สรุป ละเมิด. ( สรุปจากคำบรรยาย ละเมิด ภาค1สมัยที่61 )

8,374 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
May 5, 2009, 10:31:21 PM5/5/09
to LAWSIAM, lawsiam com, STDศูนย์รวบรวมและสรรสร้างข้อมูลกฎหมาย -

หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ วิชัย อริยะนันทกะ ผู้บรรยาย   , ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า

 

ครั้งที่ 1 . (เกริ่นนำ 420 421 423)

                เรามาพิเคราะห์กันในกฎหมายลักษณะละเมิด 420-452 แค่ 32 มาตราเท่านั้นและ นอกเหนือประมวลแพ่ง แล้ว เรายังต้องไปดูพระราชบัญญัติความละเมิดของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่และข้อสัญญาไม่เป็นธรรม และล่าสุดพระราชบัญญัติ วิธีผู้บริโภค

            ก็มองว่าเรามีกลไกการเยียวยามากขึ้นดีกว่าจะไปมองว่าต้องศึกษามากขึ้น การสอบเนฯเป็นเรื่องง่าย ถ้าเราพิจารณาดูคำถามเป็นเรื่องที่ทุกคนที่กำลังศึกษาอยู่ตอบได้ ไม่ใช่เรื่องยากแต่เป็นเรื่องกว้างเสียมากกว่า อยู่ที่ว่าเราจะมีวินัยกับชีวิตหรือไม่ เท่านั้น

            เรียนภาคค่ำ น่าชื่นชมเพราะส่วนมาก เป็นผู้ที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ ในเวลาทำงานแม้หัวหน้าไม่ประสงค์ให้นำหนังสือมาอ่านแต่เราก็ทำได้โดยชอบ คือการ ท่องตัวบท

            สิ่งที่เรายังอ่อนอยู่คือ การฝึกฝนเรื่องการตอบข้อกฎหมาย ซึ่งขาดอยู่มาก

            การประกอบวิชาชีพนักกฎหมาย ในการที่มีเวลาตรวจเพียงน้อยนิดโดยเฉพาะระดับผู้ช่วยฯ ที่สำคัญคือเหตุผลที่มีน้ำหนักคือ เหตุผลในตัวบทกฎหมาย

            ท่องตัวบทเป็นวิธีการทางอ้อม ที่ทำให้เราเชิด ออกมาว่าสำนวนดีเพราะเป็นการที่คนตรวจคุ้นเคย

            คนตรวจก็ทึ่งเพราะว่าต่างคนอื่นที่เอาภาษาพูดมาตอบ เวลาทำงานใช้ตัวบทมาท่อง ท่องไม่ต้องใช้สมาธิมากเท่าไหร่ นั่นคือเคล็ดลับของการได้คะแนน 8 9

            เพราะฉะนั้นท่องตัวบทท่องไปเลยแล้วเวลาอ่านคำบรรยายซึ่งต้องใช้สมาธิ คุณต้องยอม ไม่ตื่นเช้า ก็นอนดึก ส่วนตัวบทใช้เวลาที่ไม่มีคุณภาพ เอามาอ่านตัวบทซะ ทุกครั้งควรเอาเวลาอ่านหนังสือพิมพ์เอาตัวบทไปจับ

            เวลามีคำพิพากษา ก็อธิบาย การอธิบายให้เพื่อนฟังเป็นการฝึกการคิดการเขียน การตอบปัญหาข้อกฎหมาย

            กฎหมายเป็นเรื่องที่ยิ่งพูดยิ่งเผยแพร่ยิ่งแตกฉาน  

            สิ่งที่ควรทำก็คือต้องมีการออกกำลังกาย การสอบเนฯไม่ได้วัดความปราชเปรื่องเลยแต่เป็นการวัดความมีวินัยของคน

            วันนี้ก็จะพูดเรื่องการศึกษากฎหมายในเนฯก่อน ท่านไม่จำเป็นต้องวิจารณ์คำพิพากษาเลยเพียงต้องเข้าใจเหตุผลของกฎหมาย และแสดงให้เห็นก็เพียงพอ

            ท่านจะหาคำพิพากษาฏีกาที่ใหม่ที่สุดได้อย่างไร การใช้คอมพิวเตอร์ได้เป็นสิ่งจำเป็นของนักกฎหมาย สามารถรวมฏีกาได้ อยู่ในเว็บไซต์ของศาลฏีกา ในเรื่องฏีกา สามารถค้น ได้จากมาตราที่ท่านต้องการหรือแม้กระทั่งการค้นคำ เพราะฉะนั้นตลาดของการซื้อรวมฏีกาอาจจะหมดแล้วถ้าท่านใช้ คอมพิวเตอร์ และข่าวคราวก็สามารถค้นได้ จากเวปไซต์ เพียงแต่ท่านต้องติดตามได้ง่ายแล้ว ท่านต้องก้าวมาสู่การเรียนกฎหมายสมัยใหม่แล้ว

            ความรับผิดเพื่อละเมิดใครต้องรับผิดบ้าง ต่างกับกฏหมายอาญาที่มีวัตถุประสงค์ผุ้กระทำผิดจึงต้องคำนึงถึงองค์ประกอบทางจิตใจ

            แต่เรื่องละเมิดเป็นเรื่องเยียวยา ฉะนั้นบุคคลที่ไม่ได้เป็นผุ้กระทำโดยแท้ ก็อาจจะต้องรับผิด เช่นนายจ้าง หน่วยงานของรัฐเป็นต้น

            ดูมาตรา 429 บุคคลที่เป็นผู้เยาว์ หรือวิกลจริตก็ต้องรับผิด ไม่ใช่เรื่องการลงโทษ แต่เป็นเรื่องของการเยียวยา อีกประการที่น่าสนใจ คือ เราก็ต้องวิเคราะห์ว่าการกระทำเป็นละเมิดไหม ใครต้องรับผิด

            ปัญหาของการสอนละเมิดในไทยคือวัตถุประสงค์ในการฟ้องคือค่าสินไหมทดแทน เหมือนกับแพทย์มีไว้รักษาการเจ็บป่วย ละเมิดเยียวยาการเจ็บป่วย ในการแพทย์สิ่งที่ดีกว่าคือการป้องกัน ในทางกฎหมายก็มีเช่นการขอคุ้มครองชั่วคราว ปัจจุบันก็มีและมักขอคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉิน

            แต่ปัญหาของวิแพ่งมันต้องมีการโต้แย้งสิทธิเสียก่อน จึงจะขอคุ้มครองเสียก่อน จนพัฒนาการล่าสุดเช่น ทรัพย์สินทางปัญญา หรือ พ.ร.บ คุ้มครองผู้บริโภค

            กฎหมายต้องพัฒนาไปอย่ากลัวที่จะรับรู้กฎหมายใหม่ และมักจะออกกฎหมายใหม่ กันด้วยในการสอบ

            ละเมิดทุกเรื่องก็อาจจะเริ่มที่ 420 ได้ แต่อย่าเอา 420 มาตอบทุกเรื่องเพราะเรื่อง 420 เป็นหลักทั่วไปและ ในกฎหมายพยานมันเป็นภาระการพิสูจน์

            เราจะไม่ใช้เวลามาก เพราะเป็นเรื่องที่สันนิฐานว่า ต้องทราบกันแล้ว และเป็นมาตราที่คุ้มค่าแก่การท่องด้วย

จงใจ อะไรคือจงใจ ก็หาสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุด คือ เจตนา

การเรียนกฎหมายเหมือนการต่อจิ๊กซอร์ แต่ถ้าเราติดตรงไหน ก็ผ่านไปเลย เพราะมีโอกาสมากที่มันจะไม่ออกข้อสอบและการเรียนที่เรามีเนื้อหาเยอะมากไม่มีเวลาที่เราจะไปหยุดกับเรื่องๆเดียว

            จงใจ กับ เจตนา อย่างน้อยก็เขียนต่างกัน แต่เราก็เอามาปรับเข้าด้วยกันได้

            จงใจต้องเป็นการกระทำที่ สามารถควบคุมการกระทำ และรู้ถึงผลแห่งการกระทำนั้น

เสียหายแก่ชีวิต พอความเสียหายแก่ชีวิตมันต่างจากร่างกายต่างจากอนามัยอย่างไร

            ค่าเสียหายที่สำคัญอันหนึ่งคือค่าเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่นความเสียใจ ความโศกเศร้าเสียใจ เมื่อไม่ใช่ตัวเงินก็ดู 446 ว่าเรียกได้หรือไม่ เช่นเค้าจะใช้มากกับศัลยกรรมตกแต่ง

            เรื่องการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ยิงปืนเป็นร้อยๆนัดทำความเสียหายกับตู้เย็น เรามาดูเป็นความเสียหายแก่อะไรบ้าง เสรีภาพหรือไม่ เป็นการกระทำของใครเจ้าพนักงานของรัฐ ฟ้องใคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกอะไรค่าเสียหายต่อการที่รัฐทำให้เกิดความเสียหายเป็นความเสียหายที่เกิดต่ออำนาจรัฐ เป็นความเสียหายที่เกิดจากเสรีภาพ จริงๆใครเป็นคนเสีย ประชาชนที่เสียภาษี

            แล้วไล่เบี้ยได้หรือไม่ ก็ดูพรบ ความรับผิดละเมิดของเจ้าหน้าที่ ถ้ามีคำว่าร้ายแรงก็จะมี่ผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ที่เดือดร้อน ต้องไปเสียค่าเสียหาย เป็นการทำให้วิชาละเมิดก้าวหน้าไปตามกฎหมายของอารยะ ต่างๆ

            421 เป็นเรื่องการใช้สิทธิที่จะมีความเสียหายต่อคนอื่น ดูว่าดูตำรายุคใด ยุคเก่าก็ใช้ ว่า การใช้สิทธิเกินส่วน มักโยงกับมาตรา 5

            423 เป็นเรื่องชื่อเสียงเป็นเรื่องกล่าวหรือไขข่าวที่ฝ่าฝืนต่อความจริง ไอ้คำว่าเป็นที่เสียหายต่อการทำมาหาได้ เป็นถ้อยคำโบราณ ปัจจุบันก็เป็นการเสียหายทางเศรษฐกิจ

            กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความที่ฝ่าฝืนต่อความเป็นจริง ฉะนั้นถ้ากล่าวความจริง ก็ไม่เป็นตาม 423 แต่อาจเข้า 420ตรงๆก็ได้นิ

            บางครั้งเรื่องจริงยิ่งเสียหายก็มีนิ บางครั้งเป็นเรื่องส่วนตัว หรือไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

            423 โดยเฉพาะวรรค 2 มีฏีกาที่น่าสนใจและเป็นเรื่องที่กล่าวอ้างมาก เป็นเรื่องกล่าวไขข่าวในเรื่องของการรู้หรือไม่รู้ เรื่องปรับค่าเงินบาท มันก็มีความละเอียดอ่อน

            น่าสนใจตรงที่ว่าการส่งข่าวอันตนไม่รู้ว่าเป็นอันจริงหรือไม่ หรือตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นไม่ได้เสียโดยชอบ

            จะเป็นข้อยกเว้นได้หรือไม่ ว่าแม้ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่มีส่วนได้เสีย

            ครั้งที่ 2 . (การรับผิดในการกระทำของบุคคลอื่น)

            นอกจากการรับผิดสำหรับการกระทำของตนเอง ตาม 420 421 423 มันมีการรับผิดเพื่อละเมิดของบุคคลอื่น ก็เป็นการแปลจากภาษาอังกฤษนั่นแหละ

            อันแรกเลยก็คือนายจ้างลูกจ้าง อันนี้หลายคนก็ท่องได้ มันจำง่าย เวลาดู 421 ก็ต้องเทียบ พรบความรับผิดทางละเมิด หน่วยงานของรัฐไม่ใช่ร่วมรับผิด แต่เป็นต้องรับผิดเลย ถ้าเป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ ต้องใช้คำให้ถูกต้อง เพราะมันเป็นตัวเรียกคะแนนเลย

            คำพิพากษาฏีกาก็ตีความในทางการที่จ้างในทางกว้างเป็นเหตุผลทางเศรษฐกิจเลย ฏีกาประวัติศาลสตร์ก็คือ ลูกจ้างขับออกเส้นทางจากราชวัตรไปบางแค ยังถือเป็นทางการที่จ้าง เป็นการตีความกว้างเพื่อให้นายจ้างมารับผิด

            เช่นการห้ามสูบบุหรี่ก็ยังต้องมาร่วมรับผิด โดยมากนายจ้างก็มีสัญญาประกัน ผู้ค้ำก็ต้องเข้ามาอีก

            ต้องระวังกรณีลูกจ้างไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความทำให้หนี้เดิมระงับ  แล้วได้สิทธิใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไป

            พอหนี้ละเมิดระงับนายจ้างก็ไม่ต้องมาร่วมรับผิด ผู้รับประกันภัยก็หลุดพ้น  ก็ต้องดูให้ดีว่าเป็นหนังสือรับสภาพหนี้หรือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ กันแน่

            การรับผิดเพื่อการกระทำบุคคลอื่นอีกก็เช่นนิติบุคคลต้องรับผิด ในการที่ผู้แทนนิติบุคคลทำไป

            เรามีฏีกาก่อนพรบออกตีความมากเลยว่า ข้าราชการเป็นผู้แทนหน่วยงานของรัฐแต่พอมี พรบ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่แล้ว

            ทำไมถึงฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ แนวคิดคือคนที่ทำงานให้รัฐค่าตอบแทนก็สู้เอกชนไม่ได้อยู่แล้ว เคยมีคนขับรถสมัยก่อนที่โดนหักเงินเดือนจนเกษียณก็มี จึงมีการมองว่า หากไปทำอย่างนั้นก้ไม่เป็นธรรมกับเขา

            ฉะนั้นเวลาที่เราฟ้อง โรงบาลที่เป็นรัฐก็ฟ้อง หน่วยงานนั้นๆ แทนการฟ้อง เจ้าหน้าที่ ถ้าไปฟ้อง ก็ยกฟ้อง

            พรบ ความรับผิดของเจ้าหน้าที่ จะให้รัฐไปไล่เบี้ยได้ก็ ต้อง ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ก็ต้องเป็นการระมัดระวังที่บุคคลเช่นว่านั้นต้องใช้ความระมัดระวัง  อันนี้คือประมาท แต่เมื่อมิได้ใช้ความระมัดระวังใดๆ เลย หากใช้ความระมัดระวังเล็กน้อยก็จะไม่เกิด

            อายุความไล่เบี้ยก็เพียงหนึ่งปีเท่านั้น ใครเป็นคนรู้ ก็ถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐต้องเป็นเจ้าหน้าที่ระดับไหน

            เรียกค่าเสียหาย ปี เดียว ไล่เบี้ยสิบปี แต่ถ้าเป็นการเรียกเอาทรัพย์คืน ไม่มีอายุความเพราะเป็นการติดตามคืนของเจ้ากรรมสิทธิ์ แต่ถ้าเป็นเรื่องค่าเสียหาย ก็เพียงหนึ่งปี

            ละเมิดของประมวลแพ่งก็ต้อง ดูคู่กับความรับผิดในการละเมิดของเจ้าหน้าที่

ต้องแยกระหว่าง มาตรา 428 กับมาตรา  425 เพราะการจ้างทำของหลักไม่ต้องรับผิดในการเสียหายเว้นแต่ จะ เป็นเหตุเสียหายเพราะ ความผิดในการเลือกผู้รับจ้าง

            429 เราดู บุคคลไร้ความสามารถก็ยังต้องรับผิด อยู่เพราะละเมิดไม่ใช่การลงโทษแต่เป็นเรื่องของการเยียวยา แต่ก็มีแนวคิดว่าถ้าจริตวิกล จนไม่ถือเป็นการกระทำยังต้องรับผิดหรือไม่ เราก็ดูผลของการกระทำนั้นเพราะมีบุคคลอื่นต้องมาร่วมรับผิดในการกระทำนั้นด้วย

            มาตรา 429 กับ มาตรา 430 ต่างกันอย่างไรเพราะชอบมีการที่ฟ้องผู้เยาว์เป็นจำเลยที่หนึ่ง บิดามารดา เป็นจำเลยที่สอง บิดามารดา เป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมาย

            การฟ้อง มาตรา 429 มันก็ง่ายกว่ามาตรา  420

            ดูแลเป็นครั้งคราวแต่ดูแลเป็นนิจก็อาจจะเข้า มาตรา 430 โจทก์ก็มีหน้าที่พิสูจน์ว่าจำเลยผู้นี้ไม่ได้ใช้ความระมัดระวัง เพราะฉะนั้นข้อกฎหมายมันต่างกัน ภาระการพิสูจน์มันจึงต่างกัน

            หลักการของ พรบ ความรับผิดละเมิดของเจ้าหน้าที่ มายกเว้นหลักผู้แทนนิติบุคคล มีจุดที่น่าสนใจคือ บางครั้งมีกฎหมายใหม่ ให้ใช้นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

            ก็มีแนวคิดที่ต่างกัน นักกฎหมายของผู้พิพากษาก็ไม่นับวันแรก นับวันรุ่งขึ้นไปเป็นวันแรก

ก็เป็นการต่างกันระหว่างนักกฎหมายฝ่ายบริหาร กับ นักกฎหมายฝ่ายตุลากาล

            เจ้าหน้าที่กินความรวมถึงลูกจ้างด้วย เดี๋ยวนี้เค้าตีความถึงลูกจ้างชั่วคราวด้วย หน่วยงานของรัฐคือใคร เทศบาล รัฐวิสาหกิจ

            มาตรา 5 บอกว่าหน่วยงานของรัฐต้องรับผิด โดยตรง ในการกระทำละเมิด ของเจ้าหน้าที่

มาตรา 425 ก็เปรียบกับ มาตรา 5 พรบละเมิด

            ถ้าจำได้ก็จะใช้คำที่มันได้คะแนนออกมา

            เวลาที่เราจับกฎหมายเรานึกตุ๊กตาสนุกๆขึ้นมาเองก็ได้เป็นการลับสมองที่ดี

หากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่ต้องมารับผิด สมัยก่อนมาอ้างว่าถ้าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องทำสิ่งดีสิ อันนี้ก็ไม่ใช่แล้ว

            หลังจากมาตรา 5 ที่สำคัญ ก็เป็นมาตรา 8 ก็เป็นเรื่องของการไล่เบี้ย ก็หน่วยงานของรัฐจะสามารถไล่เบี้ยได้เมื่อทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

            เพราะฉะนั้นอะไรเป็นประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเรื่องที่พัฒนาโดยศาล

แต่การสอบไม่มีการสอบข้อเท็จจริงส่วนมากก็เป็นประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงแต่อาจมีคำซ้อนอยู่ เช่น มีคำประมาทเลินเล่ออยู่บ้าง อย่างนี้ก็อย่าไปแถให้มันเป็นประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ได้

            ครั้งที่ 3 . (หลักการเรียกค่าเสียหายละเมิด)

            คราวที่แล้วได้อธิบาย มาตรา 5 กฎหมายใช้คำว่าต้องรับผิด ไม่ใช่รับผิดร่วมนะครับ

ต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐเท่านั้นจะไปฟ้องเจ้าหน้าที่ด้วยไม่ได้ ฟ้องก็ต้องยกฟ้อง ในการเตรียมตัวเพื่อสอบเราก็ต้องเปรียบเทียม มาตรา 5 กับ มาตรา 425 ให้ได้

            แต่ถ้าการละเมิดนั้นเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ก็ฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงฟ้องหน่วยงานของรัฐด้วยไม่ได้

            นายจ้างก็อาจฟ้องไล่เบี้ยเอาจากลุกจ้างได้ อายุความก็ 10 ปี ตาม 193/30 เพราะกฎหมายไม่ได้ระบุไว้ แต่ถ้าเป็นกรณีหน่วยงานของรัฐจะไล่เบี้ยได้เฉพาะกรณี เจ้าหน้าที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้นตามมาตรา 8

            เจ้าหน้าที่มีความประมาทเลินเล่ออยุ่บ้าง ก็ไม่ใช่การประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือไม่ได้ใช้ความระมัดระวังใดๆเลย

            ผู้พิพากษาหล่ะ หลักคือผู้พิพากษามีความคุ้มกัน จากการถูกฟ้องในคดีแพ่ง เต็มที่เลย ไม่มีบัญญัติเป็นรายลักษณ์อักษร

อายุความการเรียกค่าเสียหาย 1 ปี นับแต่ละเมิดหรือรู้ตัว เรียกคืนทรัพย์ไม่มีอายุความ

เพราะฉะนั้น ทายาทผู้ตายจะเรียกความโทรกเศร้าไม่ได้เพราะกฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้

และมีเรื่องค่าเสียหายคือจาก พรบ สินค้าที่ไม่ปลอดภัย อีก เราต้องศึกษากฏหมายพิเศษตรงนั้นซึ่งสามารถเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้ถึงสองเท่า

กลับมาดู พรบละเมิดของเจ้าหน้าที่

รัฐจ่ายไปแทนแล้วไล่เบี้ย จนท ที่จงใจหรือประมาทละเมิดอย่างร้ายแรง กฏหมายไม่ได้บอกว่าให้เต็มแต่ให้ดูตามพฤติการณ์ร้ายแรง ดูว่ารัฐมีส่วนผิดด้วยหรือไม่

            สิ่งเหล่านี้ก็เอามาหักจากเงินที่รัฐจะไล่เบี้ยได้

            สิ่งต่างๆเหล่านี้ในชั้นเรียนของเราๆต้องทราบหลักกฎหมายแต่ถ้าทางปฏิบัติการคำนวณก็เป็นเรื่องๆไป สิ่งที่เราต้องการในการทดสอบก็คือให้ทราบว่าใช้หลักใด

            ในเรื่องละเมิดก็มีในกรณีหลายคนรวมกันละเมิด  มิใช่ร่วมกันประมาท ต่างฝ่ายต่างทำละเมิดขึ้นมา 432 บอกรับผิดเป็นส่วนเท่ากันเว้นแต่ศาลวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น นอกจากการรับผิดในการกระทำของตนเองหรือของผู้อื่นแล้ว ยังมีความเสียหายอันเกิดจากทรัพย์

            บางตำราใช้คำว่าจากการกระทำของทรัพย์ มองจากตรรกะก็อาจจะไม่ถือเป็นการกระทำในทางกฎหมาย

            เป็นความเสียหายที่เกิดจากทรัพย์  หรือเพราะทรัพย์ ทำไมเราต้องแยกความเสียหายเหล่านี้ไม่ใช้ 420 กับทุกเรื่องเลย จริงอยู่ เราอาจใช้ 420 ได้ทุกเรื่องแต่ 420 นั้นโจทก์ต้องพิสูจน์ทุกเรื่องเลย มันลำบาก หากเราเข้าเรื่องอื่นๆ ข้อพิสูจน์จะไม่ใช่โจทก์แล้ว

            433  434   436 437  หลักในการพิจารณาคือ

เมื่อความเสียหายเกิดจากทรัพย์ใครต้องรับผิด และใครมีภาระการพิสูจน์

สัตว์ โรงเรื่อน สิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะอันเดินด้วยเครื่องจักรกล ใครต้องรับผิด

เจ้าของ ผู้รับเลี้ยงรักษา ผู้ครองโรงเรือน ก็คือผู้ครอบครอง

            ต้องมองต่อไปของการไล่เบี้ยเอาจากใครได้บ้างอายุความอย่างไร เอกชน ละเมิด มหาชน ก็ความรับผิดละเมิดเจ้าหน้าที่ ก็ต่างกัน

            อันนี้ถ้าเราฝึกมองอย่างนี้ ก็จะง่าย บททดสอบก็มีจากหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน

การที่นายจ้างต้องรับผิดเพราะมูลละเมิด ระงับ นายจ้างก็ไม่ต้องรับผิด บริษัทประกันก็ไม่ต้องรับผิด เช่นมีสัญญาประนีประนอมยอมความ หนี้เดิมระงับ แต่ถ้าเราตีความว่าไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความแต่เป็นหนังสือรับสภาพหนี้

            ระยะหลังศาลก็ตีความว่าไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความหรอก ต้องดูเนื้อหาเป็นสาระคือ ถ้าไม่ประสงค์ให้นายจ้าง หรือ บริษัท ประกัน พ้นผิดไป

            อายุความก็แบ่งเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องการติดตามเอาทรัพย์คืน

            เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยเป็นสิ่งจำเป็นมากในการตอบคำตอบ เหตุผลที่ดีที่สุดควรจะเป็นตัวบทเพราะคนตรวจคุ้นเคยที่สุด

            และการท่องคือการที่เราไม่สามารถเขียนได้ดีกว่านั้นแล้ว

            สถานใดคืออะไร คือว่า ประเภทอะไร ค่าสินไหมทดแทนแประเภทไหน คืนทรัพย์หรือใช้ราคา

            เพราะฉะนั้นการที่เราให้มันอยู่ติดกัน การคืนทรัพย์ไม่มีอายุความด้วย

แต่ถ้าเราไปมองว่าเป็นค่าเสียหายแล้ว มันก็จะมีที่ติดอยู่กับอายุความด้วย

ค่าเสียหายหมายถึงความเสียหายอย่างใดๆอันก่อให้เกิดขึ้น หลักก็คือต้องการเยียวยาให้คืนสภาพก่อนการละเมิด

            หลักกฎหมายเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องเรียนรู้อย่างมาก

            หลักการเรียกค่าเสียหาย ของละเมิด คือให้คืนสถานะ ส่วนเรื่องผิดสัญญาก็ต้องเยียวยาประหนึ่งมีการ ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว

            เมื่อหลักละเมิดให้คืนสถานะ บุคคลจะกำไรจากละเมิดไม่ได้

            ต่อไปก็เรื่องความเสียหายแก่ร่างกายอนามัย เสรีภาพ ตรงนี้เป็นค่าเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงิน

            เวลาที่เกิดขึ้นหากผู้ต้องเสียหายมีส่วนผิด หรือความประมาทด้วย เพราะฉะนั้นในเวลาที่ผู้เสียหายหรือต้องเสียหายในประมวลแพ่งใช้คำว่า ผู้เสียหาย บางทีใช้คำว่าผู้ต้องเสียหาย

มาตรา 442 ให้ใช้กฎหมายหนี้ 223 ดู พฤติการณ์เป็นประมาณ คือการคำนวณ คือนำพฤติการณ์ดังกล่าวมาประมาณหรือการคำนวณด้วย

            เวลาเค้าคำนวณก็อาจจะเป็นอัตราส่วนหรือร้อยละ  ซึ่งตรงนี้อีกเช่นกันท่องไว้เลย ว่าในกรณีตามข้อสอบ ต้องดูพฟติการณ์เป้นประมาณว่าก่อยิ่งหย่อนกันเพียงไร

            ถ้าเราเข้าไปสู่ข้อเท็จจริงดดยไม่มีหลักกฎหมาย คะแนนมันจะน้อยมากเลย เพราะไม่มีเหตุผลไม่ใช่เพราะเค้าตอบธงผิด

            ในการเสียชีวิต ค่าเสียหายได้แก่ ในกรณีที่ใช้คำว่าได้แก่ นี่มีแค่นี้แล้ว ถ้าจะให้เป็นตัวอย่างมักใช้คำว่า ย่อมรวมความถึง

            ถ้าสนใจถึงภาษาอังกฤษแล้ว ต้นร่างภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า แชล อินคูสท์ เป็นการแปลที่ผิด แต่คุณจะไปยกข้อต่อสู่อย่างนี้ไม่ได้แล้ว เพราะว่ามีการแปลอย่างนี้ตั้งแต่ต้นแล้วในกฎหมายไทย

            ค่าปลงศพรวมทั้งค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ ต้องตีความว่า ค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆอันการปลงศพ

            ค่าเปล่าเปลี่ยว ค่าผิดหวังไม่ได้ เราต้องให้เหตุผลว่าที่เรียกไม่ได้เพราะว่าให้เพียงค่าใช่จ่ายจำเป็นอื่นในการปลงศพ

            446 ค่าเสียหายต่อร่างกาย อนามัย เสรีภาพ

            กฎหมายละเมิดจะพัฒนาก็เมื่อมีการกล้าที่จะเรียก

เช่นไปหาแพทย์เพื่อศัลยกรรมตกแต่ง  การหดหู่ไม่กล้าพบหน้า การทุกข์ทรมาน ตรงนี้เรียกได้เพราะการทำศัลยกรรมเป็นการเสียหาย

            ความเป็นคนพิการเช่นเสียขาเสียแขนก็เรียกได้ทั้ง 446 และการประกอบอาชีพ

อายุความ สิทธิเรียกค่าเสียหายอันมูลละเมิด 1 ปี นับแต่รู้ 10 ปีนับแต่ทำ

            ก็ต้องดูว่าในประมวลกกหมายอาญาถ้ามีอายุความที่ยาวกว่าก็ใช้อายุความที่ยาวกว่านั้น

            เช่นลูกจ้างทำการละเมิดในการที่จ้าง มูลอาญาใช้เฉพาะลูกจ้าง มูลละเมิดเป็นความผิดอาญาด้วยใช้อายุความอาญาที่ยาวกว่า ถ้าเราประสงค์ฟ้องนายจ้างด้วย ก็ต้องใช้อายุความทางแพ่งเกี่ยวกับนายจ้าง

            นิรโทษกรรม เวลาที่เราดูถือว่าเป็นการทบทวนประมวลกฎหมายอาญา เรื่องจำเป็น หรือป้องกัน ไปในตัว ถ้าเราเอากฎหมายเหล่านั้นมาทบทวน โดยเทียบเคียงก็จะจำได้ดี วิธีคือทำให้สิ่งที่น่าจำไปโยงกับสิ่งที่น่าสนใจ

            พระราชบัญญัติด้วยข้อสัญญาไม่เป็นธรรรม มาตรา 40 นอกจากเนื้อหาเรื่องสัญญาแล้ว ก็เป็นเรื่องละเมิด มาตรา 8 เป็นเรื่องซึ่งเรายกร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อเยียวยา สิ้งที่เกิดจากผู้ที่ต้องการยกเว้นหรือ จำกัดความรับผืดตนเองโดยสัญญา เช่น จำกัดจำนวนความรับผิด หรือยกเว้นความรับผิดไปเลย เช่นบางทีเจ้าของสปีอตคลับ หรือ เจ้าของต่างๆ สัญญาเหล่านี้บางทีอาจเป็นสัญญาที่บังคับได้

            ครั้งที่ 4 . (ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม)

            ในพรบข้อสัญญาไม่เป็นธรรม มีสองมาตรา คือมาตรา 8 กับมาตรา 9

มาตรา 9 มาแก้ปัญหาหรือเยียวยา ความไม่ธรรม จาก ความยินยอมไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ที่ศาลเคยตัดสินไว้คือ กรณีขายพระเครื่อง ผู้ต้องเสียหายก็บอกว่ายินยอมให้ยิงเลยเพราะพระเครื่อง จำเลยก็เลยลอง ยิง

            ตรงนี้ไม่เป็นเหตุยกเว้นความรับผิดในคดีอาญา พอผู้ต้องเสียหายมาฟ้องในคดีแพ่ง ก็ยกหลักความยินยอมไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมา

            มาตรา 9 ก็มีเพื่อลบล้างความไม่ยุติธรรมในครั้งนี้ ว่าการตกลงเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ข้อตกลงเป็นโมฆะ เมื่อไม่ยินยอมก็มีอำนาจฟ้อง

            ความเป็นธรรมก็อาจจะมาตัดทอนในส่วนค่าเสียหาย เพราะผู้ต้องเสียหายมีส่วนผิด หรือส่วนประมาทด้วยก็ลดทอนกันไปอย่างนั้นเอง

                        มาตรา 8 วรรคแรกเป็นเรื่องข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความ ให้ถือเป็นข้อสัญญา แม้เวลาที่เราวิเคราะห์ในนิติกรรมไม่ใช่เรื่องข้อสัญญาก็ตาม

            อันนี้เพราะมาตรา 3 ให้ถือเป็นข้อสัญญา ให้ถือเพื่อให้มาตรา 8 ใช้ได้

            ถ้าไม่ใช่เรื่อง ชีวิต ร่างกาย อนามัย วรรคสองบอกว่าที่ไม่เป็นโมฆะให้ใช้ได้เท่าที่เป้นธรรม หรือเหมาะสมแก่กรณี

            เช่นในการที่สระว่ายน้ำไมรับผิดชอบ

ฎ.7292/2543

มาตรฐานของความปลอดภัยในการจัดตั้งสระว่ายน้ำจะต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและอุปกรณ์ในการช่วยชีวิต จำเลยเป็นเจ้าของสระว่ายน้ำเปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปโดยเก็บค่าบริการจากผู้มาใช้บริการก็ต้องยึดถือตามมาตรฐานนั้นด้วย ยิ่งก่อนหน้านี้ก็มีผู้มาใช้บริการจมน้ำในสระว่ายน้ำของจำเลยมาแล้ว จำเลยยิ่งควรต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น แต่จำเลยมิได้ปรับปรุงแก้ไข ถือว่าละเว้นปฏิบัติในสิ่งซึ่งตามวิสัยของผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสระว่ายน้ำควรต้องปฏิบัติ แม้จำเลยจะปิดประกาศไว้ที่สระว่ายน้ำว่าผู้มาใช้บริการสระว่ายน้ำ ผู้ปกครองของผู้มาใช้บริการสระว่ายน้ำจะต้องเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบด้วยตนเองก็ไม่ทำให้จำเลยพ้นจากความรับผิด เมื่อจำเลยไม่ระมัดระวังทำให้ไม่มีผู้เข้าช่วยเหลือเด็กชาย ภ. ซึ่งจมน้ำได้ทันท่วงทีและถูกต้อง ทั้งไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่จะปฐมพยาบาล ทำให้สมองขาดออกซิเจนเป็นเวลานานจนสมองพิการจึงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของจำเลย

หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว เด็กชาย ภ. มีอาการทางสมองพิการ แขนขาชักเกร็งไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ต้องให้ยาลดอาการทางสมองและหากมีอาการเกร็งก็ต้องทำกายภาพบำบัดทุกวันเด็กชาย ภ. จะต้องอยู่ในสภาพช่วยเหลือตนเองไม่ได้เช่นนั้นตลอดไปค่าดูแลรักษาที่จะต้องใช้จ่ายต่อไปจึงเป็นค่าใช้จ่ายอันต้องเสียไปเนื่องจากการกระทำละเมิดให้เสียหายแก่ร่างกายในอนาคตเป็นคนละส่วนกับค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์ได้จ่ายไปก่อนแล้วและไม่เป็นการกำหนดค่าเสียหายซ้ำซ้อนกัน ทั้งเมื่อเด็กชาย ภ. อยู่ในสภาพไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ย่อมเสียความสามารถประกอบการงานโดยสิ้นเชิงทั้งในเวลาปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการกระทำละเมิดของจำเลย หาใช่ไกลเกินเหตุไม่ โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายในการสูญเสียความสามารถในการประกอบการงานได้

 

ฏีกาเหล่านี้ก็ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะมีมาตรานี้

            ฏีการถหายในที่จอดรถก็วางในลักษณะที่ตัวแทน  หลักที่ต้องใช้ก็คือผู้ประกอบกิจการค้าในลักษณะนี้ เป็นการดึงดูดให้ใช้บริการตน ไม่ใช่การรับฝากรถ เป็นการดูแลในวิสัยที่ดูแลได้ เกิดหน้าที่ที่ต้อง ดูแล

            ศูนย์การค้าต้องให้บริการ บริการดังกล่าวรวมถึงการรักษาความปลอดภัย

ฎ.4223/2542

จำเลยที่ 2 และบริษัท ธ. เป็นบริษัทในเครือเดียวกันมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าหาประโยชน์จากการใช้สถานที่ศูนย์การค้าแอร์พอร์ตพลาซ่า ร่วมกัน การที่บริษัท ธ. ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้ส่งพนักงานรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 1มาดูแลรักษาความปลอดภัยที่ศูนย์การค้าดังกล่าว จึงเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ในการใช้พื้นที่ศูนย์การค้าของบริษัท ธ. และจำเลยที่ 2 ทั้งขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ยังทำหน้าที่ส่งพนักงานรักษาความปลอดภัยไปดูแลรักษาความปลอดภัยที่ศูนย์การค้าแอร์พอร์ตพลาซ่าที่เกิดเหตุ พฤติการณ์ของบริษัท ธ. กับจำเลยที่ 2 ที่ประกอบกิจการค้าร่วมกัน โดยมีชื่อจำเลยที่ 2 และชื่อศูนย์การค้าดังกล่าวติดอยู่ในอาคารเดียวกัน และมีพนักงานรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 1 คอยดูแลรักษาความปลอดภัยในศูนย์การค้านั้น ย่อมเป็นที่แสดงให้ผู้ใช้บริการเข้าใจว่าจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของหรือได้ร่วมกับเจ้าของศูนย์การค้าดังกล่าวมอบหมายให้จำเลยที่ 1 รวมทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าผู้มาใช้บริการแทนจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นตัวการด้วย

การที่พนักงานรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 1 ไม่ระมัดระวังตรวจบัตรจอดรถโดยเคร่งครัด อันเป็นการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันการโจรกรรมรถยนต์ เป็นผลโดยตรงทำให้รถยนต์ของนาย ส. ถูกลักไป และเป็นการประมาทเลินเล่อ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อนาย ส. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ดังนั้น จำเลยที่ 1 ในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดกับพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นลูกจ้างของตนในผลแห่งละเมิดต่อนาย ส. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 ส่วนจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นตัวการมอบหมายให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนดูแลรักษาความเรียบร้อยและปลอดภัยในบริเวณลานจอดรถของศูนย์การค้าดังกล่าว จึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดซึ่งตัวแทนของจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปในทางการที่มอบหมายให้ทำแทนนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 427 ประกอบด้วยมาตรา 420 จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดต่อโจทก์

 

ฏีกาพวกนี้เราต้องดูให้หลักแม่นเสียก่อน

            การประมาทเลินเล่อ เราสามารถเทียบกับกฎหมายอาญาได้

            ดูได้จากวิสัยและพฤติการณ์

            การให้ความยินยอมต้องมีข้อมูลทั้งหลายแล้วที่จะมาปฏิเสธความรับผิดของแพทย์ได้

มาตรา 9

ฎ.673/2510

การที่โจทก์ท้าให้จำเลยฟันเพื่อทดลองคาถาอาคมซึ่งตนเชื่อถือและอวดอ้างว่าตนอยู่คงนั้น เป็นการที่โจทก์ได้ยอมหรือสมัครใจให้ จำเลยทำต่อร่างกาย เป็นการยอมรับผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง ตามกฎหมายจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงฟ้องจำเลย ให้รับผิดชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ไม่ได้

 

เป็นช่วงปีที่ศาลฏีกา ทรงความรู้มาก

ครั้งที่ 5 . (การสัมนาละเมิดทั่วไป)

            หลักการคือนักกฎหมายพยายามเขียนสัญญา ประกาศ แจ้งความ ทำให้ความรับผิดของบางคนได้รับยกเว้น หรือ จำกัด ข้อสัญญา

            เพราะว่าอำนาจต่อรอง ในทางเศรษฐกิจไม่เท่ากัน จึงต้องการสร้างการปฏิบัติตามสัญญาให้เป็นธรรมและสมควรแก่กรณี

            มาตรา 8 วรรคแรกจึงให้ประกาศ ข้อตกลง การแจ้ง  ความ เป็นข้อสัญญา

            เรื่องที่มักเจอก็คือเรื่องรถหาย ถ้าเราดูแต่ฏีกา ก็อาจจะตอบผิดได้

            หน้าที่ระมัดระวังก้คือของบุคคลที่ ให้บริการคือให้คำมั่นโดยปริยายว่าจะต้องให้บริการ ที่ดี

            จะปฏิเสะว่ามอบหน้าที่ให้กับ รปภ แล้วไม่ได้

ระยะหลังแพทย์กับโรงพยาบาล มีมากมาย 

            ในเรื่องการออกข้อสอบก็มี การบอกใบ้ ในเรื่องประมาทอยู่เช่นประมาทเลินเล่ออยุ่บ้าง

            มาตราที่สำคัญที่สุดของพรบความรับผิด 2539  คือ คือมาตรา 5 ซึ่งเทียบได้กับ ประมวลแพ่งมาตรา 425

            สิทธิในการไล่เบี้ย ก็ต่างกัน

            ละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ศาลฏีกาก็วางหลักไว้ค่อนกว้าง กฎหมายละเมิดก็มักไว้เยียวยาความเสียหาย

            เราเริ่มเร็วๆได้ก็คือ ความรับผิดจากการกระทำของบุคคลอื่น มาตรา 8 วรรค สอง เมื่อ ใช้ให้แก่บุคคลภายนอกไป ไล่เบี้ยเอาจากเจ้าหน้าที่ ไล่เบี้ยเพียงใด

อายุความมาตรา 9 อายุความไล่เบี้ย คือ  

            ...........................................................

ครั้งที่ 6 . (คำพิพากษาที่น่าสนใจ 422 423)

            ฎ.5129/2546  

จำเลยที่ 1 ได้รับมอบหมายให้สอนวิชาพลศึกษาถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้รับมอบหมายให้ดูแลนักเรียนให้ได้รับความปลอดภัยในชั่วโมงดังกล่าวด้วย การสั่งให้นักเรียนวิ่งรอบสนามซึ่งมีระยะทางประมาณ 200 เมตร ต่อ 1 รอบ จำนวน 3 รอบ ถือเป็นการอบอุ่นร่างกายนับเป็นสิ่งที่เหมาะสม แม้เมื่อนักเรียนวิ่งไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยในการวิ่งครบ 3 รอบแล้ว จำเลยที่ 1 ได้สั่งให้วิ่งต่ออีก 3 รอบ จะถือเป็นวิธีการทำโทษที่เหมาะสมตามควรแก่พฤติการณ์แล้วแต่การที่นักเรียนทั้งหมดยังวิ่งได้ไม่เรียบร้อยแบบเดิมอีก จำเลยที่ 1 ก็ควรหามาตรการหรือวิธีการลงโทษโดยวิธีอื่น การที่สั่งให้วิ่งต่อไปอีก 3 รอบและเมื่อนักเรียนยังทำได้ไม่เรียบร้อย จำเลยที่ 1 ก็สั่งให้วิ่งต่อไปอีก 3 รอบ ในช่วงเวลาหลังเที่ยงวันอากาศร้อนและมีแสงแดดแรงนับเป็นการใช้วิธีการลงโทษที่ไม่เหมาะสม เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของนักเรียนซึ่งอายุระหว่าง 11 ปี ถึง 12 ปีได้ จึงเป็นการกระทำโดยไม่ชอบและเป็นความประมาทเลินเล่อ ทั้งการออกกำลังกายโดยการวิ่งย่อมทำให้หัวใจเต้นแรงกว่าปกติ จำนวนรอบที่เพิ่มมากขึ้น ย่อมทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเมื่อเป็นเวลานานย่อมเป็นอันตรายต่อหัวใจที่ไม่ปกติจนทำให้เด็กชาย พ. ซึ่งเป็นโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้วล้มลงในการวิ่งรอบที่ 11 และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาเพราะสาเหตุระบบหัวใจล้มเหลว จึงเป็นผลโดยตรงจากคำสั่งของจำเลยที่ 1 แม้จำเลยที่ 1 จะไม่ทราบว่าเด็กชาย พ. เป็นโรคหัวใจก็ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดเป็นเหตุให้เด็กชาย พ. ถึงแก่ความตาย

การที่จำเลยที่ 1 ทำการสอนวิชาพลศึกษาของโรงเรียนเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการในฐานะผู้แทนของกรมสามัญศึกษาจำเลยที่ 2 การออกคำสั่งให้นักเรียนวิ่งรอบสนามเพื่ออบอุ่นร่างกายและการลงโทษนักเรียนให้วิ่งรอบสนาม ก็ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วย เมื่อทำให้เด็กชาย พ. ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายแก่โจทก์ผู้เป็นมารดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 76 วรรคหนึ่ง

จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะและค่าปลงศพกับค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพอันเป็นความรับผิดชอบตามกฎหมาย แม้จะมีบุคคลภายนอกนำเงินมาให้โจทก์เพื่อช่วยเหลืองานศพหรือจัดการศพเด็กชาย พ. ก็ไม่อาจทำให้ความรับผิดชอบตามกฎหมายของจำเลยที่ 2 ต้องหมดไปหรือลดน้อยลงไปได้ กรณีจึงไม่อาจนำเงินช่วยงานศพที่โจทก์ได้รับจากสมาคมผู้ปกครองและครูของโรงเรียนมาหักออกจากค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชดใช้ให้แก่โจทก์ได้

การที่บุตรของโจทก์ถึงแก่ความตายเพราะถูกทำละเมิดโจทก์ซึ่งเป็นมารดาตกเป็นผู้ขาดไร้อุปการะตามกฎหมายแล้ว โดยไม่ต้องคำนึงว่าในปัจจุบันและในอนาคตภาวะเศรษฐกิจของประเทศจะเป็นอย่างไร เด็กชายจะสามารถทำงานมีรายได้มาอุปการะโจทก์ได้หรือไม่

จำเลยที่ 1 เป็นอาจารย์สอนวิชาพลศึกษาสั่งให้นักเรียนวิ่งรอบสนาม 3 รอบ เพื่ออบอุ่นร่างกายและการที่จำเลยที่ 1 สั่งให้นักเรียนวิ่งต่อไปอีก 3 รอบ เพราะนักเรียนวิ่งกันไม่เรียบร้อยและไม่เป็นระเบียบ เป็นวิธีการสอนและลงโทษนักเรียนตามสมควรแก่เหตุและเหมาะสม แต่การที่จำเลยที่ 1 สั่งให้วิ่งอีก 3 รอบสนาม ในครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4 เป็นการใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมและไม่ชอบแต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มุ่งหวังให้นักเรียนได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตจำเลยที่ 1 ยังมีความหวังดีต่อนักเรียนต้องการอบรมสั่งสอนนักเรียนให้มีความรู้เหมือนดังวิสัยของครูทั่วไป แม้เป็นเหตุให้เด็กชาย พ. ถึงแก่ความตายแต่จำเลยที่ 1 มิได้จงใจหรือกระทำการประมาทอย่างร้ายแรง เพียงแต่กระทำโดยประมาทเลินเล่อขาดความรอบคอบและไม่ใช้ความระมัดระวังเช่นผู้มีอาชีพครูสอนพลศึกษาจะพึงปฏิบัติและสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสุขภาพของเด็กชาย พ. ไม่แข็งแรงมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมายของจำเลยที่ 1 แม้จำเลยที่ 1 จะอ้างความไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวมาปฏิเสธความรับผิดชอบตามกฎหมายไม่ได้ แต่ศาลก็สามารถนำมาใช้ประกอบดุลพินิจในการกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์ของการทำละเมิดได้

แม้เหตุละเมิดเกิดขึ้นก่อนที่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ. 2539 ใช้บังคับ แต่ขณะที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับแล้วสิทธิของโจทก์ในการฟ้องเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐให้รับผิดทางละเมิด จึงต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ฉะนั้นเมื่อการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์เป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 2 โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฟ้องจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

 

 ฏีกานี้ถ้าเราอ่านดูข้อเท็จจริงจะมีการทดสอบเกี่ยวกับหลักละเมิดเกือบทุกหลักเลยการทำข้อสอบได้ดีต้องตอบทุกประเด็น

            ข้อเท็จจริงคือ ครูพละสั่งเด็กอายุ 11 12  วิ่งรอบสนามระยะทาง 200 เมตรก็ให้วิ่งในเวลาเที่ยงอ้างว่าให้เด็กมีวินัย

            ครูพละละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่

            ขึ้นอยู่กับว่าเป็นโรงเรียนของใคร โรงเรียนของรัฐหรือเอกชน

            คงไม่ได้จงใจ การกระทำเป็นประมาทเลินเล่อ เป้นผลดดยตรงต่อความตายหรือไม่

พฤติการณ์เป็น 442

            ค่าสินไหมทดแทน การปลงศพและความจำเป็นอื่น

            ในเรื่องนี้ศาลฏีกาก็บอกว่าครูพละไม่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

            ฎ.6136/2544

เหตุรถชนเกิดจากความประมาทเลินเล่อของโจทก์และจำเลยที่ 3 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์มีส่วนประมาทเลินเล่อร่วมด้วยไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์

 

 เหตุรถชนกันเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของทั้งสองฝ่ายไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ก็ไม่ต้องรับผิดกัน

            เฟอรรารี่ กับ ซาเล้ง ประมาทเท่ากัน ชนกัน  ฏีกาออกแนวต่างฝ่ายต่างซ่อม เพราะเสียหายไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ค่าเสียหายตกเป็นพับ

            ฎ.143/2521

ผู้เสียหายย่อมฟ้องนายจ้างของผู้ทำละเมิดให้ร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ผู้ทำละเมิดกระทำไปในทางการที่จ้างได้ โดยไม่จำต้องบอกกล่าวทวงถามก่อน เพราะถือว่าได้ผิดนัดมาตั้งแต่วันทำละเมิดแล้ว

เมื่อเหตุที่รถชนกันเกิดเพราะความประมาทของคนขับรถทั้งสองฝ่าย และพฤติการณ์แห่งละเมิดมีความร้ายแรงพอๆ กันความเสียหายย่อมเป็นพับกันไป

ผู้ตายเนื่องจากการทำละเมิดเป็นบุตรโจทก์ แม้โจทก์ไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ โดยภรรยาผู้ตายเป็นผู้ออกก็ตาม แต่ค่าใช้จ่ายในการนี้เป็นค่าใช้จ่ายอันจำเป็นที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องได้ จำเลยจะยกเอาข้อที่ภรรยาผู้ตายเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายมายกเป็นข้อปัดความรับผิดของจำเลยหาได้ไม่และแม้โจทก์จะยังไม่ได้จ่ายเงินค่าฌาปนกิจศพผู้ตายก็ตามโจทก์ก็มีสิทธิเรียกร้องได้

ส่วนค่าขาดไร้อุปการะนั้น บุตรมีหน้าที่ต้องอุปการะบิดามารดาตามกฎหมายการที่บุตรโจทก์ตาย ถือได้ว่าโจทก์ต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายแล้ว มิต้องคำนึงว่าโจทก์ผู้เป็นบิดามารดาจะเป็นผู้มีทรัพย์สินมากน้อยเพียงใดยังสามารถเลี้ยงตนเองได้หรือไม่ โจทก์จึงชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนในการที่ต้องขาดไร้อุปการะนั้น และค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากขาดไร้อุปการะที่ศาลกำหนดให้นี้เป็นหนี้ซึ่งเกิดจากมูลละเมิดอันไม่อาจแบ่งแยกได้เมื่อศาลฎีกากำหนดให้ลดน้อยลงมาอีก ย่อมพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาขึ้นมาได้

 

 ต่างฝ่ายต่างเอาไปซ่อมพับกันไป

            แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่อย่างนี้ ถ้า ชนกันแล้วรถกระเด็นไปสู่บุคคลที่สาม ก็ต้องออกใช้กันคนล่ะครึ่ง

            แต่ก็ต้องดูอาคารที่ตั้งของที่เกิดเหตุ ว่า เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องดูเป็นเรื่องๆไป ต้องหาข้อเท็จจริงมาดูข้ออ้างข้อเถียงว่าเป็นฝ่ายใด

            ชื่ออันนี้รวมความถึงนิติบุคคลด้วย

            โรงแรมฮิลตั้น เป็นโรงแรมเครือที่มีบริษัทแม่อยู่สหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีมูลค่ามาก

            ขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ก็มีการนำชื่อโรงแรมที่ตนตั้งขึ้น ศาลฏีกาก็นำมาตรา 421 กับมาตรา 5 มาเป็นฐานในการห้ามไม่ให้ใช้ชื่อนั้น แต่ตอนนี้คงจะเกี่ยวพันกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญามากกว่าแล้ว

            การนำเข้าซ้อนก็เป็นการระงับไป เช่นกันไปดูในวิชาทรัพย์สินทางปัญญาดีกว่า

มาดู 422 กับ 423 บ้าง

             422 การฝ่าฝืนกฎหมายที่จะปกป้องบุคคลอื่น ให้สันนิฐานก่อนเลยว่าเป้นผู้ผิด เช่น ผิดพรบ จราจรทางบก สันนิฐานก่อนว่าเป็นผู้ผิด

            การสมยอมกันทำสัญญากู้เพื่อยอมความในศาล

            423 เป็นเรื่องกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ฝ่าฝืนต่อความจริง แม้ไม่รู้ว่าไม่จริงแต่ควรรู้ได้

เป็นการรับผิดอย่างจงใจเลย

            ถ้าเป็นความจริง ก็อาจ เข้า 420 ได้แต่อาจมีปัญหาในการพิสูจน์

            ในทางอาญาเนี่ยความเสียหายต่อชื่อเสียงใส่ความที่เป็นจริงก็ผิด เว้นแต่เข้ายกเว้น 429 ตรงนี้เวลาที่เราดูความเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงเราก็ดู ในเรื่องอาญา หมิ่นประมาทไปด้วย

            ฎ.5584/2545 ค้นไม่พบ

            ฏีกาละเมิดใหม่ที่น่าสนใจอีกฏีกาหนึ่งคือ ฟ้องผู้พิพากษาว่าประมาทเลินเล่อ

            ฎ.7645/2546

จำเลยใช้ดุลพินิจในการทำคำวินิจฉัยในฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เพียงแต่คำวินิจฉัยของจำเลยไม่เป็นไปตามที่โจทก์ประสงค์เท่านั้น จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายหรือจำเลยได้ใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ อันจะถือได้ว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ 421

จำเลยในฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเด็ดขาดมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรีศาล และองค์กรอื่นของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 249 วรรคหนึ่ง และ 268 การทำคำวินิจฉัยของจำเลยเป็นขั้นตอนส่วนหนึ่งของการทำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267การฟ้องขอให้คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะจะกระทำได้ต่อเมื่อมีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ให้กระทำได้เท่านั้น เมื่อมิได้บัญญัติให้อำนาจบุคคลใดฟ้องเช่นนั้นได้ โจทก์จะอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพของบุคคล ที่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 4 อันเป็นบททั่วไปมาเป็นมูลฐานฟ้องขอให้คำวินิจฉัยของจำเลยเป็นโมฆะหาได้ไม่

 

            ไม่มีกฎหมายให้ฟ้องได้ นี่คือนำมาใช้กับผู้พิพากษาทั้งหมดน่าจะใช้หลักเดียวกัน เพราะการเยียวยาผู้พิพากษา

            ฟ้องได้เพียงอนุญาโต จงใจหรือประมาทเลิ่นเล่อ อย่างร้ายแรงเลย

            ฎ.7878/2544

อุจจาระและปัสสาวะกระเด็นไปถูกโต๊ะหมู่บูชาซึ่งจากสภาพที่โต๊ะหมู่บูชาทำจากไม้เนื้อแข็งลงรักปิดทอง ความเสียหายเปรอะเปื้อนมีเพียงบางจุด เกิดเหตุปี 2537 ขณะพยานโจทก์เบิกความปี 2539โต๊ะหมู่บูชายังคงวางใช้งานอยู่ในที่เดิม แสดงว่าเมื่อทำความสะอาดแล้วก็ใช้งานได้ จึงไม่ได้เกิดความเสียหายตามที่โจทก์กล่าวอ้างแต่ประการใด

รายงานการประชุมคณะกรรมการประเมินมูลค่าความเสียหายที่กำหนดราคาพระบรมสาทิสลักษณ์ฯ ไว้ 10 ล้านบาทนั้น เป็นการประเมินมูลค่าของพระบรมสาทิสลักษณ์ฯ ไม่ใช่เป็นการตีราคาค่าเสียหายการทำละเมิดของจำเลยไม่ได้ทำให้พระบรมสาทิสลักษณ์ฯ เสียหายไปทั้งหมด คงเสียหายเพียงบางส่วนทั้ง ป. อาจารย์ด้านศิลปะมหาวิทยาลัย ศ. เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าพระบรมสาทิสลักษณ์ฯสามารถซ่อมได้ ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายให้จำนวน50,000 บาท ซึ่งมากกว่ามูลค่าความเสียหายที่กำหนดในส่วนคดีอาญาถึงสองเท่านั้น นับว่าเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว

 

 เป็นคดีที่จำเลยแสดงความคิดเห็นต่อการกระทำหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ คือการปาสิ่งโสโครก

            การที่จะเรียกค่าเสียหายให้ได้มากที่สุดคือเรียกอะไรได้เหรอครับ

            จิตนาการของอัยการเรียกค่าเสียหายทรัพย์สินที่เปลื้อนได้ สิบล้านบาท พรมที่เปลื้อน ศาลให้หกหมื่น

            เวลาที่เรียกเยอะที่สุดต้องดึงไปเข้า 446 ให้ได้

            446 เรียกได้เฉพาะความเสียหายเกิดขึ้นแก่ร่างกาย อนามัย เสรีภาพหล่ะ น่าคิดว่าเกิดไหม ก็เกิดขึ้นรวดเร็วไม่ได้เป้นการจำยอมต่อสิ่งใด

            อีกฏีกาออกสอบไปแล้ว คือ กระแสไฟฟ้า

            ก็เข้า 437 วรรค 2

            ฎ.2651/2546

การไฟฟ้านครหลวงจำเลยที่ 2 มีวัตถุประสงค์ในการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าแก่ประชาชน จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 เมื่อกระแสไฟฟ้าที่จำเลยที่ 2จัดให้มีขึ้นเพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนเกิดการลัดวงจรเป็นเหตุให้เพลิงลุกไหม้ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย จำเลยที่ 2 ผู้ครอบครองกระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นทรัพย์ที่เกิดอันตรายได้โดยสภาพ จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของโจทก์ ผู้ต้องเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 วรรคสอง แม้จำเลยที่ 2 นำสืบว่าได้ดูแลและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างดีแล้ว แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ากระแสไฟฟ้าลัดวงจรเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเป็นความผิดของโจทก์ จำเลยที่ 2 จึงไม่พ้นความรับผิด ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว เพราะจำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองกระแสไฟฟ้าหรือทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจร

 

ครั้งที่ 7 . (ค่าสินไหมทดแทน)

            เรื่องค่าสินไหมทดแทนกันคำถามเกี่ยวกับละเมิดต้องมีเรื่องการเยียวยา ว่าการฟ้อง คดีละเมิดก็เพื่อแก้ไข ความเสียหายที่เกิดขึ้น

            แต่ถ้าเราศึกษา ระดับสูงกว่านั้นไปนั้น การใช้ศาลต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ละเมิด

            ก็มีปัญญาในเชิงวิธีพิจารณาความ ว่า ต้องมีการโต้แย้งสิทธิเสียก่อน

            การคุ้มครองชั่วคราวก็ต้องมีการร่างคำฟ้องเสียก่อน

            เมื่อหยุดกระทำการมันก็ไม่มีความเสียหาย กฎหมายลักษณะนี้ก็ทำให้ศาลมีคุณค่ามากขึ้น ตอนนี้ก็มีกฎหมายคล้ายๆระดับนี้คือพรบ วิธีคุ้มครองผู้บริโภค 2551 กับ ความรับผิดกับสินค้าที่ไม่ปลอดภัย 2551

            เรากลับไปดูค่าสินไหมทดแทนก่อน ว่ามีอะไรบ้าง ได้แก่การคืนทรัพย์สินที่เสียไปเพราะละเมิดและใช้ราคา

            อายุความ ถ้าเป็นการเรียกคืนทรัพย์สินหรือใช้ราคานั้น การเรียกตรงนี้ไม่มีอายุความเพราะเป็นการใช้สิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์ตาม 1336

            อายุความพวกนี้ ก็อาจขยายไปได้ ต้องแม่นอายุความ ทางแพ่งก่อน เค้าจะขยายจาก หนึ่งปีเป็นสามปี

            คำถามฮิตเลยค่าสินไหมทดแทนเรียกได้สถานใดเพียงใด ให้ดูพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด และผู้ต้องเสียหายมีส่วนผิดด้วยเราใช้ 442 +223 ก็ต้องดูพฤติการณ์เป็นประมานว่าฝ่ายใดเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงใด

            ก็ต้องเอามาเป็นประมานหรือเป็นการหักตรงที่ไม่ระมัดระวังตรงนี้ออกไป ในการสอบเราไม่สอบ ข้อเท็จจริง หลักคือ 442 + 223 ต้องดูพฤติการณ์เป็นประมาณว่าความเสียหายเกิดขึ้นจากฝ่ายใด

            แต่ความเสียหายไม่ควรมากอย่างที่เป็นอยู่

            การคืนทรัพย์หรือใช้ราคา การใช้ราคาเป็นสร้อยคือมันพ้นวิสัยในการคืนทรัพย์

            เราต้องมีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งตั้งแต่ปี 29 คือ พรบความรับผิดเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ต้องดูคู่กับมาตรา 425

            นายจ้างต้องร่วมรับผิด ความสัมพันธ์หน่วยงานของรัฐกับเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ตามกฎหมายจ้างแรงงาน

            หลักกฎหมายคือหน่วยงานของรัฐต้องรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ ฟ้องหน่วยงานของรัฐ จะไปฟ้องเจ้าที่โดยตรงไม่ได้

            ถ้าเป็นนายจ้างลูกจ้าง นายจ้างไล่เบี้ยได้  193/30 10 ปี นับแต่ใช้ค่าทดแทน แต่ถ้าเป็น หน่วยงานของรัฐหลักก็คือไล่เบี้ยไม่ได้ เว้นแต่ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่นั้นโดย จงใจ หรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

            มันมีมาตรา 441 การใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยสุจริต หมายความว่าในท้องถนนขับโดยประมาทไปชนรถของคนหนึ่ง โดยสุจริต ก็ใช้ไปเลยกับผู้ครองเลย ก็คือ ผู้ครอบครองคนขับเลย

            ในกฎหมายละเมิดก็มีความเสียหาย เร่มจากชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพยสิน ได้แก่คือมีเท่านี้ คือ ค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับความจำเป็นอื่นๆในการปลงศพเท่านั้น

ค่าเสียใจ หว้าเหว่ การทนทุกข์ทรมานจากการเสียใจอย่างนี้เรียกไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ให้เรียกเพราะกฎหมายบอกว่า ในกรณีทำให้คนอื่นตายค่าเสียหายได้แก่ ค่าปลงศพ และค่าเสียหายอันจำเป็นอื่นๆในการปลงศพ

            ค่าปลงศพก็ดูฐานานุรูปของผุ้ตาย ดูประเพณีวัฒนธรรมของผู้ตาย ประเพณีไทยต้องมีหนังสืองานศพ ประเพณีจีนต้องมีการเผา

            การปลงศพโดยจารีตประเพณีก็มีคนให้เงินค่าช่วยงานศพ ก็มีจำเลยได้ออกช่วยแล้ว หรือโจทก์มีคนมาช่วยแล้วต้องเอารายได้มาหักจากค่าปลงศพมาเรียกจากจำเลย มันเป็นการได้โดยอาศัยหลักต่างกัน

            รัฐวิสาหกิจก็รับช่วงสิทิไม่ได้ ใครเป้นหน้าที่ตามกฎหมาย

            ค่าขาดประโยชน์ทางทำมาหาได้ก่อนตายก็เรียกได้ แต่ถ้าเสียชีวิตทันทีก็ไม่มี นอกจากนั้นก็มีค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู

            ในครอบครัว บุตรมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ตลอดชีวิต ส่วนบิดามารดามีเฉพาะ บุตรบรรลุนิติภาวะ

            ค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูสามารถเรียกดอกเบี้ยได้ ด้วย

            ค่าขาดแรงงานในครัวเรือน

            ค่าขาดการงานในอุตสาหกรรม

ค่าทนายความเรียกไม่ได้เพราะวิแพ่งถือเป็นค่าธรรมเนียม ปกติแล้ว ความรับผิดชั้นที่สุดตกแก่ผู้แพ้คดี

ครั้งที่ 8 . (อายุความ นิรโทษกรรม )

            ค่าใช้จ่าย ผู้ต้องเสียหาย ค่าขาดแรงงานจากบุคคลภายนอกเช่นนายจ้างหรือเจ้าของกิจการที่สำคัญอีกอันคือค่าเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่นทนทุกขืทรมานความเสียใจ

            ถ้าเป็นการเสียหายร่างกายอนามัยเสรีภาพก็ได้

            ความเสียหายแก่ศักดิ์ศรีเวลาถูกกักขัง แต่ต้องเรียกได้เฉพาะที่ 446 เรียกได้เท่านั้น

ค่าใช้จ่ายต่างๆที่วิแพ่งเขียนว่าเป็นค่าธรรมเนียมมี 167 เขียนไว้ชัดว่าตกเป็นของผู้แพ้คดี

            ค่าขาดแรงงานของบุคคลภายนอก ใครทำให้ลูกจ้างบาดเจ็บนายจ้างเสียหาย การหาคนอื่นแทน ก็เรียกจากผู้ทำละเมิดในระหว่างรักษาตัว

            เรามาดูค่าเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงินบ้าง

สามอย่าเท่านั้น คือ ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ

            เช่นคนได้รับเลือดที่ปนไวรัสมาเป็นต้น ค่าเสียหายแก่เสรีภาพเราก็ต้องดูความผิดต่อเสรีภาพ หน่วงเหนี่ยวกักขัง เรามักจะพบจากการกระทำของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่

            ตรงนี้จะอยู่ในความสามารถของทนายโจทก์ จะมองถึงพฤติการณ์และความร้ายแรง ที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดชอบ

            อีกประการคือ หญิงที่ต้องเสียหายในความผิดเกี่ยวกับเพศ ชีวิตทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างอื่น

            ในส่วนความเสียใจจากหมาตาย ก็เรียกไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ 446 เรียกได้เฉพาะร่างกาย อนามัย เสรีภาพ

            โอนไม่ได้ ตกทอดโดยมรดกก็ไม่ได้

            ความแตกต่างสัญญาประนีประนอมยอมความกับ หนังสือรับสภาพหนี้ก็ต้องแยกให้ชัด

ใครเป็นคู่สัญญา ในที่สุดคนขับรถก็ต้องรับผิด

            ทุพพลภาพเรียก ค่ารักษาพยาบาล ค่าการขาดรายได้การประกอบอาชีพ บุคคลที่ครอบครัวอาจเรียกการใช้ประโยชน์ในครัวเรือน

            มีคำพิพากษาฏีกาเรื่องหนึ่งและออกสอบเนฯไปแล้วด้วย ที่ค่าทนายเรียกไม่ไดเพราะอยู่ค่าฤชาธรรมเนียม

            โจทก์มีชื่อนามสกุลซ้ำกับลูกหนี้เลยถูกธนาคารเรียกเงิน

การจ้างทนายความเพื่อสืบหาข้อเท็จจริง  กับ การโทรศัพท์แจ้งข่าว ญาติ เป็นสาเหตุโดยตรง จากการละเมิด

            ถ้าเราไปท่องว่าค่าทนายความเรียกไม่ได้ ก็จะตอบผิดไปเสีย ที่ค่าทนายความเรียกไม่ได้ นั้นเฉพาะ เป็นค่าว่าความ

            สุนัขกัดเด็กจนเสียชีวิตมารดาต้องปรึกษาจิตแพทย์  ถือว่ามารดาได้รับความเสียหายโดยตรง

            หมากัดเด็กในโรงเรียน คำว่าในโรงเรียน ก็ต้องไปมองแล้วโรงเรียนเอกชนหรือรัฐบาล แล้วใครเป็นเจ้าของ ผู้รับเลี้ยงรับรักษาแทน

            คนที่ชอบให้อาหารหมาในหมู่บ้าน จะถือเป็นคนรับเลี้ยงรับรักษาแทนเจ้าของได้หรือไม่ ก็ในเมื่อหมาไม่มีเจ้าของจะถือเป็นสุนักไม่มีเจ้าของได้อย่างไรหล่ะ

            พรบ ว่าด้วยข้อสัญญาไม่เป็นธรรมมาตรา 9  นำมาอ้างไม่ได้ว่าเป็นความยินยอม ก็ฟ้องได้ มาตรา 9 น่าจะกลับหลักเรื่อง อำนาจฟ้อง

            แต่ก็จะเรียกทรัพย์ไม่ได้ เพราะเป็นผู้ท้าให้ทำ

            ครั้งที่ 8 . ()

            เรามาดูหลักในพรบข้อสัญยาที่ไม่เป็นธรรมต่อ หลักจริงๆมีแค่สองมาตราเท่านั้นคือมาตรา 8 กับมาตรา 9

            มาตรา 9 ก็เป็นเรื่องยกเว้นหลักความยินยอมไม่ทำให้เกิดความเสียหาย

            โจทก์ท้าให้จำเลยฟันเรื่องขายพระนั่น

เป็นความยินยอมที่ขัดต่อกฎหมายไม่อาจ จะมายกเว้นได้

            ก็มีฏีกาอีกชุดหนึ่งคือการสมัครใจวิวาท ก็วางหลักมาโดยตลอดว่า มาฟ้องถือว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ซึ่งตรงนี้ไม่น่าจะถูกกลับหลักในเรื่องคดีอาญา

            ศาลก็มองว่าเป็นเรื่องสมัครใจวิวาทไม่มีเหตุยกเว้นได้ ไม่มีอำนาจฟ้อง ก็ต้องมาดูหลักในเรื่องนี้ต่อไป

            น่าจะใช้ในเรื่องผู้เสียหายเป็นผู้มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหาย

            มาดูค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับชื่อเสียง

1.      น่าจะขอให้หยุดการกระทำที่เป็นละเมิด

2.      แล้วก็ยื่นให้ไต่สวนฉุกเฉิน

3.      ค่าเสียหาย และใช้ 447 ให้จำเลยกระทำให้ชื่อเสียงโจทก์กลับคืนมาดังเดิมก็ทำในรูปการโฆษณาคำพิพากษา ในหนังสือพิมพ์ หรือกระทำการเองโดย จำเลยเสียค่าใช้จ่าย ตาม 447

4.      การเยียวยาก็ต้องดู ถึงฐานะ

ละเมิดที่มากก็คือละเมิดที่เสียหายต่อชื่อเสียง ถ้าสิ่งที่โฆษณาเป็นเท็จ ก็ 423 แต่ถ้า เป็นจริงก็ 420 ได้ ถ้าเป็นการไม่ชอบ ถ้าเป็นการเอาเรื่องส่วนตัว ที่บุคคลมีสิทธิ ส่วนตัว

เช่นหมิ่นประมาท ในคดีอาญาสามารถยึดทำลายได้ รวมทั้งการโฆษณา คำพิพากษาได้ ศาลคดีแพ่งก็ไม่ต้องไปสั่งอีก

            คำถามคือในคดีแพ่งโจทก์จะขอให้ยึดหรือทำลายได้หรือไม่ ก็ต้องดู เรามาดูหลักการในเรื่องค่าสินไหมทดแทน กรณีที่โจทก์หรือผู้เสียหายมีส่วนผิดในการ ทำให้เกิดละเมิด

            ท่องเลย 438 แม้ว่าจะจำได้หรือรู้หลัก แต่เราคงไม่อาจตอบได้ชัดเจนเท่ากับตัวบท

            ค่าสินไหมทดแทนในการคืนทรัพยืหรือราคานั้นเป็นเรื่องกรรมสิทิ 1336 เจ้าของกรรมสิทิก็มีสิทธิเรียกติดตามเอาคืนทรัพย์ ตราบเท่าที่ยังครองอยู่

            ในกรณีที่ผู้ต้องเสียหาย มี่ส่วนผิดอยู่ด้วยมาตรา 442 ให้ใช้ลักษณะหนี้ 223

เราพยายามเท่าใดก็คงไม่เท่าท่องตัวบทได้

            การที่ดูเด็กชกกันแล้วตกสะพาน ก็ต้องตอบว่ามีส่วนผิดด้วยต้องตอบ 442 กับ 223 มาด้วย การสอบก็คงไม่คาดคั้นว่าต้องกี่ส่วนชัดเจน มากขนาดนั้น

เรื่องของเรือชนกัน  มันจอดซ้อนลำอันนี้ผิด 422 อยู่แล้ว เรือเดินทะเล กลับลำ ไม่พ้น ชนเรือฉลอง จมลง ศาลฏีกาบอกว่าแม้เรือ)ฉอลงปฏิบัติผิด ก็ต้องสันนิบาน ตาม 422 ว่าผิด แต่ถ้าเผื่อจำเลยเป็นเรือเดินสมุทรไม่ไปชนก็ไม่เกิดความเสียหาย ศาลในคดีนี้ใช้หลักกฎหมายอังกฤษว่าใครมีโอกาสสุดท้ายที่จะหลีกเลี่ยง ก็เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเป้นผลโดยตรงของเรือเดินทะเล

            กฎหมายนี้เป็นหลักกฎหมายเก่า เพราะมีหลักใหม่ที่ว่าหากมีบุคคลที่เสียหายมีส่วนผิดอยู่ด้วยก็เรียกโดยเต็มไม่ได้ ต้องเอาพฤติการณ์เป็นประมาณ หักค่าเสียหายไม่ได้

            กฎหมายไทยเขียนไว้ชัดเจนในประมวลแล้ว 442 + 223 มีส่วนรวมในการทำให้เกิดเสียหายด้วยก็ต้องหักลบด้วย

            รถชนกันก็ง่าย เป็นยานพาหนะเครื่องจักร ผู้ครองหรือผู้ควบคุมต้องรับผิด

ผู้ที่ ได้รับความเสียหายเพียงแต่พิสูจน์ว่าไฟฟ้าเป็ทรัพย์อันตรายก็พอ

            ประมาทร่วมกันไม่ได้ และผลแห่งการนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย กรณีที่จำเลยมีความผิดมากกว่าโจกท์

หากฝ่ายโจทก์ไม่ประมาท ตนเองประมาทฝ่ายเดียว

            กรณีที่เค้าไม่เลือกที่จะรับการรักษาเองก็ 442 + 223

แต่กระนั้นศาลก็เคยเอาความที่เป้นโรคหัวใจ แม้ศาลฏีกาไม่ถือเป้นความผิดเด็ก ลดค่าสินไหมทดแทน แต่ศาล ก็นำ 438 มาให้น้อยลง ให้น้อยลงตาม 438 ไม่ใช่ 442 ซึ่งลดได้น้อยกว่า 442 + 223

ผู้เสียหายไม่เตือน ถึงความเสียหาย ต้องรับผืดที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นค่ารังวัดที่เพิ่มขึ้น

เป็นค่าสินไหมทดแทนที่เกิดกว่า ไม่ใช่ผลโดยตรง

            สิ่งที่จำเลยรับผิดเป้นความเสียหายโดยตรงที่เกี่ยวเนื่องใกล้ชอิดกับการกระทำที่ฟ้องร้อง

            เรามาดูเรื่องอายุความ ดูในประมวลแพ่งให้แม่นเสียก่อนแล้วค่อยนำ ข้อยกเว้นในพรบความเสียหาย แล้วค่อยไปดูกฎหมายใหม่ ต่อไป

            อายุความยาวกว่าต้องเป็นอายุความอาญาเท่านั้น

            สิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ มีอายุความสองปี

เจ้าของทรัพย์เรียกติดตามทรัพย์คืนไม่มีอายุความ

การที่จะรู้ก้เริ่มแต่วันที่อธิบดีรู้ การรู้ต้องรู้อย่างเป็นทางการไม่ใช่การบอกเล่าด้วยวาจา

อายุความในละเมิดที่มูลอาญยาต้องทบทวนวิอาญา มาประกอบด้วย ตรงนี้ใช้กับการกระทำผิดทางอาญา

            ต้องจำให้ได้ว่าแต่ละคนร่วมรับผิดอย่างไร ในการที่จ้าง

การพิจารณาคดีส่วนแพ่งไม่คำนึอาญา

            ในการคดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงในคดีอาญา โดยตรงและผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีอาญาเท่านั้น

            เรื่องที่อยากดูให้จบไปเลยไม่ค่อยเห็นออกสอบในตุ๊กตาแต่เคยออกสอบผู้ช่วยคือถามเป็นบรรยายว่านิรโทษกรรมในละเมิดท่านเข้าใจว่าอย่างไร

449 452

            4มาตราเท่านั้นเอง ควรทบทวนประมวลกฎหมายอาญา ที่กระทำป้องกัน จำเป็น และก็ทำตามคำสั่ง

            เพราะควรโยงกับสิ่งที่เราเรียนรู้แล้ว มาเปรียบเทียบ ความจริงเป็นนิรผิดเลยต่างหาก กฎหมายใหม่ไม่เรียกว่านิรโทษกรรมอีกแล้วเช่นในพรบลิขสิทธิ์เราเรียกว่าข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่นการทำซ้ำงานเพื่อการวิจัยและศึกษา

            เรื่องละเมิดมีมาตราหลักๆ 4 มาตรา 1. 449 การเสียหายทำโดยคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย ผู้กระทำ ไม่ต้องรับผิดหรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

            พอการกระทำชอบด้วยกฎหมาย ผู้ต้องเสียหายก็ไปเรียกค่าเสียหายจากต้นเหตุไป 449 เป็นเรื่องป้องกันเป็นการกระทำตามคำสั่ง 450 เป็นเรื่องการทำให้เสียทรัพย์เพื่อปัดป้องโดยฉุกเฉิน

            การทุบกระจกรถ เป็นการ ทำภยันตรายเอกชนฉุกเฉิน ก็เข้าวรรคสอง วรรคแรกนิรโทษกรรมโดยสิ้นเชิง วรรคสอง เป็นเรื่องต้องชดใช้คืนทรัพย์

            ก็อาจจะต้องเป็นการจัดการงานนอกสั่งให้ กับผู้รับประโยชน์

            วรรคสามเป็นเรื่องการทำให้เสียทรัพย์เพื่อป้องกันตนเองหรือผู้อื่นจากตัวทรัพย์นั้นเอง

            เช่นร็อตไวเลอร์ ไม่ต้องเสียค่าสินไหมทดแทน ต้องดู สามวรรคให้ดี

เราดูตัวอย่างแต่ละมาตรา 449 เกิดจาก ตรงนี้ให้ดู 68 69 และดู 70 การกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน

            กรณีป้องกันเกินกว่าเหตุก็ไม่เข้า 449

            ครั้งที่ 8 . (ความเสียหายแก่ทรัพย์ )

มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ อย่าใช้ว่าความเสียหายเกิดจากกระทำของสัตว์หรือของทรัพย์ นะครับ เราไม่เรียกการกระทำนะครับ

กฎหมายให้สันนิฐาน ไว้เลยว่า เจ้าของ หรือ ผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้ ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิดแก่สัตว์ เราก็ต้องพิเคราะห์ในเรื่องสุนัขในสถานการณ์ต่างๆ

สุนัขในหมู่บ้าน สุนัขในโรงเรียน ก็ต้องมองทันที่ว่าเอกชนหรือรัฐบาล ตามพฤติการณ์ต่างๆ คนที่ให้อาหารกับสุนัขจรจัด ก็ไม่เข้ามันจะไปรับเลี้ยงแทนเจ้าของได้อย่างไร

         ค่าเสียหายก็ดูพฤติการณ์ 433 สันนิฐานให้เจ้าของหรือผู้รับเลี้ยงแทนเจ้าของรับผิด ตามควรก็ดู

         420 กับ 433 ก็ต่างกันเรื่องภาระการพิสูจน์

ความรับผิดของตัวการตัวแทนกับนายจ้างลูกจ้างเหมือนกันโดยอนุโลม

ถ้าเป็นโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างตนไม้

ผู้ครองโรงรือน หมายถึงผู้ครอบครองโรงเรือนนั้นเอง

ทรัพย์อันตรายเครื่องเล่นเด็กเป็นอันตรายโดยสภาพของมัน เช่นเครื่องเล่นเด็ก

446 เป็นค่าเสียหายกับ ที่มิใช่ตัวเงิน

ศาลฏีกาเคยให้คดีหนึ่ง เด็กความเสียหายแก่จิตใจมากขนาดต้องไปฟื้นฟูจิตใจ ค่าดนตรียังเรียกได้เลย

446 เรียกได้ร่างกายอนามัยเสรีภาพ

ผู้ต้องรับผิด ผู้ครอบครองโรงเรือนหรือเจ้าของ กรณีตึกถล่ม ผุ้ครอบครองเจ้าของก็ต้องรับผิด การใช้สิทธิไล่เบี้ยก็ต้องรับผิด

ดูสิทธิหน้าที่กรณีผู้ให้เช่าหรือผุ้เช่า

435 เป็นหลักการที่ว่ายกเว้นวิแพ่งมาตรา 55 การโต้แย้ง 435 บอกว่า ความเสียหายยังไม่เกิด เพราะ 435 ใช้คำว่า จะ เป็นเหตุการณ์ณืในอนาคต

436ของตกหล่นจากโรงเรือนหรือทิ้งขว้างไปตกในที่ไม่บังควร

ความเสียหายจากยานพาหนะที่เดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล ความเสียหายต้องเกิดจากยานพาหนะตนเว้นแต่จะเกิดเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเพราะต้องเสียหายนั้นเอง

รถจักรไอน้ำใช้เชื้อเพลิง ก็เป็น

         ถ้าเจ้าของทรัพย์สินหรือเจ้าของรถอะไรก็ตามใช้ 437 ได้ กฏหมายสร้างมาตรานี้มาเพื่อคุ้มครองคนเดินถนนในยุตแรกๆ

437 ผู้ครอบครองหมายถึง โดยกายภาพ

ครั้งที่ 9 . (ปิดคอร์ส)

 

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages