กว่าจะมาเป็นอัยการ ตอนที่ ๑...

3,112 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Sep 21, 2013, 10:13:02 PM9/21/13
to law...@googlegroups.com
          ....เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับท่านที่กำลังจะสอบเนติ,ผู้พิพากษา,อัยการ //ขอยกเอาตัวอย่างของท่านที่ประสบความสำเร็จมาถ่ายทอด...

           (กว่าจะมาเป็นอัยการ ตอนที่ ๑...)
            จากคำบอกเล่า...
           "เนื่องจากมีน้องๆหลายคน ลูกศิษย์และลูกน้องหลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสอบเป็นอัยการ ผู้พิพากษา จึงอยากแบ่งปันความเห็นส่วนตัวกว่าที่จะมาเป็นอัยการW
           ๑. ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าเราชอบอะไร ชอบงานไหน ตัวเราเหมาะกับงานประเภทนั้นหรือไม่ เรามีอคติต่อหน่วยงานที่เราจะไปสอบหรือไม่ สำหรับผมเนื่องจากคุณพ่อเป็นทนายความจึงมักตามคุณพ่อไปว่าความตามต่างจังหวัดเห็นการทำงานของทั้งตำรวจ อัยการและศาล เห็นแล้วไม่ค่อยประทับใจในการทำงานของข้าราชการบางคน เช่น -เวลาพาลูกความไปแจ้งความในความผิดเกี่ยวกับเช็ค ตำรวจขอ ๒๐ % ของเงินในเช็ค ทั้งๆที่ฝ่ายเราเป็นผู้เสียหายเช็คของลูกความเด้งธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค เขาเสียหายแล้วยังมาเรียกเงิน ๒๐ % ของจำนวนเงินในเช็ค หรือบางทีก็ได้ยินว่าที่โต๊ะนี้ก็ ๑๕,๐๐๐บาทแล้วยังไม่รวมโต๊ะอื่นอีก ไม่ประทับใจในการทำงานของตำรวจ เลยไม่สนใจที่จะสอบเป็นตำรวจทั้งที่เป็นคนชอบการต่อสู้ อยากเป็นตำรวจสายปราบปราม แต่เห็นพฤติกรรมบางอย่างอล้วไม่ศรัทธราในองค์กรนี้เพราะการกระทำของตำรวจบางคน
          - สำหรับศาลมีระเบียบแบบแผนในการวางตัวเกินไปไม่เหมาะกับผม ทั้งเมื่อตามพ่อไปว่าความรู้ได้เลยรู้ว่า..............เขียนไม่ได้ครับเดี๋ยวละเมิดอำนาจศาล
          - ส่วนอาชีพทนายความตัวเองเป็นมา ๕ ปี รู้ว่าการเป็นทนายใหม่ที่ไม่มีชื่อเสียง ไม่ค่อยมีลูกความ เดือนนี้มีงานมีเงิน เดือนหน้าไม่รู้ว่าจะมีงานเข้ามาอีกหรือไม่ มันไม่มั่นคงสำหรับทนายใหม่อย่างผม การทำงานในต่างท้องที่ก็ไม่ได้รับเกียรติ์จากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมบางหน่วยงาน แม้แต่ทนายด้วยกันบางทียังเอาเปรียบเรา มีเพือนของเพือนผมเป็นผู้หญิงชวนไปตั้งสำนักงานร่วมกัน แบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ ของเขา ๑ ส่วน ของผม ๑ ส่วน สำนักงาน ๑ ส่วน มองดูแล้วเหมือนว่าเป็นธรรม แต่สำนักงานเป็นของเขาเท่ากับเขาได้ ๒ ส่วน ผมได้ ๑ ส่วน ทำไมไม่หักค่าใช้จ่ายในสำนักงานทุกอย่างออกไปเหลือเท่าไหร่เอามาหารสองครับ การติดต่อลุกความเขาบอกเขาขอคุยกับลุกความเองซึ่งผมก็จะไม่ทราบได้เลยว่ามีการเรียกค่าว่าความเท่าไหร่ ผมเลยไม่ทำกับเขา ทำอิสระของเราดีกว่า บางทีว่าความชนะได้มาแต่ตัวเลขไม่ได้เงิน ลูกความไม่ได้เงิน แล้วเราจะไปเรียกค่าว่าความกับเขาก็ก้ไร เห็นว่าไม่เหมาะกับผมที่จะเป็นทนายความ ทั้งพ่อผมเองที่เป็นทนายความมาทั้งชีวิต ท่านก็ไม่ยากให้ผมเป็นทนายความ พ่อผมบอกว่า เป็นทนายมันเหนื่อย และก็เหนื่อยจริงอย่างที่คุณพ่อว่าด้วย จึงเหลืออีกอาชีพที่จะเป็นคืออัยการน่าจะเหมาะกับคนอย่างผมมากที่สุด (ต่อตอน ๒ ครับ..)



                                                                                                                                                           Thanks : fb เตรียมสอบผู้ช่วยฯ,อัยการ

                                                                                                                                   
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages