บอลไทยไปบอลโลก

2 views
Skip to first unread message

"ชายถิ่น"

unread,
Dec 14, 2010, 3:03:10 AM12/14/10
to ชายถิ่น

บอลไทยไปบอลโลก


เป้าหมายหลักและนโยบายที่ชัดเจนของผมคือทีมชาติไทยต้องเข้าไปถึงฟุตบอลโลก และโอลิมปิก ส่วนฟุตบอลลีกต้องเจริญก้าวหน้า…”



ยังเป็นคำยืนยันอย่างชัดถ้อยชัดคำของนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วรวีร์ มะกูดี ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เพราะทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเดินทางกลับมาถึงบ้านเกิด หลังจากตกรอบแรกในการแข่งขันฟุตบอลอาเซียนคัพ 2010 ที่ประเทศอินโดนีเซียอย่างหมดท่า


ความหวังในการไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ย่อมเป็นเป้าหมายสูงสุดของสมาคมฟุตบอลของแต่ละชาติที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟาอยู่แล้ว หากนายกสมาคมฟุตบอลของประเทศใดไม่วางเป้าหมายอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างสูง เพราะฉะนั้นในอีก 12 ปีข้างหน้า ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย และฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์


ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยจะมีโอกาสนำธงไตรรงค์ติดอกเสื้อและเพลงชาติไทยไปกระหึ่มก้องในทัวร์นาเมนต์ที่สุดยอดของโลกฟุตบอลได้ในอีก 3 ครั้งข้างหน้าหรือไม่ หากถามวันนี้บอกได้คำเดียวว่า...ยากยิ่งนัก ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทย


วิกฤตฟุตบอลทีมชาติไทย

เป็นความล้มเหลวซ้ำซากซ้ำซ้อนของทีมฟุตบอลไทยในระดับนานาชาติผลงานตลอดระยะเวลา 3 ปีของทีมชาติฟุตบอลไทยจะดูไม่ค่อยสบอารมณ์บรรดาแฟนๆ สักเท่าไหร่ เพราะนอกจากทีมชาติไทยจะตกรอบแรกฟุตบอลซีเกมส์ และตกรอบแรกฟุตบอลเอเชียนคัพแล้ว ล่าสุดยังสร้างผลงานประวัติศาสตร์ ด้วยตกรอบแรกฟุตบอลอาเซียนคัพ โดยไม่ชนะทีมใดเลยอีกด้วย


จุดนี้เองได้กลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยออกมายื่นหนังสือขับไล่วรวีร์ออกจากตำแหน่งเพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่ดูเหมือนการพยายามดังกล่าวจะไม่ได้ส่งผลกระเทือนต่อเก้าอี้แม้แต่น้อย เพราะนอกจากจะไม่ยอมลาออกแล้ว ยังมีการสำทับอีกด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีสาเหตุมาจากสมาคมฯ แต่เป็นเรื่องสุดวิสัยล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่โปรแกรมการแข่งขันภายในประเทศต้องเลื่อนไปเลื่อนมา ก็มีต้นตอจากปัญหาวิกฤตการณ์ทางเมือง ทำให้การเตรียมทีมทำได้ไม่ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศที่ไม่เป็นใจ เนื่องจากฝนที่ตกหนักจนลีกแข่งไม่ได้เลย ส่วนเรื่องโค้ชทีมชาติอย่าง ไบรอัน ร็อบสัน ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะที่ผ่านมาก็ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว ดังนั้นทางสมาคมฯ ก็ควรจะให้โอกาสกับคนที่ตั้งใจทำงานต่อไป


เมื่อไม่ใช่ความผิดพลาดของใครเลย สมาคมฯ จึงยังมีสิทธิ์ตั้งความหวังว่าสักวันหนึ่ง ทีมชาติไทยจะมีโอกาสเป็น 1 ใน 32 ทีมจะไปฟุตบอลโลกซึ่งจะมีอยู่เป็นประจำทุกๆ 4 ปีให้จงได้


หลังจากที่เคยใฝ่ฝันมาตลอด ตั้งแต่ยุค พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ (ก่อนถอดยศ) เป็นนายกสมาคมฟุตบอลไทยตั้งแต่ปี 2525-2538 จนกระทั่งปี 2544 ในยุคของ วิจิตร เกตุแก้ว ทีมชาติไทยเกือบประสบความสำเร็จ ด้วยการพาตัวเองเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกโซนเอเชียเป็นผลสำเร็จ จนมาถึงยุคของวรวีร์ มะกูดี ก็ดูเหมือนยิ่งถอยหลังห่างจากความเป็นจริงยิ่งขึ้น ซึ่งสวนทางกับรายได้ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่มีอย่างมหาศาลในยุคปัจจุบัน


เม็ดเงินของสมาคมฟุตบอลไทย

แน่นอนว่าปัจจัยสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับแรก ก็คือความพร้อมในเรื่องเสบียงกรัง ซึ่งต้องยอมรับว่าฝีมือการบริหารงานของสมาคมฯ ชุดปัจจุบันก็ไม่เป็นรองใครเลย แถมยังกล่าวได้ว่า เป็นยุคทองด้วยซ้ำ เพราะมีธุรกิจจำนวนมากที่พาเหรดกันมาเทเงินให้แก่สมาคมฯ เพื่อสานฝันให้บอลไทยก้าวขึ้นสู่บอลโลก เอาแค่สปอนเซอร์หลักๆ ที่หนุนทีมชาติไทยอยู่ สมาคมฯ ก็ได้ทุนอุดหนุนจากผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ และรายย่อยมากกว่า 500,000,000 บาท รวมเบ็ดเสร็จอาจทะลุถึง 1,000,000,000 บาท ไม่ว่าจะเป็น


- การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่เจียดงบประมาณถึง 180 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการแข่งขันทุกประเภท

- แมคโดนัลด์ ที่ให้ทุนอัดฉีดล่วงหน้า 3 ปี ปีละ 30 ล้านบาท รวมไป 90 ล้านบาท

- แอลจี ที่เซ็นสัญญาสนับสนุน 3 ปีเช่นกัน รวมเป็นเงิน 45 ล้านบาท

- ไนกี้ ก็ทุ่มเงินและอุปกรณ์ผลิตภัณฑ์แบบครบวงจรให้ทีมชาติเป็นระยะ 5 ปี รวมเป็นถึง 100 ล้านบาท

- ปตท. ที่แม้จะมอบเงินแบบปีต่อปี แต่ปีนี้ก็ให้สูงถึง 25 ล้านบาท เพื่อที่สมาคมฯ จะได้นำเงินไปสร้างความพร้อมและความแข็งแกร่งให้แก่นักเตะไทยทุกระดับตั้งแต่เยาวชนจนถึงระดับอาชีพ ตลอดจนพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ตัดสิน และผู้ฝึกสอน ให้มีศักยภาพ ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากขึ้น

- เครื่องดื่มช้าง ก็ทุ่มไม่อั้นเช่นกัน เพราะงานนี้ลงเงินให้มากถึง 60 ล้านบาทเพื่อให้มีป้ายอยู่ข้างสนาม

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพฯ และการบินไทย ซึ่งแม้ไม่มีรายละเอียดว่า อุดหนุนให้เท่าไหร่ แต่จากการสนับสนุนด้านบริการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกายหรือให้ตั๋วเครื่องบิน ก็คงจะหมดไปอีกเพียบ

ส่วนสปอนเซอร์รองๆ ที่สนับสนุนฟุตบอลไทยลีก หรือการแข่งขันชิงถ้วยต่างๆ ก็มียังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิไทยคมที่อนุมัติเงิน 25 ล้านบาท เพื่อหนุนเอฟเอคัพ เครื่องดื่มสปอนเซอร์ที่ให้เงินถึง 70 ล้านบาทสำหรับไทยพรีเมียร์ลีก โตโยต้าที่ให้งบหนุนจัดฟุตบอลถ้วยลีกคัพ ฯลฯ

เม็ดเงินทั้งหมดทั้งปวงเป็นเงินรายได้ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยต้องมาบริหารจัดสรรและนำมาทุ่มทุนเพื่อพัฒนาฟุตบอลทีมชาติไทยให้ฝ่าฟันรอบคัดเลือกเพื่อเป็น 1 ใน 32 ทีมรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกให้ได้


แฟนบอลไทยสิ้นศรัทธา ไม่หวัง ‘บอลไทยไปบอลโลก’ อีกแล้ว

แม้เม็ดเงินจะอุดมสมบูรณ์ขนาดไหน แต่หากถามถึงความเชื่อมั่นของคนไทยที่มีต่อทีมชาติไทย ก็ต้องยอมรับว่าสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เหตุผลหนึ่งก็สัมผัสได้จากการจัดอันดับของสหพันธ์ฟุตบอลนานานชาติ หรือฟีฟาพบว่าทีมชาติไทยนั้นมีแนวโน้มที่ดิ่งลงเรื่อยๆ จากสูงสุดที่ 45 เรื่อยมาจนถึงอันดับ 114 จาก 207 ประเทศในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นศักยภาพของทีมชาติ รวมไปถึงพื้นฐานความแข็งแกร่งของวงการลูกหนังในระดับต่างๆ ของประเทศไทย


ดังนั้นในฐานะที่แฟนบอลตัวพ่อ ภูวสัน สุวรรณรัตน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งดูทั้งฟุตบอลต่างประเทศและบอลไทย ซึ่งกล่าวอย่างผิดหวังว่า โอกาสที่ไทยจะสัมผัสสนามฟุตบอลโลกน่าจะริบหรี่


“ผมว่ามันเพ้อฝันนะครับ เพราะมันมีองค์ประกอบอยู่หลายอย่างที่ทำให้ไปไม่ได้ อันดับแรกคือเรื่องของการบริหารทีมต้องรู้จักการบริหารให้เป็น สองต้องมีการวางแผนงานที่ดีมีมาตรฐานตามชาติที่เขาได้ไปบอลโลกกันแล้ว และก็มีการวางรากฐานระบบการเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กเล็กๆ ไปเลย”


ขณะที่เพื่อนร่วมสถาบันอย่าง อธิรัตน์ สังทองคำ ซึ่งเป็นนักฟุตบอลประจำมหาวิทยาลัยด้วยกล่าวว่า จากที่เขาเห็นๆ มา นักบอลไทยซ้อมเสร็จก็ไปเที่ยวต่อ ไม่มีความจริงจังเหมือนกับเมืองนอกเขา


“นักกีฬาไทยยังไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ดูอย่างความเป็นอยู่ของนักฟุตบอลไทยที่แตกต่างจากนักฟุตบอลในต่างประเทศแบบเห็นได้ชัด คือนักฟุตบอลต่างประเทศซ้อมบอลเสร็จก็จะกินข้าวแล้วเข้านอน แต่นักฟุตบอลไทยซ้อมเสร็จแล้วไปกินเหล้าต่อ”

เพราะฉะนั้นโอกาสที่ไทยจะเข้าบอลโลก ภายในอีก 12 ปีต่อจากนี้จึงลำบากไม่ใช่เล่น โดยเฉพาะปี 2022 ที่กาตาร์เป็นเจ้าภาพ ซึ่งส่งผลให้ที่นั่งในโซนเอเชียต้องลดไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะถูกเจ้าภาพตีตราเอาไว้เรียบร้อย


เว้นเสียแต่ไทยจะเลือกปฏิบัติตามแนวทางที่ ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพยายามผลักดันนั่นคือการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยากไม่แพ้การทำให้ตัวเองเข้ารอบแม้แต่น้อย


สูตรไปบอลโลกของ วิทยา เลาหกุล

แต่ถึงงานนี้จะดูไร้หวัง ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเป็นได้เสียเลย เพราะในสายตาของ โค้ชเฮง-วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิคสมาคมฟุตบอลจังหวัดชลบุรี ก็มีความหวังอยู่ลึกๆ ว่าเป็นไปได้ แต่จะต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และวางแผนกันขนานใหญ่ โดยสิ่งแรกที่จำเป็นคือการรู้มาตรฐานระดับโลกก่อนว่าเป็นอย่างไร เพื่อนำมาวิเคราะห์ทีมชาติไทยและสร้างแผนพัฒนาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม


โดยเฉพาะการทำแผนพัฒนา โดยมีแผนระยะสั้นคือในกลุ่มเยาวชน 15-16 ปี และแผนระยะยาวสร้างเด็กตั้งแต่อายุ 8-12 ปี เมื่อถึงฟุตบอลโลกในปี 2022 ที่ประเทศกาตาร์ เยาวชนกลุ่มนี้จะน่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับทีมชาติไทย


“ทีมชาติอายุ 12-13 ปี ที่เราเตรียมไว้ใช่ว่าจะได้หมดเลย เด็กช่วงอายุนี้กระดูกมันจะยืดครับ การฝึกของเด็กวัยนี้เราจะฝึกธรรมดาไม่ได้ เราต้องเน้นเรื่องความเร็วก่อน ถ้าไม่มีความเร็ว เราสู้เขาไม่ได้ พออายุ 15-17 เขาต้องเป็นเด็กที่เล่นบอลฉลาด ถ้าเด็กไม่ฉลาดแล้วเล่นไม่ได้ ตรงนี้เราต้องดูเรื่องความเร็วจะพัฒนายังไง ตอนนี้เราพัฒนาไปแบบความรู้ใครความรู้มัน อย่างที่บอกว่าเราต้องดูเรื่องมาตรฐานโลก ความเร็ว ความฉลาด หมายถึงเราจะสู้ในระดับโลกจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการเล่น ตรงนี้มันสร้างกันได้ แต่ว่าใครจะเป็นคนสร้าง”


อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์ สามารถหาบุคลากรที่มีความสามารถและวางโครงสร้างการฝึกซ้อมระยะยาวได้ ทั้งต้องคอยตรวจสอบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน คำถามคือจะได้โครงสร้างนี้มาจากไหน และเมื่อได้โครงสร้างการฝึกซ้อมแล้วจะกระจายโครงสร้างนี้ไปยังโค้ชอย่างไร


“คือถ้าทำทีมชาติทีมเดียวอย่างที่สมาคมฯ ทำ มันไปไม่รอดครับ เพราะการฝึกในระดับเด็กจะได้แค่ 2 เปอร์เซ็นต์ สมมติถ้าเรามีศูนย์พัฒนาเทคนิคเหมือนในญี่ปุ่นหรือสเปน เราก็จะเห็นการสร้างเด็กไปในทิศทางเดียวกัน แต่เด็กที่จะหลุดมาถึงอายุ 16 จะมีแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราทำหลายจังหวัดเราก็จะได้หลายคน แต่ถ้าทีมชาติทำทีมเดียว ฉันจะไปบอลโลก เอาพวกนี้เก็บตัว 4-5 ปี มันเป็นไปไม่ได้ครับ”


และที่สำคัญ ต้องมีฝ่ายเทคนิคที่ทำการศึกษาวิเคราะห์ทีมคู่แข่งเพื่อใช้ในการวางแผนการฝึกซ้อมและรับมือด้วย ทั้งหมดนี้หากลงมือปฏิบัติจริง การที่ทีมชาติไทยจะไปบอลโลกก็ไม่ใช่ความฝันลมๆ แล้งๆ แต่อย่างว่า สิ่งที่อธิบายมาทั้งหมดนี้ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เกิดขึ้นเลย


แม้วันนี้ ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยจะมีโอกาสเข้าไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จะยังเป็นเพียงแค่ความหวังที่ยังไม่เห็นเสียงสว่างที่ปลายอุโมงค์สักที แต่การจะเดินไปถึงทางออกก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ จุดสำคัญอาจจะอยู่ที่คนนำทางต่างหากว่า มีความสามารถในการเดินอยู่ข้างหน้าสักแค่ไหน เพราะหากไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ต่อให้ฉลาด หรือทำงานเก่งขนาดไหน โอกาสที่จะพาทุกคนหลงทางก็ยังเป็นไปได้


เช่นเดียวกับวงการลูกหนังไทยในตอนนี้ แม้จะเงินทุนเยอะแยะขนาดไหน แต่หากปราศจากการวางแผนที่ดี และความตั้งใจที่จะพัฒนากีฬาอย่างแท้จริง ก็รับประกันได้เลยว่า คงไม่ต่างกับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำดีๆ นั่นเอง


ขอบคุณ ผู้จัดการ



--
 
 
ท่านที่สนใจสมัครสมาชิกกลุ่ม "ชายถิ่น"
แนะนำให้ใช้ e-mail ของ gmail, hotmail, yahoo
แทนการใช้ e-mail ของหน่วยงานท่าน เช่นที่ลงท้ายด้วย co.th 
เนื่องจากไม่สามารถส่งให้ท่านผ่าน e-mail ของหน่วยงานท่านได้
และท่านที่ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านแลนของบริษัทหรือหน่วยงานของท่าน บางเมล์ที่ได้รับอาจดูภาพไม่ได้ เนื่องจากเมลที่ Fw กัน ส่วนใหญ่จะเป็น Link มาจากเว็บอื่นซึ่งเว็บนั้นๆ อาจโดน Block ไว้จากบริษัทหรือหน่วยงานของท่าน

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
เข้ามาทักทายกันได้ที่  http://www.facebook.com/thintapthai
อ่านบทความดี ๆ ที่ http://chaithin.blogspot.com/
สนใจเป็นสมาชิก แจ้งสมัครได้ที่ thint...@gmail.com
หรือสมัครด้วยตัวเองที่ http://groups.google.co.th/group/thintapthai
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages