...การกระทำผิดอาญาครั้งเดียวหรือต่อเนื่องกันเป็นความผิดกรรมเดียวตาม
ป.อ. มาตรา 90 หรือหลายกรรมตาม ป.อ. มาตรา 91...
พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบระหว่างฎีกา 5077/2554 กับฎีกาที่ 6401/2554
คำพิพากษาฎีกาที่ 5077/2554
คดีมีปัญหาในชั้นฎีกา
ตามฎีกาของจำเลยมีว่า การกระทำผิดในคดีนี้เป็นกรรมเดียวหรือไม่
จำเลยฎีกาว่ากลุ่มของคนร้ายมีเจตนาเดียวคือการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายโดยไม่ได้แยกแยะตัวบุคคลและเป็นการกระทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จึงเป็นการกระทำผิดเพียงกรรมเดียว
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตาม ป.อ. มาตรา 91 มิได้บัญญัติว่า
การกระทำความผิดหลายกรรมนั้นจะเกิดขึ้นในวาระเดียวกันไม่ได้
การกระทำในคราวเดียวกันหรือต่อเนื่องในคราวเดียวกันก็อาจเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้
เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยใช้ไม้ไผ่ตีทำร้ายนาย ท.
ขณะขับรถจักรยานยนต์คันที่ 3 แล้วนาย ท. ขับรถหลบหนีไปได้
จากนั้นต่อมาจำเลยก็ใช้ไม้ตีทำร้ายนาย ส. ขณะขับรถจักรยานยนต์คันที่ 4 ซึ่งแล่นตามหลังมาห่างกันประมาณ 200 ถึง 400
เมตร จนเป็นเหตุให้รถล้มลงและพวกจำเลยก็เตะทำร้ายร่างกายนาย ช.
ผู้นั่งซ้อนท้ายแล้วจำเลยกับพวกก็หลบหนีไป
จากพฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับพฤติกรรมของจำเลยดังกล่าว
ย่อมบ่งชี้ได้อย่างแจ้งชัดว่า
จำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลในการกระทำของตนแยกต่างหากจากกันเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์แต่ละคัน
แม้ว่าจะเป็นการกระทำในคราวเดียวกันก็ตาม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ศึกษาเปรียบเทียบกับคำพิพากษาฎีกาที่ 6401/2554
ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า
ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยกับพวกหลายคนร่วมกันใช้ไม้ตีและใช้มีดปลายแหลม ตัวมีดยาว
5.5 นิ้ว แทงนาย อ.
ผู้ตายตามร่างกายหลายแห่งเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย
และร่วมกันใช้ไม้ตีและใช้มีดแทงนาย พ.
ผู้เสียหายที่ลิ้นปี่เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส
อันเป็นความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า
จำเลยกับพวกแยกแยะกระทำต่อผู้ตายและผู้เสียหายโดยผู้ตายถูกจำเลยกับพวกรุมแทงจนถึงแก่ความตายในซอยอิสลามพัฒาและมีพวกของจำเลยที่เหลือรอผู้เสียหายที่ปากซอยอิสลามพัฒนาแล้วร่วมกันตีและแทงผู้เสียหาย
การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ซึ่งศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า
จากพยานโจทก์ได้ความว่าขณะผู้เสียหายโทรศัพท์ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ
เห็นวัยรุ่นประมาณ 8 คน ขับรถจักรยานยนต์ 3 คันผ่านมา เมื่อผู้ตาย ผู้เสียหายและ ด.ญ. ม. พากันเดินกลับไปได้เล็กน้อย
วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวซึ่งมีจำเลยเป็นคนขับรถจักรยานต์รวมอยู่ด้วย
ขับรถจักรยานยนต์มาปาดหน้าและล้อมผู้เสียหายกับพวกไว้
พวกของจำเลยลงจากรถจักรยานยนต์ มาใช้ไม้ตีและใช้มีดแทงผู้ตาย
ผู้ตายวิ่งหนีไปที่ถนนรามราษฎร์ ท้ายนำ จำเลยขับรถจักรยานยนต์พาพวกตามไป
ผู้เสียหายกับเด็กหญิง ม. ตามไปช่วยผู้ตาย ผู้ตายหนีเข้าซอยอิสลามพัฒนา
จำเลยกับพวกตามไปตีกระทืบ และแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย ขณะนั้นมีวัยรุ่น 2 –
3 คนรออยู่ที่ปากซอยอิสลามพัฒนา
ได้รุมชกต่อยผู้เสียหายหลังจากนั้นวัยรุ่นที่รุมทำร้ายผู้ตายก็มารุมทำร้ายผู้เสียหาย
และมีนาย ส. ใช้มีดแทงผู้เสียหาย พฤติการณ์จากพยานโจทก์ดังกล่าวแสดงว่าเมื่อจำเลยกับพวกมาพบผู้เสียหายกับผู้ตายโทรศัพท์อยู่จึงเข้ามารุมทำร้ายผู้ตายและผู้เสียหายในทันทีทันใดในเวลาต่อเนื่องกัน
โดยมีเจตนามุ่งประสงฆ์ต้องการฆ่าผู้ตายและผู้เสียหายให้ถึงแก่ความตายในคราวเดียวกัน
ข้อเท็จจริงเพียงได้ความว่า
จำเลยกับพวกไล่ตีและใช้มีดแทงผู้ตายก่อนที่จะมาตีและใช้มีดแทงทำร้ายผู้เสียหาย
เป็นการทำร้ายใครก่อนหลังตามธรรมดา
โดยจำเลยกับพวกมิได้มีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายเพิ่มขึ้นจากเจตนาทำร้ายผู้ตายอีกคนหนึ่งในภายหลัง การกระทำของจำเลยกับพวกจึงมีเจตนาในการกระทำความผิดเป็นอันเดียวกันเพียงแต่มีการกระทำหลายหนต่อบุคคลหลายคน
การฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าผู้เสียหายจึงถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียว
หมายเหตุ
ให้พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบกับคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้
1. ถ้าผู้กระทำมีเจตนากระทำต่อผู้เสียหายหลายๆ
คนมาตั้งแต่แรกถือเป็นกรรมเดียวเพราะมีเจตนาเดียว
คำพิพากษาฎีกาที่ 6/2550
ป.อ. มาตรา 80, 90, 288, 289
หากจำเลยเกิดอารมณ์ชั่ววูบที่ จ.
ภริยาของจำเลยหนีออกจากบ้านจึงเตรียมน้ำอัดลมผสมสารกำจัดแมลงแลนเนท แอล
ไว้เพื่อจะฆ่าตัวตาย แต่ผู้ตายและ อ.
มาพบน้ำอัดลมผสมสารกำจัดแมลงนั้นและดื่มไปเองเสียก่อน จำเลยจึงไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตายและ อ. ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย
จำเลยก็น่าจะใส่สารกำจัดแมลงแลนเนท แอล ลงในเบียร์ที่จำเลยกำลังดื่มอยู่ในขณะนั้น
และดื่มฆ่าตัวตายไปในทันที
หรือเตรียมน้ำอัดลมผสมสารกำจัดแมลงไว้เพียงที่เดียวมากกว่าการที่จำเลยใส่สารกำจัดแมลงลงในน้ำอัดลม
ซึ่งตามคำให้การชั้นสอบของจำเลยก็ได้ความว่าจำเลยให้ผู้ตาย อ. ว. กับเพื่อนๆ
ของเด็กทั้งสามที่มาเล่นวีดีโอเกมส์อยู่ด้วยกันนำเงินไปซื้อน้ำอัดลมมา 4 กระป๋อง แล้วจำเลยบอกให้นำน้ำอัดลมไปแช่ไว้ในตู้เย็นก่อน
เมื่อแช่น้ำอัดลมไว้ในตู้เย็นแล้ว พวกเด็กๆ พากันไปเล่นวีดีโอเกมส์ต่อ ต่อมาจำเลยจึงให้
อ. ไปซื้อสารกำจัดแมลงมา 1 ขวด
แล้วจำเลยแอบเอาน้ำอัดลมที่แช่ไว้ดังกล่าวมารินใส่แก้ว 3 ใบ
แล้วเทสารกำจัดแมลงที่ อ. ไปซื้อมาใส่ลงในแก้วน้ำอัดลมเหล่านั้น
จากนั้นจำเลยเรียกผู้ตาย อ. และ ว. ให้ลงจากบนบ้านมาดื่มน้ำอัดลม ส่วนเพื่อนๆ
ของเด็กทั้งสามจำเลยให้กลับบ้านไป
จำเลยได้ยื่นแก้วน้ำอัดลมผสมสารกำจัดแมลงให้ผู้ตาย อ. และ ว. ดื่มคนละแก้ว
ผู้ตายดื่มจนหมดแก้ว อ. ดื่มไปครึ่งแก้ว ส่วน ว. ดื่มไปเพียงเล็กน้อย
จำเลยให้การดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนทันทีที่ถูกจับกุมในวันเกิดเหตุยังไม่ทันได้คิดเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง
ย่อมมีน้ำหนักรับฟังได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า
แต่เนื่องจากจำเลยมีอาชีพเกษตรกรรมและเคยให้ อ.
ไปซื้อสารกำจัดแมลงมาเพื่อใช้ในการเกษตรกรรมของจำเลยตามปกติโดยยังมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ตายและ
อ. รวมทั้งฆ่าตัวตายในขณะนั้น แต่เนื่องจากจำเลยและ ท.
ได้ร่วมกันดื่มเบียร์หมดไปหลายขวดอาจเกิดการมึนเมา
รวมทั้งเกิดความกลัดกลุ้มและเสียใจประกอบกับความเครียดที่ จ.
ซึ่งเป็นภริยาของจำเลยทิ้งจำเลยและบุตรไปทำงานที่กรุงเทพมหานครโดยไม่บอกกล่าวให้จำเลยทราบก่อนจำเลยจึงคิดฆ่าตัวตายพร้อมๆ
กับผู้ตายและ อ. เพื่อเป็นการประชด จ.
จึงได้นำสารกำจัดแมลงใส่ในน้ำอัดลมให้ผู้ตายและ อ.
ดื่มอันเป็นอารมณ์ชั่ววูบซึ่งเกิดขึ้นทันทีทันใดในขณะนั้นก็อาจเป็นได้
จึงยังไม่พอให้ฟังว่าจำเลยเจตนาฆ่าผู้ตายและ อ. โดยไตร่ตรองไว้ก่อน
และเนื่องจากจำเลยมีเจตนาเดียวคือต้องการให้ผู้ตาย อ. และจำเลยถึงแก่ความตายพร้อมกัน
การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
คำพิพากษาฎีกาที่ 2130/2550
ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, 225
ป.อ. มาตรา 90
ตามพฤติการณ์แห่งคดีที่ผู้ตาย
และผู้เสียหายกับพวกเข้าไปทำร้ายจำเลยแล้ว จำเลยใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายและผู้เสียหายในลักษณะต่อเนื่องกัน
จำเลยมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ตายก่อนแล้วเกิดเจตนาฆ่าผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีก
การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม
ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
คำพิพากษาฎีกาที่ 5776/2549
ป.อ. มาตรา 90
จำเลยทั้งสองได้ชกต่อยผู้เสียหายและผู้ตาย
และจำเลยที่ 2 ได้ใช้ไม้ตีผู้เสียหายและผู้ตาย จนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กายและผู้ตายถึงแก่ความตาย
การกระทำของจำเลยทั้งสองต่างเป็นการกระทำต่อผู้เสียหายและผู้ตาย
โดยจำเลยทั้งสองต่างมีเจตนาชกต่อยและจำเลยที่ 2 ใช้ไม้ตีผู้เสียหายและผู้ตายในเวลาเดียวกันโดยมิได้แบ่งแยกว่าใครเป็นใคร
ลักษณะของการกระทำมีเจตนาในการกระทำความผิดเป็นเจตนาเดียว การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงต่างเป็นการกระทำกรรมเดียว
คำพิพากษาฎีกาที่ 1400/2549
ป.อ. มาตรา 90, 91
จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์
เมื่อรถจักรยานยนต์ล้มผู้เสียหายลุกขึ้นวิ่งหนีไป
จำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตายซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ในทันทีทันใดในเวลาต่อเนื่องกัน
โดยจำเลยมีเจตนามุ่งประสงค์ที่จะต้องการฆ่าผู้ตาย
แต่เหตุที่จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายที่มากับผู้ตายก่อนเนื่องจากเสียหายเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์โดยมีผู้ตายนั่งซ้อนท้าย
จำเลยประสงค์จะให้รถจักรยานยนต์หยุดเพื่อจะได้มีโอกาสแทงทำร้ายผู้ตายได้ต่อไป
โดยที่ผู้ตายไม่สามารถซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หลบหนี
จึงเห็นเจตนาได้ว่าจำเลยประสงค์จะแทงทำร้ายทั้งผู้เสียหายและผู้ตายในคราวเดียวกัน
แม้จะเป็นการกระทำสองหนและต่อบุคคลสองคนก็อยู่ในเจตนาอันเดียวกันนั้น
การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียว
คำพิพากษาฎีกาที่ 2879/2546
ป.อ. มาตรา 90
จำเลยที่ 2 กับพวกมีเจตนาร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองโดยไม่ได้แบ่งแยกว่าใครเป็นใคร
ลักษณะของเจตนาในการกระทำความผิดเป็นอันเดียวกัน
แม้จะมีการกระทำต่อผู้เสียหายสองคนด้วยกันก็อยู่ภายในเจตนาอันเดียวกันนั้น
การที่จำเลยที่ 2กับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกาย ส.
เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และทำร้าย ป.
เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายในขณะเดียวกัน
จึงถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
คำพิพากษาฎีกาที่ 8152/2544
ป.อ. มาตรา 9
การที่จำเลยมีเจตนาจะฆ่าผู้เสียหายทั้งสองเพราะมีสาเหตุโกรธเคืองเนื่องจากโต้เถียงกันเกี่ยวกับเรื่องค่าแรงโดยจำเลยเป็นช่างไม่ได้รับค่าแรงน้อยกว่าผู้เสียหายทั้งสองซึ่งเป็นช่างทาสี
แล้วจำเลยได้ใช้ขวานฟันผู้เสียหายทั้งสองในทันทีทันใดในเวลาต่อเนื่องกันการที่จะทำร้ายใครก่อนหลังย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดา
เพราะไม่สามารถใช้ขวานฟันผู้เสียหายทั้งสองคนพร้อมกันทีเดียวได้
แต่จำเลยประสงค์จะทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองในคราวเดียวกัน
แม้จะมีการกระทำหลายหนและต่อบุคคลหลายคนก็อยู่ภายในเจตนาอันนั้น
การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว
คำพิพากษาฎีกาที่ 825/2534
ป.วิ.อ. มาตรา 92
ป.อ. มาตรา 33, 80, 90, 91, 138
วรรคสอง, 140 วรรคแรก, 296
พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2475 มาตรา 28, 32, 45
เจ้าพนักงานสรรพสามิตมีอำนาจเข้าไปตรวจค้นในสถานที่ของผู้ได้รับอนุญาตให้ขายสุราในเวลาทำการได้ตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ.
2493 มาตรา 28 โดยไม่ต้องมีหมายค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 92 จำเลยใช้ขวดตีผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 และใช้ขวานเงื้อจะฟันผู้เสียหายที่ 3 ในขณะที่ผู้เสียหายทั้งสามทำการตรวจค้น
แสดงว่าจำเลยมีเจตนาเพื่อการขัดขวางในครั้งนี้เท่านั้น จึงเป็นการกระทำกรรมเดียว.
2. ถ้าผู้กระทำมีเจตนากระทำต่อผู้เสียหายหลายราย
แต่กระทำต่อผู้เสียหายรายอื่นๆ เป็นพิเศษอีกต่างหาก ถือเป็นหลายกรรม
เพราะมีหลายเจตนา ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
ขณะที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายที่
1 กับพวก ผู้เสียหายที่ 2 ยืนอยู่บริเวณที่เกิดเหตุด้วย
แต่ผู้เสียหายที่ 2 ไม่ได้ร่วมมากับผู้เสียหายที่ 1 กับพวกแต่แรก โดยเพิ่งเข้ามาบริเวณที่เกิดเหตุภายหลัง
และยืนอยู่ห่างผู้เสียหายที่ 1 กับพวกที่ใช้ไม้ตีทำร้ายจำเลยประมาณ
10 เมตร
การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงครั้งแรกด้วยประสงค์ยิงผู้เสียหายที่ 1 กับพวก เนื่องจากพวกของผู้เสียหายที่ 1 ที่มาพร้อมกับผู้เสียหายที่
1 เป็นผู้ใช้ไม้ตีจำเลยก่อน ส่วนผู้เสียหายที่ 2 ถูกจำเลยใช้อาวุธปืนยิงในภายหลังห่างจากที่เกิดเหตุที่ผู้เสียหายที่ 1
กับพวกถูกยิงครั้งแรกถึง 200 เมตร
ต่างสถานที่กัน แม้จะเป็นการกระทำในเวลาต่อเนื่องกัน
แต่ก็เป็นการใช้อาวุธปืนยิงโดยมีเจตนาแยกการกระทำเป็นรายบุคคล
การกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งสองของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรม
คำพิพากษาฎีกาที่ 3617/2547
ป.อ. มาตรา 59, 62, 69, 72, 91
ถ้อยคำที่ผู้ตายที่ 1 ด่าจำเลยว่า “โคตรพ่อโคตรแม่” แม้จะเป็นถ้อยคำก้าวร้าวหยาบคายเป็นที่ระคายเคืองแก่จำเลยอยู่บ้าง
แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่จะถือว่าเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตาม
ป.อ. มาตรา 72
ในชั้นสอบคำให้การจำเลย
จำเลยให้การต่อสู้โดยอ้างเหตุบันดาลโทสะสำหรับความผิดฐานฆ่าผู้ตายที่ 2 เท่านั้น มิได้ต่อสู้ว่าเป็นการกระทำโดยป้องกันโดยสำคัญผิด
ส่วนในชั้นสืบพยาน
จำเลยนำสืบต่อสู้ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยประสงค์จะต่อสู้ว่าจำเลยยิงผู้ตายที่ 2 เพื่อป้องกันตัวโดยสำคัญผิดว่าผู้ตายที่ 2 จะเข้ามาทำรายจำเลย
และในชั้นอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์โดยมิได้อ้างเหตุสำคัญผิดในข้อเท็จจริง ดังนั้น
ฎีกาของจำเลยที่อ้างว่าการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 2 เป็นการกระทำโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุโดยสำคัญผิดว่าผู้ตายที่ 2 ได้นำเครื่องมือทำงานที่เป็นเหล็กแหลมและค้อนติดตัวมาด้วย
จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดมิให้ผู้ตายกับพวกเข้ามาทำร้ายจำเลยซึ่งมีขาพิการนั้น
เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่าง
หลังจากจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 1
แล้ว จำเลยเห็นผู้ตายที่ 2 และหลานชายผู้ตายที่
2 กรูเข้ามาหาจำเลยโดยวิ่งลงบันไดมา
จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดขึ้นไป รวมทั้งใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่2 ด้วย แสดงว่าจำเลยมีเจตนายิงผู้ตายที่ 1 ก่อน
ต่อมาเมื่อจำเลยเห็นผู้ตายที่ 2 วิ่งลงบันไดมา
จำเลยจึงเกิดมีเจตนายิงผู้ตายที่ 2 เสียด้วย
ซึ่งเป็นเจตนาที่เกิดขึ้นใหม่ในภายหลัง
แม้จะเป็นการกระทำความผิดในเวลาต่อเนื่องกัน
แต่ก็เป็นการกระทำความผิดที่อาศัยเจตนาที่แยกต่างหากจากกันได้
จึงเป็นความผิดสองกรรม
คำพิพากษาฎีกาที่ 3451/2547
ป.อ. มาตรา 68, 91
จำเลยและผู้ตายทะเลาะวิวาทกันเนื่องจากผู้ตายชวน
บ. ซึ่งช่วยจำเลยทำสวนไปทำงานที่อื่น
เมื่อต่อสู้กันจำเลยใช้มีดอีโต้ฟันผู้ตายจนล้มลงแล้วฟันผู้ตายหลายครั้ง
จนผู้ตายถึงแก่ความตาย ผู้เสียหายเข้าไปจะช่วยผู้ตาย จำเลยใช้มีดฟันหน้าผู้เสียหาย
1 ครั้ง แล้ววิ่งหลบหนีไป
การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
และการที่จำเลยใช้มีดฟันผู้เสียหายที่เข้าไปจะช่วยเหลือผู้ตาย
เป็นการกระทำต่างกรรมและต่างเจตนากับการฆ่าผู้ตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด 2 กรรม
คำพิพากษาฎีกาที่ 8694/2544
ป.อ. มาตรา 60, 80, 90, 91, 288
เหตุที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพราะจำเลยขอคืนดี
แต่ผู้ตายไม่ยอมคืนดีด้วย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย 1 นัด
