สรุป ตั๋วเงิน ครั้งที่ 3. ( สรุปจากคำบรรยาย ตั๋วเงิน ครั้งที่ 7-9 ภาค1สมัยที่61 )

3,496 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Apr 26, 2009, 9:18:41 PM4/26/09
to LAWSIAM, lawsiam com, STDศูนย์รวบรวมและสรรสร้างข้อมูลกฎหมาย -

หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ ผู้บรรยาย   , ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า

ครั้งที่ 7 . (เรื่องอาวัล ความแตกต่างอาวัลกับค้ำฯ การเป็นผู้รับอาวัล วีธีการรับอาวัล บุคคลผู้เป็นผู้ถูกรับอาวัลผลของการรับอาวัล )  

ส่วนใหญ่ประเด็นเรื่องอาวัลก็มักจะเป็นประเด็นที่ถามเสมอ มาตรา 938 940 แทรกอยู่ใน 921 967 1010  ส่วนจะมีอยู่ในมาตราอื่นอีกหรือไม่ ขณะนี้ยังหาไม่เจอมากกว่านี้

ลำดับแรก 938 วรรคหนึ่ง ตั๋วแลกเงินจะมีผู้รับประกัน ทั้งจำนวน หรือ เฉพาะส่วนก็ได้ เป็นผุ้อาวัล

ใช้บังคับกับ ตั๋วสัญญาใช้เงิน 985 และเช็ค ด้วย 989

ผู้รับประกัน 680 นั้นไม่เหมือนผู้รับอาวัล การรับอาวัลคือการค้ำประกันความรับผิดของลูกหนี้ในตั๋วเงินนั่นเอง

การรับอาวัลเกิดขึ้นได้ในกรณีที่เครดิตรของผู้ใช้เงินไม่น่าเชื่อถือ

ลูกหนี้ในตั๋วเงินสมมุติผู้สั่งจ่ายเช็ค ตัวผู้สั่งจ่ายก็อาจหาบุคคลที่น่าเชื่อถือมาค้ำได้คือผู้รับอาวัล อย่าไขว้เขวว่าผู้รับอาวัลกับผุ้ค้ำประกันเหมือนกันนะครับ 680 ไม่เหมือน 938

แตกต่างอย่างไรดู กฎหมายค้ำประกัน 680 ความรับผิดเปรียบเสมือนลุกหนี้ชั้นที่สอง ก็หมายความว่าผูกพันตนว่าจะชำระหนี้  688 690 จะเห็นได้ว่ากฎหมายบัญญัติให้สิทธิ สิทธิในการที่จะเกี่ยงหรือบอกปัดให้ไปเรียกเอาแก่ลูกหนี้ชั้นต้นเสียก่อน ตามมาตรา 686 ความรับผิดเกิดเมื่อลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัดชำระหนี้

แต่ถ้าเป็นผุ้รับอาวัล 967 บอกว่า ผู้รับอาวัลจะต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรงแล้วผู้ทรงมีสิทิว่ากล่าวเอาความกับผู้รับอาวัลแต่เพียงผู้เดียวก็ได้

ไม่มีสิทธิเกี่ยงอย่างใดๆ

การค้ำประกันมีได้แต่เฉพาะหนี้อันสมบุรณ์ แต่ถ้าเป็นผู้รับอาวัล มาตรา 940

ข้อแตกต่างประการสาม 694 บอกว่านอกจากข้อต่อสู้ที่ผู้ค้ำประกันมีแต่เจ้าหนี้ยังอาจยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ ต่อสู้เจ้าหนี้ได้ด้วย

แต่ถ้าเป็นเรื่องการรับอาวัล ข้อต่อสู้นั้นมีอย่างเดียวตาม 940 วรรค 2 คือกรณีผู้ทรงทำผิดแบบระเบียบในเรื่องตั๋วเงิน ซึ่งจะพูดภายหลัง

บุคคลที่จะเป็นผู้รับอาวัลนั้น บัญญัติอยุ่ในวรรค 2 ในมาตรา 938

            กฎหมายบอกว่า อาจจะเป็นบุคคลภายนอกก้ได้ หรือจะเป็น บุคคลที่เป็นคู่สัญญาในตั๋วเงินอยู่แล้วก็ได้ ยกตัวอย่างเช่นผู้สั่งจ่าย ผุ้สลักหลัง ผู้รับรอง บุคคลเหล่านี้เขา ต้องรับผิดอยู่แล้วตามกฎหมายนั้นๆ

            แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มักจะ ไม่เข้ามาเป็นผุ้อาวัล เพราะว่า ไม่มีประโยชน์ต่อเจ้าหนี้เพิ่มเติมอย่างใด เจ้าหนี้ ก็ไม่นิยมเรียกร้อง มักเรียกร้องให้นำบุคคลภายนอกเข้ามาอาวัล

ในมาตรา 939 วรรคที่สอง ปัญหาว่าผู้จ่ายเงินตามตั๋วฯและผุ้สั่งจ่าย นั้นจะเป็นผู้อาวัลอีกได้หรือไม่ เพราะ 939 วรรคาสองบอกว่า อนึ่งเพียงลงลายมือชื่อด้านหน้าก็ไดเพียงพอเป็นการอาวัลแล้วเว้นแต่ ผุ้จ่าย หรือผู้สั่งจ่าย

            คำตอบก็คือเป็นได้ ตาม 938 วรรค 2 ตามาตรา 939 หมายความพียงว่า ผู้สั่งจ่าย หรือผุ้จ่ายเงิน ถ้าประสงค์จะผูกพันตนอีกฐานะหนึ่ง จะกระทำแต่เพียงลงลายมือชื่อด้านหน้าตั๋วแลกเงิน ทำนั้นไม่ได้ ต้องทำเต็มตามรูปแบบ การอาวัล เท่านั้น

            สรุปตรงนี้ก่อนว่าผุ้สั่งจ่าบ หรือ ผู้จ่ายก็เป็นผู้อาวัลได้ แต่ต้องทำตามมาตรา 939 วรรค 1 หรนือ 2 เท่านั้น จะไปใช้วีธีการลงลายมือชื่ออย่างเดียวไมได้

            เพราะด้านหน้าของตั๋วเงินมันต้องมีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายอยู่แล้ว ถ้า 939 วรรค 3 ไม่ยกเว้น ก็อาจเกิดการสับสน ได้

            ส่วนที่กฎหมาย ยกเว้น ผู้จ่ายเงินในตั๋วแลกเงินเพราะ 931 บอกว่า เพียงแต่ลงลสยมือชื่อของผู้จ่ายลงในด้านหน้าตั๋วแลกเงิน ก้เป็นการรับรองแล้ว มาตรา 939 จึงยกเว้นไว้

            ฎ.833/2523

            ผู้รับอาวัลอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ หรือจะมีหลายคนก็เป็นได้ กฎหมายไม่ได้ห้าม

ประเด็นที่สำคัญก้คือวิธีการรับอาวัล

1.      การรับอาวัลโดยนิติกรรม หรือเต็มรูปแบบ คือมาตรา 939 วรรค 1 และวรรค 2

คือเขียน ในตั๋วเงิน หรือในใบประจำต่อ มีเฉพาะในตัวบท ทางปฏิบัติ ไม่เคยเห็นมีใบประจำต่อ ประการแรก ต้องเขียนข้อความรับอาวัลในตั๋วเงินหากไปทำต่างหากที่อื่นไม่เป็นการรับอาวัล จำไว้ว่ากิจการใดๆในเรื่องตั๋วเงินต้องทำในต็วเงินจะไปแยกทำอย่างอื่นไม่ได้ จำได้ไหมครับเช่นการคิดดอกเบี้ยในตั๋วก็ต้องเขียนในตั๋วเช่นกันจะไปเขียนที่อื่นก็ไม่ได้

2.      มีถ้อยคำสำนวน ว่า ใช้ได้เป็นอาวัล กฎหมายไม่ได้เคร่งครัดว่าต้องคำนี้เท่านั้น สำนวนอื่นใดทำนองนั้นก็ได้ เช่น  ฟอร์ การันตี หรือ กู๊ด แอส อาวัล หรือ คำว่า เป็นอาวัลค้ำประกันผู้สั่งจ่าย ทีนี้ถ้อยคำเหล่านี้ต้องเขียนด้านหน้าหรือด้านหลัง กฎหมายไม่มีเขียนไว้ถ้ากฎหมาจจะบังคับ กฎหมายจะบัญญัติชัดเจน เช่น เปลี่ยนมือไม่ได้ 917 บอกไว้ชัดด้านหน้าเท่านั้น หรือ สลักหลังลอย กฎหมายบัญญัติไว้ชัด ด้านหลัง

