ทบทวน//ศึกษาวิเคราะห์คำพิพากษาฎีกาที่ 1491/2555 (..ต่อ..)

1,168 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Aug 29, 2013, 11:02:33 AM8/29/13
to law...@googlegroups.com
      ศึกษาวิเคราะห์คำพิพากษาฎีกาที่ 1491/2555 (..ต่อ..)

      ร่วมกับพวกไปซุ่มเพื่อรอทำร้ายผู้เสียหายเท่านั้น แต่ก็รู้ว่าพวกของตนคนหนึ่งมีปืนติดตัวไปด้วย และคนที่มีปืนติดตัวใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย ทุกคนที่ไปด้วยกันจะมีความผิดฐานพยายามฆ่าหรือไม่ ?

      ข้อเท็จจริง
      1. ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุขณะที่นาย ท. ผู้เสียหาย จะเข้าห้ามปรามจำเลยทั้งสี่ ซึ่งกำลังรุมทำร้ายนาย อ. พวกของผู้เสียหาย ผู้เสียหายถูกจำเลยที่ ใช้อาวุธปืนยิงได้รับอันตรายแก่กาย หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสี่มาดำเนินคดี กล่าวหาว่าร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงพยายามฆ่าผู้เสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ มีความผิดตามฟ้อง และยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ที่ และที่ ซึ่งอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ที่ และที่ มีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ พยายามฆ่าผู้เสียหาย ซึ่งจำเลยที่ 1ยื่นฎีกาต่อมา
      2. มีปัญหาในชั้นฎีกาว่า จำเลยที่ มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายหรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วางหลักกฎหมายดังนี้
         2.1 พฤติการณ์ของจำเลยที่ กับพวก ที่เมื่อเห็น ข. และ ก. นั่งรับประทานอาหารกับผู้เสียหายและพวกอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังเข้าไปพูดคุยและชวน ก. ให้กลับไปกับพวกตน แสดงถึงความเป็นนักเลงอันธพาล และเป็นการข่มขู่พวกผู้เสียหายมิให้ยุ่งเกี่ยวกับ ก. และพร้อมที่จะมีเรื่องกับพวกผู้เสียหาย เมื่อถูก ก. ปฏิเสธที่จะกลับไปด้วย พวกจำเลยก็ยิ่งไม่พอใจ จึงออกจากร้านไปก่อนแล้วสมคบกันดักรอทำร้ายพวกผู้เสียหายโดยมิได้เจาะจงว่าเป็นใคร เมื่อเห็น อ. ออกไปก่อนจึงรุมทำร้าย และเมื่อผู้เสียหายตามไปเพื่อช่วยเหลือก็มีเสียงจากพวกจำเลยคนหนึ่งร้องขึ้นว่า ยิงมันเลย ยิงมันเลย จำเลยที่ 2จึงยิงผู้เสียหาย แสดงให้เห็นว่าพวกจำเลยทุกคนต่างรู้ดีว่าจำเลยที่ มีอาวุธปืนติดตัวไปด้วย ในชั้นสอบสวนจำเลยที่ ก็ให้การว่า ขณะอยู่ในร้านอาหารพวกจำเลยตกลงกันว่าจะออกไปดักทำร้ายพวกผู้เสียหาย เมื่อออกจากร้านแล้ว จำเลยที่ กับพวกจึงขับรถจักรยานยนต์ไปซุ่มอยู่ริมถนนเพื่อดักทำร้ายพวกผู้เสียหาย นอกจากนี้ จำเลยที่ และที่ ก็ให้การด้วยว่า ทั้งจำเลยที่ และที่ ต่างรู้ดีว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ มีอาวุธปืนติดตัวไป จึงเป็นไปไม่ได้ที่จำเลยที่ ซึ่งได้ร่วมวางแผนกับจำเลยอื่นมาโดยตลอดจะไม่รู้ว่าจำเลยที่ มีอาวุธปืนติดตัวไป เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะผู้เสียหายวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ อ. มีเสียงจากพวกจำเลยคนหนึ่งร้องขึ้นว่า ยิงมันเลยๆ ก่อนแล้ว จำเลยที่ จึงยิงผู้เสียหาย ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยแต่ละคนยอมรับเอาการกระทำของจำเลยอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการร่วมกันซุ่มรอทำร้ายพวกผู้เสียหาย เป็นการกระทำของตนตามที่ตกลงกันมาแต่ต้น จึงถือว่าจำเลยที่ เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ ถึง ที่ พยายาฆ่าผู้เสียหาย
        หมายเหตุ
        1. องค์ประกอบของการเป็นตัวการ ตาม ป.อ. มาตรา 83 ต้องเป็นการกระทำความผิดโดยเจตนา ในระหว่างบุคคลตั้งแต่ คนขึ้นไป โดยมีการกระทำร่วมกันในขณะกระทำความผิดและโดยมีเจตนากระทำร่วมกันในขณะกระทำความผิด
        2. สำหรับคำพิพากษาฎีกาที่ 1491/2555 เรื่องนี้ ได้กล่าวถึงองค์ประกอบสำคัญของการเป็นตัวการในประเด็น มีเจตนากระทำร่วมกันในขณะกระทำความผิด” ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่กระทำการร่วมกันนั้นจะต้องรู้ถึงการกระทำของกันและกัน และต่างต้องประสงค์ถือเอาการกระทำของแต่ละคนเป็นการกระทำของตนด้วย กล่าวคือ มุ่งหมายให้ความผิดนั้นสำเร็จดุจทำด้วยตนเอง ถึงแม้จะมิได้ทำจริงด้วยมือตนเองก็ตาม (มาจากคำบรรยายกฎหมายอาญา ภาคหนึ่ง ของอาจารย์จิตติ ติงศภัทิย์) กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มีเจตนาที่จะให้การกระทำผิดของพวกร่วมมือทั้งหมด เป็นของตน” ให้พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบจากคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้       
      (...ต่อ....)

        
3. ถ้าผู้กระทำมีเจตนากระทำร่วมกันแล้ว หากผลสุดท้ายเป็นอย่างไร ทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดในผลบั้นปลายให้พิจารณาศึกษาเปรียบเทียบจากฎีกาต่อไปนี้

        คำพิพากษาฎีกาที่ 85/2537 
        ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย
        ป.อ. มาตรา 83 
        จำเลยร่วมกับ จ. ทำร้ายผู้ตายและหลบหนีไปด้วยกัน แม้จำเลยไม่ทราบว่า จ. มีอาวุธมีดติดตัว และไม่ได้ร่วมใช้อาวุธทำร้ายผู้ตายด้วย จำเลยก็ต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมทำร้ายผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรกซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษได้ เพราะการกระทำเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาที่โจทก์ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย
        คำพิพากษาฎีกาที่ 313/2529 
        ป.อ. มาตรา 83, 297 
        ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 เป็นเหตุที่ทำให้ผู้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 ต้องรับโทษหนักขึ้นเพราะผลที่เกิดจากการกระทำโดยที่ผู้กระทำไม่จำต้องมีเจตนาต่อผลที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น ตัวการที่ร่วมทำร้ายผู้อื่นแม้จะไม่มีเจตนาให้ผู้นั้นได้รับอันตรายสาหัส หรือมิได้เป็นผู้ลงมือกระทำให้เกิดผลขึ้นก็ต้องรับผิดในผลนั้นด้วย ในระหว่างที่จำเลยทั้งสามรุมชกต่อยผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 ใช้มีดคัดเตอร์กรีดใบหน้าผู้เสียหายเป็นแผลเสียโฉมติดตัวจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (4) ด้วย แต่ศาลลงโทษน้อยกว่าจำเลยที่ 1 ผู้เป็นต้นเหตุ 
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 12/2528)
        คำพิพากษาฎีกาที่ 1014/2535 
       ป.วิ.พ. มาตรา 249
       ป.วิ.อ. มาตรา 15, 195, 225
       ป.อ. มาตรา 83, 297 
       ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ผู้เสียหายถูกพวกของจำเลยใช้มีดฟันข้อมือได้รับอันตรายสาหัส แต่จำเลยเพียงชกต่อยผู้เสียหายเท่านั้นจึงลงโทษเพียงฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ตาม ป.อ. มาตรา 295 จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ คงมีโจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามฟ้อง ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมทำร้ายผู้เสียหายจนได้รับอันตรายสาหัส ตาม ป.อ. มาตรา 297จำเลยจะฎีกาว่าไม่ได้เป็นตัวการร่วมกระทำผิด ขอให้ยกฟ้องหาได้ไม่ เพราะมิใช่เป็นข้อเท็จจริงที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ 
       ในการร่วมกระทำผิดแม้จำเลยมีเจตนาเพียงชกผู้เสียหายครั้งเดียวที่โหนกแก้มมิได้มีเจตนาให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส แต่เมื่อพวกของจำเลยคนหนึ่งได้ใช้มีดฟันข้อมือผู้เสียหายจนได้รับอันตรายสาหัส ไม่ว่าจำเลยจะทราบว่าพวกของตนมีมีดหรือไม่ก็ตาม จำเลยก็ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการกระทำนั้นด้วย จะถือเป็นเรื่องต่างคนต่างทำไม่ได้ เพราะเป็นผลจากการกระทำของผู้ร่วมกระทำผิดทุกคน
        คำพิพากษาฎีกาที่ 353-354/2550 
        ป.อ. มาตรา 61, 80, 288 
        จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมเดินทางไปกับจำเลยที่ 2 เพื่อไปยิงแก้แค้น ช. ซึ่งเคยยิงจำเลยที่ 2 มาก่อน โดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ทราบดีว่าจำเลยที่ 2 นำอาวุธปืนติดตัวไปด้วย จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีเจตนาร่วมกับจำเลยที่ 2 ฆ่า ช. และเมื่อพบผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 ยิงผู้เสียหายโดยเข้าใจว่าเป็น ช. ย่อมเป็นการกระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิดตาม ป.อ. มาตรา 61 จำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 ไม่อาจยกเอาความสำคัญผิดดังกล่าวมาเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้มีเจตนาร่วมฆ่าผู้เสียหายได้ ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 มีเจตนาร่วมกับจำเลยที่ 2 ฆ่าผู้เสียหายด้วย ฉะนั้น เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาฆ่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 จึงมีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 2 พยายามฆ่าผู้เสียหาย

        4. การเป็นตัวการซึ่งต้องรับผลสุดท้ายต้องระมัดระวังเหตุเกิดขึ้นในฉับพลันทันที การวินิจฉัยจะเปลี่ยนไป ให้พิจารณาศึกษาต่อไปนี้ 
        คำพิพากษาฎีกาที่ 718/2511 
        ป.อ. มาตรา 83, 276, 284, 340 จำเลยสมคบร่วมกับพวกไปดักฉุดคร่าผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา มิได้มุ่งประสงค์ต่อทรัพย์แต่พรรคพวกของจำเลยได้ล้วงกระเป๋าเอาทรัพย์ของผู้เสียหายอีกคนหนึ่งไปด้วย อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฉับพลันทันที จะฟังว่าจำเลยสมคบรู้เห็นกับพวกในการลักทรัพย์ผู้เสียหายนั้นด้วยไม่ได้จำเลยคงมีผิดฐานฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้น
        คำพิพากษาฎีกาที่ 1261/2513 
        ป.อ. มาตรา 335 (7), 340 
        จำเลยทั้งสองกับพวกอีก 3 คนมาพบผู้ตายกับพวกกำลังขนบุหรี่ ได้พากันไปพูดจาซื้อขายบุหรี่ แล้วพวกของจำเลยคนหนึ่งได้ใช้ปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย และได้ร่วมกันลักเอาบุหรี่ของผู้ตายไป แต่ทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองได้รู้เห็นเป็นใจหรือร่วมด้วยในการที่พวกของจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย คงมีความผิดเพียงฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335
        คำพิพากษาฎีกาที่ 1919/2514 
        ป.อ. มาตรา 83, 90, 91, 276, 340 
        การที่บุคคลหลายคนร่วมกันมาปล้นทรัพย์บ้านใกล้เคียงกันแม้จะแยกกันเข้าทำการในหลายบ้าน แต่ละบ้านมีจำนวนไม่ถึง 3 คน อันจะเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ก็ตามก็ถือว่าการกระทำทั้งหมดเป็นกรรมเดียวกัน แต่ละคนย่อมมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ประกอบด้วยมาตรา 83แต่เมื่อคนหนึ่งในจำนวนนั้นไปข่มขืนกระทำชำเราเจ้าทรัพย์ด้วยอันไม่อยู่ในเจตนาของการร่วมกันมา ย่อมเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ซึ่งศาลอาจเรียงกระทงลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ในกรณีที่โจทก์ฟ้องรวมกระทงกันมา
        คำพิพากษาฎีกาที่ 2358/2530 
        ป.วิ.อ. มาตรา 192
        ป.อ. มาตรา 83, 288
        จำเลยที่ 2 และที่ 3 รุมชกต่อยผู้ตายในขณะเกิดเหตุชุลมุนระหว่างพวกจำเลยที่ 1 กับพวกผู้ตาย แล้วจำเลยที่ 1 หยิบมีดที่ตกอยู่บนพื้นแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย โดยจำเลยที่ 2 และที่3 ไม่อาจคาดคะเนได้ล่วงหน้าว่าจำเลยที่ 1 จะใช้มีดแทงผู้ตาย ทั้งไม่อาจเล็งเห็นได้ว่าผู้ตายจะถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตาย และการที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ขัดขวางห้ามปรามจำเลยที่ 1 ก็มิใช่เป็นข้อบ่งชี้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีเจตนาฆ่าผู้ตาย ดังนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่มีความผิดฐานเป็นตัวการฆ่าผู้ตายคงรับผิดเฉพาะเป็นตัวการทำร้ายผู้ตายตามมาตรา 290 เท่านั้น.
        คำพิพากษาฎีกาที่ 4140/2530 
        ป.วิ.อ. มาตรา 192
        ป.อ. มาตรา 90, 91, 288, 290, 295, 297 
        จำเลยทั้งสี่กับนายแม้วร่วมกับพวกพากันไปทำร้ายผู้อื่นเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุมีการต่อสู้ชกต่อยกันแต่ฝ่ายจำเลยสู้ไม่ได้ ขณะที่ฝ่ายจำเลยกำลังหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ นายแม้วใช้อาวุธปืนยิงอีกฝ่ายซึ่งไล่ตามมา กระสุนปืนถูกผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัสและถูก ส.ถึงแก่ความตายดังนี้เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสี่รู้ว่านายแม้วมีอาวุธปืนไปด้วย ขณะวิวาทชกต่อยกันก็ไม่มีการใช้อาวุธใด ๆ จึงฟังไม่ได้ว่าการที่นายแม้วใช้อาวุธปืนยิงนั้นจำเลยทั้งสี่มีเจตนาร่วมกระทำผิดด้วย จำเลยทั้งสี่ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 ตามที่โจทก์ฟ้อง แต่มีความผิดตามมาตรา 290,295 และ 297 การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามมาตรา 290 ซึ่งเป็นบทหนัก และศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามมาตรา 290 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192
        คำพิพากษาฎีกาที่ 1548/2531 
        ป.อ. มาตรา 83, 288, 290 
        จำเลยที่ 1 ซึ่งเคยมีเรื่องทะเลาะกับผู้ตายมาก่อนใช้เหล็กตีที่หน้าผู้ตาย และใช้เหล็กแหลมแทงผู้ตายที่ช่องท้องซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ อาจเล็งเห็นผลได้ว่าทำให้ถึงตายได้ และผู้ตายถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาจำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 นั้น ได้ความว่าก่อนเกิดเหตุ จำเลยทั้งสามวิ่งตามผู้ตาย และยืนล้อมผู้ตายในลักษณะคุมเชิงอยู่มีพยานเห็นมือใครผลักผู้ตายด้วย เมื่อจำเลยที่ 1 ผละออกจากผู้ตายจำเลยทั้งสามก็ตามไป แต่ก็ไม่ได้ความชัดว่าจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันทำร้ายผู้ตายอย่างใดอีก ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามมีอาวุธมาด้วยหรือมีสาเหตุโกรธเคืองร้ายแรงประการใดมาก่อนกับผู้ตายการที่จำเลยที่ 1 ใช้เหล็กแหลมแทงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า จึงเป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 แต่โดยลำพัง พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามเป็นเพียงแต่ร่วมกับจำเลยที่ 1 เพื่อไปทำร้ายผู้ตายเท่านั้นแต่การร่วมทำร้ายมีผลให้ผู้ตายถึงแก่ความตายจำเลยทั้งสามจึงมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
        คำพิพากษาฎีกาที่ 2341/2532 
        ป.อ. มาตรา 59, 83, 288, 290, 295 
        จำเลยที่ 3 โกรธที่ผู้ตายทวงเงิน 10 บาทที่จำเลยที่ 3 ยืมไป จำเลยที่ 3 จึงชวนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และพวกมาดัก ทำร้ายผู้ตายกับพวก สาเหตุที่ดัก ทำร้ายเป็นเรื่องเล็กน้อย จำเลยทั้งสี่มิได้พกอาวุธมาด้วย แสดงว่าเจตนาเพียงชกต่อยทำร้ายร่างกายผู้ตายกับพวกเท่านั้น เมื่อชกต่อยจนผู้ตายล้มลงจำเลยที่ 1กระชากไม้รั้วจากข้างทางตี ผู้ตายจนตาย จึงเป็นการกระทำโดย เจตนาฆ่าของจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวเท่านั้น จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4มิได้มีเจตนาร่วมในการกระทำในส่วนนี้ด้วย คงมีเจตนาเพียงร่วมทำร้ายร่างกายผู้ตายเท่านั้น เมื่อการร่วมทำร้ายเป็นผลให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดฐาน ร่วมทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย

                                                                                  

                                                                                                                 Credit : รพี ๕๖//ทบทวนหลักกฎหมายกับ อ.ประยุทธ

..........................................................................................................................................................................

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

       ...คุณเคยมีปัญหาเหล่านี้หรืม่ 


      - เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
      - 
สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซัที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
    
  - อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ 
      - 
สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
     
 - สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ 
กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไมันสอบ
      - เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ด...กลับมาก็เหนื่อย
     
 - อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรีนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบัติวก็อยู่หน้ารามกันหมด


      ....ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป....

.....................................................................................................................................................

ขอแนะนำ !!

รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภา 1/65 และ 2/65

++  กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)

  พร้อมไฟล์เอกสาร 

  - เอกสารสรุปคำบรรยายเนติ 1/65 

  -  เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 

  -  บทบรรณาธิการ 1/63-1/65 

  -  ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งแลอาญา (สมัยที่ 56-65) 

  - พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรีนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนขอสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่วยฯ/อัยกา  

++ กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) 

  พร้อมไฟล์เอกสาร 

 -  เอกสารสรุปคำบรรยายเนติ 2/65 

 -  เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 

 -  บทบรรณาธิการ 2/63-2/65 

 -  ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาควาอาญา (สมัยที่ 56-65) 

 -  พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยกา

  ค่ารวบรวม ภาคละ 350.-บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์) 

   หมายเหตุ  สั่งซื้อทั้ง 2  ค่ารวมรวมราคาพิเศษ 650.- บา  (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์ + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาลแบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี) 

   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725,E-mail : siripit...@gmail.com

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

  ข้อดี :

  - คุณไม่ต้องเสียเวลาไปหารวบรวมเอกสาร หรือ Download เอกสารเอง

  -  มีข้อมูลครบถ้วนตรงตามที่เรียน เช่น สรุปแนวการสอบปีที่ผ่านมา, สถิติมาตราที่ออกสอบ,ธงคำตอบ, บทบรรณาธิการ, เสียงตัวบท, เคล็ดลับการสอบ  เป็นต้น                                                                          

  -  ข้อมูลรวบรวมอยู่ในแผ่น DVD คุณสามารถนำไป Copy ใส่เครื่องเล่นอย่างอื่น เช่น Frash Drive, โทรศัพท์, CD ได้ง่าย

  - ไฟล์เอกสาร คุณสามารถเลือก Print ได้ตามหัวข้อที่ต้องการ (ได้แยกไว้เป็นรายข้อของแต่ละเรื่องที่จะสอบ)

  -  ข้อมูลทั้งหมดสามารถเก็บรวมรวมไว้ใช้ได้ตลอด เพราะคุณต้องมีการสอบตลอด คุณไม่ต้องเสียเงินซื้อเอกสารหรือตำราใหม่ (เหมาะสำหรับท่านที่จะต้องสอบผู้ช่วยฯ, อัยการ)

  -  ค่ารวบรวมราคาถูก (350.-บาท/1 ภาค) คุณไม่ต้องเสียเวลาหารวบรวมเอกสารเอง, ไม่ต้องเสียค่าเดินทางเพื่อมารวบรวมเอกสารที่เนติฯ, อีกทั้งมีการจัดส่ง EMS ให้ฟรี !!


               ไม่เก่ง..แต่พยายาม  เจ๋ง ! กว่า  เก่ง....แต่ขี้เกียจ

                                        ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็นทุกคะคับ...

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages