้องใช้เงิน ถ้าใช้ไปก็ถือว่าใช้โดยไม่ชอบ
สรุปตอนท้ายนิดหนึ่ง คือ ดู 994 ก่อน แล้วไปดู 997 998 หรือ 1000
ตั๋วเงิน ข้อสอบ อาจไม่ใช่ จากฏีกาก็ได้
ครั้งที่ 11 (ลายมือปลอม กฏหมายคุ้มครองธนาคาร )
ในครั้งหน้าก็เป็นการบรรยายครั้งสุดท้ายก็คาดว่าจะมีนักศึกษาเข้าฟังเป็นจำนวนมาก หากเป็นการบรรยายภาคปกติ อาจจะไม่มีอะไรมาก ยกเว้นบางท่าน ก็อาจกำหนดขอบเขตในการสอบ เช่นกฎหมายบางเรื่องมีพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง มาก อาจเป็นการตกลงกัน อันนี้ก็เป็นประโยชน์
แต่อาจารย์ภาคค่ำบางท่าน ก็เคยถามว่าปิดคอร์สที่นี่มีอะไรดีๆไหม บางท่านก็ยอมรับว่ามีบ้าง แต่สำหรับ ตั๋วเงิน ฯ ก็จะสรุปขอบเขต
วันนี้เรื่องอีกเรื่องที่สำคัญและไม่ได้ออกสอบนานแล้ว คือเรื่องลายมือปลอม
กฎหมายบอกว่าไม่กระทบกระทั่งถึงรายมือชื่ออื่นๆในตั๋วเงินนั้น ก็สืบเนื่องจากการที่ตั๋วเงินเป็นตราสารเปลี่ยนมือสามารถโอนได้ไม่จำกัดจำนวนคนที่ผูกพัน
ซึ่งการเข้ามาผูกพันก็เป็นการ เข้ามาโดยลงลายมือชื่อ มีบุคคลเข้ามาเกี่ยวพันมากมาย บางครั้งก็ เกิดมีลายมือชื่อปลอม อย่างนี้ก็มีผลว่า ลายมือปลอมไม่กระทบกระทั่งถึงลายมือชื่อที่สมบูรณ์ อื่นๆ คือเสียไปเฉพาะลายมือชื่อปลอมเท่านั้น
เจ้าของชื่อ ไม่ต้องรับผิด
ส่วนใหญ่ที่นักศึกษามักเข้าใจผิดคือ ลายมือชื่อปลอมเสียไปเฉพาะรายมือชื่อนั้น ส่วนเรื่องรายมือชื่อจริงจะรับผิดตามตั๋วหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตามมาตรา 1008
ทีนี้พออ่านมาตรา 1006 แล้วเราก็ได้หลักในเรื่องตั๋วเงินอีกอันหนึ่ง คือเป็นในลักษณะที่ว่าตัวใครตัวมัน ในเรื่องตั๋วเงินคู่สัญญาคนใดไม่ต้องรับผิด ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวคนนั้น
มาตรา 902 กับมาตรา 1006
คราวนี้ดูมาตราที่เกี่ยวข้องหลักคือมาตรา 1008
กฎหมายบอกว่าภายในบังคับบทบัญญัติทั้งหลาย ในประมวลกฎหมายนี้ ก็หมายความว่าถ้ามีเรื่องตั๋วปลอมเป็นอย่างอื่นก็ให้เป็นไปตามบทบัญยัติมาตรานั้นๆ
เราก็มาดูว่าในประมวลแพ่งพานิชย์เมื่อมาตราไหนบ้าง ซึ่งไม่เหมือนกับบทบัญญัติมาตรา 1008
เท่าที่ตรวจดูก็คือ มาตรา 949 กับมาตรา 1009
ปกติถ้าเราดูมาตรา 1008 เป็นรายมือชื่อปลอมหรือปราศจากอำนาจใช้ไม่ได้เลย กฏหมายบอกว่าใครก็แสวงสิทธิใดๆไม่ได้เป็นอันขาด คนใช้เงินในตั๋วปลอมจะอ้างว่าใช้เงินไปแล้วให้หลุดพ้นไม่ได้
แต่มาตรา 949 กับ มาตรา 1009 บัญญัติอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเราก็ต้อง ถือหลักตาม 2 มาตรา นี้
มาตรา 949 เราไปใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินด้วย สรุปความคือ ผู้จ่ายเงิน หรือ ผู้รับรอง หรือ ผู้ออกตั๋ว ถ้าได้ใช้เงินตามตั๋วนั้นไปโดยสุจริต ตามบทบัญญัติมาตรา 949 ถึงแม้ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น แม้มีลายมือชื่อปลอม ไม่ต้องรับผิด ถือเป็นการใช้เงินโดยชอบ เห็นไหมครับว่า 949 บัญญัติต่าง ก็ต้อง ใช้ตาม 949
ข้อสังเกต เป็นเรื่องลายมือชื่อผู้สลักหลังปลอมเท่านั้น เพราะผู้จ่ายเงินไม่ต้องไปรับภาระ
มาตรา 1009 เป็นกรณีผู้จ่ายเงินตามตั๋วเป็น ธนาคาร ฉะนั้น คุ้มธนาคาร ที่จ่ายเงินไปโดยสุจริต ถึงแม้ว่าตั๋วเงินฉบับดังกล่าวจะมีลายมือชื่อผู้สลักหลังเป็นรายมือชื่อปลอม
สรุปความมาตรา 949 กับมาตรา 1009 คุ้มครองผุ้จ่ายเงินแต่ละประเภทว่า จ่ายไปโดยสุจริต แล้ว แม้จะมีลายมือชื่อปลอมก็หลุดพ้น
ที่พูดมานี่คือแค่ในวรรคแรกเท่านั้น
กฎหมายบอกว่า ถ้า ลายมือชื่อปลอม กับ ลายมือชื่อที่ลงโดยปราศจากอำนาจ มันแตกต่างกันอย่างไร
ในแง่กฎหมายต่างกันตรงที่ ลายมือชื่อปลอมหมายถึงบุคคลใดเขียนรายมือชื่อผู้อื่นหรือทำประการใดๆ เพื่อตั้งใจให้เป็นรายมือชื่อบุคคลอื่น คือไม่ได้ตั้งใจทำแทนเจ้าของลายมือชื่อ
นาย ก ไปปลอม ลายมือชื่อ ข มาจ่ายเช็ค ก ไม่ได้ตั้งใจ ทำแทน ข แต่ต้องการให้บุคคลอื่นหลงเชื่อ ว่าเป็นลายมือ ข
ตัวอย่างที่เคยมีมา คือ ถ้าได้ทาบกันแล้วเข้ากันได้ทุกจุด เรียกปลอมร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าตรงทุกจุดปลอมร้อยเปอร์เซ็นต์
มีฏีกาเรื่องหนึ่งว่าการปลอมรายมือชื่อ เป็นการกระทำของเจ้าของลายมือชื่อเอง แกล้งทำให้ดูคล้าย หรือเจ้าของลายมือชื่อได้ร่วมมือกับผู้ใดกระทำขึ้นเพื่อมุ่งหวังหากำไรจากธนาคาร
หวังว่า ธนาคารจ่ายเงินไปจะอ้างว่าจ่ายไม่ชอบ
ถ้าทางนำสืบได้อย่างนี้ ศาลถือว่าไม่เป็นลายมือชื่อปลอมแล้ว
ฎ.93/2506
ผลของลายมือฃื่อปลอมหรือปราศจากอำนาจ ผล คือเป็นอันใช้ไม่ได้เลย เจ้าของลายมือชื่อ ไม่ต้องรับผิดในตั๋วเงินฯ
ผลในทางกฎหมายอื่นๆ คือ ใครจะอ้างอิงแสวงสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อ
1. ยึดหน่วงตั๋วเงินไว้ ไม่ได้เป็นอันขาด ผู้ทรงตั๋วเงินที่ได้ตั๋ว จะยึดไว้ไม่คืนไม่ได้ ตัวอย่าง เช็คฉบับบหนึ่งระบุชื่อ ก เป็นผู้รับเงิน มีคน ปลอม ชื่อ ก สลักหลังโอน ให้ ข ขได้จากการสลักหลังปลอมถือว่า ขาดสาย ถ้า ก มาทวงคืนจาก ข ขจะไม่คืนไม่ได้
ต่างจากกรณีอย่างนี้นะครับ ก มีชื่อรับเงิน ถูก ข เอาปืนขู่ให้ โอนให้ ข ได้เช้คมาแล้ว สลักหลังโอนให้ ค ถ้า ค รับโอนโดยสุจริต นี่ไม่ใช่เรื่องรายมือชื่อปลอมแล้ว อย่างนี้การสลักหลัวไม่ขาดสาย มาตรา 905 นาย ก จะมาทวง เช็ค กับนาย ค ตามมาตรา 1008 ไม่ได้แล้ว
2. จะอ้างอิงแสวงสิทธิเพื่อให้ตั๋วเงินหลุดพ้น ไม่ได้เป็นอันขาด ก็หมายความว่าบุคคลที่ใช้เงิน ไป ก็อ้างไม่ได้ ยังไม่หลุดพ้น
ตัวอย่างธนาคารจ่ายเงินตามเช็คที่รายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอม จะแสวงสิทิจากรายมือชื่อปลอมให้ตนหลุดพ้นไม่ได้เป็นอันขาด
ต่างจากมาตรา 1009 ธนาคารจ่ายเงินตามเช็คที่ลายมือผุ้สั่งจ่ายปลอม ปรับด้วย มาตรา 1008
ในเรื่องธนาคารจ่ายเงินเปรียบเทียบให้ดี 1008 กับ 1009
หมายความว่าผุ้ที่ได้รับตั๋วเงินในการปลอม จะบังคับให้ผู้ลงลายมือชื่อก่อนรายมือชื่อปลอมจะไปแสวงสิทธิบังคับ ไม่ได้
มาตรา 1006 ก็ดูว่า ลายมือชื่อปลอมก็เสียไป แต่ไม่กระทบกระทั่งถึงรายมือจริง ซึ่งจะต้องรับผิดหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อย่าลืมจำที่พูดไว้ตอนต้นว่า ถึงแม้รายมือชื่อปลอมจะไม่กระทบ รายมือชื่อที่แท้จริง ก็ตาม แต่รายมือชื่อจริงต้องรับผิดหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่งคือ มีการแสวงสิทธิ ผ่านรายมือชื่อปลอมหรือเปล่านั่นเอง
มาตรา 1008 นั้นมีข้อยกเว้นไว้ คือ
กรณีแรก คือ กฎหมายปิดปาก คนที่ ลงลายมือชื่อปลอมเอง
กรณีสอง คือ มีการ ยอมรับรายมือชื่อปลอม หรือยอมรับว่ามีการมอบอำนาจนั้น
เรามาดูในวรรคสุดท้าย มาตรา 1008 คือไม่ให้กระทบกระทั้งในการให้สัตยาบรรน รายมือชื่อที่ปราศจากอำนาจ แต่ไม่ถึงปลอม คือเป็นการยืนยันหลักให้สัตยาบรรณ แต่ไม่ได้ยกเว้น การลงลายมือชื่อปลอมเลยนะครับ
ดูฏีกาที่เป็นตัวอย่างที่ดีของ มาตรา 1006
ฎ.918/2522
ฎ.168/2536
ที่เราศึกษากันมาหลายเรื่อง ธนาคารได้รับการคุ้มครองมีกรณีใดบ้างในเรื่องตั๋วเงิน
1. คือใช้เงินไปปกติตามการค้า สุจริต ไม่ประมาท แม้จะเป็น การปลอม หรือปราศจากอำนาจ ถือว่าคุ้มครอง ธนาคารตามมาตรา 1009 เพราะว่า มีคนติดต่อธนาคารมากมายไม่มีหน่ทีไปรู้จักทุกรายมือชื่อ รู้จักแค่ลายมือชื่อ ลูกค้าที่ได้ให้ลายมือชื่อไว้เท่านั้น
2. สอนไปแล้วและคิดว่าลืมไปแล้ว ด้วย คือ ธนาคารใช้ไปสุจริต ไม่ประมาท โดยไม่ปรากฏว่าเป็นเช็คขีดคร่อม หรือ มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือไม่มีรอย อย่างนี้ต้องคุ้มครอง ตามมาตรา 997 วรรค 3
ครั้งที่ 12 (การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตั๋วเงิน)
ชั่วโมงสุดท้าย มีนักศึกษามาฟังมากเป็นพิเศษ ในวิชานี้ วิชาประกันภัย ตัวแทน ตั๋วเงิน ออก หนึ่งข้อ ข้อ ที่ 6
ในวันนี้มีเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งคือเรื่องการแก้ไขตั๋วเงิน มีฏีกามากมายเด๋วจะสรุปให้ฟัง ความจริงทุกปีจบเรื่อง ลายมือชื่อปลอม หรือปราศจากอำนาจ แต่ได้บรรยายไปครั้งที่แล้ว
ปีนี้ก็เป็นปีที่แปลกกว่าปีอื่นที่จะจบด้วยการแก้ไข ตั๋วเงิน ตามมาตรา 1007
กฎหมายแบ่งออกเป็นสามวรรค วรรคแรกเป็นเรื่องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในตั๋วเงิน และเห็นประจักษ์ ส่วนวรรคที่สอง เป็นการแก้ไข เปลี่ยนแปลงแต่ไม่ประจักษ์
และก็มาในวรรคสุดท้าย กฎหมายก็ยกตัวอย่าง ว่าเรื่องอะไรยบ้างเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญ
มาดูคั้งแต่ 1007 วรรคแรกเลยนะครับ
การแก้ไข โดยมิได้ยินยอมทุกคนผลก็คือ ตั๋วเงินนั้นก็จะเสียไป
ฉะนั้นถ้าได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาทั้งปวง ตั๋วเงินนั้นก็จะไม่เสีย จะตกลงกันแก้ไขอย่างไรก็ได้ และคู่สัญญาก็ต้องผุกพันตามข้อความที่แก้ไขใหม่ สิ่งที่แก้ไขกฎหมายบอกว่า ข้อความในตั๋วเงิน หมายถึงสิ่งที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องระบุในตั๋วเงิน
อันนี้พูดตั้งแต่ชั่วโมงแรกแล้วว่าตั๋วเงินเป็นกฎหมายพิเศษคือ ต้องมีกฎหมายอนุญาตจึงจะมีผล ตามมาตรา 899
เพราะฉะนั้นคำว่าข้อความในตั๋วเงิน จึงหมายรวมถึงสิ่งที่กฎหมาย ระบุข้อความให้เขียนได้เช่น การระบุดอกเบี้ย หรือพวกคำสั่งห้ามเปลี่ยนมือ
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงอีกกรณีหนึ่งคือ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงในคำรับรอง ตั๋วแลกเงิน 931 หรือ ข้อความที่ธนาคารรับรองเช็ค 998 อย่าลืมว่าในเรื่องตั๋วแลกเงินผุ้จ่ายยังไม่ใช่ลุกหนี้ในตั๋วเงิน ผุ้จ่ายจะตกเป็นลูกหนี้ ต่อเมื่อ ได้ลงชื่อรับรองในตั๋วเงิน
ทีนี่ในมาตรา 1007 กฎหมายบอกว่ามีผุ้แก้ไขเปลี่ยนแปลง สามมารถกระทำได้หลายวิธี อาจเป็นการลบ ตัดทอน หรือเติมข้อความ หรือกระทำการอื่นใดให้ ข้อความตั๋วเงินเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดย อย่าลืมคำว่า ไม่มีอำนาจ เพราะถ้ามีอำนาจแก้ไข ก็ไม่ทำให้ตั๋วนั้นเสียไป
ตัวอย่าง เช่นมาตรา 920 ( 1 ) บุคคลที่ได้ตั๋วเงินมาจากการสลักหลังลอย สมมุติว่านาย ก เป็นผู้ทรงเช็คฉบับหนึ่ง นาย ก ส่งมอบให้ ข ข จะโอน เช็คให้ ค สมมุติ ข ไป เขียนข้อความเหนือ ชื่อ ก ว่าโอนให้ ค ก็ไม่เป็นการ เปลี่ยนแปลง
เช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ ข ก็ไม่ต้องรับผิด เพราะ ข ไม่ได้ ลงลายมือชื่อไว้ในตั๋วเลย ข เพียงเขียนข้อความที่กฎหมายอนุญาต
หรือเช็คไม่ลงวันที่ผู้ทรงที่ชอบด้วยกฎหมายอาจจะกรอกวันที่ที่ ถูกต้องได้
อีกตัวอย่างคือ 905 คือ การเขียนข้อความสลักหลังโอนเช็ค แต่ยังไม่ได้ส่งมอบ อย่างนี้ ผู้สลักหลังสามารถ ขีดทิ้งได้ เพราะเปลี่ยนใจ ขณะขีดฆ่า เช็คอยู่ในครอบครองของเขา ผล ก็คือ ไม่มีการโอนเช็คนั้น อย่างนี้ไม่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในตั๋วเงิน
ต่อมาก็วินิจฉัยขั้นที่สองอีกว่า การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเรื่องสำคัญหรือไม่ การแก้ไขเรื่องอะไรบ้างที่ถือเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในเรื่องสำคัญ กฎหมายได้ยกตัวอย่างไว้ตามมาตรา 1007 วรรค 3
ไม่ต้องไปโต้แย้ง เพราะกฎหมายบัญญัติไว้ชัดแจ้ง
การขีดคร่อมเช็ค เป็นส่วนสำคัญ ใครลบล้างเป็นอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย 1007 วรรค 3 ก็ดี 996 ก็ดีเข้าใจง่าย กฎหมายเค้าเขียนไว้แล้ว
มีตัวอย่างที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายโดยตรงหรือไม่
คือพนักงานของบริษัทไปลบคำว่าเพื่อฝากเข้าบรรชีและคำว่าเท่านั้นออก พอลบออกก็เหลือแต่รายมือชื่อของบริษัทเหมือนเป็นการสลักหลังลอย สองคน
ประเด็นมาตรา 1000 เมื่อมารวมมาตรา 1007 ถือเป้นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญ
2290/2518
ข้อความที่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ต้องเป็นข้อสำคัญ
เช่นการแก้ไขวันที่ลงในตั๋วเงิน หลักในการวินิจฉัยคือให้นักศึกษาดูว่าเมื่อแก้ไขแล้วทำให้สิทิหน้าที่และความรับผิดของคู่สัญญาเปลี่ยนไปหรือไม่
ส่วนใหญ่ที่มีคดีมาก็เป็นเรื่องการแก้ไขจำนวนเงิน ก็ทำให้สิทิหน้าที่ความรับผิด เปลี่ยนแปลงไปได้
การแก้ไข กำหนดเวลาใช้เงิน ก็คล้ายกับวันที่ออกตั๋ว
การแก้ไขสถานที่ใช้เงิน ถ้าไม่ระบุก็คือภูมิลำเนาผู้จ่าย ก็ทำให้หน้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้ นี่คือ ตัวอย่างการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
ทีนี้อะไรคือการแก้ไขที่ไม่สำคัญ เช่น การพิมพ์ข้อความที่ตกหล่น หรือพิมพืผิด ขึ้นใหม่ เช่น รับรองแล้ว คำว่าแล้ว ตกไม้โท ผุ้ทรงมาเติมเอง ก็ไม่เสีย
แต่ที่ต้องจำเป็นพิเศษก็คือเรื่องเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงินระบุชื่อว่านาย ช แล้วไม่ขีดฆ่าคำว่าผุ้ถือ แล้วมีรอยหมึกเห็นได้ชัดเจนเลยว่าป้ายหมึก ชื่อนาย ช ออก ถ้า เป็นการแก้ไข นี่ ตั๋วเงนนี่เสียไปเลยนะครับ
ความจริงแล้วเป็นการแก้ไขสำคัญหากแก้ไขเปลี่ยนแปลงในชื่อผู้รับเงิน แต่เรื่องนี้จะเห็นได้ว่า การใช้หมึกป้ายไปสภาพเช็คก็ไม่เปลี่ยน ยังเป็นเช็คผุ้ถือ อยู่ จึงไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขในข้อสำคัญ
ฎ.1845/2524
อีกตัวอย่างหนึ่ง ตัวอักษรเขียน หนึ่งหมื่นห้า ตัวเลข เขียน 5000 ผู้ทรงไปเขียนเติม เลขหนึ่งให้ตรงตามตัวอักษร อย่างนี้เป็นการเขียนให้ถุกต้องตามตัวอักษร ศาลฏีกาปรับด้วยมาตรา 12
ในมาตรา 1007 ตั๋วเงินจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อ ไม่ได้รับความยินยอมต่อคู่สัญญาทุกคน ถ้าการรับความยินยอมทุกคนตั๋วไม่เสีย
ผลของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากคุ่ความทุกฝ่าย
ผลก็คือเช็คนั้นเป็นอันเสียไปจะฟ้องเป็นคดีแพ่งก็ไม่ได้ คดีล้มละลายก็ไม่ได้ ฟ้องคดีอาญาก็ไม่ได้
แต่กฎหมายบอกว่า ตั๋วฯที่มีการแก้ไขในข้อสำคัญนั้น ยังใช้ได้ต่อบุคคลสามจำพวกนี้
1.คนที่แก้ไขนั่นเอง ก็ต้องรับผิดตามข้อความที่แก้ไขเปลี่ยนแปลง
2.คู่สัญญาที่ยินยอมด้วย 7948/2538 4281/2536 ในเมื่อตนเองยินยอมด้วยในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วย ก็ต้องรับผิด
3.ผู้สลักหลังภายหลังการแก้ไข เปลี่ยนแปลงแล้วนั้น ถึงแม้จะไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วยกับการแก้ไขก็ต้องรับผิดเพราะขณะที่สลักหลังตนเองก้รู้ข้อความอยู่แล้วแสดงว่าสมัครใจผูกพันตามข้อความนั้นเอง
มาตรา 1007 เด๋วตอนท้ายค่อยดูฏีกาเอาตัวบทก่อน คือมีบทบัญญัติพิเศษในวรรคที่สอง คือ ตั๋วเงินแม้จะได้แก้ไขใน ข้อสำคัญก็ตามแต่ถ้าการแก้ไขนั้นไม่ประจักษ์คือดูด้วยตาเปล่าไม่ทราบเลยว่า มีการแก้ไข
ตัวผู้ทรงโดยชอบถือเอาประโยชน์จากตั๋วฯได้เสมือนหนึ่งไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเลย หรือ จะบังคับเอาตามเนื้อความตามเดิมในตั๋วเงินนั้นก็ได้
ฉะนั้นในเรื่องแก้ไข นั้นต้องดูก่อนเลยว่าเห็นประจักษ์หรือไม่ ถ้า เห็นประจักษ์ 1007 วรรค 1 เลยนะครับ
แต่ถ้าไม่เห็นประจักษ์ ก็ 1007 วรรค 2
ถ้าเป็นการแก้ไขในข้อสำคัญและการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นเห็นประจักษ์
ผลก็คือ ผู้ที่ไม่ได้ยินยอมด้วยกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความ ไม่ต้องรับผิดตามตั๋วเงิน ถือว่าตั๋วเงินเสียสำหรับคนนั้น
ฎ.6442/2548
ฎ.7948/2538
ตัวอย่างสุดท้ายของเทอมนี้
ตัวอย่างเมื่อสักครู่ 1 สั่งจ่ายเชค ให้ 2 รับเงิน 2 สลักให้ 3 3ได้รับเช็คก็ ไปจัดการแก้จำนวนในเช็คทำได้แนบเนียนมากดูไม่รู้เลยเอาไปแลกเงินสด จาก 4 4 เอาเช็คไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธ 4 จะฟ้องให้ 1 2 3 รับผิดตามเช็คได้หรือไม่ คำตอบดู 1007 วรรค 2
เมื่อไม่ได้ประจัก 1 ก็รับผิดตามข้อความเดิม 5 พัน บาท 2 ก็เช่นกัน รับผิด 5 พัน ส่วน นาย 3 ต้องรับผิด 15000 ตามที่ตนเองแก้
นี่คือสาระสำคัญที่ต้องดูว่าประจักษ์หรือไม่ประจักษ์
ประเด็นสุดท้ายที่หลายคนมักจะสับสนคือ เรื่องที่ว่า ก ออกเช็คชำระให้ ข 5000 บาท ข แก้ไขเปลี่ยนแปลงเป้น 15000 บาททำได้แนบเนียนมากดูด้วยตาไม่รู้เลย ข แก้ไขเสร็จเอาเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารไม่ใช้เงินตามเช็ค ข ฟ้อง นาย ก ใช้เงิน ตามเนื้อความเดิม คือ 5000 บาทได้หรือไม่ อันนี้เขวเลยนะครับ
คืออ่านตัวบท 1007 วรรคท้าย เร็วๆก็จะตอบว่า ข ฟ้องให้ ก รับผิด 5000 บาทได้ ซึ่งผิด
เพราะคนที่จะฟ้องให้รับผิดได้ ต้องตั๋วฯเงินที่ตกอยู่ในมือผู้ทรงที่ชอบด้วยกฎหมาย
คือต้องเป็นผู้ทรงโดยสุจริต
สำหรับสาระสำคัญในเรื่องตั๋วเงิน มาตรา 1007 ต้องบรรยายสองครั้ง ได้ครั้งเดียวก็ไม่เป็นไร
ก็ขออวยพรให้นักศึกษาทุกคนประสบความสำเร็จในการสอบ อาจารย์ก็เคยนั่งข้างล่างเช่นนักศึกษา สำหรับคนที่ติดใจฟังคำบรรยายก็ยังบรรยายในสัมมนากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 2 สวัสดีครับ