Fw: พุทธวจน

12 views
Skip to first unread message

Torsak Viravanichai

unread,
Oct 22, 2012, 12:16:55 AM10/22/12
to
----- Forwarded Message -----
From: Torsak Viravanichai <tor...@yahoo.com>
To: "pana...@gmail.com" <pana...@gmail.com>
Sent: Wednesday, October 3, 2012 10:45 AM
Subject: Re: พุทธวจน

เจริญพร

ถ้าถามว่าระหว่างลูกศิษย์กับปรมาจารย์ คุณอยากขอเรียนวิชาจากใคร คุณควรเชื่อคำพูดของใครกัน? ก็คงจะตอบได้ไม่ยากว่าควรเชื่อปรมาจารย์นั่นเอง ฉันใดก็ฉันนั้น การจะศึกษาศาสตร์แห่งการพ้นทุกข์ ก็ควรศึกษาคำของพระพุทธเจ้าถึงจะถูก นอกจากนี้พระพุทธเจ้าทรงให้หลักมหาปเทสไว้เพื่อใช้เทียบเคียงว่าคำสอนที่ทรงจำกันมาถูกต้องหรือไม่ กล่าวคือ หากไม่สอดรับกับธรรมและวินัยอื่นๆ ก็แปลว่าถ่ายทอดกันมาผิดเพี้ยน

การศึกษาคำของครูบาอาจารย์นั้นสามารถทำได้ เพียงแต่ควรเชื่อคำของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก เพราะครูบาอาจารย์ท่านปฏิบัติมาอย่างไร ก็สอนได้แค่นั้น มิได้แตกฉานในมรรคอย่างพระพุทธเจ้าแต่อย่างใด
 
อนึ่ง การเทียบเคียงพุทธวัจน ควรเริ่มเทียบจากแก่น นั่นคือ อริยสัจ๔ และพระสัจธรรม (ทุกสรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง ไม่ควรยึดติดว่าเป็นเรา-ของเรา)  มิใช่หยิบพระสูตรขึ้นมา แล้วพยายามหาทางเทียบเข้ากันให้เข้ากับการปฏิบัติของตน อย่างนั้นแล้ว เผลอๆจะออกนอกลู่นอกทาง ผิดเพี้ยนกว่าคำของครูบาอาจารย์ที่ถึงมรรคถึงผลแล้วเสียอีก

ตอนนี้เขียนบทความโดยอ้างอิงพุทธวัจนเสร็จพอดี จึงขอส่งให้อ่านกันดูแล้วกัน
มรรควิธี(เดียว)ที่พระพุทธเจ้าทรงบอกสอน

อันนี้เขียนล้างความเชื่อผิดๆในการปฏิบัติด้วยพุทธวัจนอย่างละเอียด
เหตุแห่งมิจฉาทิฏฐิ-สัมมาทิฏฐิ

ส่วนอันนี้มีการอิงท่านพุทธทาสและหลวงพ่อชาด้วย
(อย่า)คิดเอาเองรู้สึกไปเอง


พระต่อศักดิ์ วชิรญาโณ
วัดร่มโพธิธรรม ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย 42190


From: "pana...@gmail.com" <pana...@gmail.com>
To: Torsak Viravanichai <tor...@yahoo.com>
Sent: Tuesday, October 2, 2012 11:21 AM
Subject: พุทธวจน

นมัสการครับ อ.ต่อ

ไม่ทราบว่าอ.ต่อเคยเขียนบทความเกี่ยวกับการสอนธรรมะโดยยกพุทธวจนมากล่าวหรือเปล่าครับ พอดีมีเพื่อนมาสนทนาธรรมด้วย ใจความดังนี้ครับ : "มีคนมาคุยให้ฟังเยอะ ว่าคนที่ไปฟังผู้ที่เน้นแต่พุทธวจนะ (ปังคงรู้แหละ) พอไปมาแล้วก็เปลี่ยนไปเลย คืออะไรก็จะถามแต่ว่า­มาจากพุทธวจนะรึเปล่า­ ถ้าเป็นของครูบาอาจาร­ย์ท่านอื่นก็ไม่สนใจ เห็นแต่ว่าต้องคำพระพุทธเจ้าเท่านั้น พี่ว่ามันออกอาการยึด ติดไปรึเปล่า ก็ตั้งข้อสังเกตมาพัก นึงละ "

ก็เลยอยากรบกวนขอความเห็นจากผู้มีประสบการณ์ตรงเลยก็แล้วกันครับ 

กราบนมัสการครับ

ปัง
Sent from my BlackBerry® by dtac.





witoon ratanapaisan

unread,
Oct 26, 2012, 5:54:18 AM10/26/12
to กลุ่มเพื่อน สาธิตเกษตร
สาธุครับ :)
ตามนั้นครับ

ขอเสริมครับ

ลักษณะหนทางแห่งความหมดจด ทางมีองค์แปด เป็นทางอันประเสริฐกว่าทางทั้งหลาย. บทแห่งอริยสัจสี่ ประเสริฐกว่าบททั้งหลาย. วิราคธรรม ประเสริฐกว่าธรรมทั้งหลาย. ผู้มีพุทธจักษุ ประเสริฐกว่าสัตว์สองเท้าทั้งหลาย.นี่แหละทางเพื่อความหมดจดแห่งทัสสนะ ทาง อื่นมิได้มี. เธอทั้งหลาย จงเดินตามทางนั้น อันเป็นที่หลงแห่งมาร ;
เธอทั้งหลาย เดิน ตามทางนั้นแล้ว จักกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้. ทางเราบอกแล้วแก่เธอทั้งหลาย เพื่อการรู้จักการถอนซึ่งลูกศร;ความเพียรเป็น กิจอันเธอทั้งหลายพึงกระทำ ตถาคตทั้งหลายเป็นเพียงผู้บอก(วิธีแห่งการกระทำ). ผู้ มุ่งปฏิบัติแล้วย่อมพ้นจากเครื่องผูกแห่งมาร.
เมื่อใด บุคคลเหห็นด้วยปัญญาว่า "สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง";
เมื่อนั้น เขาย่อมเบื่อหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ : นั่นแหละเป็นทางแห่งความหมดจด. เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า "สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์": เมื่อนั้น เขาย่อมเบื่อหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ : นั่นแหละเป็นทางแห่งความหมดจด.
เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า "ธรรมทั้งหลายทั้งปวง เป็นอนัตตา";
เมื่อนั้น เขาย่อมเบื่อหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ : นั่นแหละเป็นทางแห่งความหมดจด. ลำดับการปฏิบัติเพื่ออรหัตตผล ภิกษุ ท.! เราย่อมไม่กล่าวการประสบความพอใจในอรหัตต ผล ด้วยการ กระทำอันดับแรกเพียงอันดับเดียว.
ภิกษุ ท.! ก็แต่ว่า การประสบความพอใจใน อรหัตตผล ย่อมมีได้เพราะการศึกษาโดยลำดับ เพราะการกระทำโดยลำดับ เพราะ การปฏิบัติโดยลำดับ.
ภิกษุ ท.! ก็การประสพความพอใจในอรหัตตผล ย่อมมี ได้เพราะการศึกษา โดยลำดับ เพระการกระทำโดยลำดับเพราะการกระทำโดยลำดับ เพราะการปฏิบัติ โดยลำดับ นั้นเป็นอย่างไรเล่า?
ภิกษุ ท.! บุรุษบุคคลในกรณีนี้ : เป็นผู้มี สัทธา เกิดขึ้นแล้ว ย่อม เข้าไปหา(สัปบุรุษ) ; เมื่อเข้าไปหา ย่อม เข้าไปนั่งใกล้ ; เมื่อเข้าๆไปนั่งใกล้ ย่อม เงี่ยโสตลงสดับ ; ผู้เงี่ยโสตลงสดับ ย่อมได้ฟังธรรม ; ครั้นฟังแล้ว ย่อมทรงจำธรรมไว้, ย่อม ใคร่ครวญพิจารณา ซึ่งเนื้อความแห่งธรรม ทั้งหลายที่ตนทรงจำไว้ ; เมื่อเขาใคร่ครวญพิจารณา ซึ่งเนื้อความแห่งธรรมนั้นอยู่, ธรรมทั้งหลายย่อมทน ต่อการเพ่งพิสูจน์; เมื่อธรรมทนต่อการเพ่งพิสูจน์มีอยู่ ฉันทะ(ความพอใจ)ย่อมเกิด; ผู้เกิดฉันทะแล้ว ย่อมมีอุตสาหะ; ครั้นมีอุตสาหะแล้ว ย่อม ใช้ดุลยพินิจ (เพื่อหาความจริง); ครั้นใช้ดุลยพินิจ(พบ)แล้ว ย่อมตั้งตนไว้ในธรรม นั้น; ผู้มีตนส่งไปแล้วในธรรมนั้นอยู่ ย่อมกระทำให้แจ้ง ซึ่งบรมสัจจ์ด้วยนามกาย ด้วย, ย่อมเห็นแจ้งแทงตลอด ซึ่งบรมสัจจ์นั้นด้วยปัญญา ด้วย

-ม. ม. ๑๓/๒๓๓/๒๓๘


Date: Sun, 21 Oct 2012 21:16:55 -0700
From: tor...@yahoo.com
Subject: [kus16] Fw: พุทธวจน
To:
--
You received this message because you are subscribed to the Google Groups "KUS16" group.
To post to this group, send email to ku...@googlegroups.com.
To unsubscribe from this group, send email to kus16+un...@googlegroups.com.
For more options, visit this group at http://groups.google.com/group/kus16?hl=en.
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages