..การกระทำผิดอาญาครั้งเดียวหรือต่อเนื่องกันเป็นความผิดกรรมเดียวตาม ป.อ. มาตรา 90 หรือหลายกรรมตาม ป.อ. มาตรา 91..(พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบระหว่างฎีกา 5077/2554 กับฎีกาที่ 6401/2554)

575 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Sep 16, 2013, 1:26:38 PM9/16/13
to law...@googlegroups.com

    ...การกระทำผิดอาญาครั้งเดียวหรือต่อเนื่องกันเป็นความผิดกรรมเดียวตาม ป.อ. มาตรา 90 หรือหลายกรรมตาม ป.อ. มาตรา 91...

         พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบระหว่างฎีกา 5077/2554 กับฎีกาที่ 6401/2554


         คำพิพากษาฎีกาที่ 5077/2554
         คดีมีปัญหาในชั้นฎีกา ตามฎีกาของจำเลยมีว่า การกระทำผิดในคดีนี้เป็นกรรมเดียวหรือไม่ จำเลยฎีกาว่ากลุ่มของคนร้ายมีเจตนาเดียวคือการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายโดยไม่ได้แยกแยะตัวบุคคลและเป็นการกระทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จึงเป็นการกระทำผิดเพียงกรรมเดียว ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตาม ป.อ. มาตรา 91 มิได้บัญญัติว่า การกระทำความผิดหลายกรรมนั้นจะเกิดขึ้นในวาระเดียวกันไม่ได้ การกระทำในคราวเดียวกันหรือต่อเนื่องในคราวเดียวกันก็อาจเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยใช้ไม้ไผ่ตีทำร้ายนาย ท. ขณะขับรถจักรยานยนต์คันที่ 3 แล้วนาย ท. ขับรถหลบหนีไปได้ จากนั้นต่อมาจำเลยก็ใช้ไม้ตีทำร้ายนาย ส. ขณะขับรถจักรยานยนต์คันที่ 4 ซึ่งแล่นตามหลังมาห่างกันประมาณ 200 ถึง 400 เมตร จนเป็นเหตุให้รถล้มลงและพวกจำเลยก็เตะทำร้ายร่างกายนาย ช. ผู้นั่งซ้อนท้ายแล้วจำเลยกับพวกก็หลบหนีไป จากพฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับพฤติกรรมของจำเลยดังกล่าว ย่อมบ่งชี้ได้อย่างแจ้งชัดว่า จำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลในการกระทำของตนแยกต่างหากจากกันเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์แต่ละคัน แม้ว่าจะเป็นการกระทำในคราวเดียวกันก็ตาม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

         ศึกษาเปรียบเทียบกับคำพิพากษาฎีกาที่ 6401/2554

         ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยกับพวกหลายคนร่วมกันใช้ไม้ตีและใช้มีดปลายแหลม ตัวมีดยาว 5.5 นิ้ว แทงนาย อ. ผู้ตายตามร่างกายหลายแห่งเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย และร่วมกันใช้ไม้ตีและใช้มีดแทงนาย พ. ผู้เสียหายที่ลิ้นปี่เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยกับพวกแยกแยะกระทำต่อผู้ตายและผู้เสียหายโดยผู้ตายถูกจำเลยกับพวกรุมแทงจนถึงแก่ความตายในซอยอิสลามพัฒาและมีพวกของจำเลยที่เหลือรอผู้เสียหายที่ปากซอยอิสลามพัฒนาแล้วร่วมกันตีและแทงผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ซึ่งศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า จากพยานโจทก์ได้ความว่าขณะผู้เสียหายโทรศัพท์ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เห็นวัยรุ่นประมาณ 8 คน ขับรถจักรยานยนต์ 3 คันผ่านมา เมื่อผู้ตาย ผู้เสียหายและ ด.ญ. ม. พากันเดินกลับไปได้เล็กน้อย วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวซึ่งมีจำเลยเป็นคนขับรถจักรยานต์รวมอยู่ด้วย ขับรถจักรยานยนต์มาปาดหน้าและล้อมผู้เสียหายกับพวกไว้ พวกของจำเลยลงจากรถจักรยานยนต์ มาใช้ไม้ตีและใช้มีดแทงผู้ตาย ผู้ตายวิ่งหนีไปที่ถนนรามราษฎร์ ท้ายนำ จำเลยขับรถจักรยานยนต์พาพวกตามไป ผู้เสียหายกับเด็กหญิง ม. ตามไปช่วยผู้ตาย ผู้ตายหนีเข้าซอยอิสลามพัฒนา จำเลยกับพวกตามไปตีกระทืบ และแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย ขณะนั้นมีวัยรุ่น 2 – 3 คนรออยู่ที่ปากซอยอิสลามพัฒนา ได้รุมชกต่อยผู้เสียหายหลังจากนั้นวัยรุ่นที่รุมทำร้ายผู้ตายก็มารุมทำร้ายผู้เสียหาย และมีนาย ส. ใช้มีดแทงผู้เสียหาย พฤติการณ์จากพยานโจทก์ดังกล่าวแสดงว่าเมื่อจำเลยกับพวกมาพบผู้เสียหายกับผู้ตายโทรศัพท์อยู่จึงเข้ามารุมทำร้ายผู้ตายและผู้เสียหายในทันทีทันใดในเวลาต่อเนื่องกัน โดยมีเจตนามุ่งประสงฆ์ต้องการฆ่าผู้ตายและผู้เสียหายให้ถึงแก่ความตายในคราวเดียวกัน ข้อเท็จจริงเพียงได้ความว่า
จำเลยกับพวกไล่ตีและใช้มีดแทงผู้ตายก่อนที่จะมาตีและใช้มีดแทงทำร้ายผู้เสียหาย เป็นการทำร้ายใครก่อนหลังตามธรรมดา โดยจำเลยกับพวกมิได้มีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายเพิ่มขึ้นจากเจตนาทำร้ายผู้ตายอีกคนหนึ่งในภายหลัง การกระทำของจำเลยกับพวกจึงมีเจตนาในการกระทำความผิดเป็นอันเดียวกันเพียงแต่มีการกระทำหลายหนต่อบุคคลหลายคน การฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าผู้เสียหายจึงถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียว

         หมายเหตุ
         ให้พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบกับคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้


         1. ถ้าผู้กระทำมีเจตนากระทำต่อผู้เสียหายหลายๆ คนมาตั้งแต่แรกถือเป็นกรรมเดียวเพราะมีเจตนาเดียว

         คำพิพากษาฎีกาที่ 6/2550 
         ป.อ. มาตรา 80, 90, 288, 289 
         หากจำเลยเกิดอารมณ์ชั่ววูบที่ จ. ภริยาของจำเลยหนีออกจากบ้านจึงเตรียมน้ำอัดลมผสมสารกำจัดแมลงแลนเนท แอล ไว้เพื่อจะฆ่าตัวตาย แต่ผู้ตายและ อ. มาพบน้ำอัดลมผสมสารกำจัดแมลงนั้นและดื่มไปเองเสียก่อน จำเลยจึงไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตายและ อ. ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย จำเลยก็น่าจะใส่สารกำจัดแมลงแลนเนท แอล ลงในเบียร์ที่จำเลยกำลังดื่มอยู่ในขณะนั้น และดื่มฆ่าตัวตายไปในทันที หรือเตรียมน้ำอัดลมผสมสารกำจัดแมลงไว้เพียงที่เดียวมากกว่าการที่จำเลยใส่สารกำจัดแมลงลงในน้ำอัดลม ซึ่งตามคำให้การชั้นสอบของจำเลยก็ได้ความว่าจำเลยให้ผู้ตาย อ. ว. กับเพื่อนๆ ของเด็กทั้งสามที่มาเล่นวีดีโอเกมส์อยู่ด้วยกันนำเงินไปซื้อน้ำอัดลมมา 4 กระป๋อง แล้วจำเลยบอกให้นำน้ำอัดลมไปแช่ไว้ในตู้เย็นก่อน เมื่อแช่น้ำอัดลมไว้ในตู้เย็นแล้ว พวกเด็กๆ พากันไปเล่นวีดีโอเกมส์ต่อ ต่อมาจำเลยจึงให้ อ. ไปซื้อสารกำจัดแมลงมา 1 ขวด แล้วจำเลยแอบเอาน้ำอัดลมที่แช่ไว้ดังกล่าวมารินใส่แก้ว 3 ใบ แล้วเทสารกำจัดแมลงที่ อ. ไปซื้อมาใส่ลงในแก้วน้ำอัดลมเหล่านั้น จากนั้นจำเลยเรียกผู้ตาย อ. และ ว. ให้ลงจากบนบ้านมาดื่มน้ำอัดลม ส่วนเพื่อนๆ ของเด็กทั้งสามจำเลยให้กลับบ้านไป จำเลยได้ยื่นแก้วน้ำอัดลมผสมสารกำจัดแมลงให้ผู้ตาย อ. และ ว. ดื่มคนละแก้ว ผู้ตายดื่มจนหมดแก้ว อ. ดื่มไปครึ่งแก้ว ส่วน ว. ดื่มไปเพียงเล็กน้อย จำเลยให้การดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนทันทีที่ถูกจับกุมในวันเกิดเหตุยังไม่ทันได้คิดเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง ย่อมมีน้ำหนักรับฟังได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยมีอาชีพเกษตรกรรมและเคยให้ อ. ไปซื้อสารกำจัดแมลงมาเพื่อใช้ในการเกษตรกรรมของจำเลยตามปกติโดยยังมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ตายและ อ. รวมทั้งฆ่าตัวตายในขณะนั้น แต่เนื่องจากจำเลยและ ท. ได้ร่วมกันดื่มเบียร์หมดไปหลายขวดอาจเกิดการมึนเมา รวมทั้งเกิดความกลัดกลุ้มและเสียใจประกอบกับความเครียดที่ จ. ซึ่งเป็นภริยาของจำเลยทิ้งจำเลยและบุตรไปทำงานที่กรุงเทพมหานครโดยไม่บอกกล่าวให้จำเลยทราบก่อนจำเลยจึงคิดฆ่าตัวตายพร้อมๆ กับผู้ตายและ อ. เพื่อเป็นการประชด จ. จึงได้นำสารกำจัดแมลงใส่ในน้ำอัดลมให้ผู้ตายและ อ. ดื่มอันเป็นอารมณ์ชั่ววูบซึ่งเกิดขึ้นทันทีทันใดในขณะนั้นก็อาจเป็นได้ จึงยังไม่พอให้ฟังว่าจำเลยเจตนาฆ่าผู้ตายและ อ. โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเนื่องจากจำเลยมีเจตนาเดียวคือต้องการให้ผู้ตาย อ. และจำเลยถึงแก่ความตายพร้อมกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

         คำพิพากษาฎีกาที่ 2130/2550 
         ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, 225
         ป.อ. มาตรา 90 
         ตามพฤติการณ์แห่งคดีที่ผู้ตาย และผู้เสียหายกับพวกเข้าไปทำร้ายจำเลยแล้ว จำเลยใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายและผู้เสียหายในลักษณะต่อเนื่องกัน จำเลยมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ตายก่อนแล้วเกิดเจตนาฆ่าผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีก การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

         คำพิพากษาฎีกาที่ 5776/2549 
         ป.อ. มาตรา 90 
         จำเลยทั้งสองได้ชกต่อยผู้เสียหายและผู้ตาย และจำเลยที่ 2 ได้ใช้ไม้ตีผู้เสียหายและผู้ตาย จนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กายและผู้ตายถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยทั้งสองต่างเป็นการกระทำต่อผู้เสียหายและผู้ตาย โดยจำเลยทั้งสองต่างมีเจตนาชกต่อยและจำเลยที่ 2 ใช้ไม้ตีผู้เสียหายและผู้ตายในเวลาเดียวกันโดยมิได้แบ่งแยกว่าใครเป็นใคร ลักษณะของการกระทำมีเจตนาในการกระทำความผิดเป็นเจตนาเดียว การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงต่างเป็นการกระทำกรรมเดียว

         คำพิพากษาฎีกาที่ 1400/2549 
         ป.อ. มาตรา 90, 91 
         จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ เมื่อรถจักรยานยนต์ล้มผู้เสียหายลุกขึ้นวิ่งหนีไป จำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตายซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ในทันทีทันใดในเวลาต่อเนื่องกัน โดยจำเลยมีเจตนามุ่งประสงค์ที่จะต้องการฆ่าผู้ตาย แต่เหตุที่จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายที่มากับผู้ตายก่อนเนื่องจากเสียหายเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์โดยมีผู้ตายนั่งซ้อนท้าย จำเลยประสงค์จะให้รถจักรยานยนต์หยุดเพื่อจะได้มีโอกาสแทงทำร้ายผู้ตายได้ต่อไป โดยที่ผู้ตายไม่สามารถซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หลบหนี จึงเห็นเจตนาได้ว่าจำเลยประสงค์จะแทงทำร้ายทั้งผู้เสียหายและผู้ตายในคราวเดียวกัน แม้จะเป็นการกระทำสองหนและต่อบุคคลสองคนก็อยู่ในเจตนาอันเดียวกันนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียว

         คำพิพากษาฎีกาที่ 2879/2546 
         ป.อ. มาตรา 90 
         จำเลยที่ 2 กับพวกมีเจตนาร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองโดยไม่ได้แบ่งแยกว่าใครเป็นใคร ลักษณะของเจตนาในการกระทำความผิดเป็นอันเดียวกัน แม้จะมีการกระทำต่อผู้เสียหายสองคนด้วยกันก็อยู่ภายในเจตนาอันเดียวกันนั้น การที่จำเลยที่ 2กับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกาย ส. เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และทำร้าย ป. เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายในขณะเดียวกัน จึงถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

         คำพิพากษาฎีกาที่ 8152/2544 
         ป.อ. มาตรา 9 
         การที่จำเลยมีเจตนาจะฆ่าผู้เสียหายทั้งสองเพราะมีสาเหตุโกรธเคืองเนื่องจากโต้เถียงกันเกี่ยวกับเรื่องค่าแรงโดยจำเลยเป็นช่างไม่ได้รับค่าแรงน้อยกว่าผู้เสียหายทั้งสองซึ่งเป็นช่างทาสี แล้วจำเลยได้ใช้ขวานฟันผู้เสียหายทั้งสองในทันทีทันใดในเวลาต่อเนื่องกันการที่จะทำร้ายใครก่อนหลังย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะไม่สามารถใช้ขวานฟันผู้เสียหาย
ทั้งสองคนพร้อมกันทีเดียวได้ แต่จำเลยประสงค์จะทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองในคราวเดียวกัน แม้จะมีการกระทำหลายหนและต่อบุคคลหลายคนก็อยู่ภายในเจตนาอันนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว

         คำพิพากษาฎีกาที่ 825/2534 
         ป.วิ.อ. มาตรา 92
         ป.อ. มาตรา 33, 80, 90, 91, 138 วรรคสอง, 140 วรรคแรก, 296
         พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2475 มาตรา 28, 32, 45 
         เจ้าพนักงานสรรพสามิตมีอำนาจเข้าไปตรวจค้นในสถานที่ของผู้ได้รับอนุญาตให้ขายสุราในเวลาทำการได้ตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 28 โดยไม่ต้องมีหมายค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 จำเลยใช้ขวดตีผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 และใช้ขวานเงื้อจะฟันผู้เสียหายที่ 3 ในขณะที่ผู้เสียหายทั้งสามทำการตรวจค้น แสดงว่าจำเลยมีเจตนาเพื่อการขัดขวางในครั้งนี้เท่านั้น จึงเป็นการกระทำกรรมเดียว.
2. ถ้าผู้กระทำมีเจตนากระทำต่อผู้เสียหายหลายราย แต่กระทำต่อผู้เสียหายรายอื่นๆ เป็นพิเศษอีกต่างหาก ถือเป็นหลายกรรม เพราะมีหลายเจตนา ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
ขณะที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายที่ 1 กับพวก ผู้เสียหายที่ 2 ยืนอยู่บริเวณที่เกิดเหตุด้วย แต่ผู้เสียหายที่ 2 ไม่ได้ร่วมมากับผู้เสียหายที่ 1 กับพวกแต่แรก โดยเพิ่งเข้ามาบริเวณที่เกิดเหตุภายหลัง และยืนอยู่ห่างผู้เสียหายที่ 1 กับพวกที่ใช้ไม้ตีทำร้ายจำเลยประมาณ 10 เมตร การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงครั้งแรกด้วยประสงค์ยิงผู้เสียหายที่ 1 กับพวก เนื่องจากพวกของผู้เสียหายที่ 1 ที่มาพร้อมกับผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้ใช้ไม้ตีจำเลยก่อน ส่วนผู้เสียหายที่ 2 ถูกจำเลยใช้อาวุธปืนยิงในภายหลังห่างจากที่เกิดเหตุที่ผู้เสียหายที่ 1 กับพวกถูกยิงครั้งแรกถึง 200 เมตร ต่างสถานที่กัน แม้จะเป็นการกระทำในเวลาต่อเนื่องกัน แต่ก็เป็นการใช้อาวุธปืนยิงโดยมีเจตนาแยกการกระทำเป็นรายบุคคล การกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งสองของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรม

         คำพิพากษาฎีกาที่ 3617/2547 
         ป.อ. มาตรา 59, 62, 69, 72, 91 
ถ้อยคำที่ผู้ตายที่ 1 ด่าจำเลยว่า โคตรพ่อโคตรแม่แม้จะเป็นถ้อยคำก้าวร้าวหยาบคายเป็นที่ระคายเคืองแก่จำเลยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่จะถือว่าเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตาม ป.อ. มาตรา 72
ในชั้นสอบคำให้การจำเลย จำเลยให้การต่อสู้โดยอ้างเหตุบันดาลโทสะสำหรับความผิดฐานฆ่าผู้ตายที่ 2 เท่านั้น มิได้ต่อสู้ว่าเป็นการกระทำโดยป้องกันโดยสำคัญผิด ส่วนในชั้นสืบพยาน จำเลยนำสืบต่อสู้ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยประสงค์จะต่อสู้ว่าจำเลยยิงผู้ตายที่ 2 เพื่อป้องกันตัวโดยสำคัญผิดว่าผู้ตายที่ 2 จะเข้ามาทำรายจำเลย และในชั้นอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์โดยมิได้อ้างเหตุสำคัญผิดในข้อเท็จจริง ดังนั้น ฎีกาของจำเลยที่อ้างว่าการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 2 เป็นการกระทำโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุโดยสำคัญผิดว่าผู้ตายที่ 2 ได้นำเครื่องมือทำงานที่เป็นเหล็กแหลมและค้อนติดตัวมาด้วย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดมิให้ผู้ตายกับพวกเข้ามาทำร้ายจำเลยซึ่งมีขาพิการนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่าง
หลังจากจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 1 แล้ว จำเลยเห็นผู้ตายที่ 2 และหลานชายผู้ตายที่ 2 กรูเข้ามาหาจำเลยโดยวิ่งลงบันไดมา จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดขึ้นไป รวมทั้งใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่2 ด้วย แสดงว่าจำเลยมีเจตนายิงผู้ตายที่ 1 ก่อน ต่อมาเมื่อจำเลยเห็นผู้ตายที่ 2 วิ่งลงบันไดมา จำเลยจึงเกิดมีเจตนายิงผู้ตายที่ 2 เสียด้วย ซึ่งเป็นเจตนาที่เกิดขึ้นใหม่ในภายหลัง แม้จะเป็นการกระทำความผิดในเวลาต่อเนื่องกัน แต่ก็เป็นการกระทำความผิดที่อาศัยเจตนาที่แยกต่างหากจากกันได้ จึงเป็นความผิดสองกรรม

         คำพิพากษาฎีกาที่ 3451/2547 

         ป.อ. มาตรา 68, 91 
         จำเลยและผู้ตายทะเลาะวิวาทกันเนื่องจากผู้ตายชวน บ. ซึ่งช่วยจำเลยทำสวนไปทำงานที่อื่น เมื่อต่อสู้กันจำเลยใช้มีดอีโต้ฟันผู้ตายจนล้มลงแล้วฟันผู้ตายหลายครั้ง จนผู้ตายถึงแก่ความตาย ผู้เสียหายเข้าไปจะช่วยผู้ตาย จำเลยใช้มีดฟันหน้าผู้เสียหาย 1 ครั้ง แล้ววิ่งหลบหนีไป การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และการที่จำเลยใช้มีดฟันผู้เสียหายที่เข้าไปจะช่วยเหลือผู้ตาย เป็นการกระทำต่างกรรมและต่างเจตนากับการฆ่าผู้ตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด 2 กรรม

         คำพิพากษาฎีกาที่ 8694/2544 
         ป.อ. มาตรา 60, 80, 90, 91, 288 
         เหตุที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพราะจำเลยขอคืนดี แต่ผู้ตายไม่ยอมคืนดีด้วย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย 1 นัด เมื่อ ส. บิดาผู้ตายเข้ามาห้าม จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิง ส. อีก 1 นัด ดังนี้ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิง ส. ซึ่งเป็นการกระทำในครั้งหลังนี้เป็นเจตนาที่เพิ่งเกิดขึ้น ต่างไปจากเจตนาเดิมที่จำเลยยิงผู้ตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า ส. อีกกระทงหนึ่ง
เมื่อยิง ส. แล้ว จำเลยได้เข้าไปยิงผู้ตายซ้ำอีกซึ่งเป็นการยิงเพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ตายถึงแก่ความตายจริงตามเจตนาที่มีมาตั้งแต่แรกซึ่งขณะนั้น ผ. ประคองผู้ตายอยู่ กระสุนปืนจึงไปถูกน่องของ ผ. ด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,60 เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา 90



                                                                                                                     Credit : รพี ๕๖//ทบทวนหลักกฎหมายกับ อ.ประยุทธ

..........................................................................................................................................................................

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

   ...คุณเคยมีปัญหาเหล่านี้หรืม่ 


      - เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
      - 
สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซัที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
    
  - อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ 
      - 
สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
     
 - สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ 
กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไมันสอบ
      - เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ด...กลับมาก็เหนื่อย
     
 - อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรีนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบัติวก็อยู่หน้ารามกันหมด


      ....ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป....

.....................................................................................................................................................

ขอแนะนำ !!

รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภา 1/65 และ 2/65

++  กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)

  พร้อมไฟล์เอกสาร 

  - เอกสารสรุปคำบรรยายเนติ 1/65 

  -  เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 

  -  บทบรรณาธิการ 1/63-1/65 

  -  ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งแลอาญา (สมัยที่ 56-65) 

  -  New !! ทบทวนสรุปประเด็นน่าสนใจ 1/66

  -  New !!  รวมคำพิพากษาฎีกาใหม่ (พร้อมข้อสังเกตน่าสนใจ)1/66

  -  New !!  เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่างๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่วยฯ/อัยการ)  

++ กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) 

  พร้อมไฟล์เอกสาร 

 -  เอกสารสรุปคำบรรยายเนติ 2/65 

 -  เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 

 -  บทบรรณาธิการ 2/63-2/65 

 -  ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาควาอาญา (สมัยที่ 56-65) 

 -  New !! ทบทวนสรุปประเด็นน่าสนใจ 1/66

 - New !!  รวมคำพิพากษาฎีกาใหม่ (พร้อมข้อสังเกตน่าสนใจ)1/66

 - New !!  เทคนิคการเขียนคำตอบแบบถูกต้องที่สุด ตลอดจนเทคนิคการปรับบทกฎหมายต่างๆสำหรับทุกสนามสอบ (การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่วยฯ/อัยการ)  

...............................................................................................................................................

  ค่ารวบรวม ภาคละ 350.-บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์) 

   หมายเหตุ  สั่งซื้อทั้ง 2  ค่ารวมรวมราคาพิเศษ 650.- บา  (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์ + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาลแบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี) 

   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725,E-mail : siripit...@gmail.com

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


               ไม่เก่ง..แต่พยายาม  เจ๋ง ! กว่า  เก่ง....แต่ขี้เกียจ

                                        ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็นทุกคะคับ...

สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่า.jpg
สัญญาต่างตอบแทน.jpg
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages