หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า kankokub ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ เพ็ง เพ็งนิติ ผู้บรรยาย , ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า
จันทร์ที่แล้วพอดีหม้อไฟระเบิดเลยสอนไม่ได้ วันนี้เลยขอข้ามหัวข้อเรื่องหมิ่นประมาทตามมาตรา 423 ไป ถ้าตอนท้ายมีเวลาก็จะพูดให้ฟัง
จันทร์หน้าก็ไม่หยุดจันทร์ที่ 13 ก็จะจัดอาจารย์มาสอน
ต่อไปก็คือ การพิพากษา คดีอาญา ที่เป็นละเมิด คือ ศาลไม่จำต้องเดินตามบทบัญญัติของลักษณะอาญา และไม่ต้องคำนึงว่าผู้ต้องคำพิพากษาต้องโทษตามคดีอาญาหรือไม่
ขณะเดียวกันเป็นทั้งทางแพ่งและคดีอาญาได้ด้วยเช่นเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาได้ด้วยที่เคยเรียกว่าอาญาสินไหม
ถ้าถูกฟ้องในคดีแพ่งหรือเรื่องละเมิดให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์เรื่องละเมิด เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นแตกต่างกัน
ไม่ต้องไปคิดว่าทางอาญาศาลลงโทษหรือไม่ หรือว่ายกฟ้อง
484/2494
ในคดีที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษทางอาญาและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ด้วยนั้นแม้ศาลจะฟังว่า จำเลยเอาทรัพย์ไปจริงแต่มิได้เจตนาลักยังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ก็ดี ศาลก็พิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่จำเลยเอาไปให้แก่โจทก์ได้
ฟ้องคดีอาญาหาว่าลักข้าว ไม่มีเจตนาลักทรัพย์
ที่ว่าเป็นหลักวิธีพิจารณา แต่เรื่องข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่ง คือต้องฟังข้อเท็จจริงเหมือนกับ ที่ฟังมา แต่การยุติต้องเป็นประเด็นโดยตรง คู่ความเดียวกัน คดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าฟังว่าไม่มีเจตนา ลักทรัพย์ก็ต้องเป็นประเด็นโดยตรง คู่ความเดียวกัน เป็นชุดเดียวกันอาจจะสลับข้างกันก็ได้
สำหรับในการฟ้อง หรือว่าในการฟ้องแทนผู้เสียหายในกรณีอัยการฟ้องแล้ว ผู้เสียหายมาฟ้องทางแพ่ง ก็ถือว่าเป็นการผูกพันข้อเท็จจริงนั้นกรณีนี้เป็นข้อเท็จจริงคดีอาญาผูกพันในคดีแพ่ง
ศาลฟังว่าในคดีที่พิพาทเป็นของโจทก์ มาถูกฟ้องคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์ คำพิพากษาผูกพันคู่ความจนกว่าจะถูกกลับแก้หรือยก
เมื่อสักครู่พูดประเด็นเรื่องข้อเท็จจริงผูกพันเป็นเรื่อง
1219/2498 - ค้นไม่พบ
สำหรับความรับผิดในการละเมิดของลูกจ้างมาตรา 425 นายจ้างต้องร่วมรับผิด เพราะละเมิดอันลูกจ้างได้ทำ ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้างนั้น ตามมาตรา 425
ก็ต้องทราบถึงสัญญาจ้างแรงงานเสียก่อน ถึงลักษณะของนายจ้างและลูกจ้างนั้น
มาตรา 575 ที่บอกว่าต้องทำตามคำสั่งของนายจ้าง ไม่ต้องคำนึงถึงผลสำเร็จของงานจะต่างจากจ้างทำของ เช่นแท็กซึ่ จะคำนึงงถึงผลสำเร็จของงาน ไม่ได้มีอำนาจบังคับบัญชาอันใด
2502/2523
จำเลยที่ 1 รับจ้างจำเลยที่ 2 และบุคคลอื่นล้างและเฝ้ารถ ซึ่งจอดอยู่ริมถนนที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติงานเฝ้ายามอยู่แล้ว ไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ต้องทำตามคำสั่งหรืออยู่ในความควบคุมของจำเลยที่ 2 การจ้างเช่นนี้เป็นการจ้างทำของเพราะผู้ว่าจ้างต้องการแต่ผลสำเร็จของ งานคือความสะอาดและความคงอยู่ของรถ ไม่ใช่จ้างแรงงาน จำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในการที่จำเลยที่ 1 ทำละเมิดต่อโจทก์
ก็ยังมีวิธีอื่นในการแสดงการเป็นนายจ้างลูกจ้าง เช่นรายการการเสียค่าประกันสังคมหรือการหักภาษี ณ ที่จ่าย ล่วงหน้า
2685/2524
การนับระยะเวลาการทำงานเพื่อให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งเลิกจ้างนั้น หมายถึงการนับระยะเวลาที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน มิใช่เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2515 ซึ่งเป็นวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ใช้บังคับ
852/2495
ผู้ขับรถยนต์ประจำทางยินยอมให้ผู้ตรวจตั๋ว ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ขับรถยนต์คันที่ตนขับ จนเกิดชนรถยนต์ผู้อื่นเสียหายนั้น นายจ้างของผู้ขับรถประจำทางนั้น ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่เขา
คือคนที่มาขับแทนไม่ได้เป็นลูกจ้าง เป็นเรื่องนายตรวจ จะเป็นลูกจ้าง ไม่มีหน้าที่ขับรถ มีหน้าที่ตรวจ อย่างเดียวกิจการที่ทำไป ก็นอกขอบอำนาจนั่นเอง แต่ขณะเกิดเหตุ คนขับรถ คือนาย สง่าลูกจ้างอีกคน ยอมให้ ทำไปเป็นการขาดความระมัดระวังเป็นการประมาทเลินเล่อ
ประเด็นก็คือเรื่องอำนาจบังคับบัญชา
มีเรื่องที่เรา ซื้อทัวร์แล้วเขาจะ ให้รถตู้มีคนขับ มาเราก็บอกว่าแวะนู่นแวะนี่ได้ อำนาจบังคับบัญชายังอยู่ที่ตัวนายจ้างเดิมอยู่ มันเป็นจ้างทำของ
กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปัจจุบัน มีพรบความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
1653/2500
ลูกจ้างกระทำการให้นายจ้างในกิจการที่จ้าง ย่อมเป็นตัวแทนของนายจ้างนั่นเอง
กิจการซึ่งเห็นได้ว่ามิได้ทำให้กันเปล่าๆ ย่อมถือเอาเป็นปริยายว่ามีคำมั่นให้สินจ้าง ลูกจ้างทำละเมิดนายจ้างต้องรับผิด
โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ก่อนจำเลยให้การ ศาลอนุญาตได้โดยไม่ต้องสอบถาม จำเลยที่ 1 อาจขอให้ศาลเรียกจำเลยที่ 2 เข้าเป็นจำเลยร่วมอีกได้ศาลอนุญาตแล้วจำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน จะอุทธรณ์ไม่ได้
เนื่องจากการทำงาน ถือว่าเป็นทางการที่จ้างโดยไม่คำนึงว่าเหตุจะเกิดในหรือนอกเวลางาน
1484/2499
นายจ้างใช้ให้ลูกจ้างนำมะพร้าวไปส่งแก่ผู้ซื้อ ในระหว่างส่งมะพร้าวแก่กันนั้น ผู้ซื้อโต้เถียงด่าว่าลูกจ้าง ลูกจ้างโกรธจึงชกต่อยผู้ซื้อมีบาดเจ็บ ดังนี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์อีกเรื่องหนึ่ง มิใช่กิจการที่นายจ้างได้มอบให้ลูกจ้างไปกระทำ นายจ้างไม่ต้องรับผิดฐานละเมิดร่วมกับลูกจ้าง
1089/2519
ลูกจ้างจุดไม้ขีดไฟเพื่อสูบบุหรี่ในขณะขนปี๊ปหน่อไม้จากฉางขึ้นรถยนต์ตามคำสั่งของนายจ้าง หัวไม้ขีดที่กำลังติดไฟกระเด็นไปถูกปุยนุ่นและปอในฉางทำให้เกิดไฟไหม้ฉางและลามไปไหม้บ้านราษฎรเสียหายขณะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างกำลังมีอยู่ ต้องถือว่าการละเมิดเกิดขึ้นขณะปฏิบัติงานในทางการที่จ้าง ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของลูกจ้างและไม่ไกลเกินกว่าเหตุ นายจ้างต้องรับผิด
กรณีดังกล่าว หากลูกจ้างใช้ความระมัดระวัง โดยพิเคราะห์ดูว่าปุยนุ่นและปอเป็นวัตถุที่ไวต่อการลุกไหม้แล้วเหตุก็จะไม่เกิดขึ้นได้ กรณีจึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยหรืออุบัติเหตุอันจะไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย
เมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้างไม่ได้อุทธรณ์ว่าผู้ทำละเมิดมิใช่ลูกจ้างของตนปัญหาข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 249 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
ขับรถชนไม่ตาย แล้วเอาไปทิ้งน้ำเพื่อปิดบัง เหตุแห่งการตาย เป็นเรื่องสวนตัวแล้ว
2739/2532
ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ลูกจ้างและผู้ขับรถของจำเลยที่ 3ไม่ได้เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ของจำเลยที่ 3 ด้วยตนเองแต่ได้มอบหมายให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับขี่รถเพื่อนำไปเก็บ แม้จำเลยที่ 2 จะขับขี่ออกนอกเส้นทางหลังจากชนท้ายรถ ท. ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 ขับรถแทนตนและอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยที่ 1 และถือว่าขณะเกิดเหตุเป็นการกระทำของลูกจ้างของจำเลยที่ 3 ในทางการที่จ้างจำเลยที่ 1 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 2 ได้ก่อให้เกิดขึ้นด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 ขับรถเฉี่ยวชนท้ายรถของ ท. โดยประมาทเลินเล่อแล้วหลบหนีไป ท. ได้ขับรถติดตามจำเลยที่ 2 ไปในทันทีทันใดเพื่อเจรจาทำความตกลงในเรื่องค่าเสียหายที่จำเลยที่ 2 ได้ก่อให้เกิดขึ้น แต่จำเลยที่ 2 ซึ่งขับรถหนีไปติดสัญญาณไฟแดงไม่ยอมลงจากรถมาเจรจาด้วย และขับรถจะหลบหนีต่อไป ท. จึงกระโดดขึ้นไปเกาะรถที่จำเลยที่ 2 ขับทางด้านขวาของคนขับ จำเลยที่ 2 จึงขับรถโดยกระชากอย่างแรงเป็นเหตุให้ ท. ตกลงมาสู่พื้นถนนแล้วถูกรถที่จำเลยที่ 2 ขับทับถึงแก่ความตายนั้น เป็น เหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจากเหตุรถเฉี่ยวชนในตอนแรก ไม่อาจที่จะแยกการกระทำของจำเลยที่ 2 ออกจากกันได้ กรณีถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเกี่ยวเนื่องมาจากการที่จำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 2 ขับรถไปเก็บและอยู่ในทางการจ้าง ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น.
3078/2533
ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ได้รวมตัวก่อตั้งขึ้นเป็นชมรมเรียกว่าชมรมธนาคาร มีวัตถุประสงค์ควบคุมการทำงานของธนาคารให้อยู่ในระเบียบแบบแผนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทุก ๆ ปีชมรมธนาคารจะจัดงานขึ้นปีใหม่เลี้ยงพนักงานของธนาคารเพื่อให้พนักงานของธนาคารซึ่งเป็นสมาชิกได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์แก่ธุรกิจของธนาคาร การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรมธนาคารต้องได้รับอนุมัติจากสำนักงานใหญ่ก่อน ฉะนั้น การที่ จ.ผู้จัดการธนาคารจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกของชมรมธนาคาร ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1 กลับจากงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ของชมรมธนาคารโดยประมาทชนรถยนต์ของโจทก์เสียหาย ย่อมถือได้ว่า จ.ได้กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย คำฟ้องของโจทก์ตอนท้ายกล่าวเพียงว่า ภายหลังที่รถยนต์ของโจทก์ถูกชนแล้ว ทำให้รถยนต์ของโจทก์ไม่สามารถนำมาใช้ได้เท่านั้นมิได้อ้างเหตุเพราะถูกชนเสียหาย ฉะนั้น ที่โจทก์นำสืบว่าโจทก์ใช้รถไม่ได้เพราะเจ้าพนักงานตำรวจยึดไว้ จึงไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น.
หนี้อื่นที่ไม่เกี่ยวกับละเมิดเช่นค่าจ้างทนายความค่าขึ้นศาล
เมื่อนายจ้างมีสิทธิไล่เบี้ยลูกจ้างได้ ถ้าไม่ได้ถูกฟ้องในคดีนั้นด้วยยังมีสิทธิสู้ในแง่ตนไม่ได้ละเมิด ด้วย
ค่าสินไหมทดแทนนี้ต้องฟ้องภายในสิบปีตามอายุความทั่วไป