เมื่อ ส. บิดาผู้ตายเข้ามาห้าม จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิง ส. อีก 1 นัด ดังนี้ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิง ส. ซึ่งเป็นการกระทำในครั้งหลังนี้เป็นเจตนาที่เพิ่งเกิดขึ้น
ต่างไปจากเจตนาเดิมที่จำเลยยิงผู้ตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า ส.
อีกกระทงหนึ่ง
เมื่อยิง ส. แล้ว
จำเลยได้เข้าไปยิงผู้ตายซ้ำอีกซึ่งเป็นการยิงเพื่อให้แน่ใจว่า
ผู้ตายถึงแก่ความตายจริงตามเจตนาที่มีมาตั้งแต่แรกซึ่งขณะนั้น ผ. ประคองผู้ตายอยู่
กระสุนปืนจึงไปถูกน่องของ ผ. ด้วย
การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,60 เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามมาตรา
288 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา 90
Credit : รพี ๕๖//ทบทวนหลักกฎหมายกับ อ.ประยุทธ
..........................................................................................................................................................................
...คุณเคยมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ?
- เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
- สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซักที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
- อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ
- สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
- สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
- เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ติด...กลับมาก็เหนื่อย
- อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรียนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบันติวก็อยู่หน้ารามกันหมด
....ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป....
.....................................................................................................................................................
ขอแนะนำ !!
รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภาค 1/65 และ 2/65
++ กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)
พร้อมไฟล์เอกสาร
- เอกสารสรุปคำบรรยายเนติฯ 1/65
- เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65
- บทบรรณาธิการ 1/63-1/65
- ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-65)
- New !! ทบทวนสรุปประเด็นน่าสนใจ 1/66
- New !! รวมคำพิพากษาฎีกาใหม่ (พร้อมข้อสังเกตน่าสนใจ)1/66
- New !! เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่างๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ)
++ กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)
พร้อมไฟล์เอกสาร
- เอกสารสรุปคำบรรยายเนติฯ 2/65
- เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65
- บทบรรณาธิการ 2/63-2/65
- ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-65)
- New !! ทบทวนสรุปประเด็นน่าสนใจ 1/66
- New !! รวมคำพิพากษาฎีกาใหม่ (พร้อมข้อสังเกตน่าสนใจ)1/66
- New !! เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่างๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ)
...............................................................................................................................................
ค่ารวบรวม ภาคละ 350.-บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์)
หมายเหตุ : สั่งซื้อทั้ง 2 ภาค ค่ารวมรวมราคาพิเศษ 650.- บาท (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์ + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาล, แบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725,E-mail : siripit...@gmail.com
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่เก่ง..แต่พยายาม เจ๋ง ! กว่า เก่ง....แต่ขี้เกียจ
ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จกันทุกคนนะคับ...