แพทย์ทำคลอดให้หญิง ปรากฏว่าหญิงตายพร้อมเด็กในครรภ์ แพทยสภาลงมติด้วยเสียงข้างมากว่า นายแพทย์ผู้ทำคลอดดังกล่าวไม่มีความผิดใดๆ ศาลจะพิพากษาคดีนี้อย่างไร ?
ศึกษาวิเคราะห์จากคำพิพากษาฎีกาที่ 7634/2554
ข้อเท็จจริง
(กรุณาเปิดตัวบทกฎหมายทุกครั้งที่มีการอ้างถึงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำความเข้าใจ)
1. จำเลยที่ 3 เป็นวิสัญญีแพทย์ จำเลยที่ 4
เป็นสูติแพทย์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2538
ผู้ตายไปที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 (ซึ่งเป็นโรงงานเอกชน)
เพื่อเตรียคลอดบุตรคนที่ 4 โดยผู้ตายฝากครรภ์กับจำเลยที่ 4
วันที่ 8 กันยาย 2538 พยาบาลพาผู้ตายไปที่ห้องคลอดหมายเลข
2 ชั้น 2 เวลา 8.00 น. จำเลยที่ 3 ให้ยาระงับความรู้สึกทางช่องเยื่อหุ้มไขสันหลัง
(EPIDURAL BLOCK) แก่ผู้ตาย เวลา 8.30 น.
จำเลยที่ 4 เจาะถุงน้ำคร่ำผู้ตาย แล้วกลับออกไปเวลา 8.45
น. เพื่อตรวจคนไข้รายอื่น จำเลยที่ 3 ออกจากห้องคลอดไปเมื่อเวลา
8.50 น. เนื่องจากจำเลยที่ 3 ต้องทำหน้าที่วางยาสลบในการผ่าตัดคนไข้รายอื่นในเวลา
9.00 น.
ต่อมาผู้ตายได้ถึงแก่ความตายในวันเดียวกันเนื่องจากระบบการไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากเศษน้ำคร่ำเข้าไปในระบบเส้นเลือดของปอด
2. จำเลยทั้ง 7 ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้ง 4
ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ทุกคนเป็นเงินทั้งสิ้น 695,621,852 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี.......
2.1 การยื่นฟ้องของโจทก์ทั้ง 7 ได้ยื่นฟ้องมาในคำฟ้องฉบับเดียวกัน
สามารถกระทำได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 59
2.2 คำฟ้องของโจทก์ทั้ง 7 ดังกล่าว
สามารถนำไปยื่นที่ภูมิลำเนาของจำเลยคนใดคนหนึ่งก็ได้
หรือจะนำไปยื่นฟ้องที่ซึ่งมูลคดีเกิด (โรงพยาบาลที่ทำคลอดก็ได้) ตาม ป.วิ.พ. มาตรา
4(1)
2.3 การยื่นฟ้องของโจทก์ทั้ง 7 มีทุนทรัพย์สูงถึง
695,621,852 บาทเช่นนี้
จะส่งผลถึงจำนวนค่าขึ้นศาลซึ่งจะต้องเป็นไปตามตาราง 1 ท้าย
ป.วิ.พ. (1) (ก) คือทุนทรัพย์ไม่เกิน 50 ล้านบาท เสียค่าขึ้นศาลร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 200,000
บาท ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไปเสียร้อยละ 0.1
2.4 หากโจทก์ทั้ง 7 เป็นผู้ยากจน
สามารถยื่นฟ้องคดีได้โดยไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล แต่ต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156,
156/1
3. จำเลยทั้ง 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง
ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ
3.1 ผลของคำพิพากษาของศาลชั้นต้นถือว่าฝ่ายจำเลยชนะคดี
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับเป็นการสั่งโดยอาศัย ป.วิ.พ.
มาตรา 161 และมีผลถึง ป.วิ.พ. มาตรา 229 หมายความว่าหากฝ่ายโจทก์ จะยื่นอุทธรณ์คดีนี้ ไม่ต้องวางเงินตาม ป.วิ.พ.
มาตรา 229 (เงินตามมาตรานี้เรียกว่าค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน)
3.2 ในการที่ฝ่ายโจทก์จะยื่นอุทธรณ์ก็จะต้องเสียค่าขึ้นศาลเช่นเดียวกับการยื่นฟ้องที่ศาลชั้นต้น
4. โจทก์ทั้ง 7 ยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์เป็นเงิน 3,300,000
บาท แก่โจทก์ที่ 2 ถึง ที่ 4 เป็นเงินคนละ 2,000,000 บาท แก่โจท์ที่ 5 และที่ 6 เป็นเงินคนละ 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี.......
กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4
ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น......
5. จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่
4 ยื่นฎีกา ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยดังต่อไปนี้
5.1 จำเลยที่ 1 เป็นโรงพยาบาลเอกชนเรียกค่ารักษาพยาบาลจากผู้ป่วยสูงกว่าโรงพยาบาลของรัฐและแพทย์ผู้ทำการรักษามีความรับผิดชอบต่อผู้ป่วยด้วยมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับดีที่สุดตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมฯ
หมวดที่ 3 ข้อที่ 1 ที่ว่า
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องรักษามาตรฐานของการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับที่ดีที่สุด
และข้อ 6 ที่ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ต้องไม่ประกอบวิชาชีพโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสิ้นเปลืองของผู้ป่วย
ผู้ตายเป็นคนไข้ที่มารับบริการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 ต่อเนื่องกันมากว่า 10 ปี
เป็นเพราะความเชื่อถือในชื่อเสียงและความสามารถจากแพทย์ของโรงพยาบาลจำเลยที่ 1
ดังนั้น จำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นแพทย์เพื่อทำคลอดผู้ตายจึงเกิดหน้าที่
ที่จะต้องปฏิบัติต่อผู้ตายด้วยมาตรฐานของการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับที่ดีที่สุดที่โรงพยาบาลเอกชน
เช่น จำเลยที่ 1 จะพึงมี
โดยไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับการไปคลอดที่โรงพยาบาลของรัฐได้ การที่จำเลยที่ 3
และ ที่ 4 ทอดทิ้งผู้ตายไว้ในห้องโดยไม่มีสูติแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์คนอื่นอยู่ดูแลแทนจนเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย
จำเลยที่ 3 และที่ 4 ย่อมไม่อาจยกเหตุสุดวิสัยขึ้นมาปฏิเสธความรับผิดได้
5.2 ศาลฎีกาได้วินิจฉัยในประเด็นต่อไปว่า
การทำคลอดด้วยการให้ยาชาเข้าไขสันหลังโดยตรง ซึ่งเรียกว่า Spinal
Anaesthesia หรือ Epidural Block อาจมีอาการแทรกซ้อนได้หลายประการแม้กระทั่งถึงชีวิตในทันทีก็ได้
วิสัญญีแพทย์จำเป็นต้องเฝ้าติดตามอาการของคนไข้โดยใกล้ชิด การที่จำเลยที่ 4
เจาะถุงน้ำคร่ำผู้ตายแล้วจะต้องดูแลผู้ตายอย่างใกล้ชิด หากจำเลยที่ 4
ไม่อยู่จะต้องมีสูติแพทย์ หรือวิสัญญีแพทย์อยู่ดูแลผู้ตายแทน
ส่วนจำเลยที่ 3 เมื่อให้ยาชาทางสันหลังจะต้องดูแลผู้ตายอย่างใกล้ชิดแต่จำเลยที่
3 และที่ 4 ทอดทิ้งผู้ตายไว้ในห้องโดยไม่มีแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์คนอื่นมาดูแลแทน
คงมีแต่พยาบาลซึ่งไม่ใช่วิสัญญีพยาบาลดูแลร่วมกับผู้ช่วยคนไข้
ทั้งไม่ได้ความว่าก่อนจำเลยที่ 3 และที่ 4 จะออกจากห้องคลอดมีการสั่งให้พยาบาลดูแลผู้ป่วยเช่นใด
โดยเฉพาะการวัดความดันโลหิตและชีพจร
ผู้ตายถึงแก่ความตายในวันดังกล่าวเนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากเศษน้ำคร่ำเข้าในระบบเส้นเลือดของปอด
จำเลยที่ 3 และที่ 4 รับว่าไม่เคยประสบภาวะน้ำคร่ำอุดกั้นเส้นเลือดในปอดเหมือนเช่นคดีนี้มาก่อนจึงน่าจะเป็นเหตุให้จำเลยที่
3 และที่ 4 ละเลยถึงภาวะดังกล่าวจนไม่ปฏิบัติหรือสั่งการให้ผู้อื่นปฏิบัติตามหลักวิชาการแพทย์เพื่อดูแลผู้ตายอย่างใกล้ชิดจนการคลอดเสร็จสิ้น
ข้อบกพร่องของจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงนำไปสู่การเยียวยาเพื่อช่วยชีวิตผู้ตายและบุตรไม่ได้อย่างรวดเร็วและดีที่สุดตามที่ควรจะเป็นจึงต้องฟังว่าจำเลยที่
3 และที่ 4 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ได้รักษามาตรฐาน
การประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับดีที่สุด
ตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพ หมวดที่ 3 การประกอบวิชาชีพเวชกรรม ข้อที่ 1 ทอดทิ้งผู้ตายไปรักษาพยาบาลผู้ป่วยรายอื่นเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย
ถือได้ว่า จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์ และจำเลยที่ 4
ซึ่งเป็นสูติแพทย์ ประมาทเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย
5.3 ศาลฎีกาได้พิจารณาต่อไปว่า มติของแพทยสภาที่วินิจฉัยว่าจำเลยที่
2 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 ไม่ได้กระทำผิดหรือไม่ได้รักษาผิดมาตรฐานนั้น มติแพทยสภาไม่ใช่กฎหมาย
และไม่มีกฎหมายบัญญัติว่า มติแพทยสภามีผลผูกพันและศาล
ถ้าศาลเห็นว่ามติของแพทยสภาถูกต้องและเป็นธรรมก็จะนำมารับฟังประกอบพยานหลักฐานของจำเลยที่
1 ที่ 3 และที่ 4 ได้ แต่มติเรื่องนี้มีข้อสงสัยว่าจะถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่
เพราะเมื่อนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการแพทยสภา มีกรรมการมาประชุม 30
คน ลงมติโดยเปิดเผยโดยการยกมือ ฝ่ายที่เห็นว่าจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นสูติแพทย์ผิดมีจำนวน 12 เสียง
ฝ่ายที่เห็นว่าไม่ผิดมีจำนวน 13 เสียง
ส่วนมติเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 วิสัญญีแพทย์
ลงมติว่าไม่ผิดจำนวน 12 เสียง มีความผิดจำนวน 10 เสียง แต่มีกรรมการที่ลงมติว่าไม่ผิด 1 คนเป็นญาติและนามสกุลเดียวกับผู้ถูกกล่าวหา
หลังลงมติมีกรรมการแพทยสภาลาออกเพื่อประท้วยคณะกรรมการแพทยสภา
กรรมการแพทยสภาลงมติโดยไม่ได้ศึกษาสำนวนโดยละเอียด
กรรมการบางคนไม่เคยประชุมแพทยสภามาก่อนแต่ละมติว่าไม่ผิด
มติแพทยสภาดังกล่าวยังมีข้อโต้แย้งว่าถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ ศาลจึงเพียงแต่นำมารับฟังประกอบการพิจารณาเท่านั้น
โดยไม่จำต้องถือตามมติของแพทยสภา
หมายเหตุ
1. ตาม ป.อ. ตามพฤติการณ์ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยเช่นนี้ จำเลยที่ 3
ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นสูติแพทย์
จะมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 ซึ่งบัญญัติว่าผู้ใดกระทำโดยประมาท
และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย..... ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับ.......
2. ถ้าคดีนี้เป็นโรงพยาบาลของรัฐ จะฟ้องนายแพทย์ทั้งสองคนไม่ได้
ต้องฟ้องกรมการแพทย์หรือกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำเลย ตาม พ.ร.บ.
ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 5018/2550
พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง
ป.พ.พ. มาตรา 420
จำเลยที่ 3 เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาล ส.
และเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โจทก์ที่ 1 มีอาการเจ็บครรภ์ได้เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล
ส. มีจำเลยที่ 3 เป็นแพทย์ผู้ตรวจรักษาโดยวิธีผ่าตัดทำคลอดแต่ทารกในครรภ์ได้ถึงแก่ความตาย
จำเลยที่ 3 ได้ใช้ความระมัดระวังในการตรวจรักษาโจทก์ที่ 1
ตามความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพแพทย์แล้ว การกระทำของจำเลยที่
3 จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่จำเลยที่ 3 สังกัด จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง
คำพิพากษาฎีกาที่ 6092/2552
ป.พ.พ. มาตรา 420, 446
จำเลยที่ 3 มิได้ตรวจดูอาการของโจทก์ตั้งแต่แรกเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพนมสารคามด้วยตนเอง
แต่วินิจฉัยโรคและสั่งการรักษาอาการของโจทก์ตามที่ได้รับรายงานทางโทรศัพท์จากพยาบาลแทนโดยไม่ได้ตรวจสอบประวัติการรักษาของโจทก์ด้วยตนเอง
แม้จำเลยที่ 3 จะสอบถามจากพยาบาลก่อนที่พยาบาลจะฉีดยาให้แก่โจทก์เพื่อทำการรักษาก็ตาม
ก็มิใช่วิสัยของบุคคลผู้มีวิชาชีพเป็นแพทย์จะพึงกระทำไม่
ทั้งห้องแพทย์เวรกับห้องฉุกเฉินที่โจทก์อยู่ห่างกันเพียง 20 เมตร
ไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัยอันทำให้จำเลยที่ 3 ไม่สามารถมาตรวจวินิจฉัยอาการของโจทก์ได้ด้วยตนเองแต่อย่างใด
ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ประมาทเลินเล่อ เมื่อพยาบาลฉีดยาบริคานิลให้แก่โจทก์ตามที่จำเลยที่
3 สั่งการ หลังจากนั้นโจทก์มีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง
โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์มีอาการเช่นว่านั้นมาก่อน
อาการแพ้ยาดังกล่าวจึงเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ 3 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์
ความยินยอมของโจทก์ที่ให้จำเลยที่ 3 ทำการรักษา
หากการรักษานั้นไม่ได้เป็นไปตามมาตรแห่งวิชาชีพแพทย์
ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายโจทก์
ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 3 อันเป็นการกระทำละเมิด
จำเลยที่ 3 ก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1
อันเป็นหน่วยงานของรัฐให้รับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 3
ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ได้
ค่าทนทุกข์ทรมานระหว่างเจ็บป่วย ค่าเสียสมรรถภาพในการมองเห็นและค่าสูญเสียความสวยงาม
ถือเป็นความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน ซึ่งโจทก์จึงมีสิทธิเรียกได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์ประกอบอาชีพด้วยหรือไม่
ขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับที่มา : ทบทวนหลักกฎหมายกับ อาจารย์ประยุทธ
____________________________________________________________________________
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
...ท่านเคยมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ?
- เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
- สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซักที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
- อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ
- สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
- สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
- เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ติด...กลับมาก็เหนื่อย
- อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรียนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบันติวก็อยู่หน้ารามกันหมด
....ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป....
...................................................................................................................................................
ขอแนะนำ !!
รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภาค 1/65 และ 2/65
- กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์
พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติฯ 1/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 + บทบรรณาธิการ 1/63, 1/64 และ 1/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบ, การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ
ราคาพิเศษ 350.00 บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !!)
- กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์)
พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติฯ 2/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 + บทบรรณาธิการ 2/63, 2/64 และ 2/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบ, การเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยการ
ราคาพิเศษ 350.00 บาท (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !!)
หมายเหตุ : สั่งซื้อทั้ง 2 ภาค ราคาพิเศษ 650 บาท (ส่ง EMS ฟรี) แถมฟรี !!สมุดบันทึก + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาล, แบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี
สนใจติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725, E-mail : siripit...@gmail.com