...หลักการฟ้องร้องตามสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 มีหลักการอย่างไร... ??

833 views
Skip to first unread message

arunarun chitt

unread,
Jul 29, 2013, 7:49:05 PM7/29/13
to law...@googlegroups.com

หลักการฟ้องร้องตามสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 มีหลักการอย่างไร ??

    ศึกษาวิเคราะห์ระบบการใช้ ป.พ.พ. และ ป.วิ.พ. ไปพร้อมๆ กัน จากคำพิพากษาฎีกาที่ 7735/2555

    ข้อเท็จจริง (กรุณาเปิดตัวบทกฎหมายที่อ้างถึงทุกครั้งเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำความเข้าใจ)

     1. โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 115,195 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 112,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ 

     1.1 วิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์และจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องจะเป็นคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25(4) และมาตรา 17

     1.2 วิเคราะห์ตาม ป.วิ.พ. คดีนี้ เป็นคดีมโนสาเร่ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 189(1) จะต้องเสียค่าขึ้นศาลตาม มาตรา 190 จัตวา ไม่เกิน 1,000 บาท

     1.3 คดีนี้ ตามลักษณะของคำฟ้องโจทก์จะต้องนำคำฟ้องไปยื่นที่ศาล ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 4(1) คือ ศาลซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยหรือศาลที่มูลคดีเกิดก็ได้

     1.4 ทางปฏิบัติของศาลเมื่อมีการยื่นคำฟ้องเช่นนี้ ศาลจะสั่งรับฟ้องทำนองว่า รับฟ้อง หมายเรียกอย่างคดีมโนสาเร่ สำเนาให้จำเลย ให้โจทก์นำส่งภายในวันนี้ ถ้าส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 7 วันนับแต่ส่งไม่ได้ มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฟ้อง ให้จำเลยมาศาลเพื่อการไกล่เกลี่ยให้การแก้ข้อหา และสืบพยานในวันที่ ..... 

    2. จำเลยยื่นคำให้การขอให้ยกฟ้อง เมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษาว่า ให้จำเลยชำระเงิน 112,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว ....... กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์
    2.1 ประเด็นที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์นั้น เป็นไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา 161 และจะมีผลถึง ป.วิ.พ. มาตรา 229 (ประเด็นค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน) 
    2.2 ผลของคำพิพากษาศาลชั้นต้นเช่นนี้ ถือว่าจำเลยแพ้คดีในศาลชั้นต้น และจำเลยสามารถอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ เพราะทุนทรัพย์ที่จะพิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เกิน 50,000 บาท ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จำเลยจะอุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 แต่ข้อเท็จจริงนั้นต้องว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 
   2.3 จำเลยยื่นอุทธรณ์ซึ่งต้องดำเนินการตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ในเวลา 1 เดือนและในทางปฏิบัติจำเลยจะต้องวางเงินในชั้นอุทธรณ์ 3 จำนวน อย่างที่อาจารย์เคยได้กล่าวถึงเสมอในการวิเคราะห์ฎีกาที่แล้วมา
   2.4 การอุทธรณ์ของจำเลยไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 ในทางปฏิบัติ ฝ่ายจำเลยมักจะยื่นคำขอต่อศาลอุทธรณ์เพื่อขอทุเลาการบังคับคดีไว้ หากจำเลยไม่ขอทุเลาฝ่ายโจทก์ซึ่งชนะคดีสามารถดำเนินการให้ศาลออกคำบังคับและออกหมายบังคับคดีต่อไปได้ ในชั้นนี้
    (1) หลักการขอทุเลาการบังคับจะต้องมีการยื่นอุทธรณ์เสียก่อนจึงจะยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับได้ (คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 24/2519)
    (2) ทางปฏิบัติเมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีมา ศาลจะสั่งอุทธรณ์ว่า รับเป็นอุทธรณ์ของจำเลย สำเนาให้โจทก์แก้ภายใน 15 วัน.....ส่วนคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลจะสั่งทำนองว่า รับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของจำเลย สำเนาให้โจทก์ จะคัดค้านอย่างไรให้แถลงภายใน 15 วัน.... 

    3. เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
    3.1 ประเด็นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ว่า ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับส่งผลให้การยื่นฎีกาของจำเลยต้องเตรียมเงินเพื่อจะยื่นฎีกาเพียง 2 จำนวน คือ ค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา และค่านำหมายชั้นฎีกา ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมศาลอุทธรณ์สั่งให้เป็นพับแล้วไม่ต้องนำไปยื่นพร้อมฎีกา 
    3.2 ผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนเช่นนี้ ทุนทรัพย์ชั้นฎีกาของจำเลย คือ เงินจำนวน 112,500 บาท เป็นผลให้คดีของจำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 

    4. จำเลยยื่นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและคดีมีประเด็นขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาว่า การซื้อขายต้นอ้อยระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ที่มีราคากว่า 20,000 บาท โดยมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยและจำเลยไม่ได้วางประจำหรือชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์โจทก์จึงไม่อาจฟ้องบังคับจำเลยได้
    4.1 ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้ โจทก์เป็นเจ้าของต้นอ้อยซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินเนื้อที่ 15 ไร่ ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2553 จำเลยตกลงซื้อต้นอ้อยจากโจทก์ในราคาไร่ละ 7,500 บาท รวมเป็นเงิน 112,500 บาท จำเลยตกลงชำระราคาให้โจทก์ครบถ้วน ในวันที่ 31 มีนาคม 2553 โดยมิได้ทำสัญญาซื้อขายกันไว้ หลังจากตกลงกันจำเลยก็เข้าไปตัดต้นอ้อยของโจทก์ไปขายให้แก่โรงงานน้ำตาลแต่เมื่อถึงกำหนดชำระเงินจำเลยไม่ชำระ
   4.2 ตามพฤติการณ์ดังกล่าวศาลฎีกเห็นว่า ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม นอกจากจะบัญญัติให้การซื้อขายสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตกลงกันเป็นราคา 20,000 บาทหรือกว่านั้นขึ้นไป ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีกันได้แล้ว ยังได้บัญญัติไว้อีกว่า หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว....ก็ย่อมฟ้องให้บังคับคดีได้เช่นกัน เมื่อคดีนี้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าในการซื้อขายต้นอ้อยกันนั้น โจทก์และจำเลยไม่ได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายหรือได้มีหลักฐานการซื้อขายเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายโจทก์หรือจำเลยผู้ต้องรับผิดไว้เป็นสำคัญ แต่ในวันที่ตกลงซื้อขายกัน โจทก์ได้ส่งมอบกรรมสิทธิ์ต้นอ้อยให้แก่จำเลยและจำเลยเข้าไปตัดต้นอ้อยของโจทก์ไปขายให้แก่โรงงานน้ำตาลอันถือได้ว่า โจทก์ชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขาย คือส่งมอบต้นอ้อยให้จำเลยแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิจะฟ้องร้องบังคับให้จำเลยชำระราคาต้นอ้อยได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม
    หมายเหตุ
    หลักการฟ้องร้องบังคับคดี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม ให้พิจารณาศึกษาคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้เพิ่มเติม
    คำพิพากษาฎีกาที่ 6443/2544 
    ป.พ.พ. มาตรา 456
    ป.วิ.พ. มาตรา 84 
    จำเลยให้การยอมรับว่าได้ซื้อสินค้าตามฟ้องจริง จำเลยจึงมีหน้าที่ชำระราคาสินค้าให้แก่โจทก์ การที่จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีภาระหน้าที่จะต้องชำระราคาสินค้าที่ซื้อขายกันให้แก่โจทก์โดยอ้างเหตุว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาที่แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์แต่ผู้เดียวในประเทศไทยแล้วโจทก์กลับจำหน่ายสินค้าให้แก่นิติบุคคลหลายรายในประเทศไทยในราคาที่ต่ำกว่าจำหน่ายให้แก่จำเลย ทั้งโจทก์ได้รับประกันสินค้าเป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่ผู้ซื้อสินค้ารับสินค้าไปแต่โจทก์บ่ายเบี่ยงไม่ดำเนินการเปลี่ยนสินค้าให้ใหม่โดยไม่คิดมูลค่า จึงเป็นการที่จำเลยได้ยกข้อต่อสู้ขึ้นมาใหม่เพื่อปัดความรับผิดที่จะไม่ชำระราคาสินค้าให้แก่โจทก์ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่จำเลย
     โจทก์ส่งสินค้าให้จำเลยรับไปแล้ว ถือได้ว่ามีการชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายแม้ว่าคำฟ้องหรือตามทางนำสืบของโจทก์จะไม่ได้ความว่า การสั่งซื้อสินค้าคดีนี้มีการทำสัญญาซื้อขายกัน หรือมีหลักฐานซื้อขายเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดก็ตาม โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับให้จำเลยชำระราคาสินค้าได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456
     คำพิพากษาฎีกาที่ 7188/2551 
     ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (5), 193/34 (1), 456 วรรคสาม, 456 วรรคสอง 
     จำเลยสั่งซื้อสินค้าและได้รับสินค้าจากโจทก์แล้ว ถือได้ว่า การซื้อขายสินค้ารายนี้โจทก์ผู้ขายได้ชำระหนี้ให้แก่จำเลยผู้ซื้อแล้ว โจทก์ไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือและมีลายมือชื่อของจำเลยมาแสดง การซื้อขายชอบด้วย ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม จำเลยต้องชำระค่าสินค้าพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์เพื่อนำไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้าอันเป็นการประกอบธุรกิจของจำเลย การที่โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้ค่าสินค้า จึงเป็นกรณีที่โจทก์ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรมใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่าสินค้าจากจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ที่สั่งซื้อมาเพื่อนำมาใช้ในการประกอบธุรกิจของจำเลยอีกต่อหนึ่ง เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง จึงอยู่ในบังคับ ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (5) ประกอบมาตรา 193/34 (1) สิทธิเรียกร้องตามฟ้องโจทก์จึงมีอายุความ 5 ปี มิใช่อายุความ 2 ปี ตามมาตรา 193/34 (1) เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ยังไม่เกินกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่โจทก์อาจใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
     คำพิพากษาฎีกาที่ 807-808/2510 
     ป.พ.พ. มาตรา 69, 70, 75, 76, 165, 456
     ป.วิ.พ. มาตรา 94, 172 
     การซื้อขายข้าวเปลือกราคาเกินกว่า 500 บาท เมื่อจำเลยตวงข้าวไปจากโจทก์แล้ว ถือว่าได้มีการชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคสองแล้ว แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ก็ฟ้องเรียกราคาข้าวจากจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94(2)ที่ห้ามมิให้นำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารนั้นต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงเท่านั้น กรณีที่โจทก์ฟ้องเรียกราคาข้าวที่ขายให้จำเลยโดยไม่ต้องมีเอกสารเป็นหนังสือมาแสดง แม้เอกสารจะมีข้อความว่า "รับฝากข้าวเปลือก" โจทก์ก็นำพยานบุคคลมาสืบได้ว่าเป็นเรื่องซื้อขายข้าวกัน
จำเลยที่ 2 กระทำในนามผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 1 ได้เอาตราของบริษัทจำเลยที่ 1 มาตีประทับด้วย ถือว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ซื้อข้าวไปจากโจทก์แทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยซื้อเชื่อข้าวเปลือกเจ้าจากโจทก์ ดังนี้ จำเลยสามารถเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ผู้ประกอบกสิกรรมฟ้องเรียกเอาค่าผลิตผลแห่งกสิกรรมที่ได้ขายให้จำเลยซึ่งเป็นบริษัทโรงสี กรณีไม่เข้าอยู่ในบังคับแห่งอายุความ 2 ปี อายุความจึงมีกำหนด 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 วรรคท้าย
     คำพิพากษาฎีกาที่ 5522/2550 
     ป.พ.พ. มาตรา 193/33, 193/34, 456 (เดิม)
     ป.วิ.พ. มาตรา 177 
     สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์และจำเลยทำกันก่อนมีการแก้ไข ป.พ.พ. มาตรา 456 ฉบับใหม่ จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 เดิม ก่อนมีการแก้ไข เมื่อสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นสัญญาซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาห้าร้อยบาทหรือกว่านั้นไป ดังนั้น เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าอะไหล่รถยนต์ให้แก่จำเลยได้ส่งมอบสินค้าอะไหล่รถยนต์แก่จำเลยตามสัญญาซื้อขายจึงเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีให้จำเลยรับผิดตามสัญญาซื้อขายได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง ประกอบวรรคสาม (เดิม)
จำเลยให้การว่า ตามคำฟ้องของโจทก์แสดงว่าโจทก์ได้ส่งมอบอะไหล่รถยนต์ตามฟ้องแก่จำเลยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันฟ้อง โจทก์ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าอะไหล่รถยนต์ฟ้องเรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบแก่จำเลยเป็นเวลาเกิน 3 ปี นับแต่วันส่งมอบคดีโจทก์จึงขาดอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) และหรือขาดอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (5) แล้ว แม้ไม่ได้ระบุว่ารายการซื้อขายใดขาดอายุความ 2 ปี รายการใดขาดอายุความ 5 ปี แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าจำเลยต่อสู้ว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ซึ่งอะไหล่ระยนต์รายการใดจะขาดอายุความ 2 ปี หรือ 5 ปี ย่อมเป็นหน้าที่ของศาลจะต้องวินิจฉัยต่อไป คำให้การของจำเลยจึงชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง
      โจทก์ประกอบธุรกิจค้าขายอะไหล่รถยนต์ฟ้องเรียกเอาค่าสินค้าอะไหล่รถยนต์ที่ได้ส่งมอบให้แก่จำเลย โดยจำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์เพื่อนำไปซ่อมรถยนต์ให้แก่ผู้เอาประกันภัยกับจำเลยรวมทั้งผู้มีกรณีพิพาทกับผู้เอาประกันภัยในกรณีผู้เอาประกันภัยกับจำเลยเป็นฝ่ายผิด อันเป็นการใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งเป็นกิจการการประกันวินาศภัยภายในวัตถุประสงค์ของจำเลย ดังนั้น การที่จำเลยซื้อสินค้าอะไหล่รถยนต์จากโจทก์ จึงเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายจำเลยเอง จึงมีอายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (5) ประกอบมาตรา 193/34 (1)
     คำพิพากษาฎีกาที่ 5522/2550 
     ป.พ.พ. มาตรา 193/33, 193/34, 456 (เดิม)
     ป.วิ.พ. มาตรา 177
     สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์และจำเลยทำกันก่อนมีการแก้ไข ป.พ.พ. มาตรา 456 ฉบับใหม่ จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 เดิม ก่อนมีการแก้ไข เมื่อสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาห้าร้อยบาทหรือกว่านั้นไป ดังนั้น เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าอะไหล่รถยนต์ให้แก่จำเลยได้ส่งมอบสินค้าอะไหล่รถยนต์แก่จำเลยตามสัญญาซื้อขายจึงเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีให้จำเลยรับผิดตามสัญญาซื้อขายได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง ประกอบวรรคสาม (เดิม)
     คำพิพากษาฎีกาที่ 2014/2538 
     ป.พ.พ. มาตรา 209, 377, 391 วรรคแรก, 456 วรรคสอง, 456 วรรคสาม 
    โจทก์ทำสัญญาซื้อรถยนต์บรรทุกจากจำเลยโดยโจทก์ต้องจัดหาเครนและปั๊มฉีดน้ำมันไฮดรอลิกมามอบให้จำเลยเพื่อนำไปติดตั้งบนรถยนต์บรรทุกเครนและปั๊มฉีดน้ำมันดังกล่าวไม่เป็นมัดจำหรือเป็นการชำระหนี้บางส่วนแล้วเมื่อไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยโจทก์จึงไม่อาจฟ้องบังคับจำเลยตามสัญญาได้ สัญญาซื้อขายรถยนต์บรรทุกอีกคันหนึ่งระบุให้โจทก์นำเครนมามอบให้จำเลยเพื่อนำไปติดตั้งบนรถยนต์บรรทุกเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่โจทก์มีหน้าที่ต้องทำการอย่างหนึ่งเมื่อโจทก์มิได้นำเครนมามอบให้แม้จำเลยมิได้ส่งมอบรถยนต์บรรทุกตามกำหนดถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญาและหลังจากนั้นโจทก์ก็มิได้นำเครนไปมอบแต่มีหนังสือทวงถามให้จำเลยส่งมอบรถยนต์ให้แล้วมีหนังสือเลิกสัญญาไปยังจำเลยในเวลาต่อมาถือว่าโจทก์จำเลยต่างสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยายจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
     คำพิพากษาฎีกาที่ 203/2539 
     ป.พ.พ. มาตรา 453, 456 
     แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ซื้อเวลาออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงและจำเลยเป็นลูกค้าของโจทก์โดยจำเลยตกลงซื้อเวลาออกอากาศที่สถานีวิทยุกระจายเสียงดังกล่าวก็ตามแต่การตกลงเช่นนั้นไม่ใช่สัญญาซื้อขายทรัพย์เพราะไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินคงเป็นเพียงสัญญาที่ตกลงให้บริการการออกอากาศกระจายเสียงในสถานีวิทยุกระจายเสียงตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันเท่านั้นกรณีจึงไม่อยู่ในบังคับของมาตรา456วรรคสองและวรรคสามแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์การที่โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดมาแสดงไม่มีการวางประจำหรือไม่ได้ชำระหนี้บางส่วนไม่เป็นเหตุทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

____________________________________________________________________________________


...ท่านเคยมีปัญหาเหล่านี้หรืไม่ ? 


      - เพิ่งจบปริญญาตรี ไม่รู้จะเริ่มต้นกับการเรียนเนติอย่างไร
      - 
สอบมาหลายครั้งแล้วไม่ผ่านซัที 47 , 48 , 49 คะแนนอยู่นี่หลายครั้งแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 50 คะแนนซักที
      - 
อยู่ต่างจังหวัด ทำงานประจำไม่มีเวลาไปนั่งเรียนที่เนติฯ 
      - 
สมัครติวเนติทางไปรษณีย์ กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ทันสอบ
      - 
สมัครรับจองคำบรรยายเนติทางไปรษณีย์ 
กว่าจดหมายจะมาถึงก็ไม่ันสอบ
      - เดินทางไปเรียนหรือไปติวรถก็ด...กลับมาก็เหนื่อย
      - 
อยู่ต่างจังหวัดอยากมาเรียนที่ กทม. หรือมาติว...แต่ไม่สามารถมาเรีนหรือมาติวได้เพราะไกลและสถาบัติวก็อยู่หน้ารามกันหมด

    ....ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป....

   ...................................................................................................................................................

ขอแนะนำ !!

รวมคำบรรยายเนติฯ (ภาคปกติ /ภาคค่ำ/ภาคทบทวนวันอาทิตย์) ภา 1/65 และ 2/65

 - กลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์

  พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติ 1/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย1/65 + ทบรรณาธิการ 1/63, 1/64 และ 1/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรีนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนขอสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ู้ช่วยฯ/อัยกา

  ราคา 380.00 บา  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี) ฟรี ! สมุดบันทึก

 - กลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (ไฟล์เสียงคำบรรยายภาคปกติ, ภาคค่ำ และภาคทบทวนวันอาทิตย์) 

  พร้อมเอกสาร สรุปคำบรรยายเนติ 2/65 + เอกสารประกอบคำบรรยาย 2/65 + บทบรรณาธิการ 2/63, 2/64 และ 2/65 + ธงคำตอบกลุ่มวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา (สมัยที่ 56-64) พร้อม !! เคล็ดลัการอ่านหนังสือเพื่เตรียมสอบเนติฯ + ระเบียบการเรียนเนติฯ +เทคนิคและแนวการเขียนข้อสอบการเตรียมพร้อมสอบเนติฯ/ผู้ช่วยฯ/อัยกา

  ราคา  380.00 บาท  (DVD 4 แผ่น) (ส่ง EMS ฟรี) ฟรี ! สมุดบันทึก

Ø หมายเหตุ  : สั่งซื้อทั้ง 2 าค าคาพิเศษ 700 บาท (ส่ง EMS ให้ฟรี) ฟรี !!! สมุดบันทึก + CD แบบร่างสัญญามากกว่า 400 แบบ (file word) + แบบฟอร์มศาลแบบฟอร์มเอกสารงานบุคคล,เอกสารงานบัญชีและภาษี 


   สนใจติดต่อ ตุ้ย มือถือ 085-801-0725,  E-mail : siripit...@gmail.com

                                                                                                                                                 

                                    

                                             ไม่เก่ง..แต่พยายาม  เจ๋ง ! กว่า  เก่ง....แต่ขี้เกียจ

                                                                          ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็กันทุกคะคับ....

ยอ - บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ขับโลหิต.jpeg
สิรินธรวัลลี - แก้ปวดตามข้อ เอ็น,บำรุงระบบประสาท.jpg
เสลดพังพอน (ตัวเมีย) - ถอนพิษ.jpg
หอมแดง - บำรุงลำไส้.jpg
เพชรสังฆาต - แก้ริดสีดวง.jpg
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages