พอดีเจอหนังสือ “
แก่นพุทธศาสน์” โดยท่านพุทธทาส เลยหยิบเรื่อง “ความว่าง” มาสรุปให้

ท่านพุทธทาสได้ยกย่องพระพุทธภาษิตที่ว่า “สพฺเพ ธมฺมา นาลํ
อภินิเวสาย”ซึ่งแปลว่า
“ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น(ว่าเป็นเรา-ของเรา)” ให้เป็น
หัวใจของพุทธศาสนา 
ท่านกล่าวว่า จิตที่
ว่างจากความยึดมั่นถือมั่นว่าเรา ว่าของเราเท่านั้น ที่จะมั่นคงเป็นสมาธิได้อย่างแท้จริงและสมบูรณ์
ซึ่งสมาธิที่มีความมุ่งหมายเป็นอย่างอื่น นอกไปจากเพื่อความไม่ยึดมั่นถือมั่นในเบญจขันธ์แล้ว ล้วนแต่เป็นมิจฉาสมาธิทั้งนั้น
(อาจกล่าวอีกนัยได้ว่า การไม่ยึดติดว่าจิตเป็นเรา-ของเรา ไม่ดิ้นรนตามตัณหา ก็จะสงบระงับเป็นสมาธิที่เป็นสัมมาสมาธิ)

จะมามัวเลือกเอาเฉพาะด้านดี(ตามสมมติบัญญัติ) มายึดติดดีไว้ ก็ยังไม่ใช่ความหลุดพ้น

ท่านพุทธทาสกล่าวถึงคำสอนของท่านเว่ยหลาง หรือฮวงโป ที่ว่า “ไม่ต้องทำอะไร”
ก็จะพบความว่าง(นิพพาน) อย่างที่เรียกว่า “ว่างอยู่แล้ว” หรือ
“นิพพานอยู่แล้ว”
การไม่ต้องทำอะไร ก็คือ การไม่สร้างเจตนากรรม ไม่ดิ้นรนตามความอยาก(ตัณหา)
ไม่ส่งเสริมตัณหา
ซึ่งคำสอนนี้ท่านพุทธทาสรับรองว่าตรงกับที่พระพุทธเจ้าทรงสอน
ที่ให้สักว่ารู้ รู้แล้วๆไป ไม่ต้องให้ค่าให้ความหมายว่ามันเป็นอะไร
ไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องไปพอใจไม่พอใจ หรือไปคอยผูกคอยแก้ไขอะไร นั่นคือ
ไม่หลงไปยึดว่ามันเป็นเรา-ของเรา ก็เท่านั้น
หมายเหตุ
บางท่านอาจไม่ทราบว่าท่านพุทธทาสได้ใช้เวลา ๒๒ ปี เพื่อคัดกรองพระไตรปิฎกให้เหลือแต่คำสอนขององค์พุทธะ หรือที่เรียกว่า
พุทธวัจน โดยรวบรวมเป็นหนังสือห้าเล่มจากพระโอษฐ์
ดังนั้นการศึกษาคำสอนของครูบาอาจารย์ที่ถึงมรรคถึงผล(โดยเฉพาะผู้ที่ศึกษา
พุทธวัจนมาแล้ว) จึงมีประโยชน์
เพื่อกันมิให้หลงหยิบพุทธวัจนมาตีความผิดๆแล้วนำไปปฏิบัติ
แต่กลับเข้าใจว่ากำลังปฏิบัติตรงตามคำสอนขององค์พุทธะ

ท่านพุทธทาสได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “ท่านจะเข้าใจได้หรือไม่ จะปฏิบัติได้หรือไม่
ย่อมเป็นเรื่องของท่านทั้งหลายเอง
อาตมามีหน้าที่แต่จะกล่าวไปตามที่มันมีอยู่อย่างไร.
การรู้และการเข้าใจและการปฏิบัติย่อมตกเป็นของท่านทั้งหลาย”
ธรรมะที่เกี่ยวข้อง:
ต้นเหตุแห่งมิจฉาทิฏฐิ - สัมมาทิฏฐิ
เจริญพร
พระต่อศักดิ์ วชิรญาโณ
วัดร่มโพธิธรรม ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย 42190
หน้าแรก :: วัดร่มโพธิธรรม