...แพทย์ทำคลอดให้หญิง ปรากฏว่าหญิงตายพร้อมเด็กในครรภ์ แพทยสภาลงมติด้วยเสียงข้างมากว่า นายแพทย์ผู้ทำคลอดดังกล่าวไม่มีความผิดใดๆ ศาลจะพิพากษาคดีนี้อย่างไร...?

388 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Aug 10, 2013, 7:24:24 PM8/10/13
to law...@googlegroups.com

    แพทย์ทำคลอดให้หญิง ปรากฏว่าหญิงตายพร้อมเด็กในครรภ์ แพทยสภาลงมติด้วยเสียงข้างมากว่า นายแพทย์ผู้ทำคลอดดังกล่าวไม่มีความผิดใดๆ ศาลจะพิพากษาคดีนี้อย่างไร ?


      ศึกษาวิเคราะห์จากคำพิพากษาฎีกาที่ 7634/2554
      ข้อเท็จจริง (กรุณาเปิดตัวบทกฎหมายทุกครั้งที่มีการอ้างถึงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำความเข้าใจ)

     1. จำเลยที่ 3 เป็นวิสัญญีแพทย์ จำเลยที่ 4 เป็นสูติแพทย์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2538 ผู้ตายไปที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 (ซึ่งเป็นโรงงานเอกชน) เพื่อเตรียคลอดบุตรคนที่ 4 โดยผู้ตายฝากครรภ์กับจำเลยที่ 4 วันที่ 8 กันยาย 2538 พยาบาลพาผู้ตายไปที่ห้องคลอดหมายเลข 2 ชั้น 2 เวลา 8.00 น. จำเลยที่ 3 ให้ยาระงับความรู้สึกทางช่องเยื่อหุ้มไขสันหลัง (EPIDURAL BLOCK) แก่ผู้ตาย เวลา 8.30 น. จำเลยที่ 4 เจาะถุงน้ำคร่ำผู้ตาย แล้วกลับออกไปเวลา 8.45 น. เพื่อตรวจคนไข้รายอื่น จำเลยที่ 3 ออกจากห้องคลอดไปเมื่อเวลา 8.50 น. เนื่องจากจำเลยที่ 3 ต้องทำหน้าที่วางยาสลบในการผ่าตัดคนไข้รายอื่นในเวลา 9.00 น. ต่อมาผู้ตายได้ถึงแก่ความตายในวันเดียวกันเนื่องจากระบบการไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากเศษน้ำคร่ำเข้าไปในระบบเส้นเลือดของปอด 

    2. จำเลยทั้ง 7 ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้ง 4 ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ทุกคนเป็นเงินทั้งสิ้น 695,621,852 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี....... 
    2.1 การยื่นฟ้องของโจทก์ทั้ง 7 ได้ยื่นฟ้องมาในคำฟ้องฉบับเดียวกัน สามารถกระทำได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 59 
    2.2 คำฟ้องของโจทก์ทั้ง 7 ดังกล่าว สามารถนำไปยื่นที่ภูมิลำเนาของจำเลยคนใดคนหนึ่งก็ได้ หรือจะนำไปยื่นฟ้องที่ซึ่งมูลคดีเกิด (โรงพยาบาลที่ทำคลอดก็ได้) ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4(1) 
    2.3 การยื่นฟ้องของโจทก์ทั้ง 7 มีทุนทรัพย์สูงถึง 695,621,852 บาทเช่นนี้ จะส่งผลถึงจำนวนค่าขึ้นศาลซึ่งจะต้องเป็นไปตามตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. (1) (ก) คือทุนทรัพย์ไม่เกิน 50 ล้านบาท เสียค่าขึ้นศาลร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไปเสียร้อยละ 0.1 
    2.4 หากโจทก์ทั้ง 7 เป็นผู้ยากจน สามารถยื่นฟ้องคดีได้โดยไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล แต่ต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156, 156/1 

    3. จำเลยทั้ง 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ
    3.1 ผลของคำพิพากษาของศาลชั้นต้นถือว่าฝ่ายจำเลยชนะคดี การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับเป็นการสั่งโดยอาศัย ป.วิ.พ. มาตรา 161 และมีผลถึง ป.วิ.พ. มาตรา 229 หมายความว่าหากฝ่ายโจทก์ จะยื่นอุทธรณ์คดีนี้ ไม่ต้องวางเงินตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 (เงินตามมาตรานี้เรียกว่าค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน) 
    3.2 ในการที่ฝ่ายโจทก์จะยื่นอุทธรณ์ก็จะต้องเสียค่าขึ้นศาลเช่นเดียวกับการยื่นฟ้องที่ศาลชั้นต้น

     4. โจทก์ทั้ง 7 ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์เป็นเงิน 3,300,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 ถึง ที่ 4 เป็นเงินคนละ 2,000,000 บาท แก่โจท์ที่ 5 และที่ 6 เป็นเงินคนละ 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี....... กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น......

     5. จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ยื่นฎีกา ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยดังต่อไปนี้
     5.1 จำเลยที่ 1 เป็นโรงพยาบาลเอกชนเรียกค่ารักษาพยาบาลจากผู้ป่วยสูงกว่าโรงพยาบาลของรัฐและแพทย์ผู้ทำการรักษามีความรับผิดชอบต่อผู้ป่วยด้วยมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับดีที่สุดตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมฯ หมวดที่ 3 ข้อที่ 1 ที่ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องรักษามาตรฐานของการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับที่ดีที่สุด และข้อ 6 ที่ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ต้องไม่ประกอบวิชาชีพโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสิ้นเปลืองของผู้ป่วย ผู้ตายเป็นคนไข้ที่มารับบริการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 ต่อเนื่องกันมากว่า 10 ปี เป็นเพราะความเชื่อถือในชื่อเสียงและความสามารถจากแพทย์ของโรงพยาบาลจำเลยที่ 1 ดังนั้น จำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นแพทย์เพื่อทำคลอดผู้ตายจึงเกิดหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติต่อผู้ตายด้วยมาตรฐานของการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับที่ดีที่สุดที่โรงพยาบาลเอกชน เช่น จำเลยที่ 1 จะพึงมี โดยไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับการไปคลอดที่โรงพยาบาลของรัฐได้ การที่จำเลยที่ 3 และ ที่ 4 ทอดทิ้งผู้ตายไว้ในห้องโดยไม่มีสูติแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์คนอื่นอยู่ดูแลแทนจนเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 3 และที่ 4 ย่อมไม่อาจยกเหตุสุดวิสัยขึ้นมาปฏิเสธความรับผิดได้ 
     5.2 ศาลฎีกาได้วินิจฉัยในประเด็นต่อไปว่า การทำคลอดด้วยการให้ยาชาเข้าไขสันหลังโดยตรง ซึ่งเรียกว่า Spinal Anaesthesia หรือ Epidural Block อาจมีอาการแทรกซ้อนได้หลายประการแม้กระทั่งถึงชีวิตในทันทีก็ได้ วิสัญญีแพทย์จำเป็นต้องเฝ้าติดตามอาการของคนไข้โดยใกล้ชิด การที่จำเลยที่ 4 เจาะถุงน้ำคร่ำผู้ตายแล้วจะต้องดูแลผู้ตายอย่างใกล้ชิด หากจำเลยที่ 4 ไม่อยู่จะต้องมีสูติแพทย์ หรือวิสัญญีแพทย์อยู่ดูแลผู้ตายแทน ส่วนจำเลยที่ 3 เมื่อให้ยาชาทางสันหลังจะต้องดูแลผู้ตายอย่างใกล้ชิดแต่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ทอดทิ้งผู้ตายไว้ในห้องโดยไม่มีแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์คนอื่นมาดูแลแทน คงมีแต่พยาบาลซึ่งไม่ใช่วิสัญญีพยาบาลดูแลร่วมกับผู้ช่วยคนไข้ ทั้งไม่ได้ความว่าก่อนจำเลยที่ 3 และที่ 4 จะออกจากห้องคลอดมีการสั่งให้พยาบาลดูแลผู้ป่วยเช่นใด โดยเฉพาะการวัดความดันโลหิตและชีพจร ผู้ตายถึงแก่ความตายในวันดังกล่าวเนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากเศษน้ำคร่ำเข้าในระบบเส้นเลือดของปอด จำเลยที่ 3 และที่ 4 รับว่าไม่เคยประสบภาวะน้ำคร่ำอุดกั้นเส้นเลือดในปอดเหมือนเช่นคดีนี้มาก่อนจึงน่าจะเป็นเหตุให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ละเลยถึงภาวะดังกล่าวจนไม่ปฏิบัติหรือสั่งการให้ผู้อื่นปฏิบัติตามหลักวิชาการแพทย์เพื่อดูแลผู้ตายอย่างใกล้ชิดจนการคลอดเสร็จสิ้น ข้อบกพร่องของจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงนำไปสู่การเยียวยาเพื่อช่วยชีวิตผู้ตายและบุตรไม่ได้อย่างรวดเร็วและดีที่สุดตามที่ควรจะเป็นจึงต้องฟังว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ได้รักษามาตรฐาน การประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับดีที่สุด ตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพ หมวดที่ 3 การประกอบวิชาชีพเวชกรรม ข้อที่ 1 ทอดทิ้งผู้ตายไปรักษาพยาบาลผู้ป่วยรายอื่นเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ถือได้ว่า จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์ และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นสูติแพทย์ ประมาทเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย 
     5.3 ศาลฎีกาได้พิจารณาต่อไปว่า มติของแพทยสภาที่วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 ไม่ได้กระทำผิดหรือไม่ได้รักษาผิดมาตรฐานนั้น มติแพทยสภาไม่ใช่กฎหมาย และไม่มีกฎหมายบัญญัติว่า มติแพทยสภามีผลผูกพันและศาล ถ้าศาลเห็นว่ามติของแพทยสภาถูกต้องและเป็นธรรมก็จะนำมารับฟังประกอบพยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ได้ แต่มติเรื่องนี้มีข้อสงสัยว่าจะถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ เพราะเมื่อนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการแพทยสภา มีกรรมการมาประชุม 30 คน ลงมติโดยเปิดเผยโดยการยกมือ ฝ่ายที่เห็นว่าจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นสูติแพทย์ผิดมีจำนวน 12 เสียง ฝ่ายที่เห็นว่าไม่ผิดมีจำนวน 13 เสียง ส่วนมติเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 วิสัญญีแพทย์ ลงมติว่าไม่ผิดจำนวน 12 เสียง มีความผิดจำนวน 10 เสียง แต่มีกรรมการที่ลงมติว่าไม่ผิด 1 คนเป็นญาติและนามสกุลเดียวกับผู้ถูกกล่าวหา หลังลงมติมีกรรมการแพทยสภาลาออกเพื่อประท้วยคณะกรรมการแพทยสภา กรรมการแพทยสภาลงมติโดยไม่ได้ศึกษาสำนวนโดยละเอียด กรรมการบางคนไม่เคยประชุมแพทยสภามาก่อนแต่ละมติว่าไม่ผิด มติแพทยสภาดังกล่าวยังมีข้อโต้แย้งว่าถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ ศาลจึงเพียงแต่นำมารับฟังประกอบการพิจารณาเท่านั้น โดยไม่จำต้องถือตามมติของแพทยสภา
     หมายเหตุ
    1. ตาม ป.อ. ตามพฤติการณ์ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยเช่นนี้ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นสูติแพทย์ จะมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 ซึ่งบัญญัติว่าผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย..... ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับ.......
    2. ถ้าคดีนี้เป็นโรงพยาบาลของรัฐ จะฟ้องนายแพทย์ทั้งสองคนไม่ได้ ต้องฟ้องกรมการแพทย์หรือกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำเลย ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
     คำพิพากษาฎีกาที่ 5018/2550 
     พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง
     ป.พ.พ. มาตรา 420 
     จำเลยที่ 3 เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาล ส. และเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โจทก์ที่ 1 มีอาการเจ็บครรภ์ได้เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล ส. มีจำเลยที่ 3 เป็นแพทย์ผู้ตรวจรักษาโดยวิธีผ่าตัดทำคลอดแต่ทารกในครรภ์ได้ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 3 ได้ใช้ความระมัดระวังในการตรวจรักษาโจทก์ที่ 1 ตามความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพแพทย์แล้ว การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่จำเลยที่ 3 สังกัด จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง
     คำพิพากษาฎีกาที่ 6092/2552 
     ป.พ.พ. มาตรา 420, 446 
     จำเลยที่ 3 มิได้ตรวจดูอาการของโจทก์ตั้งแต่แรกเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพนมสารคามด้วยตนเอง แต่วินิจฉัยโรคและสั่งการรักษาอาการของโจทก์ตามที่ได้รับรายงานทางโทรศัพท์จากพยาบาลแทนโดยไม่ได้ตรวจสอบประวัติการรักษาของโจทก์ด้วยตนเอง แม้จำเลยที่ 3 จะสอบถามจากพยาบาลก่อนที่พยาบาลจะฉีดยาให้แก่โจทก์เพื่อทำการรักษาก็ตาม ก็มิใช่วิสัยของบุคคลผู้มีวิชาชีพเป็นแพทย์จะพึงกระทำไม่ ทั้งห้องแพทย์เวรกับห้องฉุกเฉินที่โจทก์อยู่ห่างกันเพียง 20 เมตร ไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัยอันทำให้จำเลยที่ 3 ไม่สามารถมาตรวจวินิจฉัยอาการของโจทก์ได้ด้วยตนเองแต่อย่างใด ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ประมาทเลินเล่อ เมื่อพยาบาลฉีดยาบริคานิลให้แก่โจทก์ตามที่จำเลยที่ 3 สั่งการ หลังจากนั้นโจทก์มีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์มีอาการเช่นว่านั้นมาก่อน อาการแพ้ยาดังกล่าวจึงเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ 3 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์
ความยินยอมของโจทก์ที่ให้จำเลยที่ 3 ทำการรักษา หากการรักษานั้นไม่ได้เป็นไปตามมาตรแห่งวิชาชีพแพทย์ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายโจทก์ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 3 อันเป็นการกระทำละเมิด จำเลยที่ 3 ก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 อันเป็นหน่วยงานของรัฐให้รับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 3 ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ได้
ค่าทนทุกข์ทรมานระหว่างเจ็บป่วย ค่าเสียสมรรถภาพในการมองเห็นและค่าสูญเสียความสวยงาม ถือเป็นความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน ซึ่งโจทก์จึงมีสิทธิเรียกได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์ประกอบอาชีพด้วยหรือไม่

                                                                                

                                                                                      ขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับที่มา :  ทบทวนหลักกฎหมายกับ อาจารย์ประยุทธ

____________________________________________________________________________

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


     ...ท่านเคยมีปัญหาเหล่านี้หรไม่ ? 


      - เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
      - 
สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซัที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
      - 
อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ 
      - 
สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
      - 
สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ 
กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ันสอบ
      - เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ด...กลับมาก็เหนื่อย
      - 
อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรีนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบัติวก็อยู่หน้ารามกันหมด


      ....ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป....

   ...................................................................................................................................................

ขอแนะนำ !!

รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภา 1/65 และ 2/65

 - กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์

  พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติ 1/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 + ทบรรณาธิการ 1/63, 1/64 และ 1/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรีนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนขอสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่วยฯ/อัยกา

  ราคาพิเศษ 350.00 บา  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !!) 

 - กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) 

  พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติ 2/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 + บทบรรณาธิการ 2/63, 2/64 และ 2/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยกา

  ราคาพิเศษ 350.00 บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี !!) 

  หมายเหตุ  : สั่งซื้อทั้ง 2 าค าคาพิเศษ 650 บาท (ส่ง EMS ฟรี) แถมฟรี !!สมุดบันทึก + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาลแบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี 


  สนใจติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725,  E-mail : siripit...@gmail.com

                                                                                                                                            

ดอกไม้กินได้ (กุหลาบมอญ) - บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ยาระบาย.jpg
ดอกไม้กินได้ (ซ่อนกลิ่น) - ให้สารต้านมะเร็งสูง มีกลิ่นหอม บำรุงหัวใจ.jpg
ดอกไม้กินได้ (ดอกขจร) - ยำดอกขจร,แกงส้มดอกขจร.jpg
ดอกไม้กินได้ (เบญจมาศ) - ทั้งแก้โรคตับ ไขข้ออักเสบ.jpg
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages