การที่จะไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต
ตาม ป.อ. มาตรา 157 ต้องเป็นกรณีที่ไม่มีตัวการกระทำความผิด หากตัวการศาลยกฟ้อง
ผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานต้องรับผิดทางอาญาหรือไม่ ?
ศึกษาวิเคราะห์จากคำพิพากษาฎีกาที่ 7364/2554
ข้อเท็จจริง
1. นาย ช.
ปลัดอำเภอเป็นนายทะเบียนจดทะเบียนสมรสประจำอำเภอ ปัจจุบัน นาย ช.
ถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยที่ 1 เป็นผู้ช่วยนายทะเบียน
งานทะเบียนสมรส
ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารยื่นคำขอจดทะเบียนสมรสบันทึกรายละเอียดในทะเบียนสมรส
ออกใบสำคัญการสมรส แล้วเสนอให้นาย ช. เป็นผู้ลงนาม จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอพัฒนานิคม
จังหวัดลพบุรี และอยู่กินกันฉันสามีภรรยากันตั้งแต่ปี 2539 เมื่อวันที่
16 พฤษภาคม 2540 เวลากลางวัน จำเลยที่ 2
และที่ 3 ได้เดินทางไปจดทะเบียนสมรสกัน ณ
ที่ว่าการอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้บันทึกรายละเอียดของการสมรสในทะเบียนสมรสและในทะเบียนสมรสดังกล่าวมีลายมือชื่อบิดามารดาของจำเลยที่
3 ให้ความยินยอมไว้
2. ต่อมา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2540 จำเลยที่ 2 ได้ไปให้ถ้อยคำต่อนางสาว
น. เจ้าหน้าที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จังหวัดลพบุรี
พร้อมยื่นหลักฐานเอกสารต่างๆ รวมถึงใบสำคัญการสมรสระหว่างจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งจดทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอองค์รักษ์
เพื่อขอรับเงินชดเชยพิเศษตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก จำนวน 600,000 บาท โดยผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยต้องมีสภาพเป็นครอบครัวก่อนวันที 3
พฤษภาคม 2537 ปรากฏว่าใบสำคัญการสมรสระหว่างจำเลยที่
2 และที่ 3 เป็นเอกสารปลอมเนื่องจากถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงเลข
พ.ศ. จาก พ.ศ. 2540 เป็น พ.ศ. 2536 และลายมือชื่อบิดา
มารดาของจำเลยที่ 3 เป็นลายมือชื่อปลอมหลังจากนั้นจำเลยที่ 2
และที่ 3 ได้ถอนคำร้องขอรับเงินชดเชยพิเศษต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้วโดยยังไม่ได้รับเงินชดเชยจำนวน
600,000 บาท
3. อัยการโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสาม
ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม ป.อ. มาตรา 80, 83, 157, 161, 264, 265, 266,
268, 341 ซึ่งจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ
ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธในตอนแรกแต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วจำเลยที่
2 และที่ 3 กลับให้การรับสารภาพ
4. ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2
และที่ 3 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 83,
157 ประกอบมาตรา 86, 265, 268 วรรคสอง
ประกอบมาตรา 265, 341 ประกอบมาตรา 80 การกระทำของจำเลยที่
2 และที่ 3 เป็นกรรมเดียว
ลงโทษบทหนักตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษแล้วคงจำคุกคนละ 1 ปี
สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง
5. โจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 อุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2
และที่ 3 ยื่นฎีกาโดยมีผู้พิพากษาอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คดีจึงขึ้นสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาตามประเด็นดังต่อไปนี้
5.1 จำเลยที่ 2 และที่
3 ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าพยานหลักฐานโจกท์ยังมีเหตุสงสัยตามสมควรว่า
จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่
1 ดังนั้น แม้จำเลยที่ 2 และที่ 3
จะให้การรับสารภาพแต่เมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการไม่มีความผิดตามฟ้องย่อมทำให้จำเลยที่
2 และที่ 3 ไม่ว่าฐานะตัวการร่วมหรือในฐานะผู้สนับสนุนไม่มีความผิดตามฟ้องไปด้วย
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า “แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์ยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่
1 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่
ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการกระทำความผิดตามฟ้องเกิดขึ้น เมื่อจำเลยที่ 2 ได้รับใบสำคัญการสมรสมาแล้วปรากฏว่าเลข พ.ศ.
ในใบสำคัญการสมรสนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงแต่จำเลยที่ 2 กลับไม่ทักท้วงจึงน่าเชื่อว่าจำเลยที่
2 รู้เรื่องที่มีการทำใบสำคัญการสมรสปลอมเป็นอย่างดี
นอกจากนี้จำเลยที่ 2 ยังนำใบสำคัญการสมรสปลอมดังกล่าวไปยื่นขอรับเงินชดเชยพิเศษจากทางราชการอีก
ซึ่งหากทางราชการหลงเชื่อแล้วจำเลยที่ 2 ก็จะได้รับเงินชดเชยพิเศษเป็นเงิน
600,000 บาท พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 จึงฟังได้ว่า
จำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมในการปลอมเอกสารราชการ
ใช้เอกสารราชการปลอมและพยายามฉ้อโกงแล้ว ส่วนจำเลยที่3 นั้นแม้จะไม่ได้เป็นผู้ยื่นขอรับเงินชดเชยพิเศษ
แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 3 เดินทางไปกับจำเลยที่ 2 ด้วย ทั้งในวันที่มีการจดทะเบียนสมรสและวันที่จำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ น.
อีกทั้งได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในแบบไต่สวนสิทธิด้วยจึงถือว่าจำเลยที่ 3 มีส่วนร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 มาตั้งแต่ต้น
จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 3 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 2
5.2 ศาลฎีกาได้พิจารณาต่อไปว่า
จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตตาม
ป.อ. มาตรา 157 หรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า
การที่จะไม่มีความผิดในฐานเป็นผู้สนับสนุนต้องเป็นกรณีที่ไม่มีตัวการกระทำความผิดในความผิดดังกล่าว
แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 3 อายุยังไม่ครบยี่สิบปีบริบูรณ์ซึ่งหากไม่มีเจ้าพนักงานร่วมกระทำความผิดแล้วจำเลยที่
2 และที่ 3 ย่อมไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้เนื่องจากบิดา
มารดาของจำเลยที่ 3 ไม่ได้เดินทางไปให้ความยินยอมทั้งในสำคัญการสมรสระหว่างจำเลยที่
2 และที่ 3 มีการแก้ไขเลข พ.ศ.
แสดงว่าจะต้องมีเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริตในการกรอกข้อความลงในทะเบียนสมรสและในใบสำคัญการสมรสเพื่อให้จำเลยที่
2 และที่ 3 นำเอกสารปลอมดังกล่าวไปยื่นขอรับเงินชดเชยพิเศษจากทางราชการแล้ว
มิใช่เป็นกรณีที่ไม่มีตัวการในการกระทำความผิดตามที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว
จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นราษฎรจึงเป็นผู้สนับสนุนตาม
ป.อ. มาตรา 157
หมายเหตุ
1. ตามฎีกานี้จะเห็นได้ว่า
อัยการขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่เห็นชัดเจนคือ ตาม ป.อ. มาตรา
157 และมาตรา 161 ในความผิดทั้งสองฐานนี้
ศาลฎีกาได้วางหลักว่า ความผิดตามมาตรา 157 ไม่ใช่ความผิดอันเป็นบททั่วไปของมาตรา
161 แต่ถ้าเจ้าพนักงานมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 และมาตรา 161 ถือว่าเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
ศาลก็จะลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก ตาม ป.อ. มาตรา 90
เนื่องจากองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 157 และองค์ประกอบความผิดตามมาตรา
161 แตกต่างกันมาก ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 5133/2541
ป.อ. มาตรา 86, 91, 157, 161,
265
ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
และ 161 เป็นความผิดคนละอย่างที่มีองค์ประกอบความผิด
แตกต่างกัน ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงมิใช่เป็นความผิดตามบททั่วไปของบทเฉพาะตามมาตรา
161 จำเลยที่ 2 เป็นผู้มาติดต่อพาคนไปให้จำเลยที่
1ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานทำบัตรประจำตัวประชาชนปลอม
โดยให้ค่าตอบแทนแก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงมี ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการปลอมเอกสารราชการ
และฐานสนับสนุนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่
โดยมิชอบและโดยทุจริตตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,161,265ประกอบมาตรา
86
คำพิพากษาฎีกาที่ 4532/2548
ป.อ. มาตรา 90, 157, 161, 162
(1), 265
การที่จำเลยนำสมุดบันทึกการประชุมในวันที่
15 และ 19 สิงหาคม 2538 ไปให้ จ. และ ส. ลงลายมือชื่อในบันทึกการประชุม ทั้งที่ไม่ได้มีการประชุม
และบันทึกรายงานการประชุมดังกล่าวระบุว่า ร.
เป็นผู้จดรายงานการประชุมการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร
โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ ร. ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมแต่มีชื่อเข้าร่วมประชุมและประชาชนทั่วไปในตำบลท่าเรือ
ทั้งเอกสารที่ทำปลอมขึ้นนั้นเป็นบันทึกรายงานการประชุมของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ
เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลในราชการส่วนท้องถิ่น
จึงเป็นการปลอมเอกสารราชการตาม ป.อ. มาตรา 265 เมื่อจำเลยซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือมีหน้าที่ขออนุมัติข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ
พ.ศ.2538 จากสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือเพื่อนำเสนอนายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชอนุมัติ
จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสาร
กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้นตาม ป.อ. มาตรา 161 และการที่จำเลยลงลายมือชื่อรับรองสำเนารายงานการประชุมทั้งสองครั้งดังกล่าวในสำเนาข้อบังคับเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี
พ.ศ.2538 ว่ามีการประชุมจริง จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับเอกสารรับรองเป็นหลักฐานว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จตาม
ป.อ. มาตรา 162 (1) และจำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ
และประชาชนในตำบลท่าเรือ โดยการนำงบประมาณมาจัดประมูลให้ผู้รับเหมาทำงานตามที่ตนเองต้องการ
อันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตาม ป.อ. มาตรา 157
จำเลยปลอมบันทึกการประชุม 2 ฉบับ อันเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารราชการ เจ้าพนักงานปลอมเอกสาร
ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็เพื่อให้นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชอนุมัติข้อบังคับเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2538
ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ
การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท
2. ความผิดตาม ป.อ.
จะมีการกล่าวถึงอีกส่วนหนึ่งก็คือ บทเฉพาะและบททั่วไป
2.1 บทเฉพาะ คือ
บทที่บัญญัติความผิดในเรื่องนั้นๆ ไว้เป็นการเฉพาะ
โดยทั่วไปแล้วบทเฉพาะจะมีโทษหนักกว่าบททั่วไปอยู่แล้วผลจึงไม่ต่างจากบทหนัก ตาม
ป.อ. มาตรา 90 แต่อย่างไร อย่างไรก็ตามมีบางกรณีที่บทเฉพาะมีโทษเบากว่าบททั่วไปซึ่งจะต้องลงโทษตามบทเฉพาะนั้น
มิฉะนั้นโทษตามบทเฉพาะจะไม่มีที่ใช้เลย
2.2 บททั่วไป คือ
บทที่บัญญัติความผิดไว้กว้างๆ เช่น มาตรา 137 ความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
เป็นบทบัญญัติที่ปรับใช้ได้กับการแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานได้ทุกเรื่องจึงถือว่าเป็นบททั่วไป
อย่างไรก็ตาม หากเป็นการแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาก็จะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 172 ซึ่งเป็นบทเฉพาะ (ฎีกา 2249/2515)
2.3 สำหรับข้อ 2.1 และข้อ 2.2 ดังกล่าวข้างต้นนั้นมาจากคำอธิบายกฎหมายอาญาภาค
1 โดย ดร. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ หน้า 770 -771
2.4 ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 1561/2525
ป.วิ.อ. มาตรา 17, 80, 81 (1),
92 (2)
ป.อ. มาตรา 149, 157
จำเลยเป็นตำรวจประจำการกองร้อย 4
กก. อารักขาและความปลอดภัยบก.สายตรวจปฏิบัติการพิเศษตำแหน่งลูกแถว
ย่อมมีอำนาจสืบสวนคดีอาญา
และมีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายได้โดยไม่ต้องมีหมายจับหรือหมายค้นในเมื่อเป็นความผิดซึ่งหน้าแม้ที่เกิดเหตุจะเป็นที่รโหฐาน
การที่จำเลยไปพบจ.กับพวกกำลังเล่นการพนันในห้องชั้นบนบ้าน
อันเป็นที่รโหฐานและจับกุม จ. กับพวกในข้อหาดังกล่าว
ย่อมเรียกได้ว่าเป็นการกระทำของเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่
เมื่อจำเลยเรียกและรับเงินจาก จ. แล้วปล่อยตัว จ.
กับพวกโดยไม่ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 149
เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา
149 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษตามมาตรา 157
มาด้วย ก็ไม่จำต้องปรับบทด้วยมาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก
คำพิพากษาฎีกาที่ 2084-2085/2526
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.อ. มาตรา 148, 149, 157
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา148,
157 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามมาตรา 149 และมาตรา 157 แม้จะลงโทษจำเลยตามมาตรา 149 ไม่ได้ เพราะฟ้องโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 149 ซึ่งเป็นบทเฉพาะมาด้วย ศาลก็ลงโทษจำเลยตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปได้เพราะเป็นบทมาตราที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ
3. คำพิพากษาฎีกาที่ 7364/2554 ได้วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐานพยายามฉ้อโกงด้วย
ให้พิจารณาศึกษาฎีกาเพิ่มเติมเปรียบเทียบดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 3351/2542
ป.อ. มาตรา 80, 271, 341
พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2525
มาตรา 15, 18, 19
จำเลยส่งไข่ผงที่เสื่อมคุณภาพแล้วให้โจทก์ร่วม
โดยหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าไข่ผงดังกล่าวเป็นนมผงตามที่โจทก์ร่วมสั่งซื้อ
เพื่อหวังจะได้เงินจากโจทก์ร่วมอันเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตเพียงแต่โจทก์ร่วมยังไม่ได้ชำระเงินให้จำเลยการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฉ้อโกง
ไม่เป็นความผิดฐานขายของโดยหลอกลวงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 จึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่า
การกระทำของจำเลยเป็นการขายของโดยหลอกลวงให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิดสภาพและคุณภาพแห่งของอันเป็นเท็จอีกหรือไม่
พระราชบัญญัติควบคุมอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 มาตรา 18 วรรคสองกำหนดให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายอาหารสัตว์สำหรับอาหารสัตว์ที่ตนผลิตด้วย
และมาตรา 19 วรรคหนึ่งกำหนดว่าใบอนุญาตตามมาตรา 18 ให้คุ้มกันถึงลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับใบอนุญาตด้วยโดยวรรคสองให้ถือว่าการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับใบอนุญาตที่ได้รับการคุ้มกันตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำของผู้รับใบอนุญาตด้วย
ดังนั้น การที่จำเลยขายอาหารสัตว์ประเภทไดแคลเซียมฟอสเฟตของบริษัท อ.
ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้ขายอาหารสัตว์ที่ตนผลิตได้ตามกฎหมายจำเลยจึงได้รับการคุ้มกันตามมาตรา
19 จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ฯ
มาตรา 15
4. คำพิพากษาฎีกาที่ 7364/2554 ได้กล่าวว่าลายมือชื่อบิดามารดาของจำเลยที่ 3 ในทะเบียนสมรสเป็นลายมือชื่อปลอม
โดยบิดามารดาของจำเลยที่ 3 ไม่ได้เดินทางไปให้ความยินยอมในวันที่มีการจดทะเบียนสมรสถ้าบิดา
มารดาของจำเลยที่ 3 ยิมยอมให้คนอื่นลงลายมือชื่อแทนจะเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารหรือไม่
ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 658/2513
ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)
ป.อ. มาตรา 264, 268
ผู้เสียหายได้รู้เห็นยินยอมให้ผู้อื่นเซ็นชื่อแทนในใบแต่งทนาย
เมื่อมีผู้นำใบแต่งทนายนั้นไปให้ทนายทำคำร้องยื่นต่อศาล
ความเสียหายที่จะมีแก่ผู้เสียหาย จึงไม่มีผู้เสียหาย
จึงไม่เป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย
เมื่อจำเลยนำคำร้องที่มีลายเซ็นชื่อผู้เสียหายปลอมโดยให้ผู้อื่นเซ็นชื่อแทนมายื่นต่อศาล
ย่อมจะเห็นได้ว่าน่าจะเสียหายแก่ศาลในการรับคำร้องนั้นไว้พิจารณา
จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 264
คำพิพากษาฎีกาที่ 1020/2517
ป.อ. มาตรา 264, 265
ลายมือชื่อนั้นไม่มีกฎหมายให้เซ็นแทนกันได้
แม้จะมอบอำนาจก็เซ็นแทนไม่ได้
จำเลยเซ็นชื่อสามีจำเลยลงในสัญญามัดจำซื้อขายที่ดินจึงเป็นการลงลายมือชื่อปลอม
แต่ความผิดฐานปลอมเอกสารนั้นจะต้องมีลักษณะที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนด้วย
เมื่อผู้เสียหายรู้จักชื่อและตัวสามีจำเลยผู้เป็นเจ้าของที่ดินตลอดจนจำเลยซึ่งเป็นภรรยาอยู่ก่อนแล้ว
ยังได้สมัครใจเข้าทำสัญญากับจำเลยและรู้เห็นว่าจำเลยได้ลงชื่อสามีจำเลยในช่องผู้ให้สัญญาตอนทำสัญญานั้น
จากพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าผู้เสียหายมิได้หลงผิดหรือหลงเชื่อ จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะอ้างว่าได้รับความเสียหายตามกฎหมายสามีจำเลยก็ไม่เสียหายเพราะเป็นผู้มอบอำนาจให้จำเลยไว้
จำเลยจึงไม่มีความผิด
คำพิพากษาฎีกาที่ 1526/2525
ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)
ป.อ. มาตรา 264
กรณีเกี่ยวกับลายมือชื่อนั้นไม่มีกฎหมายให้อำนาจลงลายมือชื่อแทนกันได้
แม้เจ้าของลายมือชื่ออนุญาตหรือให้ความยินยอมก็ลงลายมือชื่อแทนกันไม่ได้
การที่จำเลยทำหนังสือถึงผู้จัดการสหกรณ์แจ้งให้ทราบว่า ศ.
น้องสาวโจทก์เดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศและขอลาออกจากสมาชิกสหกรณ์
โดยใช้ชื่อโจทก์หรือลงลายมือชื่อโจทก์จึงเป็นการลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 264 แต่เมื่อปรากฏว่าจำเลยทำหนังสือดังกล่าวโดยความยินยอมของโจทก์
โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะได้รับความเสียหาย ศ.และสหกรณ์ก็ไม่ได้รับความเสียหาย
จำเลยจึงไม่มีความผิด
คำพิพากษาฎีกาที่ 1313/2531
ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)
ป.อ. มาตรา 177, 264, 265
สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาว่าเป็นโมฆะแล้วนั้น
มีผลเท่ากับสัญญาไม่มีผลมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น
แม้จำเลยทั้งสองจะร่วมกันเติมข้อความลงในช่องว่างที่เว้นไว้ในสัญญาผิดไปจากข้อตกลงและเบิกความยืนยันข้อความนั้นต่อศาลก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับ
ความเสียหายแต่ประการใด โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย
ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยฐานปลอมเอกสารและเบิกความเท็จ
การที่จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลว่า
เจ้ามรดกกู้เงินผู้อื่นและจำเลยเป็นผู้ชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยแทนเจ้ามรดกนั้น
หาใช่เป็นข้อสาระสำคัญในการฟ้องขอแบ่งมรดกแต่ประการใดไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ 4408/2542
ป.อ. มาตรา 264
หนังสือสัญญาจ้างเหมาแรงงานมีข้อความในลักษณะแบบของสัญญาซึ่งมีข้อความที่พิมพ์ไว้แล้ว
มีช่องว่างสำหรับเติมข้อความที่ต้องการไว้ซึ่งสาระสำคัญที่จะต้องเติมประการแรกก็คือ
ชื่อและลายมือชื่อของคู่สัญญาที่จะต้องรับผิดและพยานท้ายสัญญาสำหรับชื่อของคู่สัญญาในเอกสารนั้นคงมีเฉพาะชื่อบริษัท
อ. โดยจำเลยที่ 1 กรรมการผู้จัดการระบุในฐานะผู้ว่าจ้าง
และจำเลยที่ 1 ได้ลงชื่อท้ายสัญญาในช่องผู้ว่าจ้างเท่านั้น
โดยไม่มีชื่อโจทก์หรือบุคคลอื่นใดที่ระบุไว้เป็นคู่สัญญาในฐานะผู้รับจ้างไว้เลย ลักษณะของเอกสารดังกล่าวจึงยังไม่เป็นสัญญาที่จะใช้บังคับผู้หนึ่งผู้ใดให้ต้องรับผิดได้
การที่จำเลยที่ 1 ทำเอกสารขึ้นมาเช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสาร
(ขอขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับที่มา : ทบทวนหลักกฎหมายกับอาจารย์ประยุทธ)
สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆทุกท่าน ที่กำลังศึกษาชั้นเนติบัณฑิต ซึ่งกำลังทำงานและไม่มีเวลาเข้าเรียน , ไม่ได้ลงทะเบียนมาเป็นเวลานาน อย่าเพิ่งรีบท้อถอย ครับ เพราะกว่าเราจะเรียนจบชั้นนิติศาสตร์ได้ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน การเรียนเนติบัณฑิตสมัยปัจจุบันค่อนข้างยากพอสมควร หรือสำหรับน้องๆบางท่านที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดวึ่งยังไม่มีแนวทางในการเรียน หรือยังไม่สามารถรับสื่อ หนังสือ หรือเอกสาร ซึ่งบางท่านมีความตั้งใจแต่ขาดโอกาส และวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับท่านที่ยังอยากเรียนจบ แต่ไม่มีเวลา กำลังทำงาน หรือไม่ได้สอบมานาน ขอแนะนำ, รวบรวมข้อมูล สำหรับการเริ่มต้นใหม่ ...
รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภาค 1/65 และ 2/65
- กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)
พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติฯ 1/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 + บทบรรณาธิการ 1/63, 1/64 และ 1/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม เคล็ดลับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบ, การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ
ราคา 380.00 บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี) ฟรี ! สมุดบันทึก
- กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)
พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติฯ 2/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 + บทบรรณาธิการ 2/63, 2/64 และ 2/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม เคล็ดลับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบ, การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ
ราคา 380.00 บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี) ฟรี ! สมุดบันทึก
Ø หมายเหตุ : สั่งซื้อทั้ง 2 ภาค ราคาพิเศษ 700 บาท (ส่ง EMS ให้ฟรี) ฟรี !!! สมุดบันทึก + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาล, แบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี
สนใจติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725, E-mail : siripit...@gmail.com
ไม่เก่ง..แต่พยายาม เจ๋ง ! กว่า เก่ง....แต่ขี้เกียจ
ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จกันทุกคนนะคับ....