3.      และลงลายมือชื่อผู้รับอาวัล คงจำได้ว่าความรับผิดในเรื่องตั๋งเงินดูง่ายๆ มาตรา 900 คือลงลายมือชื่อ

นี่คือการรับอาวัลตามรูปแบบ บุคคลใดก็อาวัลได้ถ้าทำตามรูปแบบนี้

กรณีต่อไปกรณีที่ถือว่ารับอาวัล

 กรณีแรกมาตรา 939 วรรค 2 เพียงแต่ลงลายมือชื่อของผุ้รับอาวัลในด้านหน้าของตั๋วเงินท่านก็จัดเป็นว่าเป็นการรับอาวัลแล้ว

ไม่ต้องมีข้อความอันใดอีกเลย ไม่ว่าตั๋วระบุชื่อหรือผู้ถือก็ตาม เขียนด้านหน้าปุ๊ปเป็นผู้อาวัลทันที โดยกฎหมายยกเว้นไว้สองคน คือผู้สั่งจ่ายเงิน หรือ ผู้จ่ายเงิน

เพราะผู้สั่งจ่ายถ้าไปลง ก็เป็นผู้สั่งจ่ายอยู่แล้ว

ส่วนผู้จ่าย ไปลงลายมือชื่อ ก็เป็นผู้รับรองตามมาตรา 931

กรณีที่สอง การสลักหลัง ตั๋วชนิดผู้ถือตามมาตรา 921  ตั๋วชนิดผู้ถือซึ่งมีเฉพาะตั๋วแลกเงินและเช็ค ใครก็ตามที่ไปลงลายมือชื่อ เป็นผู้อาวัลทั้งหมด ไม่ต้องคำนึงว่าเป็นผุ้ทรงมาก่อนหรือไม่ เป็นการรับอาวัลตามผลของกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการรับอาวัล ตามรูปแบบ เช่น 939 วรรค 2 ไม่ต้องเขียนข้อความทำนองใด ไม่ต้องเคยเป็นผู้ทรงมาก่อน

ผู้ที่เป็นผู้สลักหลังตั๋วผู้ถือไม่เป็นการสลักหลังโอนหรือสลักหลังลอย

ฎ.4383/2545

ฎ.420/2525

ฎ.3509/2542

แค่เคยมีคดีเรื่องหนึ่งยุ่งยากจนได้ขึ้นที่ประชุมใหญ่

ก ออกเช็ค ระบุชื่อ ข เป็นผุ้รับเงินขีดฆ่าคำว่าผุ้ถือออก  ตอนออกเช็คนั้น ข ไม่ยอมรับชำระหนี้ด้วยเช็ค ไม่เชื่อถือนาย ก  นาย ก ก็เลยไปขอร้องให้นาย ค ที่มีฐานะดี ลงลายมือชื่อ ค ก็ยอม พอนาย ข ผุ้ทรงเอาเช็คไปขึ้นเงิน ข ก็ฟ้อง ก ในฐานะผุ้สั่งจ่าย ข ผู้ทรงฟ้อง คได้หรือไม่ ค ต้องรับผิดในตั๋งเงินหรือไม่ ถ้ารับผิดในฐานะใด

ที่บอกว่าไม่ง่ายเพราะการรับผืดในตั๋วเงินมันต้องมีฐานะ ตามตัวอย่างเมื่อสักครู่ ถามว่านาย ค รับผิดฐานะใด ไล่ดูทีละมาตรา เลย

ถามว่า รับผิดในฐานะผู้รับอาวัล ตาม 939 วรรค สองหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ผู้รับอาวัล เพราะถ้าจะลงลายมือชื่อเฉยๆให้เป็นผู้รับอาวัลต้อง ลงลายมือชื่อด้านหน้า 939 วรรค 1

เป็นตาม 921 หรือไม่ ก็ไม่ใช่เพราะไม่ใช่เช็คผู้ถือ

เป็นตาม 919 วรรค สองหรือไม่ อันนี้ใกล้เคียงหน่อย เพราะนี่เป็นเช็คระบุฃื่อผู้รับเงิน ถ้าไปสลักชื่อเฉยๆ เป็นการสลักหลังลอย ก็ไม่ใช่อีกเพราะนาย ค ไม่ได้ เคยเป็นผู้ทรงเช็คมาก่อนจึงไม่เป็นการสลักหลังลอย

หาข้อหาไม่ได้ ผลสุดท้ายก็ปรับเข้ามาตรา 900 ธรรมดา ส่วนว่ารับผิดฐานะใดศาลฏีกาก็เหมารวมว่า การที่ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็ค ระบุชื่อโดยไม่เคยเป็นผุ้ทรงมาก่อน ถือว่า ค ยอมรับผิด

ฎ.3788/2524

ฎ.4872/2533

เทียบกับตัวอย่าง ก ออก ข เป็นผู้รับเงิน ข ลงลายมือชื่อ เฉยๆ ส่งให้ ค ถ้าธนาคารไม่ใช้เงิน เป็นการรับผิดอย่างผุ้สลักหลังลอย

บุคคลผู้เป็นผู้ถูกรับอาวัล มาตรา939 วรรคท้ายบอกให้ระบุว่ารับอาวัลผู้ใดหากไม่ระบุให้ถือว่าอาวัลผู้สั่งจ่าย

แต่มาตรา 921 ผู้ไปสลักหลังตั๋วผุ้ถือ กี่คนก็ตาม ทุกคนรับผิดเหมือนกันหมดคือ เป็นการอาวัลผุ้สั่งจ่าย

ต่อไปเรื่องจำนวนเงินที่รับอาวัล 938 วรรค 1 การรับอาวัลอาจรับประกันการใช้เงินทั้งจำนวน หรือแต่บางส่วนก็ได้

สมมุติว่ารับอาวัลแต่พียงบางส่วน ก็รับผิดเท่าที่ตนอาวัล มาตรา 900 กฎหมายเขียนเลยว่ารับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้น

ผลของการรับอาวัล 940 วรรค 1 967

คือต้องผูกพันเช่นเดียวกับบุคคลที่ตนเป็นประกัน หมายความว่า บุคคลที่ตนเข้ารับอาวัลนั้นมีความรับผิดในเรื่องตั๋วเงินอย่างไร ผุ้รับอาวัลก็มีความรับผิดเท่านั้น เปรียบเสมือนเป็นลูกหนี้ร่วม ร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรง ผู้รับอาวัลไม่มีสิทิเกี่ยงให้เจ้าหนี้ไปใช้สิทิเรียกร้องจากบุคคลที่ตนประกันได้ก่อนเลย ตาม 967

      ไม่ว่าจะเรื่องดอกเบี้ยตามตั๋วเงิน หรืออายุความผู้อาวัล ก้เป็นอย่างเดียวกับบุคคลที่ตนประกัน

สมมุติว่าการฟ้องผุ้สั่งจ่ายเช้ค อายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ลงในเช็ค ถามว่าการฟ้องผุ้อาวัลผู้จ่าย ก็ 940 มาประกอบ ดังนั้นการฟ้องคดีผู้รับอาวัล ผู้สั้งจ่ายเช็ค จึงต้องใช้อายุความเดียวกัน

ฎ.3397/2536

กำหนดอายุความที่ผู้ทรง ฟ้อง มาตรา 1001 คืออายุความสามปี นับแต่วันที่ตั๋วนั้นถึงกำหนดใช้เงิน ถามว่าแล้วผู้ทรงจะฟ้องผุ้รับอาวัลผู้ออกตั๋วมีอายุความกี่ปี ก้เอา 940 มาใช้ คือ 3 ปี ตามมาตรา 1001

ฎ.4685/2539

ครั้งที่ 8 . (ความรับผิดและการไล่เบี้ยของผู้อาวัล ,อายุความ, เช็ค )  

      ความรับผิดของผู้อาวัล ก็ต้องไปดู 940 วรรค 1 2 ประกอบกับ 967 สรุปความว่าต้องผู้กพันตนเป็นอันเดียวกับบุคคลซึ่งตนอาวัล

คราวที่แล้วได้ยกตัวอย่างเช่น กำหนดอายุความอย่างเดียวกัน

ในมาตรา 940 วรรคที่สองแม้จะใช้ไม่ได้ด้วยเหตุใดๆ อ่านข้ามมาก่อนว่า ข้อที่อาวัลก็สมบูรณ์

ก็หมายความว่ากรณีที่บุคคลที่ตนอาวัลไม่ต้องรับผิดตนเองก็ต้องรับผิด

2168/2536

918/2522

เช็คจะมีรายการที่กฎหมายบังคับคือรายมือชื่อสั่งจ่าย เพียงแต่เป็นลายมือชื่อผู้ที่มาปลอม ก็ถือว่าเป็นเช็คที่สมบูรณ์

ตราบใดที่ผู้รับอาวัลยังไม่ได้ใช้เงินในทางตั๋วสิทธิไล่เบี้ยยังไม่เกิดขึ้น ปัญหาคือไปไล่เบี้ยใครได้บ้าง

ผู้รับอาวัลเข้ารับบุคคลใดก็ไล่เบี้ยเอาจากบุคคลนั้น

      ผู้รับอาวัลผู้สลักหลังเช็คใช้เงินผู้ทรงไปแล้วก็ไล่เบี้ย เอาจากผู้สลักหลังได้

หรือไล่เบี้ยบุคคลที่รับผิดแทนตัวผู้นั้นหมายความว่า ไล่เบี้ยเอาจากบุคคลอื่นซึ่งต้องรับผิด ต่อบุคคลซึ่งตนประกันนั้น

ฉะนั้นที่บอกว่าเป็นลูกหนี้ร่วมคือเป็นการรับผิดต่อผู้ทรง ระหว่างกันเองไม่ใช่ลูกหนี้ร่วมแล้ว ไล่เอาได้ทั้งหมด

ปัญหามักเกิดเมื่อมีผู้รับอาวัลหลายคน คือ ไล่เบี้ยเอาแก่กันได้หรือไม่

แยกได้สองกรณี

กรณีแรกคือ เข้ารับประกันลูกหนี้ต่างคนกันผู้รับอาวัลลูกหนึ้คนหลังย่อมสามารถไล่เบี้ยผู้รับอาวัลหรือลูกหนี้คนก่อนได้

แต่ที่เกิดปัญหาคือกรณีที่สอง คือกรณีบุคคลหลายคนรับประกันลูกหนี้คนเดียวกัน

แน่นอนไล่เบี้ยต่อบุคคลที่ตนประกันได้ แต่จะมีปัญหาคือไล่เบี้ยเอาจากผู้รับอาวัลอีกคนได้หรือไม่

420/2525

ดูมาตรา682 วรรคที่สองคือบุคคลหลายครยอมตนเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมแม้ไม่ได้เข้าประกันในคราวเดียวกัน

ก็คือความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆกัน

4574/2526

แต่ถ้ามีการแปลงหนี้ คือถ้านาย ง ผู้รับประกันไปทำหนังสือ กู้เงินแทน จากนาย ก จะไปไล่เบี้ยผู้อาวัลอีกคนได้หรือไม่ อันนี้ไม่ได้แล้วนะครับ เป็นการแปลงหนี้ใหม่ คือ หนี้เดิม ระงับไปความรับผิดอย่างหนี้ร่วมก็สิ้นไป

ศาลฏีกาไม่ได้ตอบตรงๆว่าระหว่างผู้อาวัลด้วยกันไล่เบี้ยได้หรือไม่

ในกฎหมายลักษณะหนี้เรื่องนี้ก็สำคัญ การรับช่วงสิทธิหมายถึง เช่น653 เมื่อผู้ค้ำได้ใช้ให้แก่เจ้าหนี้ไปแล้วก็ ใช้ได้สิทธิ ไปไล่เบี้ยเอาแก่ลูกหนี้ได้

เราทราบกันไว้แล้วว่าผู้รับอาวัลมีสิทธิไล่เบี้ย อายุความมีเท่าใด

อย่างนี้กฎหมายลักษณะตั๋วเงินไม่ได้บัญญัติไว้ จึงต้องถือว่ามีอายุความ10 ปีตาม 193/30 แนวฏีกานิ่งแล้ว

เป็นเรื่องของผู้รับอาวัล

ตอนท้ายขึ้นหัวข้อไว้นิดหนึ่งก่อน คือเรื่องเช็ค ที่นิยมแต่งเป็นข้อสอบมากกว่า ตั๋วเงินลักษณะอื่น ความจริง หลักก็คล้ายๆกันนั่นแหละ

                                          เช็ค

ก็เป็นตั๋วเงินประเภทหนึ่ง แต่ในบรรดาตั๋วเงินทั้งสามประเภทได้รับความนิยมใช้แพร่หลายที่สุด ลักษณะสำคัญคือ 987 ผู้ใช้เงินต้องเป็นธนาคาร ต่างจากตั๋วแลกเงิน หรือสัญญาใช้เงิน ที่ผู้ใช้เงินจะเป็นบุคคลใดก็ได้

ประการที่สอง วันถึงกำหนดใช้เงิน มีวันเดียว ก็คือวันออก ตั๋ว ต่างกับ ตั๋วแลกเงินและ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่วันถึงกำหนดใช้เงิน สามถึงสี่กรณี

ทราบแล้วว่าถึงกำหนดใช้เงินเมื่อทวงถาม ก็คือวันที่ที่ลงในเช็คนั่นเอง วันนั้นแหละคือวันที่ถึงกำหนดใช้เงิน ผู้ทรงชอบที่จะทวงถามให้ธนาคารใช้เงิน

กำหนดอายุความฟ้องผู้สั่งจ่าย ผู้สลักหลัง ก็หนึ่งปีนับแต่วันที่ลงในเช็ค

อย่าลืมว่าเช็คลงวันที่ล่วงหน้าได้ ก็ดูวันที่ที่เขียนในเช็ค วันไหน นั่นแหละคือวันที่ถึงกำหนด

เป็นตั๋วเงินประเภทเดียวที่อาจต้องรับผิดทางอาญาด้วยตาม พรบ ความผิดจากการใช้เช็ค

ประการที่สี่ คือบทบัญญัติพิเศษที่มีในเช็คเท่านั้น คือเรื่องเช็คขีดคร่อมตาม 994 – 1000

เวลาศึกษากฎหมายในเรื่องเช็ค ก็แยกได้เป็นสองประเภท

            ประเภทแรกคือ นิยม คือลูกค้าธนาคาร เป็นผู้สั่งจ่าย ทางกฎหมายมักเรียกว่าผู้เคยค้าเมื่อธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงิน ธนาคารไม่มีความผิดในเรื่องตั๋วเงินเพราะไม่ได้ลงลายมือชื่อในตั๋ว ผู้ทรงก็ฟ้องธนาคารไม่ได้

            ประเภทที่สอง แคชเชียรเช็คหรือ แคชเชียร์ออเดอร์ ก็เป็น เช็คประเภทหนึ่ง ขาดอันเดียวคือหรือผู้ถือ 988 ( 4 ) แต่ไม่เป็นไรเพราะกฎหมายเขียนคำว่า หรือ คือมีรายชื่อผุ้รับเงินก็เพียงพอแล้วไม่ต้องมีผู้ถือก็ได้

            ต่างตรงแคชเชียร์เช็ค ผู้สั่งจ่าบ กับ ผู้จ่ายคือบุคคลเดียวกัน คือ ธนาคาร

เรื่องนี้ก็ไม่ขัดบทนิยาม 987 กฎหมายเค้าไม่ได้ห้าม กฎหมายบอกต้องมีฐานะพวกนี้

4531/2533

ยกยอดไปคราวหน้า

ครั้งที่ 9 . (เวลาใช้เงินตามเช็ค,ผลการไม่ยื่นภายในกำหนด, ข้อกำหนดธนาคาร )

            วันนี้พูดเกี่ยวกับเรื่องกำหนดระยะเวลาที่ต้องยื่นเช็คให้ใช้เงินตาม 990

            ก็เคยมีฏีกา คือ ผู้ทรงเช็คยังไม่ได้ยื่นเช็คแก่ธนาคารให้ใช้เงิน จะนำเช็คมาฟ้องผู้สั่งจ่าย และผู้สลักหลังได้ไม่

610/2520

            อยากให้ดูตั้งแต่ 990 บอกผู้ทรงต้องยื่นเช็คแก่ธนาคารให้ใช้เงิน ดู914 เป็นบทบัญญัติในเรื่องตั๋วแลกเงินที่นำมาใช้กับเช็ค ผ่าน 989

            เรานำมาใช้เพียงไม่ขัดกับสภาพแห่งเช็ค สังเกตมาตรา 914 นะครับมัคำว่านำยื่นโดยชอบแล้ว พอเราอ่านทั้งสามมาตรา ก็พอสรุปได้เบื้องต้นว่า ตัวผู้ทรงเช็คมีหน้าที่ยื่นให้แก่ธนาคารใช้เงินเสียก่อน

            มาตรา 959  ผู้ทรง มีสิทธิ เรียกให้ใช้เงินได้ ไล่เบี้ยได้ต่อเมื่อถึงกำหนดไม่ใช้เงิน แสดงให้เห็นว่าผู้สั่งจ่ายต้องใช้เงินแก่ผู้ทรงก็ต่อเมือมีการนำเช็คยื่นแก่ธนาคารแล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเสียก่อน

            แต่นี่เป็นหลัก ข้อยกเว้นก็มี เดี๊ยวค่อยพูดถึง

มาตรา 990 กำหนด หน้าที่แก่ผู้ทรงไว้

            ผู้ทรงมีสิทธิทวงถามให้แก่ธนาคารใช้เงินได้ตั้งแต่วันที่ที่ลงในเช็ค เกิดปัญหาว่าเมื่อเช็คถึงกำหนดใช้เงินแล้วผู้ทรงต้องนำเช็คไปยื่นภายในวันนั้นหรือไม่หรือ ต้องเมื่อใด

            มาตรา 990 บัญญัติคำตอบไว้ สรุปง่ายๆ แยกออกสองกรณี

หนึ่ง สถานที่ออกเช็คกับธนาคารผู้ใช้เงินตามเช็ค เป็นจังหวัดเดียวกัน ก็ต้องยื่นภายในหนึ่งเดือน

สอง สถานที่ออกเช็คกับธนาคารผู้ใช้เงินตามเช็ค นั้นต่างจังหวัดกัน ก็ต้องยื่นภายใน สามเดือน

ผลประการแรกจำให้แม่นเลย ผู้ทรงสิ้นสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สลักหลังทั้งปวงตาม โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้สลักหลังเช็คจะได้รับความเสียหายเพราะการที่ผู้ทรงยื่นเช็คล่าช้าหรือไม่

มาตรา 990 ที่มีฏีกาวินิจฉัยมากที่สุดก็คือคำว่าผู้สลักหลังทั้งปวง หมายถึงใครบ้าง เพราะเช็คมีสองชนิด คือระบุชื่อและผู้ถือ

ศาลก็แปลความมาว่า หมายถึงผู้สลักหลังเช็คชนิดระบุชื่อผู้รับเงินเท่านั้น ไม่ได้หมายความผู้สลักเช็คผุ้ถือซึ่งต้องรับผิดอย่างผุ้รับอาวัล

ทีนี้ผลประการที่สองจากการที่ผู้ทรงยื่นเช็คให้ใช้เงินล่าช้าผลประการที่สามคือเสียสิทธิ แก้ผู้สั่งจ่ายด้วยเพียงเท่าที่ผู้สั่งจ่ายเสียหายเพราะการที่ผู้ทรงไม่ยื่นเช็คให้แก่ผู้ใช้เงิน ภายในกำหนด

จะเห็นว่าผู้สั่งจ่ายกับผู้สลักหลัง จะหลุดพ้นต่างกัน

ซึ่งการที่ผุ้สั่งจ่ายจะเสียหาย ในการที่ผู้ทรงไม่ยื่นตาม 990 ศาลเคยยกตัวอย่าง ในการที่ผู้สั่งจ่ายจะหลุดพ้น ก็คือเหตุ ธนาคารล้มละลาย

ถ้าผู้สั่งจ่ายมีเงินเพียงพอจ่ายได้ แล้วผู้ทรงไม่ไปยื่นภายในกำหนด 990 แล้วธนาคารล้มละลายอย่างนี้ผู้สั่งจ่ายไม่ต้องรับผิด โดยผุ้ทรงก็รับช่วงสิทธิไปไล่เบี้ยเอาแก่ธนาคารต่อไป

ฉะนั้นถ้าผู้สั่งจ่ายไม่เสียหายแต่อย่างใด เช็ค เงินในบัญชีไม่มี หรือมีก็ไม่พอจ่าย กรณีเช่นนี้ ผุ้สั่งจ่ายเช็คไม่หลุดพ้น

ถามว่ามีข้อยกเว้นหรือไม่ ในกรณีที่ผู้ทรงยังไม่ได้นำเช็คไปยื่นและ ธนาคารก็ยังไม่ปฏิเสธ คำตอบก็คือมีข้อยกเว้น

1003/2524

3971/2526

4027/2527

ในกรณีที่ผู้สั่งจ่ายเช็คตาย 992 หน้าที่ของธนาคาร เป็นอันสิ้นสุดลงเมื่อรู้ว่าผู้สั่งจ่ายตาย เหตุผลที่กฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้เพราะว่า ทายาทอาจต่อสู้ได้ว่าเช็คไม่มีมูลหนี้

ถ้าธนาคารรู้ต้องหยุด ศาลฏีกานำมาตรา 992 มาปรับว่า เมื่อผู้จ่ายตายลง โจทก์ทราบดี กฎหมายถือว่าบุคคลทั่วไปทราบ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะนำเช็คไปขอรับเงินให้เป็นการฝ่าฝืนและเสียเวลา ผู้ทรงจึงไม่จำต้อง นำเช็คพิพาทเรียกเก็บเงินแก่ธนาคารเสียก่อน ตามมาตรา 990 ฉะนั้นถ้าผู้ทรงเรียกให้จ่ายแล้วไม่จ่าย

เข้าใจว่ายังไม่มีการนำเสนอเป็นข้อสอบมาก่อน

การสอบในภาคหนึ่งก็มีปัญหาบางกลุ่มวิชาอาจารย์ผู้สอนออกสอบไม่ได้ อาจารย์ก็ต้องไปหาอาจารย์คนอื่นมาแต่งข้อสอบแทน ฉะนั้นนักศึกษาบางคนก็ไปสืบมา ว่าลุกหลานอาจารย์คนไหนเข้าสอบ แล้วจะไม่ฟังอันนี้ก็ไม่ถูกนะครับ

ปกติแล้วการนำเช็คไปยื่นให้ใช้เงินยื่นได้ตั้งแต่วันลงในเช็ค ปรากฏว่ามีข้อเท็จจริงบางคดีเอาเช็คลงวันที่ล่วงหน้าเอา เช็คไปยื่นให้ธนาคารใช้เงิน ปัญหาว่ามีการนำเช็คไปยื่นก่อนเช็คถึงกำหนด

ถ้าเขาไม่ยื่นแล้วเอาเช็คไปฟ้องผู้สั่งจ่าย ให้รับผิดได้หรือไม่ เมื่อบัญชีผู้สั่งจ่ายปิดไปก่อนหน้านี้แล้วกับ

ประเด็นเรื่องนี้มีฎีกา

755/2526

1865/2527

สรุปความว่า สำหรับในประเด็นดังกล่าว ลองเปิดดูมาตรา 989 ในเรื่องเช็คให้นำ 959 ในเรื่องตั๋วแลกเงินมาใช้

ผู้สลักหลังและผู้สั่งจ่ายและบุคคลอื่นๆ กรณีแรกไล่เบี้ยได้เมื่อตั๋วเงิน ถึงกำหนดกรณีไม่ใช่เงิน อย่าลืม ( ข)

ถ้าผู้จ่ายในกรณีเช็คก็คือธนาคารได้งดเว้นการชำระหนี้

จึงไม่ต้องนำเช็คไปยื่นให้ใช้เงินอีก ตามมาตรา 959 และ 989 นี้นะครับ

ดูมาตรา 991 และ 992 ควบคู่กันไปเลย คือในมาตรา 991 ธนาคารต้องใช้เงินตามเช็ค ลูกค้าจะมอบตัวอย่างรายมือให้แก่ธนาคาร ธนาคารก็จะมอบสมุดให้เมื่อลูกค้ากับธนาคารมีนิติสัมพันธ์

เป็นเรื่องที่กฎหมายให้ดุลพินิจ ใน (1) ไม่มีเงินในบัญชี พอที่จะจ่าย ธนาคารตรวจดูลายมือ ถุกต้อง เงินไม่มี หรือมีไม่พอ ก็อาจจะไม่จ่ายก็ได้ กฏหมายไม่ได้ห้ามเด็ดขาดธนาคารอาจจะรักษาชื่อเสียงของลูกค้าคือ จ่ายให้ก็ได้

( 2 ) น่าสนใจคือไม่เคยออกสอบก่อน คือ ผู้ทรงเรียกเก็บเงินเมื่อพ้น 990 ต่างกันนะ กับ991 (2) กฎหมายให้ดุลพินิจกับธนาคาร ปฏิเสธตามเช็คได้ เมื่อยื่นพ้นเกินหกเดือน

ประเด็น 991 ( 2 ) ถ้าผุ้ทรงนำเช็คไปยื่นเมื่อพ้นกำหนด หกเดือน ธนาคารก็ปฏิเสธตาม 991 ( 2 ) ถามว่าผู้ทรงจะไล่เบี้ยผู้สั่งจ่ายได้หรื อไม่ ก้ต้องไปดู 990

640/2496

713/2497

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages