Fwd: ถอดคำบรรยายกฏหมายสิทธิมนุษยชนครั้งี่ หนึ่ง

69 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Dec 23, 2008, 8:58:30 PM12/23/08
to LAWSIAM, lawsiam com
สรุปโดย คุณ Tawirat
กม. สิทธิมนุษย์ชน  อ.สบโชค  สุขารมณ์  ครั้งที่ 1     วันที่  24/11/2551

วิชานี้ออกข้อสอบ 1 ข้อ  วิชานี้เรียนศึกษาเกี่ยวกับ กม. วิธีพิจารณ์ความอาญา และ ร.ธ.น. พ.ศ. 2550 นะครับนักศึกษา

สิ่งที่จะเน้น ก็ คือ   1. ร.ธ.น. แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550

                        2. ก.ม.วิธีพิจารณษความอาญาซึ่งนักศึกษาต้องดูในเรื่องจับ, การค้น ,การคุมขัง ว่าอย่างไรจะเป็นการจับ , การค้น, การคุมขัง โดยมิชอบด้วยกฏหมาย และการสอบสวน(ข้อสอบจะอยู่ในแนวนี้ตลอด)

ปีที่แล้ว ข้อสอบเนติบัณฑิต 2/60 วิชาก.ม.สิทธิมนุษยชนได้ออกเรื่อง การจับว่าอย่างไรจะเป็นการจับ, จับได้หรือไม่ได้

สิทธิมนุษยชน คือ การกำหนดคุณค่าของมนุษย์ว่าควรมีสิทธิอะไรบ้างที่ติดตัวมา และควรมีสิทธิขั้นมูลฐาน (สิทธิที่มนุษย์พึงมี มีอะไรบ้าง)

สิทธิมนุษยชน มีหลายประเภท 

[EX] สิทธิในทางการเมือง, สิทธิในกระบวนการทางอาญา (อ.เน้นมาก และจะออกข้อสอบ)

 ร.ธ.น. ปี 2550 มาตราที่เกี่ยวข้องกับ วิชานี้คือ

 ม.3, ม.4 (ซึ่งมาตรานี้ได้มีการอ้างกันเยอะ)

 ม.5, ม.6

และมาตรา 26  เป็นมาตราที่สำคัญมาเพราะมาตรา 26 นั้นเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ขององค์การของรัฐ นอกจากต้องใช้อำนาจเป็นไปตามหลักนิติธรรม (rule of law) แล้วยังต้องคำนึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อีกด้วย

ม. 28 ว.1 (ซึ่งมาตรานี้เป็นข้อจำกัดการอ้างเรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพว่าจะอ้างในเรื่องสิทธิและเสรีภาพได้ก็ต่อเมื่อไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์แก่ ร.ธ.น. และไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน,

 ม.30, ม.32 (สำคัญนะค่ะ) เป็นมาตราที่กล่าวว่าบุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพในชีวิต, ร่างกาย

มาตรานี้เป็นหลักเลยในเรื่องการจับ, การค้น (ซึ่งสามารถเอาไปตอบข้อสอบได้เลยนะค่ะ)

 ม.32 ว.2 ม.32 ว.3 (ต้องท่องให้ได้เลยนะค่ะ ต้องเอาไปประกอบในการตอบข้อสอบ) ซึ่งมาตรานี้เป็นมาตราบัญญัติการจับ และการคุมขัง จะกระทำมิได้เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีอย่างอื่นตามที่ ก.ม.บัญญัติ

ขอบเขตของวิชานี้อาจารย์จะสอนว่า การจับ, การคุมขัง หมายความว่าอย่างไร คำสั่งหรือ  หมายของศาล หมายความว่าอย่างไร และมีเหตุอย่างอื่นตามที่ ก.ม.บัญญัตินี้มีเหตุอะไรบ้าง

 มาตรา32 ว.4 และ  มาตรา32 ว.5 นักศึกษาต้องอ่านและทำความเข้าใจ ท่อง ให้แม่นนะค่ะ

มาตรา 33 ว.ท้าย ได้บัญญัติไว้ว่าการเข้าไปในเคหะสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครองหรือการตรวจค้นเคหะสถานในที่รโหฐานจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีความสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่ ก.ม.บัญญัติ

 อาจารย์จะสอนทั้งเรื่องค้น และเรื่องจับ แต่ข้อสอบปีที่แล้วออกเรื่องจับไปแล้ว

 มาตรา 35 และ  มาตรา 39

(เป็นหลักทั่วไปใน ก.ม. อาญา) มาตรา40, มาตรา40 (5), ม.40 (4) เป็นเรื่องสำคัญมากโดยในถ้อยคำแท่งบทบัญญัติของ ก.ม. ที่ว่าผู้เสียหาย, ผู้ต้องหา, โจทก์, จำเลย, คู้กรณี, ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือพยานในคดีมีสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม 4 อย่าง คือ

  1. สิทธิที่ได้รับการสอบสวนอย่างถูกต้อง
  2. สิทธิที่ได้รับสอบสวนอย่างรวดเร็ว
  3. สิทธิที่จะได้รับการสอบสวนที่เป็นธรรม
  4. สิทธิที่ไม่ให้ถ้อยคำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง

ม.40(5), ม.40(6), ม.40(7) (สำคัญ) เป็นการกล่าวว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยมาสิทธิ

1. ได้รับการพิจารณาคดีที่ถูกต้อง, รวดเร็ว,เป็นธรรม (EX) ในกรณีที่สอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้วแต่ตำรวจยังมาขอฝากขังอีกผู้ต้องหาร้องต่อศาลได้เลยว่าได้การสอบสวนที่ไม่ถูกต้อง รวดเร็จ และเป็นธรรม

2. และต้องมีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ

3. ตรวจสอบหรือได้รับทราบพยานหลักฐานตามสมควร

4. และต้องได้รับความช่วยเหลือในคดีจากทนายความในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยหาเองมิได้

5. ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

6. ใน ม.40(1)-(8ป เป็นสิทธิ ในกระบวนการยุติธรรมนักศึกษาต้องเข้าใจหลักดังกล่าวให้ชัดเจนและถูกต้อง

.ในการบรรยายนั้น อาจารย์จะพูดเรื่องค้นก่อน

การค้น เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานเพื่อทราบรายละเอียดของความผิด

การค้น เป็นมาตราสำคัญที่ทำให้การไต่สวนมูลฟ้อง และการบังคับตามคำพิพากษาของศาลบังเกิดผลสำคัญตามจุดมุ่งหมายในการที่เจ้าหน้าที่พนักงานจะค้น หากการนั้นไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในทางร่างกาย (EX) การค้นหาวัตถุที่ใช้ในการกระทำความผิด, การค้นหาบุคคลที่ใช้ในการกระทำความผิด

บทบัญญัติที่คุ้มครองโดย ร.ธ.น.

ผู้มีอำนาจค้นตามวิ.อาญา มี 2 ประเภท

  1. พนักงานฝ่ายปกครอง
  2. พนักงานสอบสวน

Q: ถึงแม้ว่าราษฏรมีอำนาจจับในบางกรณี แต่ไม่มีอำนาจค้นไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม (EX) นาย A ราษฏรเดินผ่านบ้าน นาย ก. นาย A สงสัยว่านาย A จะเอาเฮโรอีนมาซุกบ้านก็เลยเข้าไปค้นบ้านนาย A และเจอเฮโรอีนจึงนำเอาเฮโรอีนและนำนาย A ส่งตำรวจ ราษฏรนั่นจะทำมิได้ เพราะเนื่องจากสถานะของเจ้าพนักงานไม่ได้มีอำนาจเหนือก่อนเลย ในหลักเรื่องการค้น ราษกรด้วยกันเองไม่สามารถค้นตัวราษฏรอีกคนหนึ้งได้เพราะว่าฐานะราษฏรเหมือนกันทั้งคู่ไม่มีอำนาจเหนือกันเลย

ตัวอย่างที่ 2 นาย A ได้ยืนอยู่ริมถนนเห็นว่านาย ข เดินมาท่าทางลุกลี้ลุกลนจึงขอเข้าตรวจค้นพบอาวุธปืนเถือนส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้หรือไม่

ตอบ ทำไม่ได้ จะต้องเรียกตำรวจมาตรวจค้นบุคคลว่ามีสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดซุกซ่อนอยุ่ในตัวผู้นันหรือไม่

ประเภทของการค้นมี่อยู่ 2 ประเภท

  1. การค้นในที่รโหฐาน
  2. การค้นในตัวบุคคล

ที่รโหฐานตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(13) ได้วางหลักไว้ว่าที่ต่างๆ ซึ่งมิใช่ที่สาธารณะสถานดังที่ได้บัญญัติไว้ในกฏหมายลักษณะอาญาที่สาธารณสถานตาม ป.อ. ม.1(13) สถานที่ใดๆ ที่ประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้การที่จะแยกว่าอะไรเป็นที่รโหฐานให้ดู ฏีกาที่ 214/2537 โรงค้าไม้ที่มีรั้ว รอบขอบชิด นอกจากจะใช้เป็นโรงค้าไม้และยังใช้เป็นที่อยู่อาศัยเดิม เมื่อโรงค้าไม้ปิดให้บริการไม่ว่าจะด้านหน้าหรือด้านหลังไม่ใช่ที่สาธารณสถานแต่เป็นที่รโหฐาน

คำพิพากษาศาลฏีกา 883/2520 (ฏีกาประชุมใหญ่)

        สถานที่ใดๆ จะเป็นสาธารณสถานหรือไม่ ไม่ต้องคำนึงถึงว่าสถานที่นั้นจะเป็นสถานที่ที่ผิกกฏหมายหรือไม่ ในที่นี่คือไม่ต้องพิจารณาว่าสถานที่นี่เป็นสถานที่ค้าประเวณีหรือไม่เพียงแต่พิจารณาว่าสถานที่นั้นประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปหรือไม่ และต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายๆ ไป ถ้าประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ สถานที่นั้นก็เป็นสาธารณสถานมิใช่ที่รโหฐานซึ่งในกรณีนี้ได้ความว่า เจ้าของสถานบริการโสเภณีไม่ได้หวงห้ามบุคคลใดๆ จะเข้าไปหาความสุขกับโสเภณี ห้องโถงจึงเป็นสถานที่ ที่ประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ เป็นสาธารณสถานมิใช่ที่รโหฐานพนักงานตรวจค้น และจับได้ ตาม ป.วิ.อ. ม.93, ม.78/(3) ฏีกา 6557/2547 แม้ว่าจะเป็นการวางไว้อย่างเปิดเผยและบ้านจำเลยยังไม่มีประรั้ว เพราะประตูรั้วยังสร้างไม่เสร็จแต่บ้านจำเลยก็มิใช่สถานที่ผู้ใด หรือประชาชน มีความชอบธรรมในการเข้าไปโดยจำเลยมิได้หวงห้าม บ้านจำเลยเป็นที่พักอาศัย สถานของบ้านและที่พักอาศัยถือว่าเป็นถสานที่รโหฐาน บุคคลภายนอกไม่มีสิทธิเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาติ คำพิพากษาศาลฏีกา 631/2529 วัดวา อารม โรงละครโรงแรม บางส่วนเป็นสถานที่สาธารณสถาน แต่บางส่วนก็เป็นสถานที่รโหฐาน

คำพิพากษาศาลกีฏา 606/2547 ตอนในของร้านอาหารที่เจ้าของร้านอาหารเอาไว้เป็นที่นอนใครจะเข้าไปต้องขออนุญาติไม่ใช่สาธารณสถาน แต่ถ้าเป็นในส่วนที่ลูกค้าเข้าไปนั่งทานอาหารเป็นสาธารณสถาน

คำพิพากษาศาลฏีกา 583/2545 โรงบิลเลียด ในขณะที่เปิดให้ประชาชนเข้าออกอยู่ตลอดเวลาเป็นสาธารณสถาน

ขวบนรถไฟที่วิ่งอยู่หรือไม่วิ่งก็ตาม เป็นสาธารณสถาน

1362/08

ร้านค้าที่ประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปเป็นสถานที่รโหฐาน นักศึกษาต้องแยกให้ได้ว่าอะไรเป็นรโหฐาน หรือสาธารณสถาน เพราะถ้าความผิดซึ่งหน้าทำลงในที่รโหฐาน การค้นในที่รโหฐานต้องมีหมายค้นด้วย

ดังนั้นที่ใดเป็นที่รโหฐาน จึงพอวางหลักไว้ว่า

  1. ที่ที่เจ้าของหวงห้าม มิให้บุคคลใดเข้าไป ถ้าจะเข้าไปต้องมีการขออนุญาติเจ้าของก่อน
  2. ที่ที่เจ้าของ/ผู้ปกครองแสดงความหวงกันมิให้บุคคลภายนอกเข้าไป การแสดงเจตนาหวงก่อนย่อมเป็นไปได้โดยชัดเจนทางปริยาย

(EX)บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของบุคคลเป็นที่รโหฐาน สถานที่ที่เจ้าของได้สร้างรั้วรอบ ถึงแม้ว่าจะให้ประชาชนเข้าไปได้ก็อยู่ในเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น เป็นสาธารณสถาน

(EX) โรงภาพยนต์, โรงมโหรสพ ที่ผู้เข้าชมต้องเสียค่าผ่านประตูเข้าไปเป็นสาธารณสถาน

การค้นในที่รโหฐานนั้นจะต้องมีหมายค้น และหมายค้นจะต้องเป็นหมายค้นของศาลด้วย ไม่ใช่หมายค้นของพนักงานสอบสวน เหตุที่ออกหมายค้น มีบัญญัติไว้ใน มาตร 69 แห่ง ป.วิ.อ. ม.69(1), ม.69(2) สิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด

(EX) อาวุธปืนเถื่อน(ที่ใช้ในการฆ่าปล้น ชิงทรัพย์) ยาเสพติด

กีฏา 5479/2536 (เป็นกีฏาที่แปลกมากๆ) อาจจะเอาฏีกามา apply

มีคนอยู่ในบ้าน กลางวันไม่ออกไปไหนเลย ปิดบ้านออกมาตอนกลางคืน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับชาวบ้าน ประกอบอาชีพอะไรก็ไม่มีใครรู้

ปัญหา คือ มีการออกหมายค้นบ้านหลังนั้นทำได้หรือไม่

คำตอบ คือ ทำได้ ตาม ป.วิ.อ. มาจตรา 69(2)

ศาลฏีกา วินิจฉัยว่า ม.69 บัญญัติว่าเหตุที่จะออกหมายค้นได้มีดังต่อไปนี้

  1. เพื่อพบ และยึดสิ่งของซึ่งเป็นพยานหลักฐานประกอบการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจาณา
  2. เพื่อพบ และยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยผิดกฏหมายหรือมีเหตุอันรวจสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด

ศาลฏีกาเห็นว่า เหตุที่จะออกหมายค้นดังกล่าวต้องมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีของผิดกฏหมายซ่อนอยู่ คดีนี้ปรากฏว่ามีผู้มาร้องเรียนต่อ ร.ต.ท.สมชายว่าจำเลยมีพฤติ การณ์น่าสงสัยโดยตอนกลางวันว่าจะปิดบ้าน และเก็บตัวอยู่ในบ้านตอนกลางคืนและไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครและไม่ปรากฏว่าทำงานอะไร สงสัยว่าภายในบ้านจะมีของผิดกฏหมายซุกซ่อนอยู่ ร.ต.ท.สมชายปรึกษา พ.ต.ท.ล้อม ผู้บังคับบัญชาแล้ว พ.ต.ท.ล้อม ได้ออกหมายค้น(ตาม ป.วิ.อ. เก่าหมายค้นออกได้โดยตำรวจไม่ใช่ศาลเหมือน ก.ม. ปัจจุบัน) ซึ่งถือว่ากรณีดังกล่าวมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีของผิดกฏหมายซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านอันเป็นเหตุอันควรออกหมายค้นได้ตามกฏหมายดังกล่าว การออกหมายค้นจึงชอบด้วยกฏหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 69(2)

มาตรา 69 (3) เพื่อพอหรือฝ่ายบุคคลซึ่งพูดหน่วงเหนียวโดยมิชอบด้วยกฏหมาย

ในการค้นมีอยู่ 2 อย่าง

1 ค้นพบตัวคน

2 ค้นพบสิ่งของ

มาตรา 69(4) เพื่อพบบุคคลซึ่งมีหมายให้จับ จำไว้เลยในการจับบุคคลที่สงสัยว่าทำความผิดและผู้นั้นอยู่ในที่รโหฐานต้องมีทั้งหมายจับและหมายค้น จะมีหมายจับอย่างเดียวไม่ได้

มาตรา 69(5) เพื่อพบ และยึดสิ่งของตามคำพิพากษาหรือตามคำสั่งศาลในกรณีที่พบหรือยึดด้วยวิธีอื่นมิได้แล้ว

 



---------- จดหมายที่ถูกส่งต่อ ----------
จาก: nobita kwang <nobita...@gmail.com>
วันที่: ธันวาคม 24, 2008 8:50 ก่อนเที่ยง
หัวเรื่อง: Re: ถอดคำบรรยายกฏหมายสิทธิมนุษยชนครั้งี่ หนึ่ง
ถึง: Tawirat Suwanmanee <tawira...@hotmail.com>


พอดีผมผ่านขาวิอาญาแล้วครับประกอบกับทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยทำให้ไม่มีเวลามากพอสรุปในส่วนนั้น ถ้าคุณสรุปก็เอาลงเว็ปเลยครับถือว่าช่วยเหลือกัน โดยการส่งเมลล์เวียนทั้งกลุ่มเลยครับ

เมื่อ ธันวาคม 23, 2008 8:02 หลังเที่ยง, Tawirat Suwanmanee <tawira...@hotmail.com> เขียนว่า:

ขอบคุณมากนะค่ะ   คือ ถอดคำบรรยายบ้างเป็นบางวิชาเลยอยากจะช่วยเหลือนะค่ะ เเพมพิ์ไม่เก่งนะค่ะ

Add maps and directions to your party Show them the way!


Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages