สรุปคำบรรยาย เนติภาคค่ำ ห้างฯบริษัท ชั่วโมงที่13-14 ศ14/08/52

816 views
Skip to first unread message

nobita kwang

unread,
Aug 23, 2009, 9:18:43 PM8/23/09
to LAWSIAM

หากเอกสารสรุปคำบรรยายนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้า  kankokub  ขออภัยและน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว หากจะมีประโยชน์อยู่บ้างขอมอบให้แก่ ท่านอาจารย์ สุรศักดิ์ วาจาสิทธิ์ ผู้บรรยาย   , ผู้มีน้ำใจส่ง flie เสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ฟังคำบรรยาย , บิดามารดาข้าพเจ้า ขอบคุณ. http://www.muansuen.com และคุณ admin ที่นำ flie เสียงมาลงแบ่งปันให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

 

(ครั้งที่ 13 – 14  ศุกร์ 14 /08/09 )

ดูมาตรา 1125  อีกทีซึ่งโยงมาตรา 1125 กับ 1143 

            มาตรา 1125  หุ้นซึ่งริบแล้วนั้นให้เอาออกขายทอดตลาดโดยไม่ชักช้าได้จำนวนเงินเท่าใดให้เอาหักใช้ค่าหุ้นที่เรียกกับดอกเบี้ยค้างชำระ ( ร้อยละเจ็ดจุดห้า )  ถ้ายังมีเงินเหลือเท่าใดต้องส่งคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นนั้น

            มาตรา 1143  ห้ามมิให้บริษัทจำกัดเป็นเจ้าของถือหุ้นของตนเองหรือรับจำนำหุ้นของตนเอง

            สิ่งที่ต้องระวังคือ บริษัทริบหุ้นของตัวเองเป็นเจ้าของไม่ได้ ขัดกับ 1143  

            ถ้าขาดเท่าไหร่ต้องรับผิด ถ้าเกิดก็คือให้ผู้ถือหุ้น ทำตามขั้นตอน หลักการนี้เป็นหลักการเรื่องเดียวกับทรัพย์ก็คือคุ้มครองบุคคลภายนอก หัวข้อต่อไปก็คือการลงหุ้น มาตราหลัก 1129 ที่ข้อสอบก่อนนี้ก็ออกบ่อย 

            มาตรา 1129  อันว่าหุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เมื่อเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น ซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

            การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนั้น  ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน  มีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้น ๆ ด้วยแล้ว ท่านว่าเป็นโมฆะ อนึ่งตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย

            โดยหลักการตั้งบริษัท นั้นโดยหลักเสียงข้างมากก็ได้เปรียบตลอดเวลา เรื่องมติพิเศษเป็นเรื่องปกป้องเสียงข้างน้อย โดยหลักการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มาตรา 1336  เราจะทำอย่างไรก็ได้

            คือถ้าไม่พอใจให้ขายคนข้างในก่อน กันแกล้งกันไปขายให้คู่แข่ง  คือต้องมีข้อตกลงไว้ในข้อบังคับ

            วรรคสองคือการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อ คือเป็นเรื่องแบบของการโอนหุ้น

            เคยมีฏีกา ออกข้อสอบไปสองครั้ง การทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้โอนผู้รับโอน 1308/2515 คือการซื้อขายร่วมกันข้อเท็จจริงในฏีกาฉบับนี้ ก็เป็นเรื่องตรงไปตรงมาตามตัวบท

            ศาลฏีกาตีความเป็นแบบเลยนะครับ หลักผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอนทีนี้มาตีความข้อความว่าเป็นโมฆะ

            ก็มีข้อสอบ ปรากฏโอนหุ้นทั้งหมดไม่ได้แถลงเลขหมาย โมฆะหรือไม่ก็มีฏีกา วินิจฉัยยืนว่าแม้ไม่มีเลขหมายหุ้นก็ไม่ทำให้เสียไป

            ก็เป็นการแปลความ ว่าถ้าเป็นการโอนขายทั้งจำนวนการโอนก็ยังมีผลอยู่

            วรรคสาม ก็มีข้อสอบออกเหมือนกัน ว่าการโอนนี้จะใช้ยันบริษัทหรือ บุคคลภายนอกไม่ได้

            1138  เป็นเรื่องของทะเบียนผู้ถือหุ้นต้องมีอะไรบ้าง โดยหลัก ก็เป็นสมุด เพื่อจะได้ดูว่า โฉนดในการทำบันทึกจะได้ส่งถูก ทีนี้ จดทะเบียนผู้ถือหุ้นจริงๆเป็นเอกสารสำคัญ 1141 เป็นเพียงบทสันนิฐาน นำสืบหักล้างได้ บริษัทจดทะเบียนเป็นตัวกำหนด  ก็มีบริษัทต้องการซื้อทำเครดิตรการ์ด มีระบบติดตามหนี้ที่ดีมาก จะซื้อเครื่องบินร้อยล้าน เกิดปัญหาว่าการซื้อขายหุ้น การโอน ตาม 1129  ก็ดูว่าโอนตามแบบหรือไม่ แต่เกิดปัญหาว่า บริษัทนี้ไม่เคยทำทะเบียนกันเลย ก็มีปัญหาแล้ว ว่า หุ้นส่วนปัจจุบันใช่ผู้ถือหุ้นที่แท้จริงหรือไม่ 

            จดทะเบียนกฏหมายก็เพียงสันนิฐานเฉยๆ จะไปใช้มาตรา 1129  วรรคสองวรรคสามก็เป็นปัญหาขึ้นมา ก็เป็นเรื่องหัวใจ

            มาดูว่าการโอนนั้นจะใช้ยันบริษัทหรือบุคคลภายนอกได้หรือไม่ ปัญหาก็เกิดขึ้นมาถ้าไม่จดแจ้งจะใช้ยันบริษัทได้หรือไม่ ถ้าบริษัทก็ทราบ ( ข้อเท็จจริงยุติ )

            3913/2531  พูดง่ายๆมีการโอนถูกต้องตาม 1129 วรรคสอง คือ มีการลงลายมือชื่อสองฝ่ายและพยานหนึ่งคนอย่างน้อยแล้ว แต่ไม่ได้จดแจ้งเป็นหนังสือให้บริษัททราบ ต่อมาบริษัทล้มละลาย ปัญหาว่าใครเป็นคนรับผิดในค่าหุ้นที่ยังค้างอยู่ ส่วนใหญ่ข้อเท็จจริงตาม 1129  นี้จะเกิดก็คือกรณีล้มละลายตลอดเลย

            ก็เป็นการแปลความและออกสอบเนฯไปแล้วเมื่อเจ็ดหรือแปดปี ทางเนฯเห็นว่ามีฏีกาแปลความแล้ว สามารถนำมาออกได้

            478/2534  ฏีกานี้มีการโอนทำต่อหน้าบริษัทจำเลยโดยกรรมการที่มีอำนาจคนหนึ่งเป็นพยาน โดยทั่วไปพยานเป็นคนนอก แต่ ฏีกานี้พยานก็เป็นกรรมการ นั่นเอง ศาลก็แปลความว่า เจตนารมย์มาตรานี้เพื่อให้บริษัททราบ เมื่อกรรมการซึ่งถือเป็นตัวแทนของ บริษัทนั้น ทราบแล้ว ก็ย่อมถือว่าบริษัทได้รับทราบแล้ว

            ต่อไปดูว่า โดยหลักหุ้นโอนได้ตลอดตามหลัก 1129 ข้อจำกัดการโอนนั้น ก็หลักความศักดิ์สิทธิ์ในการแสดงเจตนา แต่

            ต้องดู 1130 ด้วย คือ  มาตรา 1130  หุ้นใดเงินที่เรียกค่าหุ้นยังค้างชำระอยู่ หุ้นนั้นบริษัทจะไม่ยอมรับจดทะเบียนให้โอนก็ได้

            สิทธิในการโอนหุ้นยังถูกบริษัทระงับได้ถ้าเรียกค่าหุ้นที่ค้างแล้วไม่ยอมจ่ายเขา

            ผลของการไม่จ่ายค่าหุ้นที่เขาเรียกเก็บ 1184

            มาตรา 1184  ผู้ถือหุ้นคนใดยังมิได้ชำระเงินค่าหุ้นซึ่งบริษัทได้เรียกเอาแต่ตนให้เสร็จสิ้น ท่านว่าผู้ถือหุ้นคนนั้นไม่มีสิทธิออกเสียงเป็นคะแนน

            ก็เคยมีข้อสอบถามแล้วว่าเข้าประชุมได้หรือไม่ ออกเสียงได้หรือไม่

            ก็เคยมีประเด็นออกสอบแล้ว ว่าการที่จะให้เข้าประชุมได้หรือไม่ ก็มีเรื่องกฏหมายบริษัท มหาชน ที่มีเลขากฏหมายที่ต้องแม่น

1132 ก็เป็นเรื่องกฏหมายมรดก 2177/2522 ก็เกิดการตีความว่า

ก็ถ้าข้อสอบเคยออกแล้วในปีสองปี เช่นนี้ไม่มีทางออกซ้ำ

ก็มีการตั้งประเด็นว่า ซื้อจากการขายทอดตลาดจะใช้ยันได้หรือไม่ ก็ได้

ปัญหาคือว่า ถ้าจ่ายค่าหุ้นไปแล้ว ใครกันแน่ที่ต้องรับผิดหลังจากการโอนหุ้นถูกต้องแล้ว 1133

            มาตรา 1133  หุ้นซึ่งโอนกันนั้น ถ้าเป็นหุ้นอันยังมิได้ส่งเงินใช้เต็มจำนวนค่าหุ้น ท่านว่าผู้โอนยังคงต้องรับผิดในจำนวนเงินที่ยังมิได้ส่งใช้ให้ครบถ้วนนั้น แต่ว่า

            (1) ผู้โอนไม่ต้องรับผิดในหนี้อันหนึ่งอันใดของบริษัทซึ่งได้ก่อให้เกิดขึ้นภายหลังโอน

            (2) ผู้โอนไม่ต้องรับผิดออกส่วนใช้หนี้ เว้นแต่ความปรากฏขึ้นแก่ศาลว่าบรรดาผู้ที่ยังถือหุ้นของบริษัทอยู่นั้นไม่สามารถออกส่วนใช้หนี้ อันเขาจะพึงต้องออกใช้นั้นได้ใน

            ข้อความรับผิดเช่นว่ามานั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องผู้โอนเมื่อพ้นสองปีนับแต่ได้จดแจ้งการโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น

            ปัญหาคือ มาตรานี้ใครกันแน่ที่ต้องรับผิด โดยหลักกฏหมายไทยให้โอนได้เฉพาะสิทธิเรียกร้อง โอนหนี้ได้ไหมไม่ได้ ทำได้เฉพาะแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้

            478/2534  การรับผิดตามมาตรานี้ต้องเป็นเจ้าหนี้เท่านั้น คือหลักปรัชญาถ้าโอนถูกต้องแล้วใช้ยันบริษัทไม่ได้แล้ว ซึ่งบางครั้งก็มองว่าแปลกๆเหมือนกัน แต่ตามฏีกานี้ใช้เฉพาะกรณีเจ้าหนี้ฟ้องถ้าบริษัทฟ้องนำมาใช้ยันไม่ได้

            มาตรา 1135  หุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือนั้น ย่อมโอนกันได้เพียงด้วยส่งมอบใบหุ้นแก่กัน

            หุ้นผู้ถือในชีวิตจริงแทบไม่มี เพราะเวลาเชิญประชุมจะเชิญใคร และ เงินปันผลจะแบ่งให้ใคร

            ทีนี้มาดูว่า 1142  เรื่องหุ้นบุริมสิทธิ บ้านเราถึงสิทธิน้อยกว่าก็เป็นหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งส่วนใหญ่มีตอนก่อตั้งบริษัท ส่วนใหญ่เป็นผู้ก่อการ 

            การโอนหุ้นที่ยันกันเองได้ ยันบริษัท การจดทะเบียน

            มาตรา 1138  บริษัทจำกัดต้องมีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น มีรายการดังต่อไปนี้ คือ

             (1) ชื่อและสำนัก กับอาชีวะ ถ้าว่ามี ของผู้ถือหุ้น ข้อแถลงเรื่องหุ้นของผู้ถือหุ้นคนหนึ่ง ๆ แยกหุ้นออกตามเลขหมายและจำนวนเงินที่ได้ใช้แล้วหรือที่ได้ตกลงกันให้ถือว่าเป็นอันได้ใช้แล้วในหุ้นของผู้ถือหุ้นคนหนึ่งๆ

             (2) วันเดือนปีซึ่งได้ลงทะเบียนบุคคลผู้หนึ่ง ๆ เป็นผู้ถือหุ้น

             (3) วันเดือนปีซึ่งบุคคลคนใดคนหนึ่งขาดจากเป็นผู้ถือหุ้น

             (4) เลขหมายใบหุ้นและวันที่ลงในใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ และเลขหมายของหุ้นซึ่งได้ลงไว้ในใบหุ้นนั้น ๆ

             (5) วันที่ได้ขีดฆ่าใบหุ้นชนิดระบุชื่อ หรือชนิดออกให้แก่ผู้ถือ

 

             มาตรา 1139  สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเริ่มแต่วันจดทะเบียนบริษัทนั้นให้รักษาไว้ ณ สำนักงานของบริษัทแห่งที่ได้จดทะเบียนไว้ สมุดทะเบียนนี้ให้เปิดให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายดูได้ในระหว่างเวลาทำการโดยไม่เรียกค่าธรรมเนียมอย่างหนึ่งอย่างใด แต่กรรมการจะจำกัดเวลาลงไว้อย่างไรพอสมควรก็ได้หากไม่น้อยกว่าวันละสองชั่วโมง

             ให้เป็นหน้าที่ของกรรมการที่จะส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ที่ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ทั้งหมดในเวลาที่ประชุมและรายชื่อผู้ที่ขาดจากเป็นผู้ถือหุ้นจำเดิม แต่วันประชุมสามัญครั้งที่แล้วมานั้น ไปยังนายทะเบียนอย่างน้อยปีละครั้ง และมิให้ช้ากว่าวันที่สิบสี่นับแต่การประชุมสามัญ บัญชีรายชื่อนี้ให้มีรายการบรรดาที่ระบุไว้ในมาตราก่อนนั้นทุกประการ

 

             มาตรา 1140  ผู้ถือหุ้นชอบที่จะเรียกให้ส่งมอบสำเนาทะเบียนเช่นว่านั้นหรือแต่ตอนหนึ่งตอนใดแก่ตนได้ เมื่อเสียค่าสำเนาแต่ไม่เกินหน้าละห้าบาท--(2548)

            คราวนี้มาดูเรื่องหุ้นบุริมสิทธิตามมาตรา 1142  เพราะไม่มีหุ้นด้อยสิทธิ จะมีส่วนใหญ่ในการก่อตั้งบริษัท 1108 (4)

            โดยหลักก็คือ ผู้เริ่มก่อการมักจะเอาตนเป็นหุ้นบุริมสิทธิ์เพราะ ได้เงินก่อน

            ต่อไปดู 1142 คือห้ามแก้ไข           

            มาตรา 1142  ถ้าบริษัทได้ออกหุ้นบุริมสิทธิไปแล้ว ได้กำหนดไว้ว่าบุริมสิทธิจะมีแก่หุ้นนั้น ๆ เป็นอย่างไร ท่านห้ามมิให้แก้ไขอีกเลย

            ต่อไปดู 1143  

            3848/2546 เป็นมาตราที่เกิดขึ้นตอนตลาดหุ้นล้มมาก ก็เป็นปัญหาว่าให้คนนอกกู้เงินมาซื้อหุ้นตัวเองแล้วเอาหุ้นไปจำนำไม่ได้

            1560/2527 เวลาบริษัทจะเพิ่มทุน อยากซื้อหุ้น บริษัทจะให้กู้ไม่ได้

            บริษัทษัทจำกัดกฏหมายไทยมีกรรมการคนเดียวได้หรือไม่

            มาตรา 1144  บรรดาบริษัทจำกัด ให้มีกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนด้วยกันจัดการตามข้อบังคับของบริษัท และอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่แห่งผู้ถือหุ้นทั้งปวง

                กรรมการมีคนเดียวก็ได้บริษัทจำกัดไทย

            มาตรา 1145  จำเดิมแต่ได้จดทะเบียนบริษัทแล้ว ท่านห้ามมิให้ตั้งข้อบังคับขึ้นใหม่ หรือเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิแต่อย่างหนึ่งอย่างใด เว้นแต่จะได้มีการลงมติพิเศษ

            ก็เป็นบทบัญญัติคุ้มครองหุ้นข้างน้อย คือ ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ มีอำนาจ หกเรื่อง

            ข้อสอบปีที่แล้วก็ออก ว่าผู้แทนบริษัทคือใคร ดู 11671 ความเกี่ยวพันให้บังคับเกี่ยวกับเรื่องตัวแทน ถ้าทำเกินขอบอำนาจ ตัวแทนก็รับไป

            ข้างมากเป็นคนกำหนด บ้านเรามันน่ากลัวเหมือนกัน ว่าข้างมาก ตกลงอย่างไรก็ทำอย่างนั้น

            หุ้นข้างน้อยก็จะไปปลดกรรมการไม่ได้  310/2510   ก็คือไม่มี เฉพาะที่ประชุมใหญ่เท่านั้นนะครับ 

            หลักการลาออกของกรรมการก็เหมือนตัวการตัวแทน คือ เพียงแค่แจ้งก็ถือว่าเป็นการลาออกแล้ว

            มาตรา 1153/1 กรรมการคนใดลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัท การลาออกจะมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัท

                                กรรมการซึ่งลาออกตามวรรคหนึ่ง จะแจ้งการลาออกของตนให้นายทะเบียนทราบด้วยก็ได้

                ก็คือเปิดช่องให้กรรมการเซฟตัวเองได้

                ต่อไป 1154  พวกนี้ก็พื้นๆไม่มีอะไรมาก

                ถ้าตั้งแทนใคร คนนั้นอยู่ถึงวันไหนก็ได้แค่นั้น

                ต่อไปดูมาตรา 1159  คือ มาตรา 1159  ในจำนวนกรรมการนั้น แม้ตำแหน่งจะว่างไปบ้าง กรรมการที่มีตัวอยู่ก็ย่อมทำกิจการได้ แต่ถ้าในเวลาใดจำนวนกรรมการลดน้อยลงกว่าจำนวนอันจำเป็นที่จะเป็นองค์ประชุมได้ตลอดเวลาเช่นนั้น กรรมการที่มีตัวอยู่ย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะเพิ่มกรรมการขึ้น ให้ครบจำนวนหรือนัดเรียกประชุมใหญ่ของบริษัทเท่านั้น จะกระทำการอย่างอื่น  ไม่ได้

            ก็คือบอกแล้วว่าเป็นนิติบุคคล ไปซื้อแล้วทำให้บริษัทเสียหาย ฟ้องแล้ว ความเกี่ยวพันกันระหว่างกรรมการกับบุคคลภายนอกก็ให้ใช้เรื่องตัวการตัวแทน

            เรื่องอำนาจกรรมการ ไม่ผูกพันบริษัท

            เอามาตราฐานคนวิชาชีพนั้นๆ

             

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages