ครั้งที่ 7 . ()25-07-09
วันนี้จะพูดเรื่องความรับผิดของลูกหนี้เป็นการเฉพาะ การรับผิดในการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย
มาตรา 218 และเราจะเรียน 219 ตามไปด้วย เพียงแต่มาตรา 218 เป็นเรื่องที่ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ ส่วน 219 คือเรื่องที่ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบและสองสิ่งนี้เป็นคนละขั้วคือคนละด้านในเรื่องของผลของมัน
อาจารย์พยายามให้ข้อสังเกตว่ามันไม่ได้ระงับทั้งหมด ในตัวลูกหนี้ในสัญญาต่างตอบแทนก็ยังมีสิทธิในหนี้นั้นอยู่แม้ในส่วนของเขาระงับไป
มาตรา 218 ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำได้เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ต้องรับผิดชอบไซร้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าหนี้เพื่อค่าเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การไม่ชำระหนี้นั้น
ในกรณีที่การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยแต่เพียงบางส่วน ถ้าหากว่าส่วนที่ยังเป็นวิสัยจะทำได้นั้นจะเป็นอันไร้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้แล้ว เจ้าหนี้จะไม่ยอมรับชำระหนี้ส่วนที่ยังเป็นวิสัยจะทำได้นั้นแล้ว และเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระหนี้เสียทั้งหมดทีเดียวก็ได้
ก็มีสองวรรค อ่านจากตัวบท ว่าอยู่ในความหมายว่าเป็นพ้นวิสัยแล้วหรือยัง การปรับเข้าก็ต้องทราบก่อนว่าเป็นพ้นวิสัยจริงหรือไม่ ในเรื่องของพ้นวิสัย แค่ไหนถึงจะพ้นนั้นก็จะมีการให้ความหมายอยู่เหมือนกัน
ฎ.319/2492
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 219 ที่บัญญัติถึงการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยนั้นหมายถึงว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ปฏิบัติการชำระหนี้นั้นไม่ได้
จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ เวลาเจ้าพนักงานไปรังวัด มีผู้ร้องคัดค้านว่าจำเลยนำเจ้าพนักงานรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของเขาจำเลยจึงขอต่อเจ้าพนักงานให้งดรังวัดไว้ก่อน เพื่อทำความตกลงกับผู้ร้องดังนี้ ยังไม่เรียกว่าจะทำให้การรังวัดและโอนขายให้โจทก์ไม่ได้
ข้อความในรายงานพิจารณานั้น ศาลจดไว้ตามสมควรแก่รูปคดีศาลไม่มีหน้าที่จดทุกอย่างที่คู่ความประสงค์ให้จด ศาลจะจดให้เฉพาะแต่ที่เป็นสาระแห่งคดีเท่านั้น
เมื่อข้อเท็จจริงได้ความพอจะวินิจฉัยคดีแล้ว ศาลย่อมไม่จำต้องฟังข้อเท็จจริงอื่นอันไม่สำคัญแก่รูปคดี และสั่งงดสืบพยานเสียได้
โจทก์เคยฟ้องจำเลยโดยอ้างสัญญาเดิมและอ้างว่าสัญญาใหม่ที่นำมาฟ้องในคดีนี้ใช้ไม่ได้ ต่อเมื่อศาลยกฟ้องแล้ว จึงหวนกลับเอาสัญญาใหม่มาฟ้องอีกดังนี้ ย่อมฟ้องได้เพราะเป็นคนละประเด็น ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144
ฎ.2934/2522
"พ้นวิสัย" หมายถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นทำให้การชำระหนี้เป็นไปไม่ได้ การที่ผลผลิตของน้ำมันดิบขาดแคลนเพราะต่างประเทศขึ้นราคาน้ำมันดิบ ไม่เป็นเหตุพ้นวิสัยที่ผู้ขายจะส่งยางแอสฟัลท์แก่ผู้ซื้อไม่ได้ตามกำหนดเวลา ผู้ขายต้องรับผิดในการส่งชักช้า
ใช้คำว่าเหตุสุดวิสัยในการชำระหนี้
ก็มีปัญหาว่าพ้นวิสัยกับเรื่องสุดวิสัยเหมือนกันหรือไม่ ซึ่งในเรื่องของเหตุสุดวิสัยมีความหมายในมาตรา 8 คำว่า "เหตุสุดวิสัย" หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น
ทีนี้ถ้าเรามาดูเรื่องพ้นวิสัย มีเรื่องที่เราต้องดูเป็นพิเศษคือหนี้ในการส่งมอบทรัพย์ ว่าลูกหนี้ส่งมอบทรัพย์นั้น พ้นวิสัยหรือยัง ถ้าเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง ถ้าทรัพย์นั้นมันสูญหาย หรือเสียหายไปเราก็ตอบได้ทันที
กรณีแรกถ้าเกิดจากเหตุสุดวิสัยเราก็อ้างได้ กรณีที่สองก็คือการส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่งที่เป็นวัตถุแห่งหนี้ เราก็แน่ใจว่าเป็นเรื่องนี้แน่แต่เป็น 218 หรือ 219 ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ในกรณีของหนี้กระทำการคือกระทำการต้องใช้แรงกายภาพหรือความรู้ความสามารถมาประกอบ
การพ้นวิสัยอาจจะเกิดจากสภาพร่างกายหรือจิตใจของลูกหนี้ที่ทำ อยู่ ในกรณีที่เป็นหนี้กระทำการ
กรณี 150 การใดๆที่เป็นพ้นวิสัย ก็ต้องเป็นพ้นวิสัยทั่วไป กรณีของหนี้ ลูกหนี้ตายงานที่ได้รับมอบหมายก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดไม่ได้
อันนี้เป็นเรื่องของหนี้กระทำการ อีกเรื่องหนึ่งที่ดึงหลักมาได้ว่าแค่ไหนเป็นพ้นวิสัย คือหลังจากก่อหนี้ขึ้นมาแล้ว เช่นสัญญาซื้อขายที่ดิน เกิดเวนคืน ก็เป็นการที่กฎหมายห้ามไม่ให้เอกชนมาใช้ที่รัฐ สัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวก็เป็นพ้นวิสัยที่ฝ่ายผู้จะขายจะทำการชำระหนี้ได้
อันนี้กฎหมายออกมาภายหลังจากที่หนี้เกิดมาแล้ว สัญญาจะซื้อจะขายก็เป็นการพ้นวิสัยในการชำระหนี้ ก็เป็นอีกข้อหนึ่ง ที่มีการห้ามในภายหลัง ก็เป็นอีกประการหนึ่ง ในเรื่องกฎหมายห้าม ในหนังสือของท่านอาจารย์โสภณ ก็ต้องดูว่าเป็นการห้ามเป็นการทั่วไปหรือไม่
ตรงนี้กฎหมายมีการห้ามทั่วไปแล้วหรือเป็นการกฎหมายออกมาใหม่
ยกตัวอย่างถ้ามีการสร้างในเขตนี้ต้องมีการอนุมัติเสียก่อน
ข้อสังเกตเรื่องหนึ่งเรื่องการส่งมอบทรัพย์ เฉพาะสิ่ง ก็คือทรัพย์ทั่วไปที่เอาทรัพย์ ที่มีลักษณะทั่วไปมาแทนที่ได้
ในกรณีที่วัตถุแห่งหนี้เป็นการเฉพาะหรือทั่วไปโดยหลักแล้วมันอ้างพ้นวิสัยไม่ได้
2040/2531
แม้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 7 จะเกิดในราชอาณาจักรไทยและได้สัญชาติไทยตาม พระราชบัญญัติ สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7(3) ก็ตาม แต่เมื่อปรากฏว่ามีบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และในขณะที่เกิด โจทก์ที่1 ซึ่งเป็นมารดาเป็นคนต่างด้าวสัญชาติญวน และเป็นคนญวนอพยพเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 7 จึงถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ข้อ 1 ดังนั้นโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 7 จึงไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทย.(ที่มา-ส่งเสริม)
5511/2537 เป็นเรื่องซื้อขายสาย ในฏีกากลุ่มนี้ เป็นเรื่อง ของการสั่งซื้อตัว สินค้าหรือวัตถุที่เป็นทรัพย์ทั่วไป
มีอยู่เรื่องหนึ่ง 149/2539 เป็นเรื่องของการซื้อขายฟืน สัมปทาน จะเอาไม้จากเขตที่ได้รับสัมปทานขายให้ แต่เนื่องจากระบุว่าจะเอาจากเขตรับสัมปทานมาขายให้กับผู้ซื้อ จากการที่ถูกยกเลิกนั้นเทียบเคียงก็เหมือนกับออกกฎหมายภายหลังทำให้ลูกหนี้ไม่อาจ
ก็มีเรื่องข้อสอบเนฯเรื่องนกเขา เก่ามาก ส่วนในประเด็นที่สอง เข้ามาตรา 218 219 ก็เป็นพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบหรือไม่ ใน 218
รวมถึงพฤติการณ์ของคนที่ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบด้วยตาม
มาตรา 220 ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบในความผิดของตัวแทนแห่งตนกับทั้งของบุคคลที่ตนใช้ในการชำระหนี้นั้น โดยขนาดเสมอกับว่าเป็นความผิดของตนเองฉะนั้น แต่บทบัญญัติแห่งมาตรา 373 หาใช้บังคับแก่กรณีเช่นนี้ด้วยไม่
คือตนเอง อาจกระทำการ เอง หรืออาจเป็นคนตาม 220 คือบุคคล
ผลของ 218 คือ สิทธิตรงๆตามวรรคหนึ่งคือเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน อันที่สองคือกฎหมายให้สิทธิเจ้าหนี้กรณีพ้นวิสัยบางส่วน
มาตรา 218 วรรคสอง กฎหมายบัญญัติว่ากรณีที่พ้นวิสัยบางส่วน ส่วนที่ยังเป็นวิสัยจะทำได้ เป็นอันไร้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้ จะไม่ยอมรับทั้งหมดก็ได้
ในเรื่องของการที่จะไม่รับนี้อาจจะไปเอาเรื่องกฎหมายสัญญามาใช้หรือไม่
กฎหมายในมาตรา 389 ถ้าการเป็นพ้นวิสัยบางส่วนหรือทั้งหมดก็สามารถเลิกสัญญาได้