เมื่อถูกฟ้องคดีแพ่งในเรื่องตั๋วเงิน
(เช็ค) จะต่อสู้คดีอย่างไรตาม ป.พ.พ. มาตรา 916
พิจารณาศึกษาจากคำพิพากษาฎีกาที่ 3763/2554
ป.พ.พ. มาตรา 904, 916, 989 วรรคหนึ่ง
เช็ค เป็นตราสารเปลี่ยนมือได้
บุคคลผู้มีเช็คไว้ในความครอบครองอาจโอนเช็คให้แก่บุคคลอื่น
และบุคคลผู้มีเช็คไว้ในความครอบครองโดยได้รับโอนมาก็ถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบ
เมื่อเช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ ย่อมโอนไปเพียงด้วยการส่งมอบให้กัน การที่เช็คพิพาทตกมาอยู่ในความครอบครองของโจทก์ในฐานะผู้ถือ
โจทก์จึงเป็นผู้ทรงตาม ป.พ.พ. มาตรา 904 โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงคนปัจจุบัน
หาได้มีนิติสัมพันธ์อันใดกับผู้สั่งจ่ายมาแต่ก่อนไม่ ป.พ.พ. มาตรา 916 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง
จึงบัญญัติคุ้มครองผู้ทรงคนปัจจุบันว่า ห้ามมิให้บุคคลทั้งหลายผู้ถูกฟ้องในมูลหนี้เช็คยกข้อต่อสู้ผู้ทรงคนปัจจุบันด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้สั่งจ่ายหรือผู้ทรงคนก่อนๆ
ดังนั้น ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่า จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อเป็นการค้ำประกันการนำแหวนเพ็ชรของ อ.
มาขายและจำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินค่าแหวนเพ็ชรให้แก่ อ.
เสร็จสิ้นแล้ว จำเลยที่ 1 กับ อ. จึงไม่มีหนี้ต่อกัน
เป็นการยกข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันระหว่างจำเลยที่ 1 กับ
อ. ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่อาจยกขึ้นต่อสู้โจทก์ได้
อีกทั้งจำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การชัดแจ้งว่าโจทก์ได้รับโอนเช็คพิพาทโดยการคบคิดกันฉ้อฉลกับผู้ทรงคนก่อนอย่างไร
ฉะนั้น จำเลยที่ 1 จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ทรงเช็คพิพาทว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ต่อกันไม่ได้
ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 916
หมายเหตุ
1. ผู้เป็นลูกหนี้ในตั๋วเงิน คือ
ผู้ที่ลงชื่อในตั๋วเงินทุกคนไม่ว่าจะลงที่ส่วนใดของตั๋วเงินก็ตาม ส่วนผู้เป็นเจ้าหนี้ในตั๋วเงิน
คือ
ผู้มีตั๋วเงินไว้ในครอบครองในฐานะเป็นผู้รับเงินหรือมีตั๋วเงินไว้ในครอบครองในฐานะผู้รับสลักหลัง
หรือมีตั๋วเงินไว้ในครอบครองในฐานะเป็นตั๋วเงินชนิดให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ
2. ป.พ.พ. มาตรา 916 บัญญัติว่า บุคคลทั้งหลายผู้ถูกฟ้องในมูลตั๋วแลกเงิน
หาอาจจะต่อสู้ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้สั่งจ่ายหรือกับผู้ทรงคนก่อนๆ
นั้นได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล
3. ผู้ถูกฟ้องในมูลตั๋วแลกเงินได้แก่ผู้ลงชื่อในตั๋วเงิน
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 916 ข้อต่อสู้ที่ผู้ลงชื่อในตั๋วเงินไม่อาจยกขึ้นต่อสู้ผู้ทรงได้
มีดังนี้
3.1 ข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้สั่งจ่าย
3.2 ข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนๆ
4. ป.พ.พ. มาตรา 916 นำมาใช้ในเรื่องเช็คด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 989 วรรคแรก
5. ความหมายของถ้อยคำต่างๆ ใน ป.พ.พ.
มาตรา 916 และปัญหาในการใช้มาตรา 916 อาจสรุปได้ดังนี้
5.1 คำว่า ผู้ทรงคนก่อนๆ หมายถึง
ผู้ทรงก่อนหน้าผู้ทรงคนปัจจุบันนั่นเอง
5.2 การอ้างว่า
มีการโอนตั๋วเงินด้วยคบคิดกันฉ้อฉล เป็นข้อยกเว้นให้ผู้ถูกฟ้องมีสิทธิยกข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้สั่งจ่ายหรือกับผู้ทรงคนก่อนๆ
ขึ้นต่อสู้ได้
5.3 การคบคิดกันฉ้อฉล
เป็นการโอนตั๋วเงินให้ผู้อื่นนำตั๋วเงินมาฟ้องให้รับผิด
การคบคิดกันฉ้อฉลต้องพิจารณาในขณะรับโอนเช็คเท่านั้น
5.4 การรับโอนเช็คโดยทราบถึงข้อต่อสู้ของผู้โอนกับผู้สั่งจ่ายหรือผู้ทรงคนก่อนๆ
ถือเป็นการรับโอนโดยไม่สุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 5 ส่งผลถึงการไม่มีอำนาจฟ้อง
5.5 ป.พ.พ. มาตรา 916 ไม่ห้ามยกข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันระหว่างผู้ถูกฟ้องเองที่มีต่อผู้ทรงคนปัจจุบันขึ้นต่อสู้
5.6 การที่จำเลยจะให้การต่อสู้โดยอ้างว่าคบคิดกันฉ้อฉล
ต้องอยู่ภายใต้ ป.วิ.พ. มาตรา 177 หมายความว่า
ต้องแสดงเหตุผลว่ามีการคบคิดกันฉ้อฉลอย่างไรและนอกจากนี้เป็นสิ่งที่จำเลยกล่าวอ้างเพื่อสนับสนุนคำให้การของตน
จำเลยจึงมีภาระการพิสูจน์ในประเด็นนี้
6. ให้พิจารณาศึกษาเพิ่มเติมจากคำพิพากษาฎีกาต่อไปนิ
คำพิพากษาฎีกาที่ 10595/2551
ป.พ.พ. มาตรา 5, 224, 900, 904,
910, 914, 916, 918, 989
ผู้ทรงเช็คผู้ถือมีสิทธิโอนโดยการส่งมอบเช็คให้แก่โจทก์โดยโจทก์หาจำต้องมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยผู้สั่งจ่ายไม่ตาม
ป.พ.พ. มาตรา 918 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง
และเมื่อเช็คพิพาทตกมาอยู่ในความครอบครองของโจทก์ในฐานะผู้ถือโดยโจทก์อ้างว่ามีผู้นำมาแลกเงินสดจากโจทก์
และจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คมาโดยไม่สุจริต
จึงต้องฟังว่าโจทก์รับโอนเช็คพิพาทมาโดยสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 5 โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 904 และมีสิทธิที่จะจดวันออกเช็คตามที่ถูกต้องแท้จริงลงในเช็คพิพาทซึ่งจำเลยไม่ได้ลงวันสั่งจ่ายได้ตาม
ป.พ.พ. มาตรา 910 วรรคท้าย ประกอบ มาตรา 989 วรรคหนึ่ง เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
การที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่
ช. โดยมีข้อตกลงมิให้นำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคาร
และต่อมาได้มีการหักกลบลบหนี้กันระหว่างจำเลยกับ ช. แล้ว
จึงไม่มีมูลหนี้ตามเช็คพิพาทอีกต่อไปแล้วนั้น
เป็นการต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างจำเลยกับ
ช. ซึ่งเป็นผู้ทรงคนก่อน ๆ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 916 ประกอบมาตรา
989 วรรคหนึ่ง
ซึ่งกฎหมายให้ผู้สั่งจ่ายยกความเกี่ยวพันระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนขึ้นต่อสู้ผู้ทรงได้ในกรณีที่
ช. หรือผู้ทรงคนถัดไปโอนเช็คพิพาทให้โจทก์โดยคบคิดกันฉ้อฉล
จำเลยจึงยกข้อต่อสู้ว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ต่อกันขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้
เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าว
จำเลยจึงตกเป็นฝ่ายผิดนัดต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ
7.5 ต่อปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900 วรรคหนึ่ง,
914 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง และมาตรา 224
วรรคหนึ่ง
คำพิพากษาฎีกาที่ 8296/2551
ป.พ.พ. มาตรา 5, 900, 904, 914,
916, 918, 921, 940, 989
ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง
เช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้แก่กันตาม ป.พ.พ. มาตรา 918,
989 โจทก์ผู้รับโอนเช็คจึงเป็นผู้ถือและเป็นผู้ทรงตาม ป.พ.พ. มาตรา 904
มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามเช็คได้
จำเลยทั้งสองถูกฟ้องในมูลหนี้ตามตั๋วเงินคือเช็คไม่อาจต่อสู้ผู้ทรงคือโจทก์ด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับ
จ. ผู้ทรงคนก่อน เว้นแต่การโอนจะมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ.
มาตรา 916 ประกอบด้วยมาตรา 989 ตามคำให้การของจำเลยทั้งสองให้การเพียงว่า
จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คให้ จ. โดยไม่มีมูลหนี้
แต่เป็นการค้ำประกันในการเล่นแชร์ระหว่างกัน คำให้การดังกล่าวมีลักษณะเป็นการกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่
1 ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คกับ จ. ซึ่งเป็นผู้ทรงคนก่อน
ฉะนั้นจำเลยจะยกความสัมพันธ์ดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ทรงเช็คว่าเช็คไม่มีมูลหนี้ต่อกันไม่ได้
ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว
จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การโดยชัดแจ้งว่ามีการโอนเช็คและคบคิดฉ้อฉลกันอย่างไร
และในเบื้องต้นต้องถือว่าโจทก์ได้รับเช็คมาโดยสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 5 การที่ จ.
ให้โจทก์เป็นผู้ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ก็ไม่เป็นข้อต่อสู้ที่จำเลยทั้งสองจะยกขึ้นใช้ยันกับโจทก์ได้ตาม
มาตรา 904 และมาตรา 916 ประกอบมาตรา 989
ที่จำเลยทั้งสองให้การว่า
โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตก็มิได้บรรยายให้ชัดว่าโจทก์ไม่สุจริตอย่างไร
คำให้การจำเลยทั้งสองไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง
ย่อมไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี การที่จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คจำเลยที่
1 จึงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้นตามมาตรา 900 เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์ตามมาตรา
914 ประกอบด้วยมาตรา 989 ซึ่งการที่จำเลยที่
1 ได้รับเงินค่าแชร์จาก จ.
ครบหรือไม่เพียงใดก็ต้องไปว่ากล่าวเอาแก่ จ. โดยตรงต่างหากไม่เกี่ยวกับคดีนี้
ส่วนจำเลยที่ 2 ผู้สลักหลัง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า
จำเลยที่ 1 ผู้ลงนามสั่งจ่ายเช็คต้องรับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้น
จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ลงชื่อสลักหลังเช็คซึ่งสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือก็จะปัดตนให้พ้นความรับผิดไปหาได้ไม่
เพราะฐานะของจำเลยที่ 2 เท่ากับเป็นประกันหรืออาวัลสำหรับผู้สั่งจ่าย
เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยที่ 2 จึงต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับจำเลยที่
1 ตามมาตรา 921,940 ประกอบมาตรา 989
คำพิพากษาฎีกาที่ 1403/2547
ป.พ.พ. มาตรา 916, 918
เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้กันตาม
ป.พ.พ. มาตรา 918 เมื่อเช็คพิพาทตกมาอยู่ในความครอบครองของโจทก์ในฐานะผู้ถือ
โดยจำเลยที่ 2 มิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คมาโดยไม่สุจริต
โจทก์จึงเป็นผู้ถือ ย่อมเป็นผู้ทรงตาม ป.พ.พ. มาตรา 904 มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่
2 รับผิดตามเช็คได้ จำเลยที่ 2 ไม่อาจต่อสู้โจทก์ด้วยข้อต่อสู้อาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อน
เว้นแต่การโอนจะมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 916 ประกอบด้วยมาตรา 989
คำพิพากษาฎีกาที่ 1545/2524
ป.พ.พ. มาตรา 910, 916, 989,
1007
แม้จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทโดยมิได้ลงวันสั่งจ่ายผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายและทำการโดยสุจริต
ก็มีอำนาจที่จะจดวันออกเช็คตามที่ถูกต้องแท้จริงลงได้
ไม่ทำให้เช็คพิพาทเป็นเอกสารปลอม
และการจดวันออกเช็คในกรณีดังกล่าวมิใช่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเช็คตามความหมายของมาตรา
1007
เมื่อฟังไม่ได้ว่าการโอนเช็คพิพาทระหว่าง
ล. กับโจทก์มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล แม้จำเลยจะสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้ ล.
โดยมีมูลหนี้มาจากการเล่นการพนันสลากกินรวบจำเลยก็จะยกเหตุดังกล่าวซึ่งเป็นความเกี่ยวพันเฉพาะบุคคล.
ระหว่างจำเลยกับ ล. ซึ่งเป็นผู้ทรงคนก่อนมาเป็นข้อต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 เช็คพิพาทจึงไม่ตกเป็นโมฆะ
คำพิพากษาฎีกาที่ 4279/2536
ป.พ.พ. มาตรา 900, 916, 989
การโอนเช็คด้วยการคบคิดกันฉ้อฉลที่จะเป็นเหตุให้ผู้สั่งจ่ายยกความเกี่ยวพันระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนขึ้นต่อสู้ผู้ทรงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 916 นั้น
จะต้องเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลที่เกิดขึ้นขณะที่ผู้ทรงรับโอนเช็คเท่านั้น
มิใช่เป็นการคบคิดกันฉ้อฉลภายหลังจากที่มีการฟ้องร้องเรียกเงินตามเช็คกันแล้ว
ดังนั้นแม้จำเลยที่ 2 จะให้การต่อสู้คดีแล้วกลับมาสละข้อต่อสู้ภายหลัง
หรือเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วโจทก์บังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวก็จะถือว่าโจทก์กับจำเลยที่ 2สมคบกันฉ้อฉลจำเลยที่
1 ไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2022/2519
ป.พ.พ. มาตรา 5, 113
ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด น. และบริษัทอื่น ๆ
ตกลงกับจำเลยจะไม่ประมูลสร้างทางแข่งกับจำเลย
โดยจะแกล้งยื่นประมูลราคาให้สูงกว่าราคาที่จำเลยยื่นประมูล
และจำเลยสัญญาจะจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ ดังนี้
ข้อตกลงดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
เพราะมีการจำกัดราคาไม่ให้คนอื่นมาแข่งขันในราคาต่ำกว่าที่จำเลยยื่น
เพื่อให้จำเลยเป็นผู้ได้รับประมูล
กรมทางหลวงหลงเชื่อว่ามีการประมูลกันจริงและต้องจ่ายเงินไป
เพราะจำเลยกับพวกหลอกลวงกระทำการโดยไม่สุจริต หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ
ร่วมกันบีบบังคับเอาเงินของรัฐโดยไม่สุจริต ย่อมทำให้รัฐเสียหาย
เมื่อจำเลยจ่ายเช็คพิพาทให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด น.
ตามข้อตกลงไม่ประมูลสร้างทางแข่งกันดังกล่าวหนี้ตามเช็คพิพาทจึงเกิดจากสัญญาอันมีวัตถุประสงค์เป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 โจทก์รับโอนเช็คพิพาทจากห้างหุ่นส่วนจำกัด
น. โดยรู้ถึงมูลหนี้ดังกล่าวแล้วนำเช็คพิพาทมาฟ้องจำเลย
เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จึงไม่มีอำนาจฟ้อง(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 19/2519)
ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้อง
เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2022/2519
ป.พ.พ. มาตรา 5, 113
ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด น. และบริษัทอื่น ๆ
ตกลงกับจำเลยจะไม่ประมูลสร้างทางแข่งกับจำเลย
โดยจะแกล้งยื่นประมูลราคาให้สูงกว่าราคาที่จำเลยยื่นประมูล
และจำเลยสัญญาจะจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ ดังนี้ ข้อตกลงดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
เพราะมีการจำกัดราคาไม่ให้คนอื่นมาแข่งขันในราคาต่ำกว่าที่จำเลยยื่น
เพื่อให้จำเลยเป็นผู้ได้รับประมูล
กรมทางหลวงหลงเชื่อว่ามีการประมูลกันจริงและต้องจ่ายเงินไป
เพราะจำเลยกับพวกหลอกลวงกระทำการโดยไม่สุจริต หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ
ร่วมกันบีบบังคับเอาเงินของรัฐโดยไม่สุจริต ย่อมทำให้รัฐเสียหาย
เมื่อจำเลยจ่ายเช็คพิพาทให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด น.
ตามข้อตกลงไม่ประมูลสร้างทางแข่งกันดังกล่าวหนี้ตามเช็คพิพาทจึงเกิดจากสัญญาอันมีวัตถุประสงค์เป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 โจทก์รับโอนเช็คพิพาทจากห้างหุ่นส่วนจำกัด
น. โดยรู้ถึงมูลหนี้ดังกล่าวแล้วนำเช็คพิพาทมาฟ้องจำเลย
เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จึงไม่มีอำนาจฟ้อง(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 19/2519)
ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้อง
เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 755/2526
ป.พ.พ. มาตรา 900, 959, 989
ป.วิ.พ. มาตรา 94 (ข)
ในกรณีฟ้องเรียกเงินตามเช็ค
แม้ธนาคารจะได้เรียกเก็บเงินตามเช็คก่อนวันที่ลงในเช็ค
หากบัญชีของผู้สั่งจ่ายได้ปิดไปก่อนที่ธนาคารเรียกเก็บเงินแล้ว ก็เป็นอันว่าเช็คนั้นไม่มีผลเป็นการชำระหนี้ได้ไม่จำต้องนำเช็คไปยื่นเพื่อให้ธนาคารเรียกเก็บเงินซ้ำอีกในกรณีเช่นนี้ผู้ทรงเช็คย่อมนำเช็คมาฟ้องร้องผู้สั่งจ่ายเช็คให้รับผิดในทางแพ่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 959 และ 989
จำเลยต่อสู้คดีว่าเช็คตามฟ้อง 400,000
บาท มีมูลหนี้จากการกู้เงินเพียง 100,000 บาท
เป็นการโต้เถียงเกี่ยวกับมูลหนี้ตามเช็คระหว่างจำเลยซึ่งเป็นผู้ออกเช็คกับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง ชอบที่จะให้จำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 2589/2522)
จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทจำนวนเงิน 400,000
บาท โดยมีมูลหนี้เพียง 100,000 บาท
จำเลยย่อมต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงจำนวนเงินตามมูลหนี้เท่านั้น
คำพิพากษาฎีกาที่ 2784/2548
ป.พ.พ. มาตรา 5, 224 วรรคหนึ่ง, 900, 905, 910, 914, 916, 989
ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง
จำเลยให้การว่า
โจทก์และจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้ ช.
เพื่อเป็นหลักประกัน ช.
และโจทก์ได้ร่วมกันฉ้อฉลจำเลยโดยโจทก์นำเช็คพิพาทไปลงวันที่แล้วนำไปเรียกเก็บเงินนั้น
เป็นคำให้การที่ไม่แสดงโดยชัดแจ้งว่าโจทก์คบคิดกับ ช. ฉ้อฉลจำเลยอย่างไร
จึงไม่มีประเด็นเรื่องการโอนด้วยคบคิดกันฉ้อฉลตามมาตรา 916 ที่จะนำสืบ
เมื่อเช็คพิพาทเป็นตราสารที่โอนเปลี่ยนมือกันได้ ช.
ผู้ทรงย่อมมีสิทธิโอนเช็คพิพาทให้โจทก์โดยโจทก์หาจำต้องมีนิติสัมพันธ์กับจำเลย
ทั้งเช็คพิพาทสั่งจ่ายให้ผู้ถือ เบื้องต้นต้องถือว่าโจทก์ผู้ทรงรับโอนเช็คพิพาทมาโดยสุจริตตาม
ป.พ.พ. มาตรา 5 โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะจดวันออกเช็คตามที่ถูกต้องแท้จริงลงในเช็คพิพาทซึ่งจำเลยไม่ลงวันสั่งจ่ายได้ตาม
ป.พ.พ. มาตรา 910 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 989 จำเลยผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คให้แก่โจทก์ตามมาตรา 914
Credit : รพี ๕๖//ทบทวนหลักกฎหมายกับ อ.ประยุทธ
.............................................................................................................................................................
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++