คำพิพากษาฎีกาที่ 85/2537
ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย
ป.อ. มาตรา 83
จำเลยร่วมกับ จ.
ทำร้ายผู้ตายและหลบหนีไปด้วยกัน แม้จำเลยไม่ทราบว่า จ. มีอาวุธมีดติดตัว
และไม่ได้ร่วมใช้อาวุธทำร้ายผู้ตายด้วย จำเลยก็ต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมทำร้ายผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 290 วรรคแรกซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษได้
เพราะการกระทำเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาที่โจทก์ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 192 วรรคท้าย
คำพิพากษาฎีกาที่ 313/2529
ป.อ. มาตรา 83, 297
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 297 เป็นเหตุที่ทำให้ผู้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา
295 ต้องรับโทษหนักขึ้นเพราะผลที่เกิดจากการกระทำโดยที่ผู้กระทำไม่จำต้องมีเจตนาต่อผลที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น
ตัวการที่ร่วมทำร้ายผู้อื่นแม้จะไม่มีเจตนาให้ผู้นั้นได้รับอันตรายสาหัส
หรือมิได้เป็นผู้ลงมือกระทำให้เกิดผลขึ้นก็ต้องรับผิดในผลนั้นด้วย
ในระหว่างที่จำเลยทั้งสามรุมชกต่อยผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 ใช้มีดคัดเตอร์กรีดใบหน้าผู้เสียหายเป็นแผลเสียโฉมติดตัวจำเลยที่
2 และที่ 3 ต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 297 (4) ด้วย แต่ศาลลงโทษน้อยกว่าจำเลยที่ 1 ผู้เป็นต้นเหตุ
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 12/2528)
คำพิพากษาฎีกาที่ 1014/2535
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ป.วิ.อ. มาตรา 15, 195, 225
ป.อ. มาตรา 83, 297
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย
ผู้เสียหายถูกพวกของจำเลยใช้มีดฟันข้อมือได้รับอันตรายสาหัส
แต่จำเลยเพียงชกต่อยผู้เสียหายเท่านั้นจึงลงโทษเพียงฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ตาม
ป.อ. มาตรา 295 จำเลยไม่ได้อุทธรณ์
คงมีโจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามฟ้อง
ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมทำร้ายผู้เสียหายจนได้รับอันตรายสาหัส
ตาม ป.อ. มาตรา 297จำเลยจะฎีกาว่าไม่ได้เป็นตัวการร่วมกระทำผิด
ขอให้ยกฟ้องหาได้ไม่
เพราะมิใช่เป็นข้อเท็จจริงที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์
ในการร่วมกระทำผิดแม้จำเลยมีเจตนาเพียงชกผู้เสียหายครั้งเดียวที่โหนกแก้มมิได้มีเจตนาให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส
แต่เมื่อพวกของจำเลยคนหนึ่งได้ใช้มีดฟันข้อมือผู้เสียหายจนได้รับอันตรายสาหัส
ไม่ว่าจำเลยจะทราบว่าพวกของตนมีมีดหรือไม่ก็ตาม
จำเลยก็ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการกระทำนั้นด้วย จะถือเป็นเรื่องต่างคนต่างทำไม่ได้
เพราะเป็นผลจากการกระทำของผู้ร่วมกระทำผิดทุกคน
คำพิพากษาฎีกาที่ 353-354/2550
ป.อ. มาตรา 61, 80, 288
จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมเดินทางไปกับจำเลยที่ 2
เพื่อไปยิงแก้แค้น ช. ซึ่งเคยยิงจำเลยที่ 2 มาก่อน
โดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ทราบดีว่าจำเลยที่
2 นำอาวุธปืนติดตัวไปด้วย จำเลยที่ 1 และที่
3 มีเจตนาร่วมกับจำเลยที่ 2 ฆ่า ช.
และเมื่อพบผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 ยิงผู้เสียหายโดยเข้าใจว่าเป็น
ช. ย่อมเป็นการกระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิดตาม ป.อ. มาตรา 61 จำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่
2 ไม่อาจยกเอาความสำคัญผิดดังกล่าวมาเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้มีเจตนาร่วมฆ่าผู้เสียหายได้
ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 มีเจตนาร่วมกับจำเลยที่
2 ฆ่าผู้เสียหายด้วย ฉะนั้น
เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาฆ่า จำเลยที่ 1 และที่
3 จึงมีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 2 พยายามฆ่าผู้เสียหาย
4. การเป็นตัวการซึ่งต้องรับผลสุดท้ายต้องระมัดระวังเหตุเกิดขึ้นในฉับพลันทันที
การวินิจฉัยจะเปลี่ยนไป ให้พิจารณาศึกษาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 718/2511
ป.อ. มาตรา 83, 276, 284, 340 จำเลยสมคบร่วมกับพวกไปดักฉุดคร่าผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา
มิได้มุ่งประสงค์ต่อทรัพย์แต่พรรคพวกของจำเลยได้ล้วงกระเป๋าเอาทรัพย์ของผู้เสียหายอีกคนหนึ่งไปด้วย
อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฉับพลันทันที
จะฟังว่าจำเลยสมคบรู้เห็นกับพวกในการลักทรัพย์ผู้เสียหายนั้นด้วยไม่ได้จำเลยคงมีผิดฐานฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้น
คำพิพากษาฎีกาที่ 1261/2513
ป.อ. มาตรา 335 (7), 340
จำเลยทั้งสองกับพวกอีก 3 คนมาพบผู้ตายกับพวกกำลังขนบุหรี่
ได้พากันไปพูดจาซื้อขายบุหรี่
แล้วพวกของจำเลยคนหนึ่งได้ใช้ปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย
และได้ร่วมกันลักเอาบุหรี่ของผู้ตายไป แต่ทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองได้รู้เห็นเป็นใจหรือร่วมด้วยในการที่พวกของจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย
จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
คงมีความผิดเพียงฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335
คำพิพากษาฎีกาที่ 1919/2514
ป.อ. มาตรา 83, 90, 91, 276, 340
การที่บุคคลหลายคนร่วมกันมาปล้นทรัพย์บ้านใกล้เคียงกันแม้จะแยกกันเข้าทำการในหลายบ้าน
แต่ละบ้านมีจำนวนไม่ถึง 3 คน
อันจะเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ก็ตามก็ถือว่าการกระทำทั้งหมดเป็นกรรมเดียวกัน
แต่ละคนย่อมมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ประกอบด้วยมาตรา 83แต่เมื่อคนหนึ่งในจำนวนนั้นไปข่มขืนกระทำชำเราเจ้าทรัพย์ด้วยอันไม่อยู่ในเจตนาของการร่วมกันมา
ย่อมเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ซึ่งศาลอาจเรียงกระทงลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ในกรณีที่โจทก์ฟ้องรวมกระทงกันมา
คำพิพากษาฎีกาที่ 2358/2530
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.อ. มาตรา 83, 288
จำเลยที่ 2 และที่ 3 รุมชกต่อยผู้ตายในขณะเกิดเหตุชุลมุนระหว่างพวกจำเลยที่
1 กับพวกผู้ตาย แล้วจำเลยที่ 1 หยิบมีดที่ตกอยู่บนพื้นแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย
โดยจำเลยที่ 2 และที่3 ไม่อาจคาดคะเนได้ล่วงหน้าว่าจำเลยที่
1 จะใช้มีดแทงผู้ตาย
ทั้งไม่อาจเล็งเห็นได้ว่าผู้ตายจะถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตาย และการที่จำเลยที่ 2
และที่ 3 ไม่ขัดขวางห้ามปรามจำเลยที่ 1
ก็มิใช่เป็นข้อบ่งชี้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3
มีเจตนาฆ่าผู้ตาย ดังนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3
จึงไม่มีความผิดฐานเป็นตัวการฆ่าผู้ตายคงรับผิดเฉพาะเป็นตัวการทำร้ายผู้ตายตามมาตรา
290 เท่านั้น.
คำพิพากษาฎีกาที่ 4140/2530
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.อ. มาตรา 90, 91, 288, 290, 295, 297
จำเลยทั้งสี่กับนายแม้วร่วมกับพวกพากันไปทำร้ายผู้อื่นเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุมีการต่อสู้ชกต่อยกันแต่ฝ่ายจำเลยสู้ไม่ได้
ขณะที่ฝ่ายจำเลยกำลังหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ
นายแม้วใช้อาวุธปืนยิงอีกฝ่ายซึ่งไล่ตามมา กระสุนปืนถูกผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ
บาดเจ็บสาหัสและถูก
ส.ถึงแก่ความตายดังนี้เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสี่รู้ว่านายแม้วมีอาวุธปืนไปด้วย
ขณะวิวาทชกต่อยกันก็ไม่มีการใช้อาวุธใด ๆ
จึงฟังไม่ได้ว่าการที่นายแม้วใช้อาวุธปืนยิงนั้นจำเลยทั้งสี่มีเจตนาร่วมกระทำผิดด้วย
จำเลยทั้งสี่ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 ตามที่โจทก์ฟ้อง
แต่มีความผิดตามมาตรา 290,295 และ 297 การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
ต้องลงโทษตามมาตรา 290 ซึ่งเป็นบทหนัก
และศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามมาตรา 290 ได้
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192
คำพิพากษาฎีกาที่ 1548/2531
ป.อ. มาตรา 83, 288, 290
จำเลยที่ 1 ซึ่งเคยมีเรื่องทะเลาะกับผู้ตายมาก่อนใช้เหล็กตีที่หน้าผู้ตาย
และใช้เหล็กแหลมแทงผู้ตายที่ช่องท้องซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ
อาจเล็งเห็นผลได้ว่าทำให้ถึงตายได้ และผู้ตายถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาจำเลยที่ 1
จึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 นั้น
ได้ความว่าก่อนเกิดเหตุ จำเลยทั้งสามวิ่งตามผู้ตาย
และยืนล้อมผู้ตายในลักษณะคุมเชิงอยู่มีพยานเห็นมือใครผลักผู้ตายด้วย เมื่อจำเลยที่
1 ผละออกจากผู้ตายจำเลยทั้งสามก็ตามไป
แต่ก็ไม่ได้ความชัดว่าจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันทำร้ายผู้ตายอย่างใดอีก
ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามมีอาวุธมาด้วยหรือมีสาเหตุโกรธเคืองร้ายแรงประการใดมาก่อนกับผู้ตายการที่จำเลยที่
1 ใช้เหล็กแหลมแทงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า
จึงเป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 แต่โดยลำพัง
พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามเป็นเพียงแต่ร่วมกับจำเลยที่ 1 เพื่อไปทำร้ายผู้ตายเท่านั้นแต่การร่วมทำร้ายมีผลให้ผู้ตายถึงแก่ความตายจำเลยทั้งสามจึงมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
คำพิพากษาฎีกาที่ 2341/2532
ป.อ. มาตรา 59, 83, 288, 290, 295
จำเลยที่ 3 โกรธที่ผู้ตายทวงเงิน 10 บาทที่จำเลยที่
3 ยืมไป จำเลยที่ 3 จึงชวนจำเลยที่ 1
ที่ 2 ที่ 4 และพวกมาดัก
ทำร้ายผู้ตายกับพวก สาเหตุที่ดัก ทำร้ายเป็นเรื่องเล็กน้อย
จำเลยทั้งสี่มิได้พกอาวุธมาด้วย
แสดงว่าเจตนาเพียงชกต่อยทำร้ายร่างกายผู้ตายกับพวกเท่านั้น
เมื่อชกต่อยจนผู้ตายล้มลงจำเลยที่ 1กระชากไม้รั้วจากข้างทางตี
ผู้ตายจนตาย จึงเป็นการกระทำโดย เจตนาฆ่าของจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวเท่านั้น
จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4มิได้มีเจตนาร่วมในการกระทำในส่วนนี้ด้วย
คงมีเจตนาเพียงร่วมทำร้ายร่างกายผู้ตายเท่านั้น
เมื่อการร่วมทำร้ายเป็นผลให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 ที่
3 และที่ 4 มีความผิดฐาน
ร่วมทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย
Credit : รพี ๕๖//ทบทวนหลักกฎหมายกับ อ.ประยุทธ
..........................................................................................................................................................................
...คุณเคยมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ?
- เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
- สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซักที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
- อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ
- สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
- สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
- เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ติด...กลับมาก็เหนื่อย
- อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรียนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบันติวก็อยู่หน้ารามกันหมด
....ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป....
.....................................................................................................................................................
ขอแนะนำ !!
รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภาค 1/65 และ 2/65
++ กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)
พร้อมไฟล์เอกสาร
- เอกสารสรุปคำบรรยายเนติฯ 1/65
- เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65
- บทบรรณาธิการ 1/63-1/65
- ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-65)
- พร้อม !! เคล็ดลับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบ, การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ
++ กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)
พร้อมไฟล์เอกสาร
- เอกสารสรุปคำบรรยายเนติฯ 2/65
- เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65
- บทบรรณาธิการ 2/63-2/65
- ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-65)
- พร้อม !! เคล็ดลับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบ, การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ
ค่ารวบรวม ภาคละ 350.-บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์)
หมายเหตุ : สั่งซื้อทั้ง 2 ภาค ค่ารวมรวมราคาพิเศษ 650.- บาท (ส่ง EMS ฟรี !! + แถมฟรี !! แผ่นรองเม้าท์ + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาล, แบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725,E-mail : siripit...@gmail.com
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ข้อดี :
- คุณไม่ต้องเสียเวลาไปหารวบรวมเอกสาร หรือ Download เอกสารเอง
- มีข้อมูลครบถ้วนตรงตามที่เรียน เช่น สรุปแนวการสอบปีที่ผ่านมา, สถิติมาตราที่ออกสอบ,ธงคำตอบ, บทบรรณาธิการ, เสียงตัวบท, เคล็ดลับการสอบ เป็นต้น
- ข้อมูลรวบรวมอยู่ในแผ่น DVD คุณสามารถนำไป Copy ใส่เครื่องเล่นอย่างอื่น เช่น Frash Drive, โทรศัพท์, CD ได้ง่าย
- ไฟล์เอกสาร คุณสามารถเลือก Print ได้ตามหัวข้อที่ต้องการ (ได้แยกไว้เป็นรายข้อของแต่ละเรื่องที่จะสอบ)
- ข้อมูลทั้งหมดสามารถเก็บรวมรวมไว้ใช้ได้ตลอด เพราะคุณต้องมีการสอบตลอด คุณไม่ต้องเสียเงินซื้อเอกสารหรือตำราใหม่ (เหมาะสำหรับท่านที่จะต้องสอบผู้ช่วยฯ, อัยการ)
- ค่ารวบรวมราคาถูก (350.-บาท/1 ภาค) คุณไม่ต้องเสียเวลาหารวบรวมเอกสารเอง, ไม่ต้องเสียค่าเดินทางเพื่อมารวบรวมเอกสารที่เนติฯ, อีกทั้งมีการจัดส่ง EMS ให้ฟรี !!
ไม่เก่ง..แต่พยายาม เจ๋ง ! กว่า เก่ง....แต่ขี้เกียจ
ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จกันทุกคนนะคับ...