++ การเตรียมตัวสอบเนติ...กลุ่มวิธีพิจารณาความอาญา ++

837 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Jul 27, 2013, 7:24:03 AM7/27/13
to law...@googlegroups.com

++ การเตียมตัวสอบเนติ กลุ่มวิธีพิจารณาความอาญา ++


   กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

                   ข้อที่ 1 – ข้อที่ 3 ป.วิ.อ. ภาค 1 – 2 ม.1 – ม.156
                   ข้อที่ 4  ป.วิ.อ. ภาค 3 ม.157 – ม. 192
                   ข้อที่ 5  ป.วิ.อ. ภาค 4 ม.193 – ม.225
                   ข้อที่ 6  สิทธิมนุษยชนฯ ม.52 – ม.119ทวิ
                   ข้อที่ 7  พยานหลักฐาน แพ่ง ป.วิ.พ. ม.84 – ม.130
                   ข้อที่ 8  พยานหลักฐาน อาญา ป.วิ.อ. ม.226 – ม.244 (นำเอาบางมาตราจากป.วิ.พ.มาใช้โดยอนุโลมผ่าน ป.วิ.อ. ม.15 ด้วย)
                   ข้อที่ 9  วิชาว่าความ
                   ข้อที่ 10 วิชาจัดทำเอกสาร


                   การเตรียมตัวสอบ วิ.อาญา


                   ก่อนอื่นเพื่อนๆจะต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่ากฎหมายอาญาเป็นเรื่องของการกระทำความผิดและนำตัวผู้กระทำความผิดไปลงโทษ เพราะฉะนั้น ปวิอ. จึงเป็นกฎหมายที่กำหนดกระบวนการนำตัวผู้กระทำความผิดไปลงโทษนั่นเองครับ และผู้ต้องหา/จำเลยในคดีอาญา ในระหว่างที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดนั้น ผู้ต้องหา/จำเลย ก็อาจจะถูกริดรอนสิทธิ เสรีภาพได้ (แม้ในภายหลังอาจจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเค้าเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ตาม)ดังนั้นก็จะมีหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ของผู้ต้องหา+จำเลย อยู่มนหลายๆมาตราครับ การตีความ ปวิอ.ก็จะตีความเหมือนกฎหมายอาญาเลยนะครับคือ ต้องตีความอย่างเคร่งครัดสิ่งสำคัญมากๆๆๆๆ ในการศึกษากฎหมาย ปวิอ.ก็คือ เราต้องเข้าใจว่าจุดมุ่งหมายเบื้องหลังกฎหมายแต่ละมาตรา ว่ามุ่งจะคุ้มครองสิทธิของโจทก์/ผู้เสียหาย หรือ จำเลยกันแน่เพราะถ้าเราเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายแล้ว แม้เราจะจำตัวบทนั้นๆไม่ได้ เราก็จะสามารถตอบข้อสอบไปในแนวทางที่ถูกต้องได้ครับมีจุดเกาะเกี่ยวของ ปวิอ. ที่จะนำ ปวิพ. มาใช้นะครับ คือถ้าบางเรื่องไม่มีกำหนดไว้ใน ปวิอ. ก็ต้องใช้มาตรา 15 เป็นสะพานเชื่อมเอา ปวิพ. มาใช้นะครับ เพราะฉะนั้นเวลาตอบเรื่องใดที่นำ ปวิพ. มาใช้อย่าลืมเขียนม.15 ด้วยนะครับ

             ข้อ 1.-2. เป็น วิอาญา ภาค 1 นะครับ เป็นหลักทั่วไปนะครับ สิ่งที่สำคัญมากๆของภาคนี้ก็คือ
                 1.ใครคือ ผู้เสียหาย และ
                 2.เป็นผู้เสียหายที่แท้จริง หรือเป็นเพียงผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายครับ (ม.4-6)
ซึ่งในจุดนี้ออกข้อสอบอย่างน้อย 1 ข้อทุกปีครับอีกส่วนนึงที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ใครเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีบ้าง และหลักเกณฑ์แตกต่างกันอย่างไรวิชานี้ส่วนมากจะเน้นหลักนะครับ เพราะส่วนมาก อ.ผู้บรรยายจะเป็นอัยการก็จะเน้นหลักมากกว่าฎีกาครับแต่ก็อย่าทิ้งฎีกานะครับ เพราะในบางเรื่องก็ยังต้องใช้ฎีกาเป็นการตีความกฎหมายครับ แนะนำว่าให้อ่านคำบรรยายของ อ.เรวัตินะครับ อ.จะเน้นหลักมากๆไม่ค่อยเอาฎีกามาลงครับ เพราะ อ.เชื่อว่าถ้าเข้าใจหลักข้อสอบมายังไงก็ตอบได้ครับ อ.จะอธิบายดีมากๆถึงหลักเกณฑ์เบื้องหลังของแต่ละมาตราทำให้เราเข้าใจเหตุผลที่กฎหมายบัญญัติเช่นนั้น ทำความเข้าใจจุดมุ่งหมายเหล่านี้ให้ดีนะครับเพราะจะทำให้เราวิเคราะห์ข้อสอบได้อย่างถูกต้องแม้เราจะจำตัวบทไม่ได้ครับ และข้อสอบอ.ก็มักจะได้รับเลือกเสมอๆ เพราะฉะนั้นคาบสุดท้ายที่ อ.ทวนก็น่าสนใจมากๆ อย่าลืมเข้า+อ่านคำบรรยายคาบสุดท้ายดีๆนะครับและถ้ามีเวลาก็ให้อ่านคำบรรยายในส่วนของสัมวิอาญาด้วยครับ เพราะจะมีฎีกามาให้อ่านเพิ่มเติมข้อนี้เน้นตัวบทแล้วก็หลักๆครับ

             ข้อ 3. เป็นวิอาญาภาค 2 เรื่องสอบสวนครับ ที่สำคัญก็ คือ ต้องดูว่าการสอบสวนนั้นชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ คือพิจารณาว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจที่จะสอบสวนคดีอาญาเรื่องนั้นๆ หรือไม่(เรื่องเขตอำนาจสอบสวน) เพราะถ้าการสอบสวนนั้นไม่ชอบเสียแล้วก็จะมีผลสืบเนื่องต่อไปถึงอำนาจในการฟ้องคดีของพนักงานอัยการด้วยในส่วนนี้มักจะเป็นขั้นตอนที่เราอาจจะมองภาพไม่ออก เพราะฉะนั้นต้องค่อยๆทำความเข้าใจ แล้วก็อาจจะลองวาดแผนภูมิออกมานะครับวิชานี้แนะนำให้อ่านคำบรรยายของอ.ชัยเกษม และ คำบรรยายของอ.ที่สอนสัมวิอาญานะครับการตอบข้อสอบถ้าคำถามถามว่าการสอบสวนและการฟ้องคดีนี้ชอบหรือไม่ก็ต้องไล่ทีละลำดับนะครับ ว่า
1. การสอบสวนชอบหรือไม่ ถ้าไม่ชอบไม่ชอบเพราะเหตุใด ซึ่งเมื่อการสอบสวนไม่ชอบแล้ว อัยการย่อมไม่มีอำนาจฟ้องโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เป็นไปตาม ปวิอ. มาตรา 120
2.ถ้าการสอบสวนชอบแล้ว เพราะเหตุใด (เช่น เพราะมีการร้องทุกข์ตามระเบียบ) การฟ้องคดีจะชอบหรือไม่ก็พิจารณาเป็นส่วนต่อไปไม่ใช่ว่าการสอบสวนชอบแล้วการฟ้องคดีจะชอบเสมอไปนะครับ จึงต้องพิจารณาทีละขั้นตอน

             ข้อ 4. เป็นวิอาญาภาค 3 เรื่องวิธีพิจารณาในศาลชั้นต้นนะครับ ในส่วนนี้ก็จะมีบทมาตราที่คุ้มครองจำเลยหลายมาตรานะครับ เช่นกระบวนพิจารณาจะต้องกระทำต่อหน้าจำเลย เป็นหลักสำคัญมากๆในส่วนนี้ครับ ในส่วนนี้ให้เข้าเรียน อ.ธานิศ วิชา สัมมนาวิอาญาภาคปกตินะครับ เพราะ อ.จะวางหลักให้เราเห็นภาพรวมของกระบวนพิจารณาคดีอาญาทั้งหมด ครับและให้เข้าวันเสาร์ อ.อำนาจนะครับ แล้วก็อ่าน lecture ประกอบกับคำบรรยาย ของ อ.ธานิศครับ

             ข้อ 5. เป็นวิอาญาภาค 4 เรื่องอุทธรณ์ฎีกาครับ ต้องดูให้ดีว่าเรื่องใดบ้างที่ต้องห้ามอุท-ฎีกา และ มีข้อยกเว้นในการขออนุญาตได้อย่างไรบ้างหลักเกณฑ์ที่กฎหมายเอามาเป็นตัวกำหนดสิทธิของคู่ความในการอุท-ฎีกา ก็คือ โทษนั่นเองครับ คดีที่โทษไม่สูงมากนักก็มักจะถูกจำกัดสิทธิในการอุท-ฎีกาครับแต่ระวังนะครับ !! เนื่องจาก ปวิอ.เป็นกฎหมายที่มีบทคุ้มครองจำเลยอยู่มาก ในส่วนนี้ก็เช่นเดียวกันเมื่อคำพิพากษามักจะกระทบสิทธิของจำเลยในคดีโดยตรง สิทธิในการอุท-ฎีกาคำพิพากาษาของจำเลยก็อาจจะมีมากกว่าโจทก์ในบางมาตรา ดูดีๆด้วยนะครับ ว่าเรื่องนั้นๆฝ่ายใดเป็นฝ่ายอุทธรณ์ในส่วนนี้ให้เข้าเรียน อ.ธานิศ วิชา สัมวิอาญาภาคปกตินะครับ อ.จะจัดกลุ่มเรื่องอุท-ฎีกา ให้เราเข้าใจง่ายมากๆครับ แล้วก็ให้เข้าเรียน อ.ธานี วันเสาร์นะครับ เพราะข้อสอบของอ.ธานีมักจะได้รับเลือกทุกๆปีครับและแนะนำให้อ่าน lecture ประกอบกับคำบรรยายของ อ.ธานิศครับ

             ข้อ 6. สิทธิมนุษยชน เรื่องนี้เป็นกฎหมายในส่วนที่มุ่งคุ้มครองสิทธิของบุคคล ในกระบวนพิจารณาทางอาญานะครับ อาจจะมี รธน. เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ดูประกอบไว้ด้วยนะครับหลักเกณฑ์ที่สำคัญๆ ในข้อนี้ที่เราจะต้องทำความเข้าใจ ก็คือ หลักเกณฑ์ในการจับ/ขัง/ค้น/ปล่อยชั่วคราว เราต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า หลักในการจับ/ค้น ในปัจจุบัน ต้องมีหมายจากศาลเท่านั้น***แต่ก็มีข้อยกเว้นว่ากรณีใดบ้างที่จับ/ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมาย ในส่วนนี้ไม่ต้องเข้าเรียนก็ได้ครับ แนะนำให้อ่านหนังสือวิอาญา ของอ.เกียรติขจรนะครับ

             ข้อ 7.- 8. เป็นกฎหมายพยานหลักฐาน ข้อ 7. จะเป็นพยานในส่วนแพ่ง ส่วนข้อ 8. จะเป็นพยานในส่วนอาญา นะครับ เวลาศึกษาก็ศึกษาคู่ขนานกันไปเลยว่าในคดีแพ่งเป็นอย่างไร ในคดีอาญาเป็นอย่างไร
ทุกคนอาจจะคิดว่าข้อนี้ยากและอาจจะทิ้งไปเลย แต่จริงๆไม่ยากอย่างที่คิดนะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องจัดระบบให้ดีเท่านั้นเอง เริ่มจาก
                  1.  กรณีใดบ้างที่ต้องใช้พยานหลักฐาน
                  2.  พยานหลักฐานชนิดใดบ้างที่กฎหมายต้องห้ามรับฟัง **** อันนี้สำคัญมากๆนะครับ
ดูให้ดี เพราะแพ่ง และอาญานั้นมีข้อห้ามต่างกันครับ
                  3.  วิธีการนำพยานเข้าสืบ
แนะนำว่าให้เข้าเรียน อ.จรัญ นะครับ ค่อยๆทำความเข้าใจ และต้องอ่าน lecture ทบทวนก่อนมาเรียนครั้งต่อไป เพื่อจะได้ไม่ขาดตอนนะครับเพราะแต่ละคาบเนื้อหาจะต่อเนื่องกันครับ แนะนำให้อ่าน lecture ของ อ.จรัญ + คำบรรยายของอ.เข็มชัยครับ อ.เข็มชัยไม่ต้องเข้าเรียนก็ได้เพราะว่าคำบรรยายอ่านเข้าใจง่ายและ เป็นการถอดเทปมาเลยครับ

ข้อ 9. ว่าความและถามพยาน ในส่วนนี้จะคล้ายๆกับการสอบตั๋วทนายนะครับ เพราะเนื้อหาก็จะออกในเรื่อง การเขียนคำฟ้อง คำให้การ คำร้องคำแถลงต่างๆครับ


            หลักเกณฑ์ในการฟ้องแพ่ง
                บรรยายตน-บ่นสัมพันธ์-ฉันถูกแย้ง-แจงเสียหาย-ได้ทวงถาม-ความตอนปลาย

               1.  บรรยายตน โดยเฉพาะในกรณีที่โจทก์/จำเลย เป็นนิติบุคล ต้องบรรยายสถานะด้วยนะครับ แต่ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาไม่ต้องบรรยายครับหรือถ้าเป็นบุคคลธรรมดาแต่มีการมอบอำนาจก็ให้บรรยายเฉพาะเรื่องการมอบอำนาจครับ เพราะ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ของโจทก์ และจำเลยจะมีบอกไว้ในแบบฟอร์มศาลตอนต้นอยุ่แล้วครับ ไม่ต้องบรรยายซ้ำอีก

              2.  บ่นสัมพันธ์ โจทก์และจำเลยมีความเกี่ยวของ/ มีนิติสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างไร เป็นนิติกรรม หรือ นิติเหตุ

              3.  ฉันถูกแย้ง การกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์อย่างไร เพราะการที่บุคคลจะนำคดีมาฟ้องต่อศาลได้บุคคลนั้นจะต้องถูกโต้แย้งสิทธิตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 55 ปวิพ.

              4.  แจงเสียหาย ก็คือบอกว่าโจทก์ได้รับความเสียหายอย่างไรจากการกระทำของจำเลย

              5. ได้ทวงถาม ก็คือได้มีการบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้ว แต่เมื่อครบกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในคำบอกกล่าวแล้วจำเลยยังคงเพิกเฉย อันนี้ก็ต้องระบุไปด้วยนะครับ เพื่อให้ศาลเห็นว่าเราทวงถามก็แล้วยังไม่ชำระ เราไม่มีทางอื่นจริงๆ จึงต้องนำมาฟ้องคดี ในบางเรื่องเช่นฟ้องบังคับจำนอง ถ้าไม่มีการบอกกล่าวทวงถามก็จะไม่มีสิทธิฟ้องคดีเลยนะครับ

              6. ความตอนปลาย เป็น pattern ว่าโจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับจำเลยได้ จึงต้องนำคดีนี้มาฟ้องต่อศาลเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง บังคับจำเลยต่อไป ““ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

           ฟ้องอาญา
               ฟ้องอาญาจะสั้นๆง่ายๆ แต่ที่สำคัญคือจะต้องปรับข้อเท็จจริงให้เข้ากับองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายมาตราที่ฟ้อง เช่นลักทรัพย์ก็ต้องบรรยายให้เห็นว่า มีการเอาไปโดยทุจริต(ใช้ keyword ตามกฎหมายดีที่สุดครับ)สิ่งสำคัญคือบรรยายให้ครบตามมาตรา 158 นะครับต้องบรรยายเวลา(ถ้ากลางคืน ต้องบอกด้วยว่าก่อนเที่ยง หรือหลังเที่ยง โดยใช้เวลาเที่ยงคืนเป็นตัวแบ่งนะครับ) สถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจนสุดท้ายก็ดูว่าผุ้เสียหายประสงค์จะดำเนินคดีเอง หรือได้ร้องทุกข์ไว้ ถ้าประสงค์จะดำเนินคดีเองก็ต้องบรรยายไว้ในคำฟ้องว่าไม่ได้ร้องทุกข์แต่ถ้าร้องทุกข์ไว้ก็ตจ้องระบุถึงรายละเอียดของการร้องทุกข์ด้วย

               ในส่วนคำร้อง/คำแถลงนั้น หลักเกณฑ์สำคัญ ก็คือ
              1.  คดีอยู่ระหว่างอะไร
              2.  เราต้องการขออะไร โดยปรับให้เข้ากับเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดในเรื่องนั้นๆ
              3. ต้องการให้ศาลสั่งอย่างไร ขอให้ศาลมีคำสั่ง...
              4.  ลงท้ายว่า ขอศาลได้โปรดอนุญาต.... ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ในข้อนี้ให้อ่านเอกสารที่ไปสอบตั๋วทนายมาก็ได้นะครับ และให้เข้าเรียน อ.มารุต คาบสุดท้าย เพราะ อ.จะมา scope ให้ว่าเรื่องไหนเคยออกแล้ว เรื่องไหนยังไม่เคยออก เรื่องที่ อ.บอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ออกนานแล้ว หรือ เรื่องนี้ น่าสนใจ ก็ดูไว้ดีๆนะครับเพราะมักจะมาออกเป็นข้อสอบครับข้อนี้ไม่ควรทิ้งอย่างยิ่งเพราะเป็นตัวช่วยนะครับ อย่างน้อยเพื่อนๆก็น่าจะได้ 7 คะแนนขึ้นไปครับ

            ข้อ 10.  การจัดทำเอกสารทางกฎหมาย
ข้อสอบข้อนี้ก็มักจะออกให้เราร่างสัญญา หรือนิติกรรมอื่นๆ เช่นหนังสือมอบอำนาจ พินัยกรรม ฯลฯที่เราต้องจำให้ได้ก็คือ pattern ของแต่ละนิติกรรมเช่นสิ่งที่ต้องมีในทุกๆสัญญาก็คือทำที่... วันที่.... ระหว่าง... คู่สัญญาได้ตกลงกันดังต่อไปนี้..(โจทย์จะให้มาว่าคู่สัญญาต้องการอะไรบ้าง)..สัญญานี้ได้ทำขึ้นเป็น 2 ฉบับ มีข้อความต้องตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อตกลงในสัญญา แล้วได้ลงนามไว้ต่อหน้าพยานแล้ว หรือพินัยกรรม ก็ต้องดูว่าเป็นพินัยกรรมแบบใด เพราะแต่ละแบบ keywords ก็จะแตกต่างกัน เช่น แบบเขียนเองทั้งฉบับ เจ้ามรดกต้องเขียนด้วยลายมือตอนเองทั้งฉบับ ดังนั้นไม่จำเป็นจะต้องมีพยานก็ได้แต่ถ้าเป็นพินัยกรรมแบบธรรมดา จำเป็นต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คนนะครับ *** ข้อนี้ก็เป็นข้อที่ช่วยเหมือนกันเพราะฉะนั้นห้ามทิ้งเลยนะครับ อย่างน้อยถ้าเราจำpattern ไม่ได้ เอาสิ่งที่โจทย์ให้มา ปรับปรุงเล็กน้อยแล้วก็มาเขียนลงในคำตอบก็ยังดีครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอแนะนำ !!

รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภา 1/65 และ 2/65

 - กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์

  พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติ 1/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 + ทบรรณาธิการ 1/63, 1/64 และ 1/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรีนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนขอสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่วยฯ/อัยกา

  ราคา 380.00 บา  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี) ฟรี ! สมุดบันทึก

 - กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) 

  พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติ 2/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 + บทบรรณาธิการ 2/63, 2/64 และ 2/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยกา

  ราคา  380.00 บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี) ฟรี ! สมุดบันทึก

Ø หมายเหตุ  : สั่งซื้อทั้ง 2 าค ราคาพิเศษ 700 บาท (ส่ง EMS ให้ฟรี) ฟรี !!! สมุดบันทึก + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาลแบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี 


   สนใจติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725,  E-mail : siripit...@gmail.com

ตำลึงทอง - รักษากระดูกพรุน.jpg
ทานตะวัน - ขับลม ขับปัสสาวะ.jpg
ใบบัวบก -แก้ร้อนใน ความดันโลหิต.JPG
ผักกาดขาว - ยาถ่าย.jpg
พริกไทย - แก้ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ.jpg
